ฟังเหตุผลทนายส่วนตัว หลังทักษิณจะไม่ไปศาลฎีกาฯ วันไต่สวนคดีบังคับโทษจำคุก "ชายชั้น 14"

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดพร้อมหรือนัดไต่สวน "คดีชั้น 14" วันศุกร์นี้ (13 มิ.ย.) โดยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะไม่เดินทางไปขึ้นศาลด้วยตนเอง แต่มอบหมายทีมทนายไปแทน
นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ คือผู้ยืนยันข้อมูลนี้กับบีบีซีไทย
เขาบอกด้วยว่า ศาลอนุญาตให้ขยายเวลาในการส่งเอกสารคำชี้แจงออกไปเป็นภายใน 23 มิ.ย. ตามที่ทนายความของนายทักษิณยื่นคำขอไป แต่การนัดไต่สวนจะยังเกิดขึ้น 13 มิ.ย. ตามเดิม โดยตนจะเดินทางไปยังศาลฎีกาฯ ตามนัด
ส่วนสาเหตุที่นายทักษิณไม่เดินทางไปศาลเอง นายวิญญัติกล่าวว่า ส่วนหนึ่งเป็นคำแนะนำของทีมทนายความ และอีกส่วนหนึ่งต้องดูว่าหมายแจ้งคำสั่งศาลสั่งไว้อย่างไร ซึ่งศาลให้ทำคำชี้แจงภายใน 30 วัน ดังนั้นหน้าที่ของเราก็คือชี้แจงไป ส่วนตัวอดีตนายกฯ ไม่ได้มีหมายเรียกให้ไปศาล มีทีมทนายอยู่แล้วก็ทำหน้าที่ของตนเองไป
"คดีนี้ท่าน [นายทักษิณ] ไม่ได้เป็นจำเลยแล้ว แต่มีหมายแล้วใช้สถานะจำเลยตามคดีเดิม" นายวิญญัติอธิบาย
การเปิดศาลไต่สวนคดีนี้เกิดขึ้น "เมื่อความปรากฏต่อศาลว่า อาจมีการบังคับตามคำพิพากษาที่ไม่เป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดของศาลนี้ ศาลย่อมมีอำนาจในการไต่สวน และมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร"
ศาลฎีกาฯ ตั้งองค์คณะ 5 คนให้ดำเนินการไต่สวนการบังคับโทษจำคุกของนายทักษิณที่ไปรักษาตัวที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ หรือที่รู้จักในชื่อ "คดีชั้น 14"
ก่อนหน้านี้เมื่อ 30 เม.ย. ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำสั่งกรณีนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลดำเนินการไต่สวนการบังคับโทษจำคุกแก่นายทักษิณ เนื่องจากไม่ได้ถูกจำคุกตามคำพิพากษา และถูกส่งไปพักรักษาตัวที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจโดยมิชอบ แต่ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ร้องไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการบังคับโทษจำคุก ไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในชั้นบังคับตามคำพิพากษา จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาล
อย่างไรก็ตาม เมื่อความปรากฏต่อศาล จึงเห็นควรให้ 1. ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์ (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.) และจำเลย (นายทักษิณ ชินวัตร) แล้วให้โจทก์และจำเลยแจ้งต่อศาลว่ามีข้อเท็จจริงตามที่กล่าวอ้างในคำร้องหรือไม่อย่างไร 2. ส่งสำเนาคำร้องให้ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาของศาลว่าการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบังคับโทษจำคุกแก่จำเลยเป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดของศาลหรือไม่อย่างไร ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 6
ศาลให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจัดทำคำชี้แจงข้อเท็จจริงแจ้งให้ศาลทราบ พร้อมแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งศาล
โต้แย้งข้อแรกปม "ไม่ป่วยจริง"

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
สำหรับขั้นตอนในวันที่ 13 มิ.ย. นายวิญญัติระบุว่า การนัดพร้อม เพื่อให้คู่ความดูว่าจากนี้จะมีกระบวนการอะไรของศาลในคดีที่ศาลมีหมาย ถ้ามีกระบวนการอะไร ศาลก็คงจะมีคำสั่งให้ชัดเจนในวันนั้น แต่แนวทางโดยปกติคือ ศาลจะดูว่าคำชี้แจงและหลักฐานต่าง ๆ เพียงพอหรือไม่ ถ้าเพียงพอแล้วก็อาจมีคำสั่งนัดฟังคำพิพากษาออกมา หรือถ้าข้อเท็จจริงจากการไต่สวนยังไม่เพียงพอ ศาลอาจจะนัดไต่สวนโดยเรียกบุคคลอื่นเพิ่มเติม ทั้งนี้เป็นดุลพินิจศาล
ทนายความประจำตัวนายทักษิณปฏิเสธจะเปิดเผยรายละเอียดของคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวอ้างตามคำร้อง เพราะอยู่ระหว่างการเรียบเรียงและขอคัดเอกสาร แต่ประเด็นที่ต้องโต้แย้งแน่นอนเป็นประการแรก ๆ คือข้อกล่าวหาเรื่อง "ไม่ป่วยจริง"
เมื่อให้ประเมินว่า มติของที่ประชุมแพทยสภาที่สั่งลงโทษแพทย์ 3 คนที่รักษานายทักษิณ จะส่งผลต่อการไต่สวนคดีชั้น 14 ในศาลแค่ไหนอย่างไร นายวิญญัติไม่ขอประเมินเรื่องนี้ แต่เห็นว่ามติแพทยสภาเป็นมติเกี่ยวกับการตรวจสอบมาตรฐานและจริยธรรมของแพทย์ และในการตรวจสอบ ก็ไม่เคยเห็นแพทยสภาออกมาปฏิเสธว่านายทักษิณไม่ป่วยจริง จึงไม่ใช่ประเด็นที่จะนำมาพิจารณาในวันที่ 13 มิ.ย.
"เขา [แพทยสภา] ไม่ได้ตรวจสอบว่าท่านป่วยจริงไหม ติดคุกชอบหรือไม่ชอบ จึงเป็นคนละประเด็นกัน ดังนั้นการพิจารณาของแพทยสภาจึงไม่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีของศาลฎีกาฯ" นายวิญญัติกล่าว แต่เขาพบว่ามี "คนพยายามเชื่อมโยง" 2 กรณีนี้เพราะเป็นเรื่องทางการเมือง
"คดีประวัติศาสตร์" ?
ส่วนการเปิดศาลไต่สวนคดีชั้น 14 ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์หรือไม่ที่ศาลใช้อำนาจ "บังคับโทษ"
ทนายความของนายทักษิณตอบว่า ที่ผ่านมา ไม่แน่ใจว่าศาลได้เข้ามาใช้อำนาจตรวจสอบการ "บริหารโทษ" ของราชทัณฑ์แบบนี้หรือไม่ ถ้าที่ผ่านมาไม่เคยมี ก็ถือว่าเป็นคดีประวัติศาสตร์ ดังนั้นเราต้องกลับมาอยู่ในประเด็นว่าการบริหารโทษของเรือนจำ ราชทัณฑ์ทำโดยมีกฎหมายอนุญาตหรือไม่ ถ้าทำโดยมีกฎหมายอนุญาต ก็เป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมาย

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
อย่างไรก็ตามเขาไม่ขออธิบายเรื่องอำนาจของศาลและอำนาจของราชทัณฑ์ในเวลานี้ เพราะเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดี ส่วนนักกฎหมายหรือนักวิชาการที่ให้ความเห็นต่อสาธารณะก็ถือว่าเป็นสิทธิของเขา
ย้อนไปเมื่อ 1 ก.ย. 2566 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการ รมว.ยุติธรรม เคยตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ว่า นายทักษิณอยู่ที่ รพ. จะถูกนับว่า "จำคุกด้วยหรือไม่" โดยกล่าวว่า "นับอยู่ในกำหนดระยะเวลาด้วย และถือว่าอยู่ในการควบคุมของกรมราชทัณฑ์ตลอด เราถึงต้องส่งพนักงานกรมราชทัณฑ์ 4 คนไปเฝ้า และมีอำนาจออกระเบียบว่าใครเข้าเยี่ยมบ้าง และเข้าเยี่ยมได้กี่คน คนละกี่นาที..."
ต่อมาเมื่อศาลฎีกาฯ นัดไต่คดีชั้น 14 จึงมีการนำคำให้สัมภาษณ์ของอดีตรองนายกฯ วิษณุมาเผยแพร่ซ้ำเพื่อยืนยันว่าชั้น 14 ของ รพ.ตำรวจเป็นสถานที่คุมขัง จึงถือว่านายทักษิณรับโทษจำคุกแล้ว
จึงน่าสนใจว่าทีมทนายความของนายทักษิณได้ยื่นความเห็นของนายวิษณุประกอบการแก้ข้อกล่าวหาหรือไม่
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายวิญญัติกล่าวว่า มันไม่ใช่ใครเป็นคนพูดแล้วจะมีน้ำหนัก นายวิษณุคงพูดตามกฎหมายราชทัณฑ์ เป็นการพูดตามหลักกฎหมาย ถ้ากฎหมายไม่บัญญัติให้ทำได้ หรือให้หมายว่าการทำเช่นนั้นเป็นไปตามกฎหมาย ก็กลายเป็นความผิด ดังนั้นเมื่อท่านพูดไปตามหลักกฎหมาย ก็ถือเป็นเรื่องที่ถูก
"เราไม่ได้อ้างอิงคำพูดของอาจารย์วิษณุ แต่อ้างอิงกฎหมายและข้อเท็จจริงว่าตรวจโดยใคร รักษาโดยใคร ดังนั้นความเห็นนักกฎหมายท่านใดท่านหนึ่งเป็นเรื่องที่ผู้มีหน้าที่วินิจฉัยจะพิจารณาว่ารับฟังได้หรือไม่" นายวิญญัติกล่าว
ทวีไม่กังวล ราชทัณฑ์ปฏิบัติมา 100 ปีแล้ว
ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมจะมี 2 หน่วยที่เกี่ยวข้องคือ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กับกรมราชทัณฑ์ ซึ่งจากการสอบถามทั้ง 2 หน่วยงานมีความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ และถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ไปชี้แจงกับศาล เนื่องจากผู้ปฏิบัติหน้าที่ทั้ง 2 หน่วยงานยึดกฎหมายราชทัณฑ์ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาซึ่งเป็นกฎหมายทั่วไป ทั้งนี้ระบบของกฎหมายไทย ถ้าใช้กฎหมายเฉพาะแล้ว แต่ไม่สามารถคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องขังหรือญาติของบุคคลดังกล่าวได้ ก็จะใช้กฎหมายทั่วไป โดยจะต้องไปขออำนาจศาล
"อะไรที่เข้าไปสู่ศาลแล้ว ถือเป็นเรื่องที่ดี และเราเคารพในคำตัดสินของศาล ส่วนตัวไม่ได้มีความกังวล และหน่วยงานก็ไม่ได้กังวล เพราะเขาปฏิบัติมา 100 กว่าปีแล้ว" รมว.ยุติธรรม กล่าว
ที่มาที่ไปของคดี
นายทักษิณ "ลี้ภัยการเมือง" ไปใช้ชีวิตในต่างแดนนับตั้งแต่รัฐประหาร 2549 ก่อนเดินทางกลับบ้านเกิดเมื่อ 22 ส.ค. 2566 ในวันเดียวกับที่ที่ประชุมรัฐสภาลงมติเลือกนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นผู้นำรัฐบาล
นายทักษิณ ในฐานะจำเลยที่ 1 ของ 3 คดี ไปแสดงตัวต่อหน้าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.ราชดำเนิน ก่อนถูกบังคับโทษจำคุกรวมระยะเวลา 8 ปี แต่ต่อมา เขายื่นถวายฎีกาและได้รับการพระราชทานอภัยลดโทษเหลือจำคุก 1 ปี
- คดีหมายเลขแดงที่ อม. 4/2551 (คดีให้ธนาคารเอ็กซิมแบงก์ปล่อยเงินกู้แก่เมียนมา 4 พันล้านบาท) ความผิดต่อหน้าที่ราชการ กำหนดโทษจำคุก 3 ปี
- คดีหมายเลขแดงที่ อม. 10/2552 (คดีทุจริตโครงการหวยบนดิน) ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ กำหนดโทษจำคุก 2 ปี ทั้งนี้คดีที่ 1 กับคดีที่ 2 นับโทษซ้อนกัน ไม่ได้นับโทษต่อกัน รวมกำหนดโทษจำคุก 3 ปี
- คดีหมายเลขแดงที่ อม. 5/2551 (คดีให้นอมินีถือหุ้นชินคอร์ปฯ และเข้าไปมีส่วนได้เสียในกิจการโทรคมนาคม) ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม กำหนดโทษจำคุก 5 ปี

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เขาถูกส่งตัวไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร แต่ไม่ทันได้นอนในเรือนจำแม้แต่คืนเดียว ก็ถูกย้ายตัวไปเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ ชั้น 14 และอยู่ที่นั่นจนครบ 6 เดือน เข้าเกณฑ์ "พักโทษ" ได้ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ จึงได้ย้ายออกไปพักอยู่ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ถ.จรัญสนิทวงศ์ ในฐานะ "ผู้ถูกคุมประพฤติตามมาตรการพักโทษ" ก่อนกลายเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์ในอีก 6 เดือนต่อมา
ในระหว่างนั้นได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งจากนักการเมือง นักวิชาการ นักกิจกรรมการเมือง และประชาชนบางส่วนว่าเป็น "นักโทษเทวดา" "ติดคุกทิพย์" "อภิสิทธิ์โจ๋งครึ่ม" "สร้างยุติธรรม 2 มาตรฐาน"
มีผู้เคลื่อนไหวตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีชั้น 14 ในหลายกรรมหลายวาระ ผ่านการตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี, อภิปรายรัฐบาลกลางสภา, ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ ขอให้ไต่สวนการบังคับโทษจำคุกแก่นายทักษิณ, ยื่นฟ้องข้าราชการที่เกี่ยวข้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ให้นายทักษิณออกไปนอนพักรักษาตัวนอกเรือนจำ ฯลฯ ก่อนที่ศาลฎีกาฯ จะนัดไต่สวนคดีชั้น 14 หลัง "ความปรากฏว่า อาจมีการบังคับตามคำพิพากษาที่ไม่เป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด"










