ทำไมโอลิมปิกยกเลิกแข่ง “พุ่งหลาวไกลในน้ำ” เมื่อกว่าร้อยปีก่อน

Dave Parrington

ที่มาของภาพ, Dave Parrington

    • Author, ซาเรีย กอร์เว็ตต์
    • Role, บีบีซีนิวส์

น้อยคนนักที่จะเคยได้ยินเรื่องราวของการแข่งขัน “พุ่งหลาวไกลในน้ำ” (plunge for distance) กีฬาชื่อแปลกจากวันวานที่มีการแข่งขันในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเมื่อกว่าร้อยปีก่อน แต่ที่ประหลาดยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ การพยายามออกแรงทุกรูปแบบล้วนผิดกฎการแข่งขันของกีฬาประเภทนี้ และถือเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างเด็ดขาด

วิลเลียม ดิกกี้ ยืนเขย่งอยู่บนขอบของแท่นกระโดดริมสระว่ายน้ำ พยายามเพ่งสมาธิไปที่ห้วงน้ำสงบนิ่งในทะเลสาบเบื้องล่าง ใครจะล่วงรู้ว่าอนาคตของเขาผู้นี้คือแชมป์ว่ายน้ำและนักกีฬาระดับแนวหน้า ทั้งยังเป็นสมาชิกสมาคมกรีฑาแห่งนครนิวยอร์กอีกด้วย เพียงแต่ในตอนนี้รูปลักษณ์ของเขายังดูไม่ค่อยเหมือนนักกีฬาทั่วไปสักเท่าไหร่นัก

ดิกกี้สวมชุดว่ายน้ำแบบชิ้นเดียวตัวหลวมโคร่งที่ทำมาจากขนแกะ ใบหน้ามีหนวดเฟิ้มทรงเชฟรอน แต่หุ่นของเขานั้นปราศจากมัดกล้ามหรือลำตัวช่วงบนรูปตัววี (V) เยี่ยงนักกีฬาชายที่แข็งแรงบึกบึน ร่างท้วมของเขาหายใจลึกลงปอดหนึ่งครั้ง ก่อนจะเหยียดแขนตรงและพุ่งตัวลงไปในน้ำ

เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกปี 1904 ซึ่งจัดขึ้นที่สวนสาธารณะฟอเรสต์พาร์กในเมืองเซนต์หลุยส์ของรัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา ท่ามกลางอากาศร้อนชื้นอบอ้าวของเดือนกันยายน

หลังพุ่งหลาวลงทะเลสาบไปไม่กี่วินาที ดิกกี้ลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ แต่เขายังคงคว่ำหน้าและสงบนิ่งอยู่ในท่าลำตัวเหยียดตรงต่อไป ปล่อยให้ร่างกายเคลื่อนที่ไปในน้ำช้า ๆ เหมือนท่อนซุงที่ถูกสายลมอ่อนพัดให้ล่องลอยไปในน้ำนิ่ง คล้ายกับเป็ดขี้เซาที่ว่ายน้ำตอนกำลังง่วงนอนอย่างไรอย่างนั้น ผู้ชมการแข่งขันที่ริมฝั่งทะเลสาบต่างก็ลุ้นในใจอย่างเงียบ ๆ ว่า เขาจะสามารถคว้าชัยชนะและทำลายสถิติกีฬาพุ่งหลาวไกลในครั้งนี้ได้หรือไม่

มีผู้ลงแข่งขันพุ่งหลาวไกลในน้ำเพียง 5 คน ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกปี 1904

ที่มาของภาพ, Alamy

คำบรรยายภาพ, มีผู้ลงแข่งขันพุ่งหลาวไกลในน้ำเพียง 5 คน ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกปี 1904

กีฬาพุ่งหลาวไกลในน้ำ เคยถูกจัดขึ้นเป็นประจำในการแข่งขันว่ายน้ำทุกรายการในอดีต ไม่ต่างจากการแข่งว่ายฟรีสไตล์ 50 เมตร หรือการแข่งว่ายท่ากรรเชียง 100 เมตรในปัจจุบัน แต่ในเวลาต่อมา กีฬาประเภทนี้กลับเลือนหายไปจากความสนใจของสาธารณชนเงียบ ๆ และไม่ปรากฏในการแข่งขันกีฬารายการต่าง ๆ ทั่วโลกอีกเลย แม้แต่นักว่ายน้ำมืออาชีพในทุกวันนี้ ก็ไม่มีใครรู้จักกีฬาพุ่งหลาวไกลในน้ำอีกแล้ว

ความแปลกประหลาดของกีฬาดังกล่าว คือกฎกติกาที่สวนทางกับขนบของการแข่งขันกีฬาทุกประเภท ทำให้นักพุ่งหลาวไกลในน้ำไม่ต้องมีพละกำลังเหนือมนุษย์, ไม่ต้องมีความอึดทน, ความว่องไวปราดเปรียว, ความเร็ว, หรือรู้จักใช้เทคนิคพลิกแพลงแต่อย่างใดทั้งสิ้น เพราะอันที่จริงแล้ว นอกจากการพุ่งตัวลงน้ำในตอนแรก การออกแรงหรือใช้กำลังในรูปแบบใด ๆ ในเวลาต่อมา ล้วนถือว่าผิดกติกาอย่างร้ายแรงทั้งสิ้น ส่งผลให้กีฬาประเภทนี้ดูแล้วชวนง่วงเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ชมในยุคก่อน และด้วยเหตุที่ผู้ชมต้องรอลุ้นนานจนง่วงตาปรือไปตาม ๆ กัน ทำให้กีฬาพุ่งหลาวไกลในน้ำขึ้นชื่อว่าเป็นการแข่งขันที่ “ห่วยแตกที่สุด แปลกประหลาดที่สุด และน่าเบื่อที่สุดตลอดกาลสำหรับมหกรรมกีฬาโอลิมปิก”

ร่างกายเหมือนขอนลอย

หลายคนอาจสงสัยว่า ใคร ๆ ก็เล่นกีฬาพุ่งหลาวไกลในน้ำได้ง่ายขนาดนั้นจริงหรือ และมันสมควรถูกประณามว่าเป็นกีฬาที่แย่หรือน่าเบื่อที่สุดจริงหรือไม่ ?

เราอาจได้คำตอบในเรื่องนี้ หลังศึกษาทำความเข้าใจกฎกติกาของการแข่งพุ่งหลาวไกลในน้ำอย่างละเอียด โดยมีข้อกำหนดระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้เข้าแข่งขันต้องเตรียมพุ่งตัวลงน้ำด้วยท่ายืนปกติ ซึ่งก็คือท่ายืนสบาย ๆ แบบเดียวกับที่นักท่องเที่ยวเตรียมจะลงเล่นน้ำในสระของโรงแรม โดยการพุ่งตัวต้องทำบนแท่นกระโดดความสูง 46 เซนติเมตร เหนือผิวน้ำ โดยไม่ใช้กระดานกระโดดหรือสปริงบอร์ดเข้าช่วย

ที่จริงแล้วการพุ่งหลาวไกลในน้ำทำได้ยากอย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะดูเหมือนว่านักกีฬาแค่แสร้งทำเป็นหลับบนผิวน้ำเท่านั้น

ที่มาของภาพ, Dave Parrington

คำบรรยายภาพ, ที่จริงแล้วการพุ่งหลาวไกลในน้ำทำได้ยากอย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะดูเหมือนว่านักกีฬาแค่แสร้งทำเป็นหลับบนผิวน้ำเท่านั้น

ในทันทีที่ร่างกายของนักกีฬากระทบผืนน้ำ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องรักษาท่าลำตัวเหยียดตรงของตนให้แน่นิ่ง โดยไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย กฎการแข่งขันยังระบุว่า ห้ามใช้กล้ามเนื้อส่วนใดก็ตามแหวกว่ายหรือถีบดันตัวไปข้างหน้าด้วย

การตัดสินผลแพ้ชนะของกรรมการมีอยู่สองวิธี ผู้ชนะอาจเป็นคนที่ลอยตัวไปได้ไกลที่สุด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสูดอากาศหายใจเข้า หรืออาจเป็นผู้เข้าแข่งขันที่ลอยตัวไปได้ไกลที่สุดในช่วงเวลา 1 นาที

หลังเลื่อนไหลไปช้า ๆ ที่ใต้น้ำได้ครู่หนึ่ง นักกีฬาจำต้องลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ แต่ยังคงต้องปล่อยตัวให้ล่องลอยช้า ๆ ไปตามแรงเฉื่อย ในขณะที่แขนจะต้องเหยียดตรงอยู่เสมอ เพื่อให้ได้ระยะทางเพิ่มขึ้นแม้เพียงไม่กี่นิ้วก็ยังดี แต่การลอยตัวนิ่งไม่ขยับเขยื้อนแบบนี้ อาจทำให้ผู้ชมเข้าใจผิดได้ว่านักกีฬาผล็อยหลับไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้กีฬานี้มีชื่อเรียกขานกันอีกอย่างหนึ่งว่า “แข่งลอยตัว” (competitive floating)

เมื่อปี 1930 จอห์น คีแรน นักเขียนเรื่องกีฬาชาวอเมริกัน ได้แสดงความเห็นลงในหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ว่า “บรรดาหนุ่มเจ้าสำอางร่างท้วมที่ลงแข่งกีฬาประเภทนี้ เพียงแค่ทิ้งตัวลงกระแทกผืนน้ำ แล้วล่องลอยไปเหมือนภูเขาน้ำแข็งในช่องทางเดินเรือ”

แม้แต่อาร์ชิบาลด์ ซินแคลร์ นักเขียนและผู้สื่อข่าวชาวอังกฤษที่สนับสนุนกีฬาพุ่งหลาวไกลในน้ำ ยังพูดวิจารณ์ออกมาตรง ๆ ว่า กีฬาประเภทนี้ถูกแบนไม่ให้จัดขึ้นในการแข่งขันว่ายน้ำรายการต่าง ๆ ก็เพราะไม่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้แก่ผู้ชมเลย ซินแคลร์เขียนไว้ในหนังสือ “การว่ายน้ำ” (Swimming) ซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี 1893 ว่า “ในสายตาของคนที่ไม่รู้จักกีฬาประเภทนี้ มันก็คือการเสียเวลาเปล่าอย่างสิ้นเชิงนั่นเอง”

นักกีฬาผู้แหวกขนบ

เนื่องจากเป็นกีฬาที่แทบไม่ต้องออกแรง การพุ่งหลาวไกลในน้ำจึงดึงดูดคนจำนวนหนึ่งที่ดูเหมือนไม่น่าจะเป็นแชมป์กีฬาประเภทใดได้ คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นนักว่ายน้ำมือสมัครเล่นระดับกลาง ที่มักจะมีสัดส่วนไขมันในร่างกายสูงกว่านักกีฬามืออาชีพในปัจจุบันมาก ตัวอย่างเช่นแฟรงก์ พาร์ริงตัน เจ้าของสถิติโลกพุ่งหลาวไกลในน้ำที่ 26.4 เมตร ก็เคยเป็นแชมป์ของสมาคมนักว่ายน้ำมือสมัครเล่นมาแล้วถึง 11 ครั้ง ในวันธรรมดาเขายังทำงานเป็นตำรวจยศนายสิบในเมืองลิเวอร์พูลของรัฐนิวยอร์กด้วย

เดฟ พาร์ริงตัน หลานชายของเขา ซึ่งปัจจุบันเป็นหัวหน้าโค้ชทีมกระโดดน้ำของมหาวิทยาลัยเทนเนสซี เล่าว่าปู่ของเขาเริ่มเล่นกีฬาพุ่งหลาวไกลในน้ำระหว่างที่รับใช้ชาติในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสอง “เพราะเป็นคนร่างใหญ่ ส่วนอกผายกว้าง และมีพุงเล็กน้อย” เขาอาจจะเริ่มรู้จักกีฬานี้ขณะไปว่ายน้ำที่สระใกล้บ้าน และรูปร่างของเขาก็น่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้ก้าวเข้าสู่วงการกีฬาที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก

การพุ่งหลาวในน้ำให้ได้ระยะทางไกลที่สุดนั้น แตกต่างจากการเล่นกีฬาชนิดอื่น ๆ เพราะเชื่อกันว่าการมีสัดส่วนไขมันในร่างกายอยู่พอสมควรและมีกล้ามเนื้อน้อย มีส่วนช่วยให้ประสบความสำเร็จในการแข่งขันได้อย่างมาก นักกีฬาที่ผอมเพรียวนั้นมักจะถูกคัดออก เพราะมีน้อยคนที่จะพุ่งหลาวไกลในน้ำได้ดี โดยในปี 1916 แชมป์ว่ายน้ำผู้หนึ่งถึงกับกล่าวอ้างว่า นักกีฬาที่ทำสถิติสูงสุดในการแข่งขันประเภทนี้ มีแต่ “คนอ้วน” เท่านั้น

แฟรงก์ พาร์ริงตัน เริ่มสนใจกีฬาพุ่งหลาวไกลในน้ำ เมื่อไปออกกำลังที่สระว่ายน้ำใกล้บ้านในเมืองลิเวอร์พูลของสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, Dave Parrington

คำบรรยายภาพ, แฟรงก์ พาร์ริงตัน เริ่มสนใจกีฬาพุ่งหลาวไกลในน้ำ เมื่อไปออกกำลังที่สระว่ายน้ำใกล้บ้านในเมืองลิเวอร์พูลของสหรัฐฯ

เนื่องจากไขมันมีความหนาแน่นต่ำกว่าน้ำ ไขมันในร่างกายจึงอาจจะช่วยพยุงให้คนอ้วนสามารถลอยตัวได้ง่าย ในขณะที่กระดูกและกล้ามเนื้อซึ่งมีความหนาแน่นสูงกว่า เสี่ยงจะพาให้ร่างของคนผอมจมลงใต้น้ำได้ อย่างไรก็ตาม เดฟ พาร์ริงตัน อธิบายว่า แม้คนผอมหรือคนกล้ามโตบางคนจะสามารถลอยตัวได้ดี แต่เรื่องนี้มักเป็นปัญหาสำหรับนักเพาะกายที่มีสัดส่วนกล้ามเนื้อสูงมาก เช่นขณะที่ลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำในช่วงครึ่งหลังของการพุ่งหลาว ส่วนขาที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามอาจตกหรืองอลงไปต่ำกว่าระดับผิวน้ำได้ ทำให้ร่างกายที่กำลังเหยียดตรงไม่อยู่ในระนาบเดียวกันทั้งหมด ซึ่งผิดหลักอุทกพลศาสตร์ (hydrodynamics) อย่างยิ่ง จึงแทบไม่มีโอกาสที่คนผอมหรือคนกล้ามโตจะลอยตัวนิ่งไปได้ไกลนัก

กีฬาที่ใช้ทักษะสูง

แม้แต่ในช่วงที่ได้รับความนิยมอย่างมาก กีฬาพุ่งหลาวไกลในน้ำก็ยังเผชิญกับการดูหมิ่นดูแคลน ว่าเป็นกีฬาที่ไม่ต้องใช้ทักษะหรือความสามารถใด ๆ ทั้งสิ้น โดยในช่วงหลายปีก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง มีเสียงเรียกร้องให้สมาคมกีฬาและสถาบันการศึกษาหลายแห่งเลิกฝึกซ้อมและจัดการแข่งขันกีฬาประเภทนี้ เพราะถูกมองว่าเป็นการละเล่นที่ตลกขบขันมากกว่าจะเป็นกีฬาที่จริงจัง

ในเดือนส.ค. ปี 1920 คนหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งจัดกิจกรรม “สระน้ำเวสต์ไซด์” (West Side Baths) บนถนนสายที่ 48 ของฝั่งตะวันตกในนครนิวยอร์ก โดยใช้สายดับเพลิงฉีดน้ำจากรถดับเพลิงลงบนถนน เพื่อคลายร้อนให้ผู้คนในรูปแบบของการจำลองสายน้ำมาไว้ที่กลางเมือง ซึ่งหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า ในครั้งนั้นมีการละเล่นเสียดสีล้อเลียนกีฬาที่เรียกว่า “พุ่งหลาวไกลในน้ำ” รวมอยู่ด้วย โดยให้ผู้เข้าร่วมออกวิ่งแล้วพุ่งตัวเอาพุงไถพื้นที่ลื่นด้วยน้ำ จนสามารถไถลไปได้ไกลเป็นระยะทางราว 4.6 - 6.0 เมตร ซึ่งผู้สื่อข่าวรายงานว่า “การละเล่นแบบนี้ยังใช้ทักษะและความกล้าบ้าบิ่นมากกว่าการพุ่งหลาวไกลในสระว่ายน้ำหลายเท่า”

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม อันที่จริงแล้วกีฬาพุ่งหลาวไกลในน้ำ ไม่ได้อาศัยแต่เพียงเนื้อเยื่อไขมันในร่างกายของคนอ้วนตุ้ยนุ้ยเท่านั้น ผู้ที่คร่ำหวอดในแวดวงของกีฬาประเภทนี้บอกว่า การกล่าวอ้างในเชิงดูถูกดูแคลนดังข้างต้นนับว่าเกินจริงไปมาก

แฟรงก์ พาร์ริงตัน มีเทคนิคที่ซับซ้อนอยู่มากมาย ซึ่งช่วยให้เขาสามารถลอยตัวไปได้ไกลกว่าผู้อื่น

ที่มาของภาพ, Dave Parrington

คำบรรยายภาพ, แฟรงก์ พาร์ริงตัน มีเทคนิคที่ซับซ้อนอยู่มากมาย ซึ่งช่วยให้เขาสามารถลอยตัวไปได้ไกลกว่าผู้อื่น

ในยุคที่ยังไม่มีโค้ชมืออาชีพช่วยฝึกสอน แฟรงก์เคยพาลูกชายไปที่สระว่ายน้ำ แล้วบอกให้คอยดูเขาพุ่งหลาวไกล เพื่อจับสังเกตเทคนิคที่เขาใช้ให้ได้ เดฟผู้เป็นหลานชายของแฟรงก์บอกว่า เขาได้รับสืบทอดเทคนิคพิเศษดังกล่าวมาจากพ่อของเขาด้วย แม้จะไม่เคยได้เจอกับปู่ที่ด่วนจากไปเมื่อมีอายุเพียง 42 ปี ในเหตุเครื่องบินทิ้งระเบิดถล่มเมืองเมอร์ซีไซด์เมื่อปี 1941

อันดับแรก นักพุ่งหลาวไกลจะต้องพุ่งตัวลงน้ำในองศาที่ถูกต้อง หากพุ่งลงตื้นไปจะต้องขึ้นสู่ผิวน้ำเร็วกว่าที่ควร แต่หากพุ่งดิ่งลึกเกินไป จะทำให้เกิดแรงดันที่ส่งตัวขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างกะทันหัน เดฟบอกว่าปู่ของเขาชำนาญมากในเรื่องนี้ และให้ความสนใจกับท่าลอยตัวเป็นพิเศษ “สิ่งหนึ่งที่พ่อสอนผมก็คือ ปู่จะคอยย้ำเตือนให้ระวังอย่าให้ส้นเท้าจมลงใต้น้ำ ในขณะที่ลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำแล้ว” เดฟอธิบายว่าท่าทางแบบดังกล่าวจะทำให้ร่างกายเหยียดตรงในระนาบเดียวกัน ซึ่งจะทำให้ลอยตัวนิ่งไปได้ไกลกว่า

ปู่ของเดฟยังฝึกฝนเทคนิคการหายใจด้วยตนเอง เขาบอกว่า “คนส่วนใหญ่มักหายใจออกขณะดำน้ำ แต่ปู่สอนว่าควรจะมีอากาศในปอดตอนที่อยู่ใต้น้ำ เพื่อช่วยให้ลอยตัวได้นาน”

แฟรงก์ พาร์ริงตัน เคยเป็นแชมป์พุ่งหลาวไกลในน้ำของสมาคมนักว่ายน้ำมือสมัครเล่นมาแล้วถึง 11 ครั้ง

ที่มาของภาพ, Dave Parrington

คำบรรยายภาพ, แฟรงก์ พาร์ริงตัน เคยเป็นแชมป์พุ่งหลาวไกลในน้ำของสมาคมนักว่ายน้ำมือสมัครเล่นมาแล้วถึง 11 ครั้ง

นอกจากปัจจัยที่นักกีฬาสามารถควบคุมได้แล้ว ยังมีบางเรื่องที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายซึ่งต้องระวังเป็นพิเศษ เช่นกระแสน้ำและกระแสลมในกรณีที่จัดการแข่งขันนอกสระว่ายน้ำ ซึ่งมหกรรมกีฬาโอลิมปิกในปี 1904 นั้น จัดการแข่งพุ่งหลาวไกลในทะเลสาบ ซึ่งหากกระแสน้ำและลมไม่สงบนิ่งอย่างแท้จริง ก็อาจเป็นอุปสรรคขัดขวางการลอยตัวของนักกีฬาได้ แม้แต่การแข่งขันที่สระว่ายน้ำในร่ม หากมีนักว่ายน้ำว่ายสวนทางมาก็อาจทำให้เกิดแรงต้านแบบข้างต้นได้เช่นกัน

เดฟมักจะฝึกพุ่งหลาวไกลในน้ำกับนักกีฬากระโดดน้ำของเขาเสมอ โดยถือว่าเป็นการเล่นสนุกสนานเพื่อพักผ่อนคลายเครียด แต่นั่นยิ่งทำให้เขาตระหนักถึงความสามารถและทักษะอันน่าชื่นชมของปู่มากยิ่งขึ้น “ไม่มีใครเคยเข้าใกล้สถิติที่ปู่ทำไว้ได้เลย” ตัวเดฟเองซึ่งเป็นนักกระโดดน้ำที่เข้าร่วมแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกปี 1980 ยังพุ่งหลาวไกลในน้ำไปได้เพียง 23 เมตรเท่านั้น

กีฬาที่ต้องสาบสูญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เนื่องจากการใช้เทคนิคอันซับซ้อนของกีฬาพุ่งหลาวไกลในน้ำ ไม่อาจจะสังเกตเห็นได้โดยง่ายในสายตาของคนทั่วไป ชื่อเสียงอันย่ำแย่ว่าด้วยความน่าเบื่อของกีฬาชนิดนี้จึงยังคงอยู่ ทำให้ในปี 1908 หรือเพียง 4 ปี หลังถูกบรรจุเข้าในรายการแข่งขันของกีฬาโอลิมปิกเป็นครั้งแรก การพุ่งหลาวไกลในน้ำก็ถูกถอดออกจากมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติไปตลอดกาล

ศาสตราจารย์มาร์ติน พอลลี นักประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเดอมงฟอร์ตของสหราชอาณาจักร บอกว่าการจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นั้น ยังอยู่ในช่วงของการลองผิดลองถูก โดยมีกีฬาแปลก ๆ รวมอยู่ด้วยมากมายหลายรายการเช่นชักเย่อและโครเกต์ ในจำนวนนี้ยังรวมถึงการว่ายลอดและข้ามเครื่องกีดขวางในน้ำ ที่ผู้เข้าแข่งขันต้องว่ายลอดใต้ท้องเรือและขึ้นลงเรือหลายลำที่ลอยไว้เรียงกัน นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันแหวกว่ายใต้น้ำ (underwater swimming) ซึ่งต่อมาถูกยกเลิกไปเพราะผู้ชมมองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นใต้น้ำเลย

ศ. พอลลียังบอกว่า หลังกีฬาพุ่งหลาวไกลในน้ำถูกถอดออกจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ความนิยมและสถานภาพของกีฬานี้ก็เริ่มตกต่ำลงอย่างหนัก “มันถูกวิจารณ์ในสื่อมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1890 แล้ว ทั้งในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ต่อมาในช่วงทศวรรษ 1930 เริ่มไม่มีการแข่งขันระดับชาติของกีฬาดังกล่าว แต่จนถึงช่วงทศวรรษ 1980 กีฬานี้ก็ยังคงไม่สาบสูญไปอย่างสิ้นเชิง” ตัวของศ. พอลลีเอง ก็ยังเคยลงแข่งพุ่งหลาวไกลในน้ำ ตอนเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาในอังกฤษด้วย

นักกีฬาพุ่งหลาวไกลจะต้องพุ่งตัวลงน้ำในองศาที่ถูกต้อง

ที่มาของภาพ, Dave Parrington

คำบรรยายภาพ, นักกีฬาพุ่งหลาวไกลจะต้องพุ่งตัวลงน้ำในองศาที่ถูกต้อง

“มันฟังดูย้อนแย้งมาก คุณลงแข่งว่ายน้ำแต่ไม่ขยับตัวเลยซักนิด” ศ. พอลลีกล่าว เขายังบอกว่าส่วนที่ยากที่สุดคือการรักษาแขนให้เหยียดตรงอยู่เสมอตอนพุ่งตัวลงน้ำ แต่มันก็ยากที่จะลอยตัวไปข้างหน้าให้เป็นแนวเส้นตรงได้

หนึ่งในข้อดีของการฝึกฝนกีฬาประเภทนี้สำหรับศ. พอลลี ก็คือการได้ครอบครองสระว่ายน้ำแต่เพียงผู้เดียวขณะฝึกซ้อม อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าการดูกีฬาพุ่งหลาวไกลในน้ำในฐานะผู้ชมนั้นน่าเบื่อมาก “ไม่ค่อยมีเสียงเชียร์จากผู้ชม นักกีฬาเองก็ไม่ค่อยได้ยินอะไรมากนักเมื่ออยู่ใต้น้ำ แต่ก็มักจะมีเสียงเชียร์ดังสนั่นขึ้น เมื่อคนที่ดำดิ่งหายไปนานเริ่มลอยตัวขึ้นมา”

แม้ปัจจุบันจะเรียกได้ว่า กีฬาประเภทนี้ใกล้จะหายสาบสูญไปจากโลกแล้ว เพราะเหลือเพียงการแข่งขันตามโรงเรียนต่าง ๆ ที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราวนานทีปีหน แต่ก็ยังปรากฏเสียงชื่นชมในประวัติศาสตร์ที่ฝากไว้กับการแข่งขันในอดีตบางคราว เช่นการแข่งกีฬาที่สมาคมวายเอ็มซีเอแห่งรัฐบริติชโคลัมเบียของแคนาดา เมื่อปี 1922 ระบุว่าการแข่งพุ่งหลาวไกลในน้ำเป็น “เหตุการณ์ที่น่าสนใจที่สุดของวัน” อดีตแชมป์ผู้หนึ่งยังเล่าว่า “ในการแข่งขันหลายครั้ง ผมเห็นผู้ชมลุ้นกันแบบไม่หายใจ เมื่อมีการชิงชัยที่เอาชนะกันอย่างเฉียดฉิว เสียงปรบมือยิ่งดังกระหึ่มเมื่อมีนักกีฬาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม”

ผู้เข้าแข่งขันพุ่งหลาวไกลในน้ำในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกปี 1904 มีรูปร่างที่คล้ายคลึงกัน

ที่มาของภาพ, Alamy

คำบรรยายภาพ, ผู้เข้าแข่งขันพุ่งหลาวไกลในน้ำในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกปี 1904 มีรูปร่างที่คล้ายคลึงกัน

เดฟเล่าว่ากีฬาพุ่งหลาวไกลในน้ำเคยได้รับความนิยมเป็นพิเศษ เมื่อใช้เป็นการแสดงในพิธีเปิดสระว่ายน้ำสาธารณะแห่งใหม่ โดยนักกีฬาผู้ทำการแสดงจะกลั้นหายใจและลอยตัวนิ่งนานอย่างต่อเนื่องเกิน 1 นาที จนสามารถทำระยะทางได้ไกลอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งครั้งหนึ่งปู่ของเขาเคยทำได้ถึง 34 เมตร

ส่วนวิลเลียม ดิกกี้ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกปี 1904 ซึ่งทำสถิติได้ที่ 19 เมตรนั้น ในภายหลังมีการตรวจสอบพบว่า เกิดกระแสน้ำปั่นป่วนในทะเลสาบที่ทำการแข่งขัน ทำให้เกิดแรงต้านการลอยตัวขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ ซึ่งแม้จะน่าเสียดาย แต่ผลงานของดิกกี้ก็เป็นสถิติโอลิมปิกที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของกีฬาประเภทนี้