กัญชาเสรีไทยใกล้ถึงจุดจบหรือไม่ เมื่อรัฐบาลประกาศตั้งเป้าห้ามใช้เพื่อ “สันทนาการ” ภายในสิ้นปี 2567

ที่มาของภาพ, REUTERS
เกือบ 2 ปี นับแต่รัฐบาลภายใต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “ปลดล็อก” กัญชา กัญชง จนกลายเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยร้านจำหน่ายกัญชาที่ผุดขึ้นกว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ ต่อมา รัฐบาลใหม่ภายใต้นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน เปิดเผยไทม์ไลน์แล้วว่า จะออกฎหมายห้ามการใช้กัญชาเพื่อ “สันทนาการ” ภายในสิ้นปีนี้
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวรอยเตอร์ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ถึงเหตุผล และจุดยืนของรัฐบาลต่อ “กัญชาเพื่อสันทนาการ” ว่าเป็นยาเสพติด
“ระยะที่เราไม่มีกฎหมาย มีการนำไปใช้แบบนี้เยอะมาก มีการทำบ้องกัญชา ทำบุหรี่ ทำเขียง ทำหั่นอะไรเยอะไปหมด ซึ่งลักษณะแบบนี้มันเป็นการใช้ผิดประเภท มันก่ออันตรายต่อผู้เสพ” นพ.ชลน่าน ระบุ
“จริงอยู่มันอาจยังไม่เห็นทันทีทันใด เพราะปริมาณเข้าไป มันเริ่มสะสมเข้าไป แต่ในระยะยาวมันทำลายสมอง ในระยะยาวมันจะเป็นตัวเหนี่ยวนำให้ไปใช้ยาเสพติดประเภทอื่น”
คำว่า “กัญชาเสรี” ของไทย ภายหลังมีการถอดกัญชาออกจากยาเสพติดให้โทษ หมายถึง การอนุญาตให้จัดจำหน่ายผลผลิตกัญชาที่มีสาร THC ไม่เกิน 0.2% ได้
สำหรับ THC เป็นสารของกัญชาที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท ทำให้ผ่อนคลาย นอนหลับ ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และกระตุ้นให้อยากอาหาร
ทั้งนี้ นับแต่ประเทศไทยปลดล็อกกัญชาเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2565 ยังไม่มีการออกกฎหมายเฉพาะมาเพื่อควบคุม มี่เพียงการออกกฎกระทรวงสาธารณสุขให้กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี หญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สธ. ในขระนั้น ชี้ว่า "เป็นการควบคุมแทบจะเรียกว่าครอบจักรวาลแล้ว"
ประกาศดังกล่าวยังห้ามการสูบเสพในที่สาธารณะ อาทิ พื้นที่กระทรวงสาธารณสุข โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า ถนนหนทาง และสถานที่รวมกลุ่มคนจำนวนมาก สอดคล้องกับประกาศกรมอนามัยที่ควบคุมเหตุรำคาญจากกลิ่นหรือควันกัญชา
สำหรับภาคประชาสังคมและกลุ่มแพทย์ มองว่าการปลดล็อกกัญชาโดยไม่มีกฎหมายควบคุมการใช้อย่างจริงจัง ก่อให้เกิด “สุญญากาศ” ส่งผลให้มีการใช้กัญชาเชิงสันทนาการอย่างแพร่หลาย รวมถึงรายงานการพบเยาวชนได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากกัญชา
แดนสวรรค์กัญชา... ที่อายุน้อย
ตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 พรรคเพื่อไทย แสดงจุดยืนต่อต้านกัญชาเพื่อสันทนาการมาโดยตลอด
“พวกผม จะเอากัญชาให้กลับไปเป็นยาเสพติดให้ได้ อย่างแน่นอน” พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส.พรรคเพื่อไทย และปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ ด้วยอีกตำแหน่ง กล่าวต่อสภาเมื่อปลายปี 2565
เมื่อพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล และแต่งตั้ง นพ.ชลน่าน เป็น รมว.สาธารณสุข เขาก็เดินหน้าผลักดัน พรบ.กัญชง กัญชา พ.ศ... เพื่อเป็นกฎหมายควบคุมกัญชาอย่างจริงจัง

ที่มาของภาพ, REUTERS
บีบีซีไทยสำรวจความเคลื่อนไหวของ นพ.ชลน่าน ต่อเรื่องกัญชา นับแต่ขึ้นเป็น รมว.สาธารณสุข ดังนี้
- 26 ก.ย. 2566 - นพ.ชลน่าน กล่าวว่า กัญชา “ไม่ใช่นโยบายเร่งด่วน” แต่ในมุมของ สธ. จะเน้นถึงการใช้กัญชาทางการแพทย์ โดยจะจัดทำกฎหมายและเสนอโดยเร็วที่สุด
- 14 พ.ย. 2566 - ประกาศแก้ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ เหลือ 70 มาตรา จากเดิม 94 มาตรา ยืนยันว่า “หากมีค่า THC เกิน 0.2 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือเป็นยาเสพติด” และจะระบุชัดถึงการห้ามใช้ในเชิง “สันทนาการ หรือการสูบเสพ”
- 6 ม.ค. 2567 - นพ.ชลน่าน เปิดเผยว่า ได้ลงนามร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ซึ่งมี 70 มาตรา ส่งให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาแล้ว
- 12 ม.ค. 2567 – กระทรวงสาธารณสุขประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ
- 6 ก.พ. 2567 - นพ.ชลน่าน เปิดเผยว่า ได้มีการพิจารณาร่างที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็น และจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์ต่อไป โดยเน้นย้ำการห้ามใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ และอนุญาตเฉพาะกัญชาทางการแพทย์เท่านั้น เพราะ “ต้น ดอก ราก ใบ ถือเป็นยาเสพติด”
- 28 ก.พ. 2567 - นพ.ชลน่าน ให้สัมภาษณ์รอยเตอร์ ประกาศว่า จะออกกฎหมายห้ามกัญชาเพื่อสันทนาการ “ภายในสิ้นปี 2567” แต่ไม่ได้ระบุว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีการแสดงความเห็นอย่างไรต่อ ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ
- ในเดือน มี.ค. 2567 - สธ. จะเสนอร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งเพื่อให้ความเห็นชอบ ก่อนจะเสนอลงมติในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
อนาคตกัญชาไร้สันทนาการ

ที่มาของภาพ, Reuters
ปัจจุบัน ประชาชนทั่วไปที่อายุมากกว่า 20 ปี และไม่ใช่สตรีมีครรภ์ รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ สามารถเดินเข้าไปในร้านจำหน่ายกัญชา เพื่อซื้อผลิตภัณฑ์กัญชาได้ ซึ่งโดยหลักจะเป็นช่อดอกกัญชาที่จำหน่ายในราคากรัมละ 250-1,000 บาท หรืออาจแพงกว่านั้น ตามแต่สายพันธุ์และคุณภาพ
อย่างไรก็ดี การใช้ช่อดอกกัญชานั้น ไม่สามารถทำได้ในร้านและในที่สาธารณะ ต้องนำไปใช้ในบ้านเรือนและที่พักอาศัยของตนเท่านั้น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุขชี้ว่า การเปิดร้านจำหน่ายและการซื้อขายช่อดอกกัญชาเช่นนี้ จะกลายเป็นสิ่ง “ผิดกฎหมาย” ในอนาคต
“ขณะที่ยังไม่มีกฎหมายฉบับนี้ออก ใครก็เข้าไปแคนนาบิสชอป แล้วซื้อช่อดอกที่อยู่ในโถ แล้วอ้างว่าไปเสพเพื่อการแพทย์ จุดนี้ไงเป็นจุดอ่อนที่เราคุมไม่ได้ พอเห็นจุดอ่อนตรงนี้ เราเลยเขียนกฎหมายฉบับนี้มารองรับว่า ต่อไปคุณจะเอานำไปใช้ ต้องพิสูจน์ได้ว่าเพื่อเป็นการแพทย์ พิสูจน์ได้ว่าเพื่อสุขภาพ” นพ.ชลน่าน อธิบาย

ที่มาของภาพ, REUTERS
ตามร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ นั้น ได้กำหนดไว้ว่า หากพบว่ามีการขายหรือโฆษณาเพื่อสันทนาการ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ ส่วนผู้บริโภคนั้น หากนำกัญชาไปใช้เพื่อสันทนาการ จะมีโทษปรับไม่เกิน 60,000 บาท
เมื่อถามว่า แล้วร้านจำหน่ายกัญชา หรือที่เรียกกันว่า cannabis shop และ dispensary จะเป็นอย่างไรต่อไป นพ.ชลน่าน ระบุว่า ร้านจำหน่ายกัญชาที่ดำเนินการอย่างผิดกฎหมายจะถูกกวาดล้าง ส่วนร้านที่มีใบอนุญาตอย่างถูกกฎหมายจะดำเนินการต่อไปได้จนครบกำหนด หลังจากนั้น หากจะต่อใบอนุญาต จะต้องเปลี่ยนเป็น "คลินิกกัญชา" ภายใต้ข้อบังคับใหม่ พร้อมเสริมว่า กฎหมายสั่งห้ามกัญชาเพื่อสันทนาการ จะไม่มีผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES
สำหรับผู้ปลูกและฟาร์มกัญชานั้น ตามร่างกฎหมายที่มีการเสนอกันอยู่ หากพบว่ามีการปลูกกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี และปรับ 20,000-300,000 บาท
“พูดง่าย ๆ กฎหมายฉบับนี้ ถ้าเอาไปใช้ด้านการแพทย์หรือสุขภาพ ถือเป็นการส่งเสริม แต่ต้องควบคุม หมายความว่า การผลิต การนำเข้า การส่งออก การแปรรูป ต้องได้รับอนุญาต” นพ.ชลน่าน เสริม
ทั้งนี้ เขายืนยันว่า การห้ามกัญชาเพื่อสันทนาการจะไม่กระทบการท่องเที่ยวมากนัก และจะถือเป็นผลดีมากกว่าผลลบที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้
“ผลบวกที่เกิดขึ้นจากการกลับไปเป็นยาเสพติดน่าจะน้อยกว่าผลลบ”











