เปิด 6 พฤติการณ์ ทักษิณ-เพื่อไทย ที่ “นักร้องการเมือง” ธีรยุทธ มองว่าเข้าข่ายล้มล้างการปกครองฯ

ทักษิณ เดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถ.เพชรบุรี ครั้งแรกเมื่อ 26 มี.ค. หลังได้รับการพักโทษ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ทักษิณ เดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถ.เพชรบุรี ครั้งแรกเมื่อ 26 มี.ค. หลังได้รับการพักโทษ

"นักร้องการเมือง” ผู้เป็นมือยื่นคำร้อง “คดีก้าวไกลล้มล้างการปกครองฯ” ยื่นคำร้องใหม่ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้พิจารณาว่า ทักษิณ-เพื่อไทย ล้มล้างการปกครองฯ จาก 6 พฤติกรรม

เช้าวันนี้ (10 ต.ค.) นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยสั่งการให้นายทักษิณ ชินวัตร ผู้ถูกร้องที่ 1 และพรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้ถูกร้องที่ 2 เลิกการกระทำที่เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพอันจะนำไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49

คำร้องของนายธีรยุทธมีจำนวนทั้งสิ้น 65 หน้า และมีเอกสารประกอบอีก 443 หน้า เมื่อรวมคำร้องและเอกสารที่เขาถ่ายสำเนามาส่งศาลในวันนี้รวม 10 ชุด จึงเป็นเอกสารจำนวนทั้งสิ้น 5,080 หน้า

นายธีรยุทธชี้แจงว่า เหตุที่ต้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง เพราะก่อนหน้านี้เมื่อ 24 ก.ย. ได้ยื่นคำร้องผ่านอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่ อสส. ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ภายใน 15 วัน โดยครบกำหนดไปเมื่อ 9 ต.ค. จึงใช้สิทธิประชาชนเข้ายื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ

พฤติกรรมและพฤติการณ์ของนายทักษิณ และพรรค พท. ที่ “นักร้องการเมือง” รายนี้เห็นว่าเข้าข่ายล้มล้างการปกครองฯ มีทั้งสิ้น 6 กรณี ในจำนวนนี้คือ การเปิดบ้านจันทร์ส่องหล้าฯ หารือเรื่องนายกฯ คน 31 และการสั่งการให้ขับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ออกจากพรรคร่วมรัฐบาล

ก่อนหน้านี้ นายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรค พปชร. ออกมาระบุว่า วันที่ 10 ต.ค. “จะเป็นจุดเริ่มต้นให้รัฐบาลอาจถึงขั้นล่มสลาย” กระทั่งเวลา 07.00 น. ของวันนี้ เขาได้แจ้งหมายข่าวแก่สื่อมวลชนผ่านข้อความในแอปพลิเคชันไลน์ว่า นายธีรยุทธจะไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 10.30 น. อย่างไรก็ตามเลขาธิการพรรค พปชร. ปฏิเสธว่า พปชร. ไม่ได้มอบหมายให้นายธีรยุทธดำเนินการเรื่องนี้ “แต่ผมพอทราบว่าเขาจะทำเรื่องนี้ จึงเปิดประเด็นเพื่อให้สื่อได้ติดตาม” และย้ำว่ารู้จักนายธีรยุทธในฐานะทนายความอิสระเท่านั้น

ธีรยุทธ สุวรรณเกษร

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ธีรยุทธ สุวรรณเกษร "นักร้อง" เคยฝากผลงาน "คดีก้าวไกลล้มล้างการปกครองฯ" เอาไว้

ทำไม ทักษิณ ถูกมองว่าเป็น “เจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ครอบงำ ผู้สั่งการ”

นายธีรยุทธระบุว่า พฤติกรรมและพฤติการณ์ของนายทักษิณ และพรรค พท. เข้าข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญใน 2 ลักษณะ

ลักษณะแรก ผู้ถูกร้องทั้งสอง มีพฤติการณ์การกระทำที่เป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายพระเกียรติยศของสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการทำให้สถาบันฯ สูญเสียสถานะที่จะต้องอยู่เหนือการเมืองหรือดำรงความเป็นกลางทางการเมือง ย่อมเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯ เป็นเหตุให้ชำรุด ทรุดโทรม เสื่อมทราม หรืออ่อนแอลง

ลักษณะที่สอง ถูกร้องทั้งสอง มีการกระทำอันมีเจตนาเซาะกร่อนบ่อนทำลายระบบพรรคการเมืองที่เป็นสถาบันทางการเมืองที่มีความสำคัญของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ชำรุด ทรุดโทรม เสื่อมทราม หรืออ่อนแอลง

สำหรับ 6 พฤติการณ์ที่ปรากฏในคำร้อง “คดีทักษิณ-เพื่อไทยล้มล้างการปกครองฯ” มี ดังนี้

หนึ่ง ผู้ถูกร้องที่ 1 ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณให้อภัยลดโทษให้นักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ ชินวัตร เหลือโทษจำคุกต่อไป 1 ปี โดยพบว่าผู้ถูกร้องที่ 1 ใช้ถูกร้องที่ 2 เป็นเครื่องมือควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน สั่งการผ่านกระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ รพ.ตำรวจ ให้เอื้อประโยชน์แก่ผู้ถูกร้องที่ 1 ระหว่างต้องโทษจำคุก ได้พักอาศัยอยู่ที่ห้องพักชั้นที่ 14 รพ.ตำรวจ เพื่อไม่ต้องรับโทษในเรือนจำแม้แต่วันเดียว โดยเป็นการฝ่าฝืนการรับโทษในเรือนจำตามพระบรมราชโองการ การกระทำของผู้ถูกร้องที่ 1 จึงเป็นการกระทำที่ไม่บังควรอย่างยิ่ง อันอาจเป็นการกระทำที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท และเป็นการกระทำที่อาจเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ส่งผลให้เกิดการเซาะกร่อนบ่อนทำลายพระเกียรติยศของสถาบันฯ ในที่สุดได้

หลักฐาน ปรากฏในรายงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ซึ่งรวบรวมไว้แล้วว่านายทักษิณมีอาการเพียงพอจะกลับเข้ารับโทษหรือไม่

ทักษิณยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ก่อนมีพระราชหัตถเลขาพระราชทานอภัยลดโทษให้ นักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ จากจำคุก 3 คดี รวมเวลา 8 ปี เหลือโทษจำคุก 1 ปี

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ทักษิณยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ หลังกลับไทย 22 ส.ค. 2566 ก่อนมีพระราชหัตถเลขาพระราชทานอภัยลดโทษให้ นักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ จากจำคุก 3 คดี รวมเวลา 8 ปี เหลือโทษจำคุก 1 ปี

สอง ผู้ถูกร้องที่ 1 มีพฤติกรรมฝักใฝ่ร่วมคิดกับสมเด็จฮุนเซน ผู้นำทางการเมืองประเทศกัมพูชา ซึ่งมีระบอบการปกครองที่ฝ่ายการเมืองมีอำนาจเหนือสถาบันฯ และผู้ถูกร้องที่ 1 มีพฤติการณ์เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ครอบงำ และเป็นผู้สั่งการให้พรรคผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นเครื่องมือการบริหารราชการแผ่นดิน สั่งการรัฐบาลให้เอื้อประโยชน์กับผู้นำกัมพูชา กรณีอาจละเมิดอธิปไตยทางทะเลของไทย โดยให้มีการเจรจาพื้นที่ทางทะเลที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าเป็นเขตพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ( MOU ปี 2544) เพื่อแบ่งผลประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและก๊าซในทะเล ซึ่งเป็นอธิปไตยทางทะเลของไทยให้แก่กัมพูชา

หลักฐาน เป็นรายงานที่ปรากฏอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ

สาม ผู้ถูกร้องที่ 1 สั่งการให้ผู้ถูกร้องที่ 2 ร่วมมือเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญกับพรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งเป็นพรรคที่ก่อตั้งโดยกลุ่มการเมืองที่เป็นพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เดิม ซึ่งมีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองฯ ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ถูกร้องที่ 1 มีพฤติการณ์เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ครอบงำ และเป็นผู้สั่งการให้ผู้ถูกร้องที่ 2 เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้ถูกร้องที่ 1 และพรรคพวก

สี่ ผู้ถูกร้องที่ 1 มีพฤติการณ์เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ครอบงำ และเป็นผู้สั่งการให้ผู้ถูกร้องที่ 2 ในการเจรจากับแกนนำของพรรคการเมืองอื่นที่ร่วมรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ เพื่อหารือเสนอบุคคลที่สมควรเป็นนายกฯ คนใหม่ เมื่อ 14 ส.ค. ที่บ้านพักส่วนตัวของผู้ถูกร้องที่ 1 ซึ่งเรียกกันว่า “บ้านจันทร์ส่องหล้า”

นายกฯ แถลงนโยบาย

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นายกฯ แพทองธาร แถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาเมื่อ 12 ก.ย.

ห้า ผู้ถูกร้องที่ 1 มีพฤติการณ์เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ครอบงำ และเป็นผู้สั่งการให้ผู้ถูกร้องที่ 2 มีมติขับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ออกจากพรรคร่วมรัฐบาล โดยผู้ถูกร้องที่ 2 ยินยอมกระทำการตามที่ผู้ถูกร้องที่ 1 สั่งการ

หก ผู้ถูกร้องที่ 1 มีพฤติการณ์เป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ครอบงำ และเป็นผู้สั่งการให้ผู้ถูกร้องที่ 2 ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล ให้นำนโยบายของผู้ถูกร้องที่ 1 ซึ่งแสดงวิสัยทัศน์ไว้เมื่อ 22 ส.ค. ไปดำเนินการให้เป็นนโยบายคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่แถลงต่อรัฐสภาเมื่อ 12 ก.ย.

8 คำขอจาก “นักร้อง” ถึงศาลรัฐธรรมนูญ

ในท้ายคำร้องของนายธีรยุทธ ได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งการใน 8 ประเด็น

  • ให้ผู้ถูกร้องที่ 1 เลิกกระทำการใช้พรรคผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นเครื่องมือกระทำการอันเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายพระเกียรติยศของสถาบันฯ
  • ให้ผู้ถูกร้องที่ 1 เลิกกระทำการเป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ครอบงำ และเป็นผู้สั่งการพรรคผู้ถูกร้องที่ 2
  • ให้ผู้ถูกร้องที่ 1 เลิกใช้พรรคผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นเครื่องมือควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน สั่งการรัฐบาลให้ดำเนินการตามความต้องการของผู้ถูกร้องที่ 1
  • ให้ผู้ถูกร้องที่ 1 เลิกกระทำการใช้พรรคผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นเครื่องมือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศด้วยวิถีทางที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
  • ให้ผู้ถูกร้องที่ 2 เลิกยินยอมให้ผู้ถูกร้องที่ 1 ใช้เป็นเครื่องมือกระทำการอันเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายพระเกียรติยศของสถาบันฯ
  • ให้ผู้ถูกร้องที่ 2 เลิกยินยอมให้ผู้ถูกร้องที่ 1 เลิกกระทำการเป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้ครอบงำ และเป็นผู้สั่งการการดำเนินงานของพรรคผู้ถูกร้องที่ 2
  • ให้ผู้ถูกร้องที่ 2 เลิกยินยอมให้ผู้ถูกร้องที่ 1 ใช้พรรคผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นเครื่องมือควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน สั่งการรัฐบาลให้ดำเนินการตามความต้องการของผู้ถูกร้องที่ 1
  • ให้ผู้ถูกร้องที่ 2 เลิกยินยอมให้ผู้ถูกร้องที่ 1 ใช้เป็นเครื่องมือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศด้วยวิถีทางที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
ศาล

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

นายธีรยุทธให้คำจำกัดความตัวเองว่า “ทนายความอิสระ” แม้ภาพลักษณ์ที่สังคมจดจำเขาได้คือการเป็นทนายความของอดีตพระพุทธะอิสระ แกนนำ กปปส. แต่เขามารับบทเด่นและตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมในวงกว้าง จากการเป็นมือยื่นคำร้อง “คดีก้าวไกลล้มล้างการปกครองฯ” โดยมีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค (ในเวลานั้น) เป็นผู้ถูกร้องที่ 1 และพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เป็นผู้ถูกร้องที่ 2 จากกรณีเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ. …. เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และใช้เป็นนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าเป็นพฤติกรรมเข้าข่ายล้มล้างการปกครองฯ และสั่งให้นายพิธากับพวกเลิกการกระทำ ก่อนที่คำวินิจฉัยดังกล่าวจะกลายเป็น “สารตั้งต้น” ในการยื่นคำร้องใหม่ “คดียุบพรรค” โดยศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรค ก.ก. และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค ก.ก. เป็นเวลา 10 ปี

การลุกขึ้นมายื่นคำร้องของนายธีรยุทธในวันนี้เพื่อเอาผิด “พรรคสีแดง” เดินตามรอยเดิมในกรณี “พรรคสีส้ม” คือ 1. ยื่นคำร้องผ่าน อสส. ก่อน เมื่ออัยการไม่ดำเนินการใด ๆ จึงมายื่นคำร้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ 2. กำหนดตัวผู้ถูกร้อง 2 คน โดยผู้ถูกร้องคนแรกเป็นผู้มีอำนาจบงการสั่งการซึ่งถือเป็น “ตัวการหลัก” และผู้ร้องอีกคนเป็นพรรคการเมือง 3. คำร้องที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ร้องตามมาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญเหมือนกัน โดยขอให้ศาลสั่งให้ยุติการกระทำก่อน 4. หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้พิจารณา และตีความออกมาในทางลบแก่ผู้ถูกร้อง ก็สามารถนำคำวินิจฉัยศาลไปเป็น “หัวเชื้อ” ในการยื่นคำร้องผ่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลสั่งยุบพรรคต่อไป

อย่างไรก็ตาม “นักร้อง” หน้าเดิมกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้หวังผลไปถึงขั้นยุบพรรค เพียงแต่คาดหวังให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งการให้นายทักษิณ และพรรค พท. ยุติการกระทำเท่านั้น

โต้รับงาน พล.อ.ประวิตร แต่เคยปรึกษา ไพบูลย์

ในการยื่นคำร้อง “คดีทักษิณ-เพื่อไทยล้มล้างการปกครองฯ” ในครั้งนี้ นายธีรยุทธอ้างถึงหลักฐาน ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และยกบรรทัดฐานจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญใน 4 คดี ได้แก่ คดีชุมนุมทะลุเพดาน 10 ส.ค. 2563 (ศาลวินิจฉัยเมื่อ 10 พ.ย. 2564) , คดีก้าวไกลล้มล้างการปกครองฯ” (ศาลวินิจฉัยเมื่อ 31 ม.ค. 2567), คดียุบพรรคไทรักธรรม (ศาลวินิจฉัยเมื่อ 19 ต.ค. 2565), คดียุบพรรคก้าวไกล (ศาลวินิจฉัยเมื่อ 14 ส.ค. 2567)

เขาไม่ได้ยื่นคลิปวิดีโอการประชุมใด ๆ แต่เสนอชื่อประจักษ์พยานบุคคล 3-4 รายให้ศาลพิจารณา แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายชื่อ

นายธีรยุทธยอมรับว่า เคยพบปะ พูดคุย ปรึกษานายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรค พปชร. บางประเด็น โดยเล่าให้ฟังว่าจิ๊กซอว์เป็นอย่างนี้ ๆ “ผมศึกษาคำวินิจฉัยคดียุบพรรคไทรักธรรมและคดียุบพรรคก้าวไกลแล้วเห็นบางคำ ก็ถามท่านว่ามันใช่ไหม ท่านบอกว่าเป็นไปได้ ตอบแค่นั้น”

ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่า “รับงาน” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. มาหรือไม่ เขาตอบว่า “ยังไม่เคยเจอตัว ไม่เคยได้คุยสักครั้ง ยังไม่มีโอกาส เราก็คงเป็นแค่คนตัวเล็ก ๆ”

ไพบูลย์ (ขวาสุด) กับ "นายป้อม" พล.อ.ประวิตร

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ไพบูลย์ (ขวาสุด) กับ "นายป้อม" พล.อ.ประวิตร

ทนายความรายนี้บอกด้วยว่า การยื่นคำร้องในวันนี้ ไม่มีเบื้องหลัง เพราะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด เป็นการทำงานเงียบ ๆ คนเดียว โดยใช้เวลาพัฒนาคำร้องนาน 2-3 เดือน เขียน ลบ เอาใหม่ สลับคำเพื่อให้คำร้องรื่นไหล ปวดหัวอยู่นานเหมือนกัน