เหตุใดการเลือกตั้งครั้งแรกหลังเหตุประท้วงใหญ่ จึงดูมืดมนสำหรับชาวอิหร่าน

Women walk past posters of election candidates on a giant model ballot box in Tehran, Iran (28 February 2024)

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, การเลือกตั้งของอิหร่านกำลังเกิดขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่รัฐบาลยังคงปราบปรามกลุ่มผู้เห็นต่าง ทางการเมือง
    • Author, ฟาร์นูช อามีร์ชาฮี
    • Role, บีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซีย

การเลือกตั้งทั่วไปของอิหร่าน กำลังจะมีขึ้นในวันนี้ (1 มี.ค.) นับเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกหลังจากเกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างกว้างขวางทั่วประเทศเมื่อปี 2022

การเลือกตั้งที่กำลังเกิดขึ้นจะแบ่งออกเป็น การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา และสมัชชาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ซึ่งมีอำนาจในการสรรหา แต่งตั้ง ตรวจสอบ ถอดถอน "ผู้นำสูงสุด" ของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นบุคคลที่ทรงอำนาจที่สุดในประเทศ และผู้บัญชาการทหารสูงสุด

การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นบททดสอบครั้งสำคัญในการประเมินความชอบธรรมทางกฎหมายของระบอบการปกครองของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

ชาวอิหร่านมีตัวเลือกหรือไม่

ระบบการเลือกตั้งของอิหร่าน ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี สมาชิกรัฐสภา และสมัชชาผู้เชี่ยวชาญ ล้วนแล้วแต่ต้องได้รับการอนุมัติจากสภาผู้พิทักษ์ (Guardian Council) เสียก่อน จึงจะลงรับสมัครเลือกตั้งได้

สภาผู้พิทักษ์ ประกอบไปด้วยผู้นำศาสนา และผู้พิพากษา ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

ในช่วงเวลาหลายปีหลังการเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยข้อโต้แย้งในปี 2009 ตามมาด้วยประท้วงบนท้องถนนอย่างกว้างขวางและการปราบปรามการชุมนุมของทางการ

แม้แต่ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่วิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่อย่างเบาที่สุด รวมทั้งผู้สมัครที่สนับสนุนการปฏิรูปหรือผู้ที่มีคำถามต่อระบบการเลือกตั้ง ถูกพิจารณาตัดสิทธิ์ลงเลือกตั้ง ในจำนวนนี้ยังรวมทั้งอดีตประธานาธิบดีอิหร่าน 4 คน และบุคคลสำคัญทางการเมืองหลายคน

A man looks at electoral posters on a wall in Tehran, Iran (28 February 2024)

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ จากจำนวนที่ได้รับการรับรองให้ลงสมัครเลือกตั้ง 15,200 คน มาจากพรรคการเมืองหลายพรรคที่มีอุดมการณ์อนุรักษนิยม

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งที่ได้รับการรับรองจากสภาผู้พิทักษ์จำนวน 15,200 คน เพื่อลงชิงชัยในตำแหน่งสมาชิกรัฐสภา 290 ที่นั่ง ทว่าในจำนวนนี้ มีผู้สมัครจากพรรคที่มีแนวทางปฏิรูปได้รับการอนุมัติเพียง 30 คน เท่านั้น ซึ่งนับเป็นจำนวนน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา

สมาชิกรัฐสภาจากฝ่ายอนุรักษนิยม ครอบครองที่นั่งส่วนใหญ่ในรัฐสภาอิหร่านมาตั้งแต่ปี 2004 และคาดการณ์ว่า จะยังคงรั้งเก้าอี้สมาชิกรัฐสภาไว้ใกล้เคียงกับการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว

ในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาครั้งก่อนหน้านี้ พรรคการเมืองฝ่ายปฏิรูปได้พยายามหาผู้แทนที่มีแนวคิดใกล้เคียงกันในบรรดาผู้สมัครที่ได้รับการอนุมัติให้ลงเลือกตั้ง และยังสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้งด้วย

แต่ในการเลือกตั้งรอบนี้ เป็นครั้งแรกที่พรรคการเมืองฝ่ายปฏิรูประบุว่า ไม่สามารถเข้าร่วมสังฆกรรมในการเลือกตั้งได้ เพราะเห็นว่าการจัดเลือกตั้ง เป็นไปในลักษณะที่ "ไร้ความหมาย ไม่มีคู่แข่งที่แท้จริง ไม่ยุติธรรม และไม่มีประสิทธิภาพ"

การเลือกตั้งจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรือไม่

หากปัจจัยสำคัญในการเลือกของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง คือ เสรีภาพทางสังคมและเรื่องเศรษฐกิจ การเลือกตั้งนับว่ามีบทบาทน้อยมากที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในเรื่องเหล่านี้ เพราะผู้มีอำนาจตัดสินใจไม่ใช่ทั้งรัฐสภาหรือประธานาธิบดี หากแต่เป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุด

นโยบายด้านการต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของอิหร่าน ล้วนแล้วแต่เป็นการตัดสินใจของผู้นำสูงสุด อย่าง อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี และที่ผ่านมาเขาไม่เคยแสดงเจตจำนงในการประนีประนอมหรือปรับเปลี่ยนนโยบายด้านเสรีภาพทางสังคมแม้แต่น้อย

ล่าสุด ทั้งรัฐบาล รัฐสภา สถาบันตุลาการ และสมัชชาผู้เชี่ยวชาญ ก็อยู่ในการควบคุมของเครือข่ายบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบจาก อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี เมื่อประกอบกับปัจจัยที่สภาผู้พิทักษ์ ตัดสิทธิ์การลงเลือกตั้งของผู้สมัครสายปฏิรูปและสายกลาง ทำให้มีการคาดการณ์ว่า จะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้น้อยมาก

ในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาจำนวน 11 ครั้งที่ผ่านมา การเลือกตั้งเมื่อปี 2020 เป็นครั้งที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิน้อยที่สุดอยู่ที่ 42% ทว่าการเลือกตั้งหลายครั้งก่อนหน้านี้ จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิมีมากกว่า 50% อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นในปี 2016 มีผู้มาใช้สิทธิถึง 62%

Iran's Supreme Leader, Ayatollah Ali Khamenei, at meeting in Tehran, Iran (18 February 2024)

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน มอบโอวาทครั้งสุดท้าย

การเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2021 เป็นหนึ่งในการเลือกตั้งที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิน้อยที่สุดอยู่ที่ 49% จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ในจำนวนนี้ ถูกนับเป็นการลงคะแนนเป็น "บัตรเสีย" ราว 3.7 ล้านเสียง นับเป็นคะแนนที่มากเป็นอันดับสองรองจากคะแนนเสียงที่นายเอบรอฮีม แรอีซี อดีตประธานาธิบดีอิหร่าน ผู้ชนะการเลือกตั้งได้รับ ซึ่งเป็นคะแนนที่มีผู้ลงคะแนนมากที่สุดในการเลือกตั้งประธานาธิบดีนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979

ขณะที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิใช้เสียงของตัวเองน้อยลง ความถี่ในการชุมนุมประท้วงในอิหร่านกลับเพิ่มขึ้น

การชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่ทั่วประเทศ เกิดขึ้นสองครั้งเมื่อปี 2017 และ 2019 และทั้งสองครั้งถูกปราบปรามอย่างรุนแรงจากรัฐบาล

ความน่ากังวลอีกประการหนึ่งสำหรับรัฐบาลที่นำโดยอนุรักษนิยม คือ บรรดาผู้สนับสนุนสาธารณรัฐอิสลามอย่างแข็งขัน ซึ่งเคยมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายต่าง ๆ ของตัวเองมากขึ้น

ในตอนนี้ ผู้สนับสนุนสาธารณรัฐอิสลาม ซึ่งเป็นกลุ่มที่ก่อตัวขึ้นจากฐานโครงสร้างอำนาจในอิหร่าน ได้ออกมาระบุว่า การรวมตัวของรัฐบาล และการเติบโตขึ้นของกองกำลังฝ่ายปฏิวัติ ไม่ได้มาสู่การเปลี่ยนแปลงหรือการปฏิรูป

คำปราศรัยของกลุ่มนักศึกษาฝ่ายอนุรักษนิยม ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้พบปะกับผู้นำสูงสุดในบางโอกาส เต็มไปด้วยเนื้อหาที่วิพากษ์วิจารณ์ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม และมองว่าการดำเนินนโยบายของรัฐบาล เป็นไปในลักษณะสะดวกเข้าว่าและไม่ทำอะไรกับชาติตะวันตกและอิสราเอล

ด้วยเหตุนี้ ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน จึงพยายามให้ผู้สนับสนุนของเขาออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากขึ้น โดยชี้ว่าการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ที่เกี่ยวพันในทางศาสนา

"การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ และใครก็ตามที่ต่อต้านการเลือกตั้ง ถือว่าต่อต้านสาธารณรัฐอิสลามและศาสนาอิสลามด้วย"

ด้านทางการอิหร่าน พยายามออกมายืนยันว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปด้วยความเสรีและยุติธรรม ทว่าในทางปฏิบัติยังพบว่ามีการดำเนินการหลายเรื่องที่ก่อให้เกิดคำถาม

ความเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

แม้จะมีการโหมเชิญชวนให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมากมายตามท้องถนน แต่บรรยากาศในอิหร่านตอนนี้ นับได้ว่าไร้ซึ่งความตื่นตัวต่อการเลือกตั้งอย่างยิ่ง ซึ่งบ่งชี้ถึงความไม่แยแสของผู้คนต่อการไปใช้สิทธิ ผลสำรวจของรัฐบาลบางโพลล์ยังชี้ให้เห็นด้วยว่า กว่าครึ่งของผู้ที่บอกว่าจะออกไปเลือกตั้ง ยังไม่รู้แม้กระทั่งว่า จะมีการเลือกตั้งผู้เป็นตัวแทน 2 สภา ได้แก่ สมาชิกรัฐสภาและสมัชชาผู้เชี่ยวชาญ

การประท้วงในอิหร่านเมื่อปี 2022 ซึ่งลุกลามมาจากการเสียชีวิตของ มาห์ซา อามินี หญิงสาววัย 22 ปี ระหว่างที่ถูกควบคุมตัวโดยตำรวจศีลธรรมของอิหร่าน จากการถูกกล่าวหาว่า ทำผิดกฎการสวมฮิญาบ จบลงด้วยการปราบปรามอย่างรุนแรงของรัฐบาล

การปราบปรามผู้ชุมนุมในครั้งนั้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคนและบาดเจ็บอีกหลายพันคน ผู้ชุมนุมอีกหลายพันคนถูกจับกุมและยังคงถูกคุมขังอยู่ในคุก บางคนถูกพิพากษาด้วยโทษที่ร้ายแรง เช่น การประหารชีวิต

นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า "นี่เป็นการพิจารณาคดีจอมปลอม"

Iranian campaign workers hand out electoral leaflets for a candidate in the upcoming parliamentary polls, in Tehran, Iran (23 February 2024)

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ระบุว่า การเลือกตั้งในวันศุกร์ที่ 1 มี.ค. เป็นหน้าที่ในทางศาสนา

หลังจากการประท้วงในห้วงปี 2022 บรรยากาศทางการเมืองและสังคมในอิหร่าน เริ่มมีแรงกดดันมากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

คู่ขนานไปกับการปราบปรามอย่างรุนแรง อีกด้านหนึ่ง สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของอิหร่านได้เลวร้ายลง

ธนาคารกลางแห่งอิหร่าน รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อในประเทศพุ่งสูงขึ้นถึง 56% ในเดือนสุดท้ายของฤดูใบไม้ร่วง หลังจากไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขเงินเฟ้อมาเป็นเวลา 6 เดือนเต็ม

รัฐบาลอิหร่านล้มเหลวในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ อีกทั้งนโยบายต่างประเทศได้สร้างผลกระทบอย่างต่อเนื่องต่อระบบเศรษฐกิจของอิหร่านที่อ่อนแออยู่แต่เดิม และถูกซ้ำเติมด้วยมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกที่ตอบโต้โครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน

เงื่อนไขต่าง ๆ เหล่านี้ ยิ่งทำให้มวลชนไม่มีพอใจมากขึ้นและสิ้นหวัง