ลีกฟุตบอลหมู่บ้าน ช่วยชุบชีวิตและฟื้นเศรษฐกิจชาวจีนที่ยากจนได้อย่างไร ?

ที่มาของภาพ, BBC/Katherina Tse
- Author, สตีเฟนส์ แมคโดเนลล์
- Role, ผู้สื่อข่าวประจำประเทศจีน
มันเป็นค่ำคืนที่ร้อนอบอ้าว แต่แฟนบอลหลายพันคนกลับรวมตัวในสนามฟุตบอลหรงเจีย เพื่อชมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของกุ้ยโจว วิลเลจ ซูเปอร์ ลีก
การพบกันระหว่างทีมฟุตบอลจากหมู่บ้านตงเหมินและตังเซียง กลายเป็นจุดไคลแม็กซ์ของการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายการแข่งขันของท้องถิ่น
เทศกาลฟุตบอลประจำหมู่บ้านที่จัดขึ้นรายสัปดาห์ ได้กลายเป็นกระแสไวรัลในประเทศจีน หลังจากปรากฏภาพของแฟน ๆ ที่แต่งกายด้วยชุดชาติพันธุ์ดั้งเดิมกำลังตีกลองและส่งเสียงเชียร์ผู้เล่นที่อาจจะเป็นเกษตรกร นักเรียน และเจ้าของร้านขายของในหมู่บ้าน
คลิปวิดีโอเหล่านี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหลายหมื่นคนทั่วประเทศว่าต้องการมาสัมผัสประสบการณ์เกมแข่งขันด้วยตัวเองในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์
การเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลในลีกหมู่บ้านนั้นไม่มีค่าใช้จ่าย แต่การเดินทางมายังที่นี่นั้นไม่ง่าย ผู้ชมต้องเดินทางผ่านป่าเขา โดยขับรถเป็นระยะเวลาราว 3 ชั่วโมงไปยังภูเขาที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงของจังหวัดกุ้ยหยาง
อย่างไรก็ตาม พบว่าในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวจีนหลายล้านคนได้เดินทางมาที่นี่เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศ ซึ่งมันช่วยเพิ่มรายได้ให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเกือบ 75% จากข้อมูลอย่างเป็นทางการที่สื่อของรัฐบาลรายงานก่อนหน้านี้ โดยส่วนใหญ่แล้วที่พักที่นี่มักเป็นโรงแรมขนาดเล็ก และมักถูกจองล่วงหน้าเต็มทุกครั้งเมื่อมีการแข่งขันเกมใหญ่ ๆ
และนี่คือเรื่องราวของคนตัวเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่

ที่มาของภาพ, BBC/Katherina Tse
นี่เป็นหนึ่งในพื้นที่สุดท้ายของจีนที่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการว่าปลอดจาก “ความยากจนขั้นสุด” โดย 5 ปีที่แล้ว รายได้เฉลี่ยที่ใช้จ่ายได้ของพื้นที่นี้อยู่ 1,350 ดอลลาร์สหรัฐ/ปี (ราว 47,000 บาท/ปี) ในพื้นที่ชนบท แต่หลังจากการจัดตั้งลีกฟุตบอลแห่งใหม่เข้าสู่ปีที่ 2 มันก็สร้างชื่อให้กับที่นี่ และนำความเปลี่ยนมาสู่บ้านเกิดที่แม้แต่ผู้เล่นยังแทบไม่ค่อยอยากจะเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“เราไม่ใช่นักฟุตบอลมืออาชีพ เราก็แค่ชอบเตะบอล” เสิ่น หยาง กล่าว
“แม้ไม่มีวิลเลจ ซูเปอร์ ลีก เราก็เตะบอลกันทุกสัปดาห์อยู่แล้ว หากไม่มีฟุตบอล ผมคงรู้สึกว่าชีวิตมันไม่มีสีสัน”
เสิ่นซึ่งเพิ่งเลิกงานกะดึก เป็นพนักงานซ่อมบำรุงประจำโรงพยาบาลวัย 32 ปี แต่ในสนามบอลนั้นเขาคือหนึ่งในอาวุธโจมตีหลักของหมู่บ้านตงเหมิน
เขาบอกว่าพ่อแม่เคยไม่ชอบที่ตนเองเอาแต่เล่นฟุตบอลเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก แต่ตอนนี้พวกเขาเปลี่ยนในและหันมาชอบกีฬาชนิดนี้แล้วโดยสิ้นเชิง
“พวกเขาไม่ยอมให้ผมไปเตะบอลเลย เขาโยนรองเท้าผ้าใบของผมทิ้ง แต่ตอนนี้เขาตั้งแผงขายไอศกรีมที่ประตูสนามกีฬาแล้ว” เขากล่าวพร้อมกับหัวเราะ
พ่อแม่ของเสิ่นไม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กเพียงรายเดียวเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์จากการแข่งขันฟุตบอลที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนร่ำรวยขึ้นในทันทีทันใด แต่ที่แน่ ๆ คือ งานกีฬาอันแสนรื่นเริงนี้ได้นำโอกาสทางรายได้มาให้ผู้ที่เปิดโรงแรมเล็ก ๆ ของครอบครัว ร้านอาหาร และร้านแผงลอยริมถนนอย่างแน่นอน

ที่มาของภาพ, BBC/Katherina Tse
ตง หย่งเฮง ผู้เล่นจากทีมหมู่บ้านจงเฉิง เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ได้รับประโยชน์จากลีกฟุตบอลนี้ เพราะนอกเหนือไปจากประสบการณ์ของตนเองในสนามแล้ว อดีตคนงานก่อสร้างผู้นี้ยังสามารถเปลี่ยนกระแสนิยมจากวงการฟุตบอลมาเป็นความสำเร็จของธุรกิจครอบครัว
ตงในอายุวัย 35 ปี ครั้งหนึ่งเคยทำงานในร้านเล็ก ๆ ของป้า เพื่อเตรียมข้าวปั้นที่เรียกว่า “หรงเจีย” ซึ่งเป็นของหวานริมถนนอันโด่งดัง
แต่ตอนนี้เขามีร้านเป็นของตัวเองซึ่งเป็นร้านอาหารหลายชั้น นอกจากนี้ยังมีร้านขายเสื้อฟุตบอลพร้อมกับของที่ระลึก
“ผมคิดว่าผู้คนชอบอะไรที่เป็นเอกลักษณ์ของฟุตบอลลีกหมู่บ้าน” เขาบอกกับบีบีซี
“ไม่ใช่แค่ทักษะการเล่นกีฬาของพวกเราเท่านั้น แต่พวกเราทำให้มันเป็นการแสดงที่ไม่มีใครเหมือนด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้นำกองเชียร์ของเรา หรือนักเตะของเรา นักท่องเที่ยวรักสิ่งที่เป็นของแท้และดั้งเดิม”
รัฐบาลกล่าวว่ามีธุรกิจเกิดขึ้นใหม่มากกว่า 4,000 แห่งที่จดทะเบียนขึ้นในภูมิภาคนี้ นับตั้งแต่การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นเมื่อปีที่แล้ว สร้างงานมากกว่าพันตำแหน่งให้กับชุมชนเกษตรกรผู้ยากไร้ และการที่แฟนบอลบางคนแต่งตัวในชุดพื้นเมืองเพื่อเชียร์ทีมของตัวเอง มันก็ทำให้เกมการแข่งขันนี้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
ก่อนเกมรอบชิงจะเริ่มขึ้นในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ผ้าโพกหัวสีเงินของ ปัน เหวินเก ก็สะบัดพลิ้วไหวไปตามจังหวะของร่างกายที่กำลังกระตือรือร้นเตรียมเชียร์ทีมหมู่บ้านตงเหมิน
“เมื่อเราดูเกมการแข่งขัน มันน่าตื่นเต้นมาก พวกเราลุ้นมาก คุณจะรู้สึกได้ว่าหัวใจของคุณเต้นแรง และเมื่อพวกเราชนะ เราก็มีความสุข พากันร้องเพลงและเต้นรำด้วยกัน”

ที่มาของภาพ, BBC/Katherina Tse
แต่สิ่งที่ขวางทางทีมหมู่บ้านตงเหมินอยู่คือทีมของหมู่บ้านตังเซียงซึ่งมีผู้เล่นอายุน้อยกว่าและว่องไวกว่า
กองหน้าดาวเด่นของพวกเขาคือ ลู่ จินฟู ลูกชายคนงานรับจ้างไม่ประจำที่เพิ่งเรียนจบมัธยมปลายมาหมาด ๆ ภายใต้รอยยิ้มที่เขินอาย เขารู้ดีว่าตนเองเป็นจุดสนใจของเด็ก ๆ ในท้องถิ่นที่ต้องการถ่ายรูปเซลฟีกับเขา
“เมื่อผมเริ่มเล่นฟุตบอล ผมก็ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นแบบนี้ ผมไม่ได้คาดคิดว่าเราจะมีบรรยากาศเกมการแข่งขันที่น่าทึ่งแบบนี้” เขาบอก
ในคืนนี้ ทีมของเขาเล่นดีกว่าตงเหมินอย่างมาก โดยลู่สามารถทำประตูได้ 2 ครั้ง และหลังจากสิ้นเสียงเป่านกหวีดบอกหมดเวลา ทีมที่ชนะพากันฉีดน้ำอัดลมใส่กันและกันเพื่อเฉลิมฉลอง ขณะที่ผู้แพ้ก็ไม่ได้กลับบ้านมือเปล่า
“เราชนะได้หมู 2 ตัว ไม่เลวเลย” เสิ่น หยาง กล่าวพร้อมกับยิ้มกว้าง และหากคุณได้เห็นงานปาร์ตี้ของพวกเขาหลังจากนั้น คุณอาจคิดไม่ถึงว่านี่คืองานเลี้ยงสำหรับทีมที่ได้รองชนะเลิศ เพราะมันเต็มไปด้วยอาหารและเครื่องดื่มจำนวนมากที่ตั้งไว้บนโต๊ะกลางแจ้ง ทอดยาวไปบนถนนสายหลักของหมู่บ้านตงเหมิน
ผู้เล่นได้รับการสวมกอดและรอยจูบจากเพื่อนบ้านที่พวกเขาเรียกว่า “บรรดาป้า ๆ” ซึ่งไม่ว่าพวกเขาจะแพ้หรือชนะ แต่ก็ยังถูกมองว่าเป็นวีรบุรษอยู่เสมอ และในท้ายที่สุดแล้ว ปีหน้ายังมีเสมอ











