เหตุลอบยิงทรัมป์ขณะปราศรัยที่เพนซิลเวเนีย เรารู้อะไรแล้วบ้าง

.

ที่มาของภาพ, REUTERs

คำบรรยายภาพ, โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกลอบยิงขณะปราศรัยที่เมืองบัตเลอร์ มลรัฐเพนซิลเวเนีย โดยอดีตประธานาธิบดีได้รับบาดเจ็บ และถูกพาตัวออกไปจากที่เกิดเหตุ หลังจากมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาและแคนดิเดตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของพรรครีพับลิกัน ถูกลอบยิงขณะปราศรัยที่เมืองบัตเลอร์ มลรัฐเพนซิลเวเนีย โดยอดีตประธานาธิบดีได้รับบาดเจ็บ และถูกพาตัวออกไปจากที่เกิดเหตุ หลังจากมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ภาพวิดีโอขณะเกิดเหตุแสดงให้เห็นทรัมป์ในใบหน้าบูดบึ้งและยกมือขวาขึ้นมาปิดที่หูข้างขวาก่อนที่จะมุดตัวลงขณะเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนำตัวเขาออกไป

แถลงการณ์จากทีมหาเสียงของทรัมป์ระบุว่า อดีตประธานาธิบดี “ปลอดภัย” และกำลังได้รับการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลในพื้นที่

ในเวลาต่อมาทรัมป์ระบุว่า เขาถูกยิงที่บริเวณใบหูด้านขวา โดยกระสุนได้เจาะทะลุ "ส่วนบน" ของใบหู “ผมรู้ได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ ผมได้ยินเสียงหวีดและเสียงปืน และทันใดนั้นก็รู้สึกถึงกระสุนที่ทะลุผิวไป”

ผู้เห็นเหตุการณ์บอกกับผู้สื่อข่าวบีบีซีในพื้นที่ว่า เห็นผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งพร้อมปืนไรเฟิลหรือปืนซุ่มยิงอยู่บนหลังคาของอาคารชั้นเดียวหลังหนึ่ง เยื้องไปทางด้านขวาใกล้กับเวทีปราศรัย ก่อนได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดในเวลาต่อมา

ทีมรักษาความปลอดภัยระบุว่าได้สังหารชายผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวแล้ว โดยมีประชาชนผู้เข้าร่วมฟังการปราศรัยเสียชีวิตด้วยอีก 1 ราย และบาดเจ็บสาหัส 2 คน

สำนักงานสืบสวนกลางหรือเอฟบีไอ (FBI) เปิดแถลงข่าวกรณีเหตุลอบยิงนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยยืนยันว่าเหตุดังกล่าวเป็น “ความพยายามในการลอบสังหาร”

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. ตามเวลาในไทย เอฟบีไอได้เผยแพร่แถลงการณ์ระบุชื่อมือปืนผู้ก่อเหตุว่าคือ นายโธมัส แมทธิว ครุกส์ ชายวัย 20 ปี จากเมืองเบเธลพาร์ก มลรัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐฯ

พยานเล่าว่าเห็นมือปืนบนหลังคาใกล้กับจุดปราศรัย

เกร็ก สมิธ พยานในเหตุการณ์เล่าให้บีบีซีฟังว่า เห็นชายพร้อมกับปืนไรเฟิลปีนขึ้นไปบนชั้นบนสุดของอาคารที่อยู่นอกพื้นที่ปราศรัยก่อนจะได้ยิงเสียงปืนดังขึ้น

นายสมิธกำลังฟังการปราศรัยจากด้านนอกและบอกกับบีบีซีว่า เขาเห็นมือปืนขณะที่ทรัมป์ขึ้นพูดได้ประมาณ 5 นาที

“เราสังเกตเห็นชายคนนั้นกำลังคลานขึ้นไปที่ชั้นบนของอาคารข้าง ๆ เรา ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 50 ฟุต (กว่า 15 เมตร)” สมิธบอก “เขามีปืนไรเฟิล เราเห็นปืนชัดเจนมาก”

"เราชี้ไปที่เขา ตํารวจอยู่ตรงนั้นวิ่งไปมาด้านล่าง เราแบบ 'นี่คุณ มีผู้ชายคนหนึ่งอยู่บนหลังคาพร้อมปืนไรเฟิล'... และตํารวจก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น"

สมิธยังบอกด้วยว่าเขาพยายามแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่อยู่ 3-4 นาที แต่เขาคิดว่าเจ้าหน้าที่อาจมองไม่เห็นมือปืนเนื่องจากความลาดเอียงของหลังคา

“ทำไมที่นี่ไม่มีหน่วยรักษาความปลอดภัยประธานาธิบดีบนหลังคาบริเวณนี้ทั้งหมด” เขาตั้งคำถาม “สถานที่จัดงานไม่ได้ใหญ่อะไรมากขนาดนั้น”

“ผมยังคิดในใจว่าทำไมทรัมป์ยังคงปราศรัยอยู่ ทำไมพวกเขาไม่ดึงทรัมป์ลงจากเวที รู้อีกทีก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 5 ครั้ง”

จากนั้นอดีตประธานาธิบดีก็ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของประธานาธิบดี (Secret Service) ห้อมล้อมตัวไว้และพาเขาออกไปจากที่เกิดเหตุทันที ภาพของทรัมป์ที่ปรากฏให้เห็นคือมีเลือดบนใบหน้า ซึ่งต่อมาอดีตประธานาธิบดีบอกว่าเขาถูกยิงบริเวณหูด้านขวา

.

ที่มาของภาพ, getty images

ผู้ฟังปราศรัยเสียชีวิต 1 ราย ด้านทรัมป์ออกจากโรงพยาบาลแล้ว

สำนักข่าว CBS ซึ่งเป็นพันธมิตรของบีบีซีในสหรัฐฯ อ้างแหล่งข่าวจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย 2 แห่ง ระบุว่าผู้โจมตีมีปืนไรเฟิลและยืนอยู่นอกพื้นที่งานปราศรัย ห่างจากทรัมป์ประมาณ 182 เมตร โดยเจ้าหน้าที่กล่าวว่าผู้ต้องสงสัยยืนบน “โครงสร้างที่ยกระดับขึ้น” จากนั้นมือปืนถูกปลิดชีