ทำความรู้จัก ภาวะนึกภาพไม่ออก “สมองของผมทำงานเหมือนคอมพิวเตอร์ที่ไร้จอภาพ”

Guillermo Acevedo

ที่มาของภาพ, Guillermo Acevedo

คำบรรยายภาพ, กีเยร์โม อเซเวโด แพทย์ชาวเวเนซุเอลา ใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตด้วยความเชื่อที่ว่าความฝันเป็นเพียงคำอุปมา เพราะเขาไม่เคยฝันสักครั้งในชีวิต
    • Author, ฮวน ฟรานซิสโก อลอนโซ
    • Role, บีบีซี เวิร์ล เซอร์วิส

“ความฝันไม่มีค่าใช้จ่าย”

เมื่อมองแว็บแรก สำนวนยอดนิยมที่ว่า "ความฝันไม่มีค่าใช้จ่าย" ดูเหมือนเป็นความจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้ เพราะใครบ้างที่ไม่ไปโผล่อยู่บนหาดสวรรค์ราวกับเวทมนตร์เสก เมื่อพวกเขาหัวถึงหมอนหรือเมื่อนั่งสัปหงกอยู่บนรถประจำทาง

เราอาจพบว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์อันน่าสะพรึงกลัว เช่น ถูกสัตว์ป่าไล่ล่า หรือในสถานการณ์อันแปลกประหลาดที่ไม่อาจอธิบายได้

อย่างไรก็ตาม มีคนจำนวนหนึ่งที่ไม่รู้จักโลกแห่งความฝัน ซึ่งเป็นดินแดนที่จิตใจสร้างเรื่องราวด้วยภาพ เสียง และแม้แต่กลิ่นในยามที่เราหลับหรือตื่น ถามว่าเหตุผลเป็นเพราะอะไร คำตอบคือ พวกเขามี “ภาวะนึกภาพไม่ออก” (Aphantasia)

A woman uses a computer whose screen is blank

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, อเซเวโด เปรียบเทียบสมองของเขาเป็นคอมพิวเตอร์ที่ไร้หน้าจอหรือไม่สามารถประมวลผลไฟล์ภาพได้

จิตใจที่มืดบอด

“ภาวะนึกภาพไม่ออก คือการไม่สามารถนึกภาพในใจหรือไม่สามารถแปลงสิ่งต่าง ๆ เป็นภาพในหัวได้”

นี่คือการให้คำจำกัดความของภาวะนี้ โดย อดัม ซีแมน นักประสาทวิทยาชาวอังกฤษ ภาวะดังกล่าวนี้เริ่มได้รับการพูดถึงในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากงานวิจัยส่วนใหญ่ของอดัมเกี่ยวกับสภาพทางจิต

“สำหรับคนส่วนใหญ่ ถ้าได้ยินคำว่าโต๊ะในครัวหรือต้นแอปเปิ้ล เราจะสามารถสร้างภาพของทั้งสองสิ่งในสมองของเราได้ แต่ผู้ที่มีภาวะนึกภาพไม่ออกนี้ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้" ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์แห่งสหราชอาณาจักร กล่าว

กีเยร์โม อเซเวโด แพทย์ชาวเวเนซุเอลา ก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านี้ บีบีซีได้พูดคุยกับเขาเพื่อค้นหาว่าการใช้ชีวิตร่วมกับภาวะนึกภาพในหัวไม่ออกนั้นเป็นอย่างไร

“สมองของผมก็เหมือนกับคอมพิวเตอร์ที่ปิดจอภาพหรือเก็บได้เฉพาะไฟล์ .txt (ข้อความ) เท่านั้น และไม่ยอมรับไฟล์ .jpg, .png หรือไฟล์รูปภาพใด ๆ” เขาอธิบาย

นายแพทย์รายนี้เรียนรู้โดยบังเอิญว่า ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของประชากร 4% ที่ไม่สามารถเห็นภาพในใจตามที่ผู้เชี่ยวชาญระบุ

“ผมทำงานในโรงพยาบาลจิตเวช และเริ่มเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องประสาทวิทยาและความเจ็บป่วยทางจิต และไปพบบทความของ ซีแมน เมื่อปี 2005 ซึ่งพูดถึงเรื่องจิตใจที่มืดบอด” เขาให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากเมืองซานเซบาสเตียนของสเปน ซึ่งเขาอาศัยและทำงานที่นั่นมาแล้ว 6 ปี

“บทความนั้นอธิบายว่า คนที่มีภาวะนึกภาพไม่ออกคิดอย่างไร และคนเหล่านั้นถูกระบุว่าไม่สามารถจินตนาการถึงสิ่งต่าง ๆ ได้ พวกเขาไม่สามารถเห็นภาพในหัวได้ และผมก็พูดกับตัวเองว่า แต่คนเราจะทำแบบนั้น [เห็นภาพในใจ] ได้จริง ๆ หรือ” เขากล่าวต่อ

“ผมตกใจมากที่มีคนบอกว่าเห็นสิ่งต่าง ๆ ในหัวได้ ตอนนั้นผมคิดทันทีว่าเรื่องการเห็นภาพหลอนคงมีอยู่จริง ๆ สินะ ไม่ใช่เป็นแค่สิ่งที่ผู้คนพูดกันแบบอุปมาอุปมัย” เขากล่าวเสริม

อเซเวโด ในวัย 35 ปี ใช้เวลา 31 ปีแรกของชีวิตไปกับการเชื่อว่า เมื่อมีคนบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในฝันให้เขาฟัง คนเหล่านั้นไม่ได้เห็นภาพสิ่งที่พวกเขากำลังบอกเล่าจริง ๆ

“จนกระทั่งผมค้นพบว่าผมมีภาวะนึกภาพไม่ออก ผมเคยคิดว่าในการ์ตูน พวกเขาใส่ก้อนเมฆเล็ก ๆ บนตัวละครเพื่อที่คนดูอย่างเราจะได้เข้าใจเรื่องราว” เขาอธิบาย

ไม่ว่าดีหรือร้าย

Guillermo Acevedo making a podcast with a friend

ที่มาของภาพ, Guillermo Acevedo

คำบรรยายภาพ, ถึงแม้เขาจะไม่สามารถฝันหรือจินตนาการได้เหมือนคนอื่น ๆ แต่ อเซเวโด ถือว่าตัวเองมีความคิดสร้างสรรค์ และนอกเหนือจากงานในฐานะแพทย์แล้ว เขายังจัดพอดแคสต์อีกด้วย

นายแพทย์หนุ่มกล่าวว่า นอกจากจะไม่ฝันยามหลับแล้ว เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยฝันสักครั้งหรือเปล่า และยังไม่มีภาพในหัวเหมือนคนอื่นทั่วไป

“ถ้ามีใครบอกคุณ ลองนึกภาพแอปเปิ้ล คุณจะต้องหลับตาและเห็นภาพแอปเปิ้ล เพราะเซลล์ประสาทในสมองของคุณที่มีรูปแอปเปิ้ลเก็บไว้นั้นจะถูกกระตุ้น แม้ว่าแอปเปิ้ลจะไม่ได้อยู่ตรงหน้าคุณก็ตาม แต่ผมทำแบบนั้นไม่ได้”

“ผมรู้ว่าแอปเปิ้ลคืออะไร มีรูปร่างและสีสันอย่างไร แต่ผมไม่สามารถมองเห็นมันได้ชัดเจนหากมันไม่ได้อยู่ตรงหน้า” เขาอธิบาย “ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนเป็นเด็ก ที่โรงเรียนขอให้ผมวาดรูปครอบครัว ทุกอย่างถึงออกมาเหมือนแผนผังมาก เหมือนแท่งไม้ ไม่มีรายละเอียดใด ๆ”

แล้วคนไร้ความฝัน จะฝันร้ายได้ไหม?

“ผมตีความว่าการนอนหลับตอนกลางคืนที่ไม่เต็มอิ่มเป็นฝันร้าย นั่นคือคืนที่คุณไม่ได้พักผ่อนและรู้สึกเหมือนนอนหลับไม่ดี แต่ผมจำไม่ได้ว่าเห็นภาพที่ทำให้กลัวไหม" เขาตอบ

“ผมเคยคิดว่าผมจำไม่ได้ว่าฝันอะไร แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมไม่มีความฝัน” เขาสรุป

ไม่มีจินตนาการทางเพศหรือเสียงภายใน

แล้วคนที่ไม่เคยฝันและไม่มีฝันร้าย จะสามารถมีจินตนาการทางเพศแบบแปลก ๆ หรือโลดโผนได้ไหม คำตอบจาก อเซเวโด คือไม่ได้

“ผมมีความปราถนาทางเพศแบบแปลก ๆ เหมือนกัน แต่ผมค้นพบสิ่งเหล่านั้นผ่านสิ่งที่ผมเห็นหรือมีประสบการณ์โดยตรง หากมีใครบอกผมถึงสิ่งที่เขาหรือเธอได้ทำหรืออยากทำ ผมก็ไม่สามารถนึกภาพเหล่านั้นในหัวได้” เขากล่าว

