กระแสไวรัลธุรกิจประกาศวันหยุดพิเศษเพื่อโปรโมทภาพยนตร์ สะท้อนปัญหาสิทธิวันหยุด-วันลาของแรงงานไทยอย่างไร

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ปัจจุบันแอปฯ ต่าง ๆ ไม่ถือว่าไรเดอร์เป็นลูกจ้าง จึงทำให้พวกเขาไม่ได้รับสวัสดิการตามกฎหมายแรงงาน

กระแสไวรัลที่บริษัทห้างร้านหลายแห่ง ประกาศวันหยุดพิเศษ 1 วัน ในเดือน เม.ย. เพื่อให้พนักงานได้ใช้ "เวลา" กับครอบครัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการโปรโมทภาพยนตร์เรื่อง "หลานม่า" ดูเหมือนจะเป็นภาพที่แตกต่างกับสภาพการทำงานและสวัสดิการของแรงงานไทยส่วนใหญ่ของทั้งประเทศ

กรุงเทพมหานคร ติดอันดับ 1 ใน 5 เมืองที่สมดุลชีวิตและการทำงานแย่ที่สุดในโลก จากผลสำรวจเรื่องเมืองที่มีสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน (Work-Life Balance) ประจำปี 2022 ที่รวบรวมโดยบริษัทซอฟต์แวร์ที่ชื่อว่า Kisi นี่น่าจะเป็นอีกตัวสะท้อนหนึ่งของสภาวะการทำงานของคนไทย

ปัจจุบัน สิทธิวันหยุดของพนักงานลูกจ้างและสิทธิการลาประเภทต่าง ๆ ของบริษัทในประเทศไทย ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับการกำหนดของแต่ละบริษัท ที่มอบวันหยุดให้เป็นสวัสดิการของพนักงานมากกว่าที่กฎหมายแรงงานเขียนไว้

บางบริษัท มีวันหยุดให้พนักงานไปดูแลครอบครัว วันหยุดเพื่อไปจัดงานแต่งงาน หรือวันหยุดพิเศษในเดือนเกิด ตลอดจนวันหยุดพักผ่อนประจำปีหรือลาพักร้อนที่มากกว่าขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีการเสนอกฎหมายร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ที่เสนอโดยนายเซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ซึ่งมีเนื้อหาเรื่องการปรับสวัสดิการที่คุ้มครองแรงงานมากขึ้นภายใต้แนวคิด "ทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิต" เช่น ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ สัปดาห์หนึ่งไม่น้อยกว่า 2 วัน เพิ่มสิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีเป็นอย่างน้อย 10 วันต่อปี จากเดิมที่มี 6 วัน และให้สะสมข้ามปีได้ หรือให้ลูกจ้างมีสิทธิลาไปดูแลบุคคลในครอบครัวได้ 15 วัน รวมถึง การขยายการคุ้มครองไปยังลูกจ้างที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม แต่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็ถูกเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎรตีตกไป

สส.ฝ่ายรัฐบาล จากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวในสภาว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะกระทบต่อนายจ้าง เพราะวันหยุดที่มากเกินไปจะกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการ

บีบีซีไทยจะพาไปสำรวจสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ เรื่องวันหยุด วันลา ของแรงงานในไทยว่ามีปัญหาในเรื่องใดบ้าง

สิทธิวันหยุด-วันลาของแรงงานรายวัน เปราะบางกว่าการจ้างแบบรายเดือน

ในการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน ของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา การอภิปรายของนายเซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) สส. ผู้ซึ่งเป็นอดีตพนักงานโรงงานทอผ้า ได้กล่าวถึงวิถีการทำงานของภาคแรงงานที่ชี้ให้เห็นว่า แรงงานไทยต้องทำงานให้มากขึ้นเพื่อที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นและเพียงพอต่อการดำรงชีวิต

นายเซียอธิบายว่า อัตราค่าจ้างปัจจุบันไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ทำให้แรงงานต้องทำงานอย่างหนัก เขาได้เล่าถึงสถานประกอบการอย่างพวกโรงงานว่า หากสถานประกอบการใดที่แรงงานทำงานอยู่ไม่มีงานล่วงเวลา แรงงานจะลาออกเพื่อไปหางานใหม่ที่มีโอที เพราะค่าจ้างไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพในแต่ละวัน

นั่นหมายความว่า แรงงานต้องใช้เวลาไปกับการทำงานมากขึ้นในการทำโอทีเพื่อที่จะมีรายได้เพิ่มเติม ภาวะเช่นนี้จึงสะท้อนปัญหาเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำด้วยเช่นกัน ซึ่งข้อเสนอของนายเซียที่เสนอในร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ถูกสภาตีตกไปนั้น มีเนื้อหาเกี่ยวกับการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทุกปีด้วย

.

ที่มาของภาพ, โทรทัศน์รัฐสภา

คำบรรยายภาพ, แม้ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่เสนอแก้ไขสิทธิการหยุดการลาจะตกไป แต่ร่างฯ ฉบับที่เสนอเพิ่มสิทธิลาคลอดเป็น 180 วัน ผ่านการพิจารณาวาระแรกของสภาแล้ว

การอภิปรายของ สส.ก้าวไกล ยังชี้ให้เห็นรูปแบบการจ้างงานของสถานประกอบการบางแห่งที่ถือว่ามีการเอาเปรียบแรงงานด้วยการจ้างงานแบบรายวัน เพราะสิทธิประโยชน์และสวัสดิการนั้นไม่ต้องมอบให้แรงงานมากเท่ากับลูกจ้างแบบรายเดือน

นายเซีย เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานประกอบการหลายแห่ง มีลูกจ้างสองประเภทที่ทำงานเหมือนกัน แต่การจ่ายค่าจ้างและสวัสดิการแตกต่างกัน เขาระบุว่า ในร่างกฎหมายได้กำหนดให้สถานประกอบการที่มีการจ้างงานรายวันและรายเดือน นายจ้างจะต้องจ้างเป็นรายเดือนทั้งหมดโดยไม่เลือกปฏิบัติ ยกเว้นการจ้างงานที่มีความเฉพาะ แต่ต้องให้ได้รับสวัสดิการเท่ากับพนักงานในระบบอื่นของนายจ้าง

สส.ก้าวไกล กล่าวว่า บทบัญญัติในกฎหมายแบบนี้จะเป็นการยืนยันสิทธิวันหยุดต่าง ๆ ของแรงงาน และทำให้แรงงานมีรายได้ที่แน่นอน

งานวิจัยชี้ ค่าจ้างที่ต่ำลงของแรงงานที่มีลูก เกี่ยวพันกับสิทธิลาคลอด

บทความวิชาการจากงานวิจัยในหัวข้อ "เพศและการมีลูกส่งผลอย่างไรต่อค่าจ้างของแรงงานไทย" โดย รศ.ดร.ศศิวิมล วรุณศิริ ปวีณวัฒน์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ในปี 2562 ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของค่าจ้างระหว่างแรงงานที่มีลูกและไม่มีลูก โดยแรงงานหญิงจะมีค่าจ้างเฉลี่ยที่ต่ำลงภายหลังจากการมีลูก สาเหตุที่เป็นเช่นนี้มาจากภายหลังการมีลูก แรงงานหญิงมีแนวโน้มที่จะลดชั่วโมงการทำงานลง เนื่องจากต้องแบ่งเวลาไปเลี้ยงดูลูก

นอกจากนี้ ค่าจ้างที่ต่ำลงยังมีปัจจัยเกี่ยวกับการขาดการสนับสนุนสิทธิที่พึงมีของผู้หญิงที่มีลูก ทั้งในเรื่องของการลาคลอดบุตร ความช่วยเหลือจากภาครัฐในการเลี้ยงดูลูก การกีดกันการจ้างงานของแรงงานหญิงที่มีลูกในตลาดแรงงาน

บทความจากวิจัยชิ้นนี้ อธิบายถึงผลการศึกษาส่วนใหญ่ในต่างประเทศด้วยว่า แรงงานชายจะได้รับผลในเชิงบวกมากกว่า กล่าวคือยิ่งมีลูกยิ่งทำให้ค่าจ้างเพิ่มสูงขึ้น เพราะผู้ชายมีแนวโน้มทำงานเพิ่มมากขึ้น แต่ว่าผลการศึกษาของไทยพบว่า การมีลูกส่งผลกระทบทางลบต่อค่าจ้างของชายที่เป็นพ่อด้วย ซึ่งแม้ว่าผลการศึกษาในนอร์เวย์จะชี้ว่า เกิดจากการที่ผู้ชายต้องมีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูลูก รวมถึงช่วงระยะเวลาการใช้สิทธิการลาไปดูแลลูกที่ค่อนข้างนาน แต่คำอธิบายนี้ไม่สามารถใช้ได้กับกรณีของประเทศไทย เพราะไทยยังไม่มีกฎหมายแรงงานที่ให้สิทธิการลาเลี้ยงดูบุตรสำหรับผู้ชาย โดยการให้สวัสดิการประเภทนี้ยังขึ้นอยู่กับระเบียบของแต่ละองค์กรเท่านั้น

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

สำหรับการมอบสิทธิสวัสดิการลาเลี้ยงดูบุตรสำหรับพนักงานผู้ชาย แม้ว่าปัจจุบันจะมีระเบียบให้ผู้ชายที่ทำงานในภาครัฐ อันได้แก่ ข้าราชการ ลูกจ้างราชการ และพนักงานราชการ มีสิทธิลาเลี้ยงดูบุตรได้ 15 วันทำการ ภายใน 30 วันแรกที่ภรรยาคลอดโดยยังได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน แต่สิทธิลาหยุดนี้ยังเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เช่น สวีเดน แรงงานชายสามารถลาเลี้ยงดูบุตรได้สูงสุด 480 วัน

เมื่อดูสิทธิการลาคลอดในไทยในปัจจุบัน ได้มีการผลักดันการแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน อีกฉบับหนึ่งของพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่เสนอโดย น.ส.วรรณวิภา ไม้สน สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. ซึ่งมีสาระสำคัญเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิลาคลอด โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ สภารับหลักการในวาระแรกไปแล้ว โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ เสนอให้แรงงานหญิงมีสิทธิลาคลอด 180 วัน จากปัจจุบันที่แรงงานหญิงมีสิทธิลาคลอดตามกฎหมาย 98 วัน และยังเสนอให้เพิ่มสิทธิลาเลี้ยงดูบุตรของชายผู้เป็นสามีเพิ่มเป็น 90 วัน

กลุ่มไรเดอร์ แรงงานที่ไม่มีวันหยุด-วันลา เพราะช่องว่างทางกฎหมาย

ปัญหาการคุ้มครองแรงงานของกลุ่มไรเดอร์ส่งพัสดุและอาหารที่ทำงานให้กับแพลตฟอร์มดิจิทัล ยังเป็นปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข แรงงานกลุ่มนี้ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำงานด้วยตัวเอง เช่น ค่าน้ำมัน ค่าเสื่อมสภาพรถ ทั้งยังไม่มีประกันสังคมจากนายจ้าง ไม่ได้รับการคุ้มครองกรณีอุบัติเหตุ ด้วยช่องว่างทางกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ทำให้แพลตฟอร์มดิจิทัลเลี่ยงการให้สิทธิสวัสดิการแก่ไรเดอร์ตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด

อย่างไรก็ดี เมื่อปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ออกมาแถลงว่า ลักษณะการทำงานของแรงงานแพลตฟอร์มหรือไรเดอร์กับผู้ประกอบการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีอยู่ในไทย 4 ราย เป็นลักษณะของการจ้างแรงงาน ไม่ใช่หุ้นส่วนหรือพาร์ทเนอร์ธุรกิจตามที่แพลตฟอร์มอ้าง ดังนั้น แรงงานแพลตฟอร์มจึงไม่ใช่แรงงานอิสระ แต่เป็นลูกจ้าง และการหลีกเลี่ยงการคุ้มครองแรงงาน ไม่มีสวัสดิการ ไม่มีสิทธิในการรวมกลุ่มเป็นสหภาพแรงงานเช่นนี้ ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

ข้อเสนอแนะของทาง กสม. ได้ระบุให้ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มดิจิทัล ดำเนินการให้ไรเดอร์ได้รับสิทธิและสวัสดิการที่ครบถ้วนตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายค่าจ้าง ระยะเวลาทำงาน การกำหนดวันลา วันหยุด

และที่สำคัญคือกระทรวงแรงงาน กสม. ได้แนะนำให้กระทรวงแรงงาน ไปศึกษารูปแบบแรงงานที่เกิดขึ้นใหม่เพื่อแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องในระยะยาว เช่น การแก้ไขนิยามของนายจ้าง ลูกจ้างและสัญญาจ้าง ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และนิยามการจ้างแรงงาน ตามมาตรา 57 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้สอดคล้องกับสภาพการจ้างงาน ที่เปลี่ยนแปลงไป

นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่กฎหมายคุ้มครองสิทธิของแรงงานในประเทศไทย ยังตามไม่ทันรูปแบบการจ้างงานสมัยใหม่ที่ปรากฏการจ้างงานที่เอารัดเอาเปรียบ ไม่จัดสิทธิประโยชน์และสวัสดิการให้กับแรงงานที่ทำงานให้แพลตฟอร์ม ซึ่งรวมถึงสิทธิวันหยุด-วันลา ด้วย

ทั้งนี้ จากการเปิดเผยของ พรเทพ ชัชวาลอมรกุล นายกสมาคมไรเดอร์ไทย ในประชาชาติธุรกิจ ประเมินว่า จำนวนผู้ที่ทำงานเป็นไรเดอร์ในประเทศไทยปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 3-4 แสนคน แต่ทั้งนี้ไรเดอร์หนึ่งคนไม่ได้ขับแค่เพียงแอปพลิเคชันเดียว แต่ถัวเฉลี่ยไปตามจำนวนแอปฯ ที่มี ซึ่งมีไรเดอร์เกิน 60% ที่ประกอบอาชีพนี้เป็นอาชีพหลัก

.

ที่มาของภาพ, getty images

สิทธิวันหยุด-วันลา อะไรบ้าง ในร่างกฎหมายที่ไม่ผ่านการพิจารณาของสภาไทย

สิทธิวันหยุด-วันลา เปรียบเทียบ กม.คุ้มครองแรงงาน ปี 2541 กับร่าง กม.ที่สภาตีตก. . .