ความรับผิดชอบของรัฐบาลเพื่อไทย “คดีตากใบ” ต้องไปไกลกว่าแค่รับใบลาออกของ พล.อ.พิศาล หรือไม่

เหลือเวลาอีกเพียง 8 วัน “คดีตากใบ” จะหมดอายุความลง หากรัฐไทยไม่สามารถนำตัวจำเลยซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่รัฐมาขึ้นศาลได้แม้แต่คนเดียว

นักวิชาการผู้ติดตามปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้แสดงความกังวลว่า หากปล่อยให้คดีนี้ขาดอายุความโดยไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหา/จำเลยได้ อาจถูกฝ่ายขบวนการหยิบมาใช้เป็นประเด็นการ “ปลุกให้คนเข้าร่วมการต่อสู้ได้อย่างทรงพลังอีกครั้ง”

จำเลยที่ 1 ของคดีนี้คือ พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 และอดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.)

ภายหลัง พล.อ.พิศาล ซึ่งไม่ปรากฏตัวต่อศาล-ไม่ปรากฎตัวต่อสาธารณะนานนับเดือน ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พท. เมื่อ 14 ต.ค. โดยให้เหตุผลว่า “เพื่อมิให้พรรคเพื่อไทยได้รับผลกระทบ” และ “มิให้เป็นภาระต่อสภา” แกนนำพรรค พท. บางส่วนก็ออกมาบอกทันทีว่าเรื่องนี้ “จบ” และ “ไม่เกี่ยวกับพรรค”

“วันนี้ถือว่าท่านลาออกแล้ว เหตุการณ์อะไรที่พรรคเพื่อไทยต้องรับผิดชอบถือว่าจบ ต่อไปนี้ก็อยู่ที่กระบวนการยุติธรรม ไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทยแล้ว” วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส. เพื่อไทย และประธานวิปรัฐบาล ชี้แจง

เขาบอกว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน พล.อ.พิศาล เป็นข้าราชการ ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค พท. และ “ก่อนหน้านี้ ท่านก็ไม่มีคดี ก็ไม่ทราบว่าใครจะมาสมัครรับเลือกตั้ง แต่ตอนหลังมามีคดี พรรคจะมารับผิดชอบก็ไม่ใช่”

“ตากใบ” ใต้บงการรัฐบาลนายกฯ “ชินวัตร” 3 รุ่น

โศกนาฎกรรมตากใบถือเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง-สัมพันธ์-อยู่ใต้บงการของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ “ชินวัตร” 3 คน โดยมีจุดเริ่มต้นในรัฐบาลชินวัตรผู้พ่อ มีการเยียวยาในรัฐบาลนายกฯ ผู้เป็นอา และกำลังเดินมาถึงจุดสิ้นสุดทางคดีในยุครัฐบาลนายกฯ ชินวัตรรุ่นลูก

  • รัฐบาลทักษิณ: เกิดเหตุสลายการชุมนุมหน้า สภ.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง เมื่อ 25 ต.ค. 2547 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 85 ราย โดย 7 รายเสียชีวิตบริเวณจุดปะทะกับเจ้าหน้าที่ และอีก 78 รายเสียชีวิตเพราะ “ขาดอากาศหายใจ” ขณะถูกควบคุมตัวขึ้นรถบรรทุกทหารไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี

คำด่า “ซื่อบื้อ” กับคำ “ขอโทษ” จากปากนายกฯ คนที่ 23

สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ระลอกล่าสุดเริ่มปะทุขึ้นในช่วงรัฐบาล “ทักษิณ 1” หลังเกิดเหตุการณ์ปล้นปืนจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (ค่ายปิเหล็ง) อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อ 4 ม.ค. 2547 ก่อนที่ในอีก 9 เดือนต่อมา จะเกิดเหตุสลายการชุมนุมหน้า สภ.อ.ตากใบ ซึ่งเป็นกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 85 ราย ส่วนใหญ่ “เพราะขาดอากาศหายใจ”

รัฐบาลตั้งคณะกรรมการอิสระไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีตากใบ มี พิเชต สุนทรพิพิธ เป็นประธาน โดยรายงานสรุปผลได้ว่า การเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมจากหน้า สภ.อ.ตากใบ ไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เป็นการปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง และขาดความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชาระดับต่าง ๆ ของทหารที่ควบคุมสถานการณ์ในวันนั้น ส่วนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการสลายการชุมนุม “กระทำการไปตามสมควรแก่เหตุ”

18 ปีผ่านไป นายกฯ คนที่ 23 เคยเอ่ยคำ “ขอโทษ” เป็นครั้งแรกในระหว่างตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวผ่านแอปพลิเคชันคลับเฮาส์ เมื่อ 25 ต.ค. 2565 โดยเล่าย้อนเหตุการณ์ตากใบตามที่ “ได้รับรายงาน” สรุปใจความได้ว่า มีการไปล้อมโรงพักเพื่อให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาที่ถูกตำรวจจับมา โดยถูกกล่าวหาว่านำอาวุธไปส่งให้ผู้ก่อความไม่สงบ >> ต่อมาเจ้าหน้าที่ไปใช้น้ำฉีด มีการปะทะกัน >> มีการสลายการชุมนุมและจับผู้ชุมนุม >> มารู้อีกทีว่ามีการตายเกิดขึ้น จากการลำเลียงผู้ต้องหาซึ่งอ่อนล้าจากการอดอาหารมาทั้งวัน เพราะถือศีลอดอยู่

“แทนที่จะเอาไว้ในรถบรรทุกดี ๆ เอาไปซ้อนกัน ผมคิดว่ามนุษย์ทั่วไปไม่น่าจะคิดได้อย่างนั้น เอาไปซ้อนกันขนาดนั้น มันก็ขาดอากาศหายใจ ก็ตายบ้าง เจ็บบ้าง อันนี้ผมมารับรู้จากรายงานทีหลัง ผมก็เสียใจว่า เอ... ทำไมมันทำไม ผมเรียกว่าทำไมมันซื่อบื้อขนาดนี้วะ ผมก็เป็นคนเกลียดคนโง่อยู่แล้ว พอทำอะไรพวกนี้ ผมก็ด่า วันนั้นก็ไม่รู้อะไรลึกกว่านี้ ก็รู้รายงานมาอย่างนี้ เสร็จแล้วผมก็ถูกโกรธ เกลียดชัง”

อดีตนายกฯ ทักษิณกล่าวต่อไปว่า หลังออกจากประเทศไทยไป มีโอกาสพบตำรวจสันติบาลของมาเลเซียที่ประเทศเยอรมนี เขาเล่าว่าตอนแรกมาเลเซียก็โกรธตน คนมุสลิมก็โกรธตน นึกว่าเป็นคนที่รังเกียจและทำร้ายคนมุสลิม

“ตอนหลังมาเขาพบว่าเป็นการกระทำของทหารที่พล็อต (วางแผน) ที่จะไม่เอาผม ตอนหลังมาทางมาเลเซียก็ไม่โกรธอะไรกับผม” ทักษิณ ผู้ใช้ชื่อเรียกตัวเองว่า “โทนี่” ระหว่างจัดรายการผ่านคลับเฮาส์ กล่าว

อดีตผู้นำรัฐบาลรายนี้ย้ำว่า เหตุการณ์ที่เอาคนไปซ้อนกัน “เป็นเรื่องที่สั่งการโดยทหาร” และพาคนเหล่านี้ไปค่ายทหาร ซึ่งเขาไม่รู้ว่าใครเป็นคนสั่งอะไรยังไง

"ถึงแม้ผมไม่ได้สั่งการ แต่ในฐานะที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ผมต้องขอโทษ ขออภัย แก่บรรดาญาติพี่น้องของผู้ที่สูญเสีย และผู้ที่ได้รับความเสียหายในครั้งนั้นด้วย... ถือเป็นความผิดพลาดอย่างแรงของการลำเลียงผู้ต้องหาแบบนั้น" ทักษิณ ระบุเมื่อ 25 ต.ค. 2565

ใช้ “ปลุกคนเข้าร่วมขบวนการ” ปัญหาที่ตามมาหากคดีขาดอายุความ

คำถามที่เกิดขึ้นคือ จะเกิดอะไรขึ้นหากคดีตากใบที่เกิดขึ้นในรัฐบาล “พ่อ” มาขาดอายุความคามือรัฐบาล “ลูกสาว”

รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช อาจารย์สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ชี้ว่า หากคดีตากใบหมดอายุความโดยไม่มีจำเลยมาขึ้นศาล “จะตอกย้ำวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิดในสังคมไทย โดยเฉพาะเมื่อผู้ต้องหา/จำเลยเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นการตอกย้ำถึงความอยุติธรรมที่คนมลายูมุสลิมได้รับ” ทั้งนี้ อาจจะไม่ใช่เฉพาะกับคนมลายูมุสลิมเท่านั้น เราเห็นวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดในกรณีการชุมนุมทางการเมือง 14 ตุลา 2516, 6 ตุลา 2519 และคนเสื้อแดง ฯลฯ

นักวิชาการผู้ติดตามปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้และกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ ระบุว่า กรณีตากใบถูกฝ่ายขบวนการใช้เป็นประเด็นในการชวนคนเข้าขบวนการและจับอาวุธสู้กับรัฐมาโดยตลอด เป็นเรื่องเล่าความอยุติธรรมร่วมสมัย ไม่ใช่เรื่องในอดีตที่ยาวนาน

“หากคดีนี้ต้องขาดอายุความโดยไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหา/จำเลยได้ น่าจะถูกหยิบมาใช้เป็นประเด็นการปลุกให้คนเข้าร่วมการต่อสู้ได้อย่างทรงพลังอีกครั้งหนึ่ง และทำให้การสร้างความเชื่อมั่นในการสร้างสันติภาพผ่านกระบวนการทางการเมืองและการพูดคุยสันติภาพก็จะมีความท้าทายมากขึ้น” รุ่งรวี ให้ความเห็นกับบีบีซีไทย

โจทย์ที่นักวิชาการจากสถาบันสันติศึกษา และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สร้างสันติภาพฯ ชวนสังคมขบคิดต่อจากคดีตากใบคือ ความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านที่สังคมไทยจะยอมรับร่วมกันได้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ในต่างประเทศ หลายกรณีที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง สังคมอาจจะไม่สามารถยอมรับให้มีการนิรโทษกรรมได้ การให้อภัยควรวางอยู่บนฐานที่ผู้กระทำผิดยอมรับผิด และมีการเยียวยาที่มากไปกว่าการเยียวยาด้วยตัวเงิน

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาผู้แทนราษฎร แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อคดีตากใบที่จะหมดอายุความลงในอีก 8 วันข้างหน้า หากไม่สามารถนำจำเลยมาส่งศาลได้ จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในอย่างน้อย 3 ระดับ คือ

  • ประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้จะรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ปฏิบัติอย่างสองมาตรฐาน ซึ่งจะเพิ่มอุปสรรคในการสร้างความสมานฉันท์และสันติภาพในพื้นที่ นอกจากนี้คดีตากใบจะเป็นอีกคดีที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิดในสังคมไทย
  • กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบอาจนำประเด็นนี้ไปขยายผล และใช้เป็นข้ออ้างก่อเหตุรุนแรง เพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจที่มีต่อรัฐบาล นำมาสู่ความสูญเสียในพื้นที่เพิ่มขึ้น
  • อาจเกิดความไม่แน่นอนในสถานะของกระบวนการพูดคุยสันติสุขระหว่างรัฐไทยกับผู้เห็นต่าง

กมธ.สร้างสันติภาพฯ มี จาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. เป็นประธาน ทว่าในการประชุม 16 ต.ค. มี สุธรรม แสงประทุม สส.บัญชีรายชื่อ จากพรรคเดียวกัน ในฐานะรองประธาน กมธ. คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ซึ่งมี สส. ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้สะท้อนว่าถูกประชาชนถามว่าจับตัวจำเลยได้บ้างหรือยัง

เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) รวมถึงนานาชาติ ที่ให้ความสำคัญและจับตามองว่าคดีนี้ ซึ่ง พรรณิการ์ วานิช โฆษก กมธ. บอกว่า “มีแนวโน้มสูงว่าอาจจะหมดอายุความลงไปจริง ๆ โดยไม่สามารถนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้”

หากไม่สามารถดำเนินการนำตัวจำเลยมาเข้ากระบวนการได้ทันเวลาก่อนหมดอายุความ กมธ.ส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพฯ เสนอให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองต่อผู้เสียหาย

นอกจากนี้ยังมีมติให้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย รมว.กลาโหม, เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และแม่ทัพภาคที่ 4 มาหารือ 24 ต.ค. หรือ 1 วันก่อนคดีหมดอายุความ ว่าจะมีการรับมือกับสถานการณ์อย่างไร