นี่ยังเป็นเหตุผลที่ทำให้ อเซเวโด บอกว่า เขาไม่เคยมีประสบการณ์อันหนึ่งที่มักเป็นจุดเริ่มต้นของวัยแรกรุ่น อย่าง “การฝันเปียก”

“นั่นไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตผม เพื่อน ๆ คุยเรื่องนี้กันที่โรงเรียนและมหาวิทยาลัย ผมคิดมาตลอดว่ามันเป็นเรื่องโกหก แต่แน่นอนว่าผมไม่เคยพูดอะไรเลย ผมไม่ต้องการดูเหมือนตัวประหลาด” เขากล่าว

นอกจากนี้ อเซเวโด ยังไม่ได้ยินเสียงภายในของตัวเอง นั่นทำให้เขาไม่สามารถคิดและพูดในใจกับตัวเองได้

“ผมคิดไอเดียได้ แต่ผมไม่สามารถพูดในใจกับตัวเองได้ ดังนั้นผมจึงต้องพูดเปล่งเสียงมันออกมา ผมรู้สึกว่าการที่คนเราสามารถเห็นและได้ยินสิ่งที่อยู่ในหัวตัวเองได้เป็นเรื่องที่น่าหวาดหวั่นอยู่เหมือนกัน” เขายอมรับ

อเซเวโด อ้างว่า เขาไม่เคยมีจินตนาการทางเพศ แต่เขาไม่รู้ว่าตัวเองอยากสัมผัสประสบการณ์การมองเห็นและได้ยินสิ่งต่าง ๆ ในหัว หรือไม่

A mask, a whip and handcuffs

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, คนที่ไม่มีความฝันหรือไม่เคยฝันร้าย สามารถมีจินตนาการทางเพศได้หรือไม่ จากคำตอบของ อเซเวโด คือไม่

ข้อดี

อเซเวโด ไม่เชื่อว่าภาวะนึกภาพไม่ออกจะทำให้เขาผิดปกติ อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าตั้งแต่รู้ว่าตัวเองมีภาวะนี้ เขาก็เข้าใจพฤติกรรมของตัวเองมากขึ้น

“ตั้งแต่แรก ผมเข้าใจว่ารสนิยมทางแฟชั่นของตัวเองแปลกหรือผิดปกติ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันไม่แปลก ผมแค่ไม่มีความสามารถจะคิดในหัวว่าเสื้อตัวหนึ่ง ถ้าผมใส่เข้าไปแล้วมันจะดูออกมาเป็นอย่างไร เมื่อไปรวมกับกางเกงและรองเท้าสีนี้หรือสีนั้น” เขากล่าว

“ถ้าคุณให้ผมเลือก ผมจะเลือกสิ่งที่ผมชอบทีละชิ้น แต่ผมไม่สามารถจินตนาการถึงเสื้อผ้าทั้งชุดได้ ดังนั้นผมจึงผสมผสานสีและพื้นผิวที่แตกต่างกัน ลายทางเข้ากับลายตาราง และนั่นคือสไตล์การแต่งตัวของผม” เขาบอก

ศาสตราจารย์ซีแมน กล่าวถึงการศึกษาของเขาที่ดำเนินการมาจนถึงขณะนี้ ซึ่งพบข้อบ่งชี้ว่า การมีภาวะนึกภาพไม่ออกไม่ส่งผลต่อไอคิว

กรณีของ อเซเวโด เป็นข้อพิสูจน์แล้ว เพราะไม่เพียงเขาได้เรียนจบหลักสูตรมหาวิทยาลัยที่ยากที่สุดหลักสูตรหนึ่ง นั่นคือในสาขาการแพทย์ แต่ยังเป็นประหนึ่งสารานุกรมเคลื่อนที่ เพราะคุณสามารถคุยหัวข้อไหนกับเขาก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ดนตรี หรือภาพยนตร์

“คนที่มีภาวะนึกภาพไม่ออกมักจะทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดังนั้นเราจึงมีข้อสันนิษฐานว่าพวกเขามีข้อได้เปรียบเมื่อต้องข้องเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นนามธรรม” นักประสาทวิทยาชาวอังกฤษกล่าว

อเซเวโด เชื่อว่าภาวะของเขามีส่วนช่วยในอาชีพการงาน

“เนื่องจากผมไม่สามารถนึกภาพตามที่คนไข้บอกผมได้อย่างชัดเจน ผมจึงมักยิงคำถามมากมายเพื่อพยายามทำความเข้าใจสิ่งที่คนไข้กำลังบอกว่าพวกเขารู้สึก” เขากล่าว

“ตัวอย่างเช่น คนไข้มาถึงแล้วมีอาการวิงเวียนศีรษะ คนส่วนใหญ่เรียกอาการหลายอย่างว่าเวียนหัวทั้งที่ไม่ใช่ ดังนั้นผมจึงเริ่มซักว่า คุณรู้สึกว่ามีบางอย่างในหัวที่สร้างแรงดันไหม? คุณรู้สึกมีอาการค้าง ๆ ในหัวไหม? คุณรู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ กำลังเคลื่อนไหวรอบตัวไหม? เรียกว่าเกือบจะเป็นตำรวจสอบปากคำแล้ว ผมอยากรู้อยากเห็นไปหมด” เขากล่าวเสริม

The silhouette of a woman's head in profile against a smoky background

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผลการศึกษาชี้ว่า ผู้มีภาวะนึกภาพไม่ออกมีระบบเชื่อมต่อทางระบบประสาทที่อ่อนแอกว่า

ข้อเสีย

ซีแมน แนะนำว่า หนึ่งในข้อเสียของการมีภาวะนึกภาพไม่ออกคือ คนที่มีภาวะนี้มักจะจดจำอดีตของตัวเองหรือจดจำใบหน้าได้แย่กว่าคนทั่วไป และยังพบความเชื่อมโยงกับอาการออทิสติกด้วย

อเซเวโด กล่าวว่า เมื่อเขาวางแผนพักผ่อนวันหยุดหรือทำอาหารค่ำ เขารู้สึกหนักใจเพราะไม่สามารถจินตนาการหรือเห็นภาพได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เหล่านี้ เขาจึงเตรียมการไว้ล่วงหน้า

“ถ้าใครถามว่าผมชอบกินอะไร ผมจะตอบทันทีว่าแมคโดนัลด์ เนื่องจากผมอยู่ในสเปน ซึ่งอาหารมีความสำคัญมาก พวกเขาก็จะบอกว่า 'แกมันบ้าไปแล้ว!' และแนะนำร้านอาหารให้ ดังนั้นปัญหานี้ก็คลี่คลายไป” เขากล่าว

“ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบอาหารนะ แต่ผมไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นและรสชาติด้วย จึงเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินใจว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร” เขาอธิบาย

แพทย์รายนี้ยังระบุถึงอีกแง่มุมหนึ่งที่ดูเหมือนเป็นข้อได้เปรียบในตอนแรก แต่เขามองว่าเป็น "ดาบสองคม" นั่นคือ มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาที่จะเดินหน้าต่อไปหลังจากการตายของคนรอบตัว รวมถึงการเลิกรากับคนรัก

“ผมไม่ได้ทุกข์ทรมานจากความเศร้าโศกจริง ๆ เมื่อผมไม่ได้เจอคน ๆ นั้นในชีวิตจริง ความเจ็บปวดก็หายไป และผมจะจำได้ก็ต่อเมื่อเห็นรูปถ่ายเท่านั้น ผมไม่ได้ยึดติดกับความทรงจำ ผมอยู่กับปัจจุบัน” เขาบอก

ปัญหาของการอยู่กับปัจจุบันไม่ใช่อดีตคืออะไร?

“มันยากสำหรับผมในการจะรักษาความสัมพันธ์กับคนที่ไม่ได้สนิทด้วย... ผมมักจะสร้างกลุ่มเพื่อนสนิทในที่ที่ผมอยู่ แต่เมื่อต้องย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนงาน ความสัมพันธ์ที่มีก็หายไป" เขาบอก

Ed Catmull sitting in front of an image of Mr Incredible

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เอ็ด แคตมูลล์ ผู้ร่วมก่อตั้งพิกซาร์ สตูดิโอ และเป็นผู้ชนะรางวัลออสการ์หลายรางวัล เป็นส่วนหนึ่งของประชากร 4% ที่มีภาวะนึกภาพไม่ออก

ดิสนีย์เข้าใจผิดแล้ว

"ถ้าคุณฝันถึงมัน คุณก็สามารถทำมันได้" นี่เป็นหนึ่งในคติพจน์ของ วอลต์ ดิสนีย์ นักธุรกิจผู้ก่อตั้งหนึ่งในอาณาจักรความบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม เขาคิดผิด เพราะมีผู้คนในโลกนี้ที่แม้จะไม่สามารถฝันได้ แต่ก็บรรลุเป้าหมายได้เช่นกัน

แม้มันอาจจะดูย้อนแย้ง แต่การไม่สามารถจินตนาการได้ไม่จำเป็นต้องส่งผลกระทบต่อความคิดสร้างสรรค์ของคนเราเสมอไป

“ภาวะนึกภาพไม่ออกไม่ใช่สิ่งสกัดกั้นความสำเร็จ และไม่ได้จำกัดศักยภาพของเราด้วย” เครือข่ายผู้มีภาวะนึกภาพไม่ออก (Aphantasia Network) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่พยายามสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภาวะนี้ ยืนกราน และพวกเขามีตัวอย่างมากมายที่พร้อมมาสนับสนุนคำกล่าวนี้

เอ็ด แคตมูลล์ ผู้ร่วมก่อตั้งพิกซาร์ (Pixar) และอดีตประธานวอลต์ ดิสนีย์ แอนิเมชัน สตูดิโอ (Walt Disney Animation Studios), เครก เวนเตอร์ นักชีววิทยาผู้จัดลำดับจีโนมมนุษย์เป็นคนแรก, เบลค รอสส์ ผู้สร้างเว็บบราวเซอร์ มอซิลลา ไฟร์ฟอกซ์ (Mozilla Firefox) รวมถึง เกล็น คีน นักสร้างแอนิเมชันของดิสนีย์และผู้สร้าง “เดอะ ลิตเติล เมอร์เมด” ล้วนเป็นผู้มีภาวะนึกภาพไม่ออก

Prof Adam Zeman

ที่มาของภาพ, Adam Zeman

คำบรรยายภาพ, อดัม ซีแมน นักประสาทวิทยาชาวอังกฤษ เป็นผู้นำด้านการวิจัยเกี่ยวกับภาวะนึกภาพไม่ออก

เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับจุดกำเนิดของอาการนี้?

แต่อะไรทำให้เกิดภาวะนึกภาพไม่ออก? มันเป็นโรคชนิดหนึ่งหรือเปล่า? และสามารถรักษาได้หรือไม่?

“มันไม่ใช่โรค 'อาการ' น่าจะเป็นคำที่ค่อนข้างเป็นกลางกว่า แต่ผมไม่อยากให้ผู้คนคิดว่านี่เป็นความผิดปกติทางการแพทย์ ผมชอบที่จะเรียกมันว่าประสบการณ์ของมนุษย์ในรูปแบบที่น่าทึ่ง" ซีแมน ตอบ

นักประสาทวิทยาผู้นี้อธิบายว่า จนถึงขณะนี้ งานศึกษาได้แสดงให้เห็นว่าภาวะนี้ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ถึงแม้ว่าจะมีหลายกรณีที่ภาวะนี้เกิดขึ้นภายหลัง เช่นหลังจากหัวใจวายหรืออาการบาดเจ็บทางสมองก็ตาม

“จนถึงตอนนี้ คำอธิบายที่ดีที่สุดก็คือ คนที่มีอาการนึกภาพไม่ออกจะมีการเชื่อมต่อของสมองที่อ่อนแอกว่าในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับประสาทสัมผัส” เขากล่าว

ซีแมน เสริมว่า พวกเขาได้สังเกตเห็นองค์ประกอบทางพันธุกรรมด้วย “คนที่เกิดมาในครอบครัวที่มีสมาชิกเป็นภาวะนึกภาพไม่ออก มีโอกาสมีอาการนี้มากกว่าคนทั่วไปถึง 10 เท่า” เขากล่าว

เพื่อตรวจหาอาการนี้ ผู้คนมักจะต้องตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับความแจ่มชัดของภาพในจินตนาการ (Vividness Of Visual Imagery Questionnaire) เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นสิ่งที่ อเซเวโด ทำ อย่างไรก็ดี ยังมีการใช้การสแกนสมอง รวมถึงวิธีอื่น ๆ เช่น การทดสอบรูม่านตา ด้วย

“ถ้าคุณสามารถจินตนาการได้และถูกขอให้คิดถึงดวงอาทิตย์ที่สดใส รูม่านตาของคุณจะเล็กลง เพราะรูม่านตาจะมีปฏิกิริยาราวกับว่าอยู่ต่อหน้าวัตถุจริง แต่นั่นไม่ได้เกิดขึ้นกับคนที่มีภาวะนึกภาพไม่ออก” เขาอธิบาย

นักประสาทวิทยายังพูดถึงวิธีการรักษาจากอาการนี้ว่า “เป็นเรื่องยากมากที่จะพัฒนาความสามารถในการสร้างภาพในหัว หากคุณไม่เคยทำมันมาก่อน บางคนเลือกเสพสารประสาทหลอน และถึงแม้พวกเขาจะมีภาพในหัวได้ แต่มันก็คงอยู่ไม่นาน”