เปิดโมเดลเยอรมนี พลิกโฉมดินแดนแห่งเบียร์ สู่สวรรค์ “กัญชาเสรี” ที่ไม่เน้นนักท่องเที่ยว

.

ที่มาของภาพ, EPA

“ชาวเยอรมันบางคนดื่มเบียร์หลังเลิกงาน แต่เราแค่อยากสูบกัญชาแค่นั้น”

มาร์เซล ริตส์เชล เป็นชาวเยอรมันคนหนึ่งที่กำลังเฉลิมฉลองที่เยอรมนีเปิดเสรีกัญชา จากเดิมที่ได้ฉายาว่า “ดินแดนแห่งเบียร์”

การปลดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดของเยอรมนี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2024 เป็นต้นไป ท่ามกลางมาตรการเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อป้องกันอันตรายต่อประชาชนทั่วไป

ทีมข่าวบีบีซีได้พบกับ มาร์เซล ริตส์เชล ในย่านนอยสตัดท์ ในเมืองเดรสเดิน ย่านนี้มีความพิเศษ เพราะเมื่อย่างเท้าเข้ามา ก็แทบจะเห็นคนสูบกัญชาอย่างผ่อนคลาย ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการผ่อนคลายกฎหมายเสียอีก

เสียงสนับสนุนต่อการปลดล็อกกัญชาของเยอรมนี คือข้อเท็จจริงว่า ประชาชนหลายล้านคนสูบกัญชาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะถูกกฎหมายหรือไม่ก็ตาม ดังนั้นผู้สนับสนุนจึงเชื่อว่า การปลดล็อกกัญชาจะช่วยทำลายตลาดมืด และช่วยควบคุมคุณภาพกัญชาได้มากขึ้น

บีบีซีไทยจะพาไปดูโมเดลกัญชาเสรีของเยอรมนีที่เริ่มต้นขึ้นแล้ว ในห้วงเวลาที่ “กัญชาเสรี” ของไทย กำลังนับถอยหลังสู่จุดจบ หลังรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ประกาศว่า จะยุติ “กัญชาเพื่อสันทนาการ” ภายในสิ้นปีนี้

กฎหมายใหม่ของเยอรมนีว่าอย่างไร

นับแต่วันที่ 1 เม.ย. 2024

  • ประชาชนอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป สามารถครอบครองกัญชาได้มากสุดไม่เกิน 25 กรัมในที่สาธารณะ
  • ประชากรวัยผู้ใหญ่สามารถปลูกกัญชาได้สูงสุด 3 ต้นต่อครัวเรือน
  • ประชาชนไม่ได้รับอนุญาตให้สูบกัญชาในบริเวณใกล้โรงเรียน ศูนย์กีฬา หรือ “พื้นที่คนเดิน” ระหว่างเวลา 7.00 น. ถึง 20.00 น.

ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2024

  • ประชาชนที่สนใจสามารถจัดตั้ง สมาคมผู้ปลูกกัญชา หรือ “ชมรมกัญชา” ได้ หากมีสมาชิกเกิน 500 คนขึ้นไป
  • สมาชิกของสมาคมหรือชมรมลักษณะนี้ ต้องมีอายุเกิน 18 ปีและอาศัยอยู่ในเยอรมนี
  • ชมรมที่เกี่ยวข้องกับกัญชาจะสามารถปลูกและแจกจ่ายกัญชาได้หากไม่เป็นการแสวงหากำไร
  • ไม่อนุญาตให้เสพกัญชาในพื้นที่สมาคมหรือชมรม
.
คำบรรยายภาพ, มาร์เซล รณรงค์ปลดล็อกกัญชาในเยอรมนีมายาวนาน

ริตส์เชล เป็นคนหนึ่งที่วางแผนจะจัดตั้งสมาคมผู้ปลูกกัญชา หรือ “ชมรมกัญชา” ตามกฎหมาย หลังวันที่ 1 ก.ค.

“มันจะเป็นชมรมปลูกต้นไม้ แต่เราปลูกกัญชากัญชงแทน” เขาอธิบาย

“ทุกกรัมที่ปลูกได้ในชมรมกัญชาของเรา จะหมายถึงกัญชา 1 กรัมที่หลุดจากตลาดมืด” เขาระบุ “ถือว่าได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย”

.
คำบรรยายภาพ, ในเยอรมนี ประชาชนวัยผู้ใหญ่สามารถปลูกกัญชาได้ 3 ต้นต่อครัวเรือน

โมเดลกัญชาเสรีของเยอรมนี จะไม่เหมือนกับโมเดลที่เกิดขึ้นในกรุงอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีชื่อเสียงจากการให้เปิดร้านคาเฟ่กัญชา ที่ผู้ซื้อสามารถซื้อและสูบกัญชาได้ภายในร้าน ซึ่งเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงในเนเธอร์แลนด์

โมเดลของเยอรมนี จะเป็นการอนุญาตให้จัดตั้งชมรมที่ไม่แสวงผลกำไร สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศเท่านั้น ด้วยเป้าหมายเพื่อยับยั้งไม่ให้นักท่องเที่ยวแห่แหนเดินทางมาเยอรมนี เพื่อสูบกัญชาเพื่อสันทนาการ

การปลดล็อกกัญชาของเยอรมนี มีเงื่อนไขมากมาย และมีความซับซ้อนในข้อกฎหมาย ไม่เพียงเท่านั้น นโยบายนี้เป็นประเด็นถกเถียงทางการเมืองมายาวนาน จนทำให้ต้องปรับแก้เนื้อหาหลายครั้งให้ไม่เสรีเกินไป

สำหรับผู้ต่อต้านนโยบายนี้เตือนว่า ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. เป็นต้นไป เยอรมนีจะเข้าสู่ “ห้วงเวลาแห่งความโกลาหล”

“เราเชื่อว่า ตลาดมืดจะยิ่งเข้มแข็งมากขึ้นไปอีก” อเล็กซานเดอร์ โพอิตซ์ จากสหภาพตำรวจเยอรมัน กล่าว

.
คำบรรยายภาพ, อเล็กซานเดอร์ โพอิตซ์ วิตกว่า เครือข่ายอาชญากรจะฉวยโอกาสจากการปรับแก้กฎหมายนี้

เขาเชื่อว่า ความต้องการกัญชาจะพุ่งสูงจนเสบียงกัญชาที่ปลูกอย่างถูกกฎหมายไม่เพียงพอรองรับ เพราะการปลูกกัญชาในครัวเรือนไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าที่ชมรมกัญชาจะเริ่มดำเนินงานได้

โพอิตซ์ เตือนว่า เครือข่ายอาชญากรจะฉวยโอกาสนี้ หรือแม้กระทั่งเลือก “แทรกซึม” เข้าไปตามชมรมกัญชา เพื่อใช้ประโยชน์จากการปลดล็อกกัญชา ไม่เพียงเท่านั้น การบังคับใช้กฎหมายจะถือเป็นความท้าทายอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น กฎหมายที่ห้ามสูบกัญชาในระยะ 100 เมตรจากสนามเด็กเล่น โรงเรียน หรือศูนย์กีฬา

อีกความท้าทายคือ ตำรวจจะแยกความแตกต่างระหว่างผู้ใช้กับผู้ขายอย่างไร หากอนุญาตให้ประชาชนครอบครองกัญชาได้ 25 กรัม ซึ่งเพียงพอสำหรับการทำเป็นพันลำได้หลายสิบมวน จึงมีโอกาสที่จะนำไปจำหน่ายได้

ด้านคณะกรรมาธิการการแพทย์ยุโรป หรือ CPME ออกมาเตือนว่า กัญชาอาจก่อให้เกิดภาวะเสพติด และส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตได้อย่างร้ายแรง

.
คำบรรยายภาพ, การหาพื้นที่สูบกัญชาอย่างถูกกฎหมาย ยังมีความท้าทาย

“กฎหมายใหม่นี้ยังจะเพิ่มการใช้และอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในเยาวชนอีกด้วย” ศ.เรย์ วอลลีย์ รองประธาน CPME กล่าว และแม้ประชาชนอายุต่ำกว่า 18 ปี จะยังไม่สามารถใช้หรือปลูกกัญชาได้ แต่ก็มีความกังวลว่า เยาวชนเหล่านี้จะเข้าหาผู้ค้ายาเสพติดเพื่อหากัญชามาสูบแทน

เยอรมนีเป็นหนึ่งในประเทศอีกจำนวนมาก ที่ถกเถียงเรื่องประโยชน์และอันตรายของการเปิดกัญชาเสรี

รัฐบาลเยอรมนีเคยเปิดเผยผลสำรวจเมื่อปี 2021 พบว่า ผู้ชาย 10.7% และผู้หญิง 6.8% จากประชากรทั้งหมด เคยใช้กัญชามาแล้วอย่างน้อยครั้งหนึ่งในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอายุ 18-24 ปี

ด้าน ดร.โรบิน ฮอฟแมนน์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านกฎหมายอาญาและอาชญวิทยา มหาวิทยาลัยมาสทริชท์ อธิบายว่า จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีนโยบายใดที่สามารถทำลายตลาดมืดกัญชา และปกป้องเยาวชนจากกัญชา “ได้อย่างแท้จริง”

.

ที่มาของภาพ, REUTERS

คำบรรยายภาพ, พรรคการเมืองบางพรรคประกาศจะยกเลิกนโยบายนี้หากชนะเลือกตั้ง

การจำกัดตลาดมืดกัญชาเป็นเป้าหมายที่ “เอื้อมไม่ถึง” แม้ในประเทศที่กำหนดให้ใช้กัญชาได้อย่างถูกกฎหมายอย่างแคนาดา หรืออุรุกวัย

“มันเป็นกระบวนการที่ยาวนาน” ดร.ฮอฟแมนน์ กล่าว “เป็นการวิ่งแบบมาราธอน ไม่ใช่วิ่งแบบระยะสั้น”

เส้นทางสู่การปลดล็อกกัญชาเสรีของเยอรมนี ถือว่าใช้เวลายาวนาน และก่อให้เกิดการถกเถียงดุเดือดระหว่างนักการเมืองฝ่ายขวาและฝ่ายซ้าย

ข้อเสนอให้ปลดล็อกกัญชาเริ่มในปี 2021 ภายหลังได้รัฐบาลใหม่ ที่เป็นรัฐบาลผสมจาก 3 พรรคการเมือง และเป็นห้วงเวลาหลังการบริหารงานอย่างมีเสถียรภาพนาน 8 ปีของนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เคิล

พรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียนเยอรมนี หรือ CDU ที่นางแมร์เคิลเคยเป็นหัวหน้า ได้ให้คำมั่นว่าจะยกเลิกกฎหมายกัญชาเสรี หากได้รับเลือกเป็นรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งหน้า

สำหรับ มาร์เซล ริตส์เชล ยอมรับว่า การเปลี่ยนแปลงที่เขารณรงค์มายาวนาน อาจมีชีวิตไม่ยืนยาวนัก

“มันอาจอยู่ได้แค่ 2 ปี แล้วก็สิ้นสุด”