ในหลวงทรงเปิดประชุมรัฐสภา ขอสมาชิก "ยึดประโยชน์ของชาติและประชาชน" สำคัญสูงสุด

ที่มาของภาพ, POOL
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประธานสภาในวันที่ 4 ก.ค.
เมื่อเวลา 16.50 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดําเนินออกจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังอาคารรัฐสภา
ทั้งสองพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมายังรัฐสภา ในเวลา 17.15 น. เพื่อทรงรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ณ ห้องประชุมอาคารรัฐสภา ถนนสามเสน แขวงนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ โดยมีวงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี
ในรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาครั้งนี้ มีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี (รักษาการ) และมีศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

ที่มาของภาพ, Thai Parliament Television
สำหรับรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ตามคำอธิบายของพิพิธภัณฑ์รัฐสภา อธิบายว่า “เป็นพิธีการที่สำคัญของประเทศไทยที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เสมือนเป็นการประกาศให้ประชาชนได้ทราบว่า จะมีคณะบุคคลเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนในการบริหารปกครองประเทศ"
"โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะประมุขของประเทศ จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธาน และมีพระราชดำรัสเปิดประชุมรัฐสภา ก่อนที่สมาชิกรัฐสภาจะเข้ารับการปฏิบัติหน้าที่ หรือจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้แทนพระองค์มาทำรัฐพิธีก็ได้”

ที่มาของภาพ, Parliament Museum
รัฐพิธีนี้ เริ่มขึ้นอย่างไม่เป็นทางการครั้งแรกในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก วันที่ 28 มิ.ย. 2475 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม นับแต่นั้น ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป ก็จะมีรัฐพิธีฯ เรื่อยมา
พระราชดำรัสในหลวง ร.10
ภายหลังประทับพักพระราชอิริยาบถ ตามพระราชอัธยาศัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จเข้าสู่ห้องประชุมรัฐสภา พร้อมเสียงดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงยืนหน้าพระราชอาสน์ ณ โถงรัฐพิธี ชั้น 11 อาคารรัฐสภา และมีพระราชดำรัสเปิดประชุมรัฐสภา มีใจความว่า

ที่มาของภาพ, Thai Parliament Television
"บัดนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสร็จสิ้นลง และมีการเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2566 แล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดประชุมรัฐสภาตั้งแต่วาระนี้ เป็นต้นไป"
"ขอให้ท่านทั้งหลาย ผู้เป็นสมาชิกของสภาแห่งนี้ ได้ระลึกไว้เสมอว่า ท่านเป็นผู้ได้รับมอบหมายจากประชาชน ให้มาเป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศ ในการใช้อำนาจนิติบัญญัติ ให้ดำเนินการปกครอง และพิจารณาออกกฎหมายต่าง ๆ ให้รัฐบาลถือเป็นหลักในการบริหารราชการแผ่นดิน"

ที่มาของภาพ, Thai Parliament Television
"ดังนั้น ประเทศชาติจะมีความเจริญเพียงไร ย่อมขึ้นอยู่กับสติปัญญา ความสามารถ และความสุจริต บริสุทธิ์ ของท่านที่จะปฏิบัติหน้าที่ทั้งปวง โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน เป็นสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุด"
"หากทุกท่าน ได้สำนึกตระหนักเช่นนี้อยู่เสมอ ก็จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สำเร็จลุล่วง เป็นประโยชน์ เป็นความเจริญมั่นคงของอาณาประชาราษฎร์ และชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง"
"ขออำนวยพรให้การดำเนินงานของรัฐสภา เป็นไปโดยเรียบร้อย สำเร็จผลที่พึงประสงค์ทุกประการ ทั้งขอให้ทุกท่านมีความสุขความเจริญทุกเมื่อไป"

ที่มาของภาพ, Thai Parliament Television
ภายหลังเสร็จสิ้นรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปยังรถยนต์พระที่นั่ง ออกจากอาคารรัฐสภา กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ในเวลา 17.40 น.
ย้อนพิธีเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกในรัชกาลที่ 10
ย้อนไปเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2562 เป็นพิธีทรงเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 10) และถือเป็นครั้งแรกในรอบ 87 ปี ภายหลังประเทศไทยมีการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ไม่จัดขึ้น ณ ท้องพระโรงพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งผู้บรรยายของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยในครั้งนั้น ไม่ได้เรียกว่า "รัฐพิธี" แต่ใช้คำว่า "พิธีทรงเปิดประชุมรัฐสภา"

ที่มาของภาพ, ภาพข่าวรัฐสภา / Parliament.go.th
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสแก่สมาชิกรัฐสภา ความว่า
“บัดนี้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสร็จสิ้นลง และมีการเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2562 แล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อให้ทำหน้าที่นิติบัญญัติตั้งแต่วาระนี้เป็นต้นไป”
“ขอให้สมาชิกแห่งสภาพึงนึกถึงความสำคัญและความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง เพราะการกระทำทุกอย่างของแต่ละคน จะมีผลโดยตรงถึงความมั่นคงของประเทศ และความสุขทุกข์ของประชาชน จึงจำเป็นที่ทุกคนจะต้องร่วมมือกันปฏิบัติภารกิจทั้งปวง โดยเต็มสติปัญญา ความสามารถ ด้วยความสุจริต และด้วยความคิดพิจารณาอันสุขุมรอบคอบ หนักแน่นด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง เที่ยงตรงตามหลักนิติธรรมและคุณธรรม ให้งานของชาติดำเนินก้าวหน้าไปโดยไม่ติดขัด และบังเกิดประโยชน์อันพึงประสงค์สมบูรณ์บริบูรณ์”
“ขออำนวยพรให้การดำเนินงานของรัฐสภาเป็นไปโดยเรียบร้อยสัมฤทธิ์ผล เป็นความผาสุกสวัสดิ์และความวัฒนาถาวรแก่อาณาประชาราษฎร์และชาติบ้านเมือง ทั้งขอให้ทุกคนที่ประชุมร่วมกันอยู่ ณ ที่นี้ ประสบความสุขความเจริญทุกเมื่อถ้วนหน้ากัน”

ที่มาของภาพ, ภาพข่าวรัฐสภา / Parliament.go.th
อย่างไรก็ดี ในหลวงรัชกาลที่ 10 เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เคยเสด็จพระราชดำเนินเป็นผู้แทน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อประกอบรัฐพิธีเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร 2 ครั้ง ในปี 2551 และ 2554 และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 2 ครั้ง ในปี 2549 และ 2557











