"พวกเขาถูกเล็งยิงเข้าที่ศีรษะและหน้าอก" เปิดปูมคดียิงสังหารเด็กในฉนวนกาซา

Composite photo showing, on the left, Layan, smiling and wearing a pink T-shirt with her hands raised, and on the right, Shahd, wearing a red jumper with a heart on it, and a black and white headscarf, looking straight at the camera

ที่มาของภาพ, Al-Majdalawi family

คำบรรยายภาพ, ชาฮัด (ขวา) เล่าว่าเธอพยายามเอื้อมมือออกไปจับตัวลายาน (ซ้าย) น้องสาวของเธอเอาไว้ แต่กลับโดนยิงเข้าที่แขน
    • Author, สเตฟานี เฮการ์ที, อับเดลราห์มาน อาบูตาเลบ, วูดดี มอร์ริส, อาเหม็ด นูร์
    • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส

คำเตือน: เนื้อหาในบทความนี้ มีคำบรรยายถึงเรื่องราวการเสียชีวิตของเด็ก ๆ รวมทั้งภาพบาดแผลที่บางภาพเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตด้วย ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้อาจทำให้ผู้อ่านรู้สึกหดหู่ไม่สบายใจได้

เด็กน้อยวัยกำลังหัดเดินเตาะแตะ นอนคว่ำหน้าแน่นิ่งบนถนนแห่งหนึ่งของเมืองกาซาซิตี ขาทั้งสองข้างของเด็กหญิงงอเล็กน้อย และหันศีรษะไปด้านหนึ่งเสมือนว่ากำลังนอนหลับอยู่

มีร่างของชายคนหนึ่งอยู่เคียงข้างเด็กหญิงคนนั้น ด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้าย เขาพยายามจะเอื้อมมือเข้าไปหาเธอ แต่ก็ทำได้เพียงแตะโดนร่างเด็กหญิงที่ด้านข้างอย่างแผ่วเบาเท่านั้น ก่อนที่แขนของเขาจะตกลงกับพื้น ในชั่วขณะที่ชีวิตหลุดลอยไป

คลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ข้างต้น ถูกเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ "อัลอาราบีทีวี" (Al Araby TV) ของกาตาร์ เมื่อช่วงปลายเดือนธ.ค. ปี 2023 รายงานข่าวระบุว่าชายผู้นั้นกับลูกสาวตัวน้อย ถูกมือปืนซุ่มยิงของกองกำลังอิสราเอลสังหาร

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวของอัลอาราบีทีวีไม่ได้ระบุว่า ผู้เสียชีวิตเป็นใครและเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทว่าผลการสืบสวนสอบสวนของทีมข่าวบีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส ในเวลาต่อมา พบว่าสองพ่อลูกผู้เสียชีวิตคือโมฮาเหม็ด อัล มัจดาลาวี กับ "ลายาน" ลูกสาววัยสองขวบของเขา ทั้งคู่ถูกยิงสังหารบนท้องถนนในวันเดียวกัน

ทีมข่าวบีบีซีได้ติดตามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับลายานและเด็ก ๆ อีกกว่า 160 คน ที่ถูกยิงสังหารในสงครามปราบปรามกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ระหว่างช่วงเดือนต.ค. ปี 2023 ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง มาจนกระทั่งถึงเดือนก.ค. ของปีนี้

A still from a video shows a man in a yellow shirt lying on a street next to a young child who is wearing a pink top. Both their heads have been blurred.

ที่มาของภาพ, Al Araby TV

คำบรรยายภาพ, ภาพจากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ "อัลอาราบีทีวี" แสดงให้เห็นร่างของโมฮาเหม็ดและลายาน นอนนิ่งอยู่เคียงข้างกันบนถนน

ที่ผ่านมาทางการอิสราเอลได้สั่งห้าม ไม่ให้ผู้สื่อข่าวจากต่างประเทศเดินทางเข้าไปในฉนวนกาซาตามลำพัง ประกอบกับความเสียหายที่เกิดจากสงครามและการอพยพลี้ภัยของชาวปาเลสไตน์ ทำให้การติดตามสืบข่าวและการรวบรวมข้อมูลเป็นไปอย่างยากลำบาก

ในกรณีของลายานและพ่อของเธอ โพสต์ข้อความและการแสดงความเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ ได้ช่วยให้เราสามารถระบุตำแหน่งของสถานที่เกิดเหตุในคลิปวิดีโอ ทั้งยังสามารถระบุตัวตนของเหยื่อที่ถูกยิงสังหาร และติดตามค้นหาใบมรณบัตรของทั้งสองได้อีกด้วย

ทีมข่าวบีบีซีใช้เวลาหลายเดือน ค้นหาญาติของสองพ่อลูกที่ยังมีชีวิตรอด จนท้ายที่สุดสามารถติดต่อกับ "โซรายยา" แม่ของลายาน รวมทั้ง "อาบูด" และ "ชาฮัด" พี่ชายพี่สาววัยรุ่นของลายานได้สำเร็จ ระหว่างช่วงที่มีการหยุดยิงในเดือนก.พ. ปี 2025 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา สามารถเดินทางได้อย่างอิสระและสะดวกสบายขึ้น สมาชิกในครอบครัวที่ยังเหลืออยู่ของสองพ่อลูกผู้วายชนม์ ได้บอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้สื่อข่าวบีบีซีดังต่อไปนี้

ในช่วงเที่ยงของวันที่ 9 พ.ย. 2023 ครอบครัวของโมฮาเหม็ดพากันเดินทางออกจากโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในค่ายผู้อพยพอัลชาตี หลังเข้าไปหลบภัยการโจมตีทางอากาศ ซึ่งกองทัพอิสราเอลได้สั่งให้มีการอพยพไว้ล่วงหน้า

พวกเขาพากันเดินลงไปทางทิศใต้ของโรงเรียน จากนั้นได้เลี้ยวไปทางตะวันออกเข้าสู่ถนนฮามิด (Hamid Street) และได้พบชายที่เป็นคนท้องถิ่นผู้หนึ่ง ซึ่งบอกกับพวกเขาว่าเส้นทางดังกล่าวปลอดภัยไร้กังวล

ในตอนนั้นชาฮัดซึ่งยังมีอายุเพียง 12 ปี บอกว่าเธอไม่พบสัญญาณของการต่อสู้ในละแวกใกล้เคียงเลย "พวกเราเดินจับกลุ่มมาด้วยกัน แต่พ่อกับลายานรั้งท้ายอยู่ด้านหลัง เพราะพ่อกำลังเล่นหยอกล้อและร้องเพลงกับเธอ"

เมื่อพวกเขาเดินมาถึงแยกแห่งหนึ่งที่ตัดกับถนนอีกสายด้านซ้ายมือ ชาฮัดบอกว่าพวกเขาสังเกตเห็นรถถังคันหนึ่งบนถนนสายนั้น ทำให้พวกเขาออกวิ่งในทันที ทว่าพ่อของเธอซึ่งอยู่ด้านหลังกลับวิ่งหนีได้ช้ามาก เพราะต้องอุ้มลายานหนีไปด้วย

"เมื่อเราเหลียวกลับไปมอง ก็เห็นว่าพ่อลงไปนอนอยู่กับพื้นแล้ว" ชาฮัดเล่า เธอยังบอกว่าตนเองกับพี่ชายได้วิ่งกลับไปช่วยพ่อ ทำให้เห็นว่าพ่อถูกยิงอย่างชัดเจน "ฉันพยายามเอื้อมมือออกไปจับตัวน้องสาวเอาไว้ แต่กลับถูกยิงเข้าที่แขน ในตอนนั้นพ่อร้องตะโกนให้พวกเราทิ้งเขาไว้แล้วรีบหนีไป"

แม้ชาฮัดกับแม่และพี่ชายจะสามารถหนีรอดมาได้ แต่พวกเขาไม่ได้พบกับโมฮาเหม็ดและลายานอีกเลย

ทีมข่าวบีบีซีได้ภาพถ่ายดาวเทียมของจุดเกิดเหตุ ซึ่งบันทึกไว้ในเวลา 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่เกิดเหตุยิงสังหารดังกล่าว ซึ่งเป็นช่วงเวลาราวสองชั่วโมงก่อนที่โมฮาเหม็ดและลายานจะถูกยิงเสียชีวิต แต่เนื่องจากบีบีซีไม่มีสิทธิเผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมนี้โดยตรง จึงได้สร้างแผนภาพขึ้นมาใหม่จากข้อมูลต้นฉบับแทน

แผนภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า มีกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) อยู่ทางทิศเหนือห่างออกไปจากครอบครัวของโมฮาเหม็ดเพียง 280 เมตร ทั้งยังมีรถถังคันหนึ่งจอดอยู่บนถนนสายที่ชาฮัดบอกว่าได้เห็นรถถังด้วย

สถานที่ซึ่งโมฮาเหม็ดและลายานถูกยิง (จุดสีแดง) อยู่บนถนนฮามิด ห่างออกไปไม่ไกลมีรถถังและยานยนต์ทางทหารของกองทัพอิสราเอล (สี่เหลี่ยมเล็กสีเขียวและสีแดงที่ด้านขวาของภาพ) ตามคำบอกเล่าของชาฮัดอยู่จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีอาคารสูงสองแห่งอยู่ใกล้กับรถถังด้วย (ที่มา: แผนภาพที่บีบีซีสร้างขึ้น จากภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2023)

สจวร์ต เรย์ นักวิเคราะห์การทหาร จากบริษัทข้อมูลข่าวกรองด้านการประกันภัยแม็กเคนซีย์ในกรุงลอนดอน ได้ตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมข้างต้น และได้ชี้ให้เห็นตำแหน่งที่ตั้งของรถถัง, ยานยนต์หุ้มเกราะ, รถขุดของทหาร, และสนามเพลาะที่เกิดจากการขุดทรายด้วย

นักวิเคราะห์ผู้นี้ยังชี้ว่า จุดที่พ่อลูกชาวปาเลสไตน์ถูกยิง มีอาคารที่สูงที่สุดในละแวกดังกล่าวตั้งอยู่ถึงสองแห่ง ซึ่งเขาคาดว่าน่าจะเป็นตำแหน่งของฐานที่มั่นที่กองกำลังอิสราเอลจัดตั้งขึ้น และน่าจะมีหน่วยทหารราบประจำการอยู่ด้วย

ทีมข่าวบีบีซีได้นำคลิปวิดีโอทั้ง 3 คลิปของโมฮาเหม็ดและลายาน ที่เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์อัลอาราบีทีวี ไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติพยาธิวิทยา (forensic pathologist) หรือแพทย์นิติเวชที่มีประสบการณ์ด้านบาดแผลจากสงครามตรวจสอบ พวกเขาต่างชี้ว่าสองพ่อลูกถูกยิงสังหารด้วยอาวุธปืนอย่างแน่นอน

ศาสตราจารย์เดอร์ริก พาวน์เดอร์ อดีตหัวหน้าภาควิชาพยาธิวิทยาของมหาวิทยาลัยดันดี ชี้ว่าตำแหน่งและท่าทางของศพยืนยันว่า โมฮัมเหม็ดที่กำลังอุ้มลูกน้อยอยู่ได้ล้มคว่ำลงอย่างกะทันหัน ซึ่งต่างจากการถูกผลักให้ร่างกระเด็นและล้มลงเพราะแรงระเบิดอย่างมาก

นอกจากนี้ศ.พาวน์เดอร์ยังชี้ว่า ศพของโมฮาเหม็ดและลายาน ไม่ปรากฏบาดแผลหรือร่องรอยการบาดเจ็บสาหัสขนาดใหญ่ที่เห็นได้อย่างชัดเจน "ดังนั้นบาดแผลที่ทำให้เสียชีวิต จะต้องเป็นบาดแผลที่ดูเหมือนมีขนาดเล็กจากภายนอก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักได้แก่การถูกยิงด้วยกระสุนปืน และการถูกยิงด้วยกระสุนความเร็วสูงจากปืนยาวไรเฟิลของทหาร ทิ้งร่องรอยไว้แค่รูเล็ก ๆ ตรงจุดที่เจาะเข้าผิวหนัง แต่สามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงแก่อวัยวะภายในได้"

เมื่อบีบีซีนำเสนอผลการสืบสวนข้างต้นกับกองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ทางโฆษกของกองกำลังไอดีเอฟได้ตอบกลับมาว่า "ทหารอิสราเอลได้ออกปฏิบัติการต่อต้านองค์กรก่อการร้าย ในพื้นที่เขตเมืองซึ่งมีสภาพแวดล้อมซับซ้อน ดังนั้นการโจมตีผิดตัวหรือทำให้พลเรือนเป็นอันตรายโดยไม่ได้เจตนา จึงอาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างการสู้รบ"

โฆษกของไอดีเอฟยังแถลงต่อบีบีซีว่า "หากมีข้อสงสัยที่น่าเชื่อถือได้ว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอลปฏิบัติการโดยขัดต่อคำสั่งและค่านิยมของทางกองทัพ จะมีการตรวจสอบเหตุการณ์นั้นด้วยความเคร่งครัดจริงจังในระดับที่เหมาะสม เราได้บันทึกข้อมูลรายละเอียดของกรณีนี้เอาไว้แล้ว และจะมีการตรวจสอบอีกครั้งโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีความสามารถ"

Mira (left) in a yellow T-shirt, her brown hair is tied back with pink hair clips, smiling with her arms around Saeed's neck. He has brown hair and a short beard and moustache. They are both looking at the camera

ที่มาของภาพ, Tanboura family

คำบรรยายภาพ, ซาอีด (ขวา) บอกว่า มีรา ลูกสาวของเขาถูกยิงในระหว่างเส้นทางการอพยพ ราวหนึ่งกิโลเมตรจากจุดตรวจของกองทัพอิสราเอล

เหตุการณ์ยิงสังหารเด็กอีกกรณีหนึ่งที่บีบีซีได้ลงมือตรวจสอบ เป็นการเสียชีวิตของเด็กหญิงมีรา ตันบูรา วัย 6 ขวบ ซึ่งนายซาอีดพ่อของเธอบอกว่า ลูกสาวถูกยิงเข้าที่แผ่นหลังซึ่งตรงกับตำแหน่งของหน้าอกพอดี เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2023 โดยเหตุเกิดใกล้กับจุดตรวจของกองกำลังไอดีเอฟ บนถนนซาลาห์ อัล ดิน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองกาซาซิตี

ถนนซาลาห์ อัล ดิน คือถนนสายหลักที่เป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ในแนวเหนือ-ใต้ ของฉนวนกาซา ซึ่งกองทัพอิสราเอลได้กำหนดให้เป็นเส้นทางอพยพของพลเรือนที่พลัดถิ่นมาจากทางตอนเหนือ

ก่อนเกิดเหตุในวันดังกล่าว ซาอีดกับครอบครัวเพิ่งถูกตรวจค้นตัวโดยทหารที่จุดตรวจแห่งหนึ่ง หลังอพยพหนีภัยมาจากทางตอนเหนือของฉนวนกาซา แต่เมื่อพวกเขาเดินออกจากจุดตรวจแห่งนั้นไปไกลกว่า 1 กิโลเมตร เพียงเล็กน้อย ในขณะที่ซาอีดกำลังพูดคุยกับคนขับรถบัส และมีรากำลังยืนรออยู่กับบรรดาญาติพี่น้อง โดยยืนห่างออกไปจากพ่อเพียงไม่กี่เมตร

"ผมหันไปเห็นมือปืนซุ่มยิง กำลังใช้อาวุธปืนยิงมีราลูกสาวของผม กระสุนเจาะเข้าที่หัวใจของเธอพอดี" ซาอีดเล่า "ผมมั่นใจว่าเป็นมือปืนสไนเปอร์ เพราะยิงกระสุนเพียงนัดเดียวก็โดนหัวใจแล้ว ทำให้เธอมีเลือดออกมากทั้งทางปากและจมูก"

ซาอีดยังเล่าว่า เขารีบนำตัวลูกสาวส่งโรงพยาบาลอัลอาวดา ที่เมืองเดอีร์ ดัล บาลาห์ แต่แพทย์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบอกว่าเธอเสียชีวิตแล้ว บีบีซีได้เห็นภาพศพของมีราที่ถูกห่อด้วยผ้าขาว โดยเผยให้เห็นเพียงใบหน้าและมีรอยเลือดเปรอะเปื้อนผ้าตรงบริเวณหน้าอก

ภาพถ่ายดาวเทียมจากจุดที่มีราถูกยิง ซึ่งบันทึกไว้ก่อนเกิดเหตุหนึ่งวัน แสดงให้เห็นฐานที่มั่นของกองกำลังไอดีเอฟตรงบริเวณจุดตรวจ นอกจากนี้ คลิปวิดีโอที่กองกำลังอิสราเอลได้เผยแพร่ไว้เองทางออนไลน์เมื่อสองวันก่อน ยังยืนยันว่ามีทหารอยู่ตรงที่มีราถูกยิงสังหารจริง

บริเวณที่ "มีรา" ถูกยิง (จุดซ้ายสุดของภาพ) อยู่บนถนนซาลาห์ อัล ดิน (ถนนสายยาวตรงกลางภาพ) ห่างจากจุดตรวจของกองกำลังอิสราเอล (จุดขวาสุดของภาพ) ราว 1 กม. บริเวณที่ใกล้กับร่างของมีรา ยังมีกลุ่มอาคารและเนินทรายที่ก่อเป็นแนวป้องกันของทหาร (ที่มา: บริษัท Maxar Technologies)

ช่างภาพของบีบีซีแผนกภาษาอาหรับ จีฮัด เอล มัชฮราวี และครอบครัวของเขา เคยเดินทางผ่านจุดตรวจดังกล่าว ก่อนที่ครอบครัวตันบูราจะมาถึงในอีกสองวันต่อมา มัชฮราวีบอกว่าเขาเห็น "กองทหารอยู่บนเนินทรายใกล้จุดตรวจ ทั้งยังมีทหารซุ่มอยู่ในซากปรักหักพังของบ้านเรือน บ้างก็นั่งหรือนอนคว่ำโดยจับอาวุธพร้อมยิงตลอดเวลา"

ช่างภาพของบีบีซียังบอกว่า เขาเห็นมือปืนซุ่มยิงหรือสไนเปอร์รวมทั้งทหารคนอื่น ๆ ประจำการอยู่ห่างจากจุดตรวจ 1-2 กิโลเมตร ทางฝั่งตะวันออกของถนนซาลาห์ อัล ดิน โดยหลบอยู่ในซากอาคารที่ถูกทำลาย หรือไม่ก็หลบอยู่หลังเนินทรายที่ใช้เป็นแนวป้องกัน

ซาอีดกลับไปดูสถานที่เกิดเหตุอีกครั้งพร้อมกับทีมข่าวบีบีซี ในช่วงที่มีการประกาศหยุดยิง เขาเล่าว่าในตอนที่มีราถูกยิงนั้น เขาเห็นทหารอิสราเอลอยู่ทางฝั่งตะวันออกของถนนสายดังกล่าว "พวกเขากำลังเล็งปืนมาที่เรา"

พ่อของมีราชี้ไปยังทิศทางที่เชื่อว่ากระสุนถูกยิงออกมา ซึ่งในภาพถ่ายดาวเทียมมีเนินทรายที่เป็นแนวป้องกันของทหารตั้งอยู่ ทว่าบีบีซีกลับไม่พบรายงานการสู้รบระหว่างกองกำลังอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ตรงพื้นที่บริเวณใกล้จุดตรวจตอนที่มีราถูกยิงเลย ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่า มีราไม่ได้บังเอิญถูกลูกหลงจากการยิงปะทะ

"กองทัพอิสราเอลบอกเราว่า พวกเขาได้จัดเตรียมเส้นทางอพยพที่ปลอดภัยเอาไว้ให้แล้ว ซึ่งก็คือถนนซาลาห์ อัล ดิน แต่หลังจากที่บอกพวกเราให้มุ่งหน้าไปตามถนนสายนั้น พวกเขากลับลงมือสังหารเด็กไร้เดียงสา" ซาอีดกล่าว

หลังจากที่บีบีซีได้แจ้งต่อกองกำลังไอดีเอฟถึงข้อกล่าวหาข้างต้น ทางโฆษกของกองทัพอิสราเอลได้ตอบกลับมาว่า "ข้อกล่าวหาที่ว่าทหารอิสราเอลทำร้ายพลเรือนนั้น ด้วยตัวของมันเองแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องบ่งชี้ถึงการละเมิดกฎหมายเสมอไป" อย่างไรก็ตาม ทางกองกำลังไอดีเอฟบอกด้วยว่า จะให้เจ้าหน้าที่ผู้มีความสามารถตรวจสอบกรณีนี้อีกครั้ง เหมือนกับในกรณีของหนูน้อยลายาน

บรรดาแพทย์ในฉนวนกาซา ต่างก็เคยร้องเรียนเกี่ยวกับการยิงสังหารเด็กมาก่อนหน้านี้แล้ว ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นสงครามเลยก็ว่าได้ ซึ่งในการรายงานข่าวสืบสวนสอบสวนครั้งนี้ บีบีซีได้พูดคุยสอบถามความเห็นกับแพทย์และพยาบาลถึง 30 คน โดยมีการตรวจสอบภาพนิ่งและคลิปวิดีโอกว่าร้อยชิ้น รวมถึงภาพสแกนและบันทึกทางการแพทย์จำนวนมากที่พวกเขาเปิดเผยกับบีบีซีด้วย

ศ.นพ.นิซัม มาโมดี อดีตแพทย์ผู้ให้คำปรึกษาของสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) และศัลยแพทย์ปลูกถ่ายอวัยวะมือฉมังของอังกฤษ ซึ่งเคยทำงานอาสาในฉนวนกาซาเป็นเวลาหนึ่งเดือน ในช่วงเดือนส.ค. ปี 2024 บอกว่า "เราได้พบกรณีการยิงสังหารจำนวนมาก ทั้งที่ยิงเข้าศีรษะหรือทรวงอก ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็ก ๆ รวมอยู่ด้วย"

ศ.นพ.มาโมดีบอกว่า การบาดเจ็บที่ศีรษะส่วนใหญ่จะได้รับการรักษาโดยประสาทศัลยแพทย์ ทว่าหนึ่งในภาพเอกซเรย์ที่เขาเคยเห็นนั้นชี้ว่า "มีกระสุนปืนฝังอยู่ในศีรษะของเด็กสามขวบจริง ๆ"

ศัลยแพทย์ผู้นี้ยังบอกอีกว่า เขาจดจำไม่ได้ชัดเจนว่ามีเด็กถูกยิงที่เขาเคยพบเห็นในตอนนั้นกี่ราย แต่เดาว่าน่าจะมีมากกว่า 20 คนขึ้นไป

Three images from medical scan material showing children's heads - a bullet can be seen in the neck of the first, the lower, central part of the head of the second, and just above the ear in the head of the third.

ที่มาของภาพ, Dr Mimi Syed (left and right) / Dr Razan Al-Nahhas (centre)

คำบรรยายภาพ, ภาพสแกนทางการแพทย์ เผยให้เห็นลูกกระสุนที่ฝังอยู่ในศีรษะของเด็กสามคน ซึ่งมีอายุ 12 ปี, 8 เดือน, และ 4 ปี (ตามลำดับจากซ้ายไปขวา) บีบีซีไม่สามารถตรวจสอบผลการรักษาของเด็กทุกคนได้ แต่พบว่าเด็กที่อายุ 8 เดือนเสียชีวิต ส่วนเด็กที่อายุ 4 ปี รอดชีวิตมาได้

บีบีซียังได้รวบรวมปากคำของพยานในที่เกิดเหตุ รวมทั้งรายงานข่าวที่ได้รับการยืนยันความถูกต้องจากสื่อสำนักต่าง ๆ และคำบอกเล่าจากสมาชิกในครอบครัวของเหยื่อที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งบางคนได้บอกเล่าเรื่องราวของตนผ่านทางองค์กรพิทักษ์สิทธิมนุษยชน

เราได้พบหลักฐานที่เป็นเอกสารยืนยันอาการบาดเจ็บจากแพทย์ ซึ่งเป็นของเด็กที่ถูกยิงทั้งหมด 168 ราย ในจำนวนนี้มีถึง 95 กรณี ที่เด็กถูกยิงเข้าที่ศีรษะหรือหน้าอก โดยมีถึง 67 ราย ที่อายุต่ำกว่า 12 ปี

ในบรรดาหนูน้อยที่ตกเป็นเหยื่อกระสุนโดยถูกยิงเข้าที่ศีรษะหรือหน้าอก มี 59 ราย ที่บีบีซีสามารถได้ปากคำยืนยันจากพยานผู้เห็นเหตุการณ์โดยตรง หรือไม่ก็ได้ปากคำยืนยันจากแพทย์และนักวิจัยด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งในจำนวนนี้ถึง 57 กรณี มีการกล่าวหาว่ากองกำลังไอดีเอฟของอิสราเอลเป็นผู้ยิงสังหารเด็ก มีเพียงสองกรณีเท่านั้น ที่เชื่อว่าเด็กถูกยิงด้วยฝีมือชาวปาเลสไตน์ด้วยกัน โดยกรณีหนึ่งเด็กโดนลูกหลงจากกระสุนที่ยิงในงานเฉลิมฉลอง และอีกกรณีหนึ่งถูกลูกหลงจากการยิงปะทะของแก๊งอันธพาลที่เป็นคู่อริกัน

อย่างไรก็ตาม บีบีซีไม่สามารถได้ปากคำพยาน รวมถึงข้อมูลรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน 36 กรณีที่เหลือ เนื่องจากไม่อาจจะเข้าไปรายงานข่าวในฉนวนกาซาได้ ส่งผลให้การแกะรอยติดตามข้อมูลของหนูน้อยที่เป็นเหยื่อกระสุนทำได้ยากยิ่ง

"โลกไม่อาจยอมรับการทำสงครามแบบนี้ได้ เพราะมันส่งผลกระทบรุนแรงต่อเด็ก" แมตธิว มอร์ริส ผู้แทนจากคณะกรรมการกาชาดสากลกล่าว "มีเด็กถูกสังหารและได้รับบาดเจ็บในบ้านของตนเอง ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในเต็นท์ผู้อพยพหรือเดินอยู่บนท้องถนนก็ตาม"

A crowd of people walking along a road in Gaza on 10 November 2023. In the foreground, two men are carrying young children, one with a child on his shoulders and a pink backpack strapped to his front. Next to them, a woman is walking next to an older child. Behind of them a crowd stretches as far along the road as it is possible to see.

ที่มาของภาพ, Ahmed Zakot/SOPA Images/LightRocket/Getty

คำบรรยายภาพ, ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากอพยพออกจากทางตอนเหนือของฉนวนกาซา ในช่วงปลายปี 2023 หลังจากที่อิสราเอลมีคำสั่งให้พวกเขาออกจากพื้นที่

แม้เราจะไม่มีหลักฐานที่พิสูจน์ยืนยันถึงเจตนาที่แท้จริงของทหารอิสราเอล แต่กรณีการยิงสังหารเด็กอย่างมีราและลายาน ทำให้เกิดข้อสงสัยต่อวิธีดำเนินปฏิบัติการทางทหารของพวกเขาในฉนวนกาซา

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชน "บเซเลม" (B'tselem) ของอิสราเอล ได้รายงานถึงเรื่องที่กองกำลังอิสราเอลในฉนวนกาซา ดำเนินปฏิบัติการทางทหารอย่างไร้ระเบียบกฎเกณฑ์

พลทหารนายหนึ่งที่ใช้นามสมมติว่า "เค" (K) ซึ่งได้เข้าประจำการในฐานะกำลังสำรองที่ฉนวนกาซา เมื่อช่วงต้นปี 2024 บอกว่ามีเหตุการณ์ถึง 4 ครั้ง ที่หน่วยของเขาลงมือสังหารพลเรือนที่ไม่มีอาวุธ ในจำนวนนี้รวมถึงเด็กชายสองคนที่เพิ่งย่างเข้าสู่วัยรุ่นด้วย

พลทหารเคยังเล่าว่า กฎเกณฑ์โดยทั่วไปของถนนสายหลักที่เชื่อมต่อระหว่างตอนเหนือกับตอนใต้ของฉนวนกาซานั้น "ถือว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นเขตปลอดภัย และจะไม่มีการยิงต่อสู้กัน ส่วนคนที่อยู่นอกเส้นทางที่เป็นระเบียงมนุษยธรรมนี้ สามารถยิงสังหารได้ทุกเมื่อ นั่นคือคำสั่งที่เราได้รับมา"

"ผู้บังคับบัญชาของเรารับรองเป็นมั่นเหมาะถึงกฎข้อนี้ แน่นอนว่าห้ามยิงผู้หญิงและเด็กอย่างเด็ดขาด ให้พยายามควบคุมตัวพวกเขาไว้ อย่าทำอะไรโง่ ๆ"

แต่เมื่อนานวันเข้ากฎเกณฑ์ดังกล่าวก็ถูกละเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่หน่วยของเขาสูญเสียกำลังพลจากการยิงต่อสู้ ทัศนคติของเหล่าทหารก็เริ่มแข็งกร้าวขึ้น "ทุกคนคิดแค่ว่าจะต้องทำลายล้างทุกสิ่ง ฆ่าทุกคนที่เห็นให้หมด"

เมื่อบีบีซีนำเสนอข้อมูลหลักฐานที่ได้จากการสืบสวนกรณีของมีราและลายาน ต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารและผู้เชี่ยวชาญกฎหมายสงคราม พวกเขาบอกว่ามันทำให้เกิดข้อสงสัยต่อเจตนาของทหารอิสราเอล ว่าก่อเหตุยิงสังหารเด็กด้วยความประมาทเลินเล่อ, บุ่มบ่ามไม่ยั้งคิด, หรือจงใจยิงเอาชีวิตกันแน่

เวส ไบรอัน นักวิเคราะห์การทหารซึ่งเคยอยู่ในหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพสหรัฐฯ และเคยเป็นที่ปรึกษาของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในเรื่องการปกป้องพลเรือนมาก่อน ได้ให้คำอธิบายต่อประเด็นนี้ว่า "ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ทหารมืออาชีพมีพันธกิจในการตรวจสอบก่อนยิงว่า เป้าหมายที่จะโจมตีนั้นเป็นใครกันแน่ โดยต้องแน่ใจว่าคนที่จะถูกยิงเป็นนักรบของฝ่ายศัตรูตามกฎหมาย ไม่ใช่พลเรือน"

"ดังนั้นเมื่อมีเด็กจำนวนมากถูกยิง ซ้ำยังถูกเล็งเป้ายิงที่ศีรษะ นั่นแสดงว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติขั้นร้ายแรงเกิดขึ้นแล้ว" นักวิเคราะห์การทหารชาวอเมริกันกล่าว

ดร.จานีนา ดิล อาจารย์ผู้สอนวิชากฎหมายระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด บอกว่าประเด็นเรื่องการตัดสินใจเล็งเป้าโจมตีของทหารนั้น ในมุมมองของกฎหมายระหว่างประเทศแล้ว "บ่อยครั้งยากที่จะตัดสินถูกผิดได้ว่า ข้อสรุปทางกฎหมายที่ชัดเจน หรือแม้แต่ข้อสรุปเบื้องต้นของประเด็นนี้คืออะไรกันแน่ เพราะเราอยู่วงนอกห่างไกลจากสถานการณ์จริง จึงไม่อาจค้นพบหลักฐานทั้งหมดที่จะนำมาประกอบการพิจารณาได้"

"ทว่าในกรณีนี้ หลักฐานที่ปรากฏชี้ชัดว่ามีการละเมิดกฎหมายอย่างร้ายแรงยิ่ง ซ้ำยังมีโอกาสเป็นได้กระทั่งอาชญากรรมสงครามด้วยซ้ำ ซึ่งกรณีเช่นนี้หาพบได้ยากมาก" ดร.ดิลกล่าว

ด้านกองกำลังไอดีเอฟของอิสราเอล ชี้แจงต่อบีบีซีถึงเรื่องนี้ว่า "การทำร้ายพลเรือนอย่างจงใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำร้ายเด็ก ได้ถูกสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด ทั้งยังขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศและคำสั่งทหารของกองกำลังไอดีเอฟอีกด้วย"

ถ้อยแถลงของกองกำลังอิสราเอลยังระบุว่า ที่ผ่านมากลุ่มฮามาสใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้หญิงและเด็ก ส่วนเหตุการณ์ใด ๆ ที่สร้างความสงสัยว่า ทหารอิสราเอลมีพฤติกรรมขัดขืนคำสั่ง หรือกระทำการที่ไม่สอดคล้องกับค่านิยมของทางกองทัพนั้น จะมีการตรวจสอบโดยกองสืบสวนอาชญากรรมของกรมทหารพระธรรมนูญต่อไป

A photo of the head, neck and shoulders of a male teenager, positioned lying on his side with his head supported. A small, slit-shaped wound can be seen in the back of the neck.

ที่มาของภาพ, Dr Ammar Darwish

คำบรรยายภาพ, กรณีของเด็กวัยรุ่นซึ่งรอดชีวิตจากการถูกยิงที่คอ นับเป็นส่วนหนึ่งของพยานหลักฐานที่บีบีซีรวบรวมมาได้

ในบรรดาเด็กที่ถูกยิง 168 กรณีนั้น บีบีซีได้ทราบมาว่ามีอย่างน้อย 90 ราย ที่ได้เสียชีวิตไป แต่เนื่องจากระบบการรักษาพยาบาลของฉนวนกาซาถูกทำลายจนเสียหายหนัก จึงไม่อาจจะสืบทราบได้อย่างแน่นอนว่า เด็กที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงนั้น ท้ายที่สุดแล้วมีกรณีที่เด็กเสียชีวิตเป็นจำนวนเท่าใดกันแน่

กระทรวงสาธารณสุขของปาเลสไตน์ที่บริหารโดยกลุ่มฮามาส ระบุว่ามีเด็กอย่างน้อย 50,000 คนแล้ว ที่ได้รับบาดเจ็บหรือต้องเสียชีวิตไป นับตั้งแต่สงครามครั้งนี้ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเกือบสองปีก่อน หลังจากที่กลุ่มฮามาสบุกโจมตีข้ามพรมแดนเข้าไปในอิสราเอล ในวันที่ 7 ต.ค. 2023 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 1,200 คน และถูกจับเป็นตัวประกันอีก 251 คน

ครอบครัวของหนูน้อยที่เป็นเหยื่อกระสุนปืนบอกกับบีบีซีว่า พวกเขาหมดสิ้นความหวังในการที่จะเรียกร้องหาความยุติธรรมให้กับลูกหลาน บางครอบครัวไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะฝังร่างหรือทำพิธีศพให้กับเด็ก ๆ ด้วยซ้ำ

ร่างไร้วิญญาณของลายานกับพ่อของเธอ ถูกทิ้งให้นอนอยู่บนถนนฮามิดเป็นเวลานานหลายวัน จนกระทั่งสองสัปดาห์ต่อมา เพื่อนบ้านของพวกเขาจึงได้มีโอกาสนำร่างของทั้งสองไปฝัง ระหว่างที่มีการประกาศหยุดยิงช่วงสั้น ๆ

เมื่อบีบีซีติดต่อไปยังครอบครัวของสองพ่อลูกในอีกหนึ่งปีต่อมา จึงได้ทราบว่าพวกเขาไม่เคยล่วงรู้เลย ว่ามีคลิปวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์ในตอนที่ลายานและโมฮาเหม็ดเสียชีวิตอยู่ด้วย

รายงานเพิ่มเติมโดย ไชนา ออปเพนไฮเมอร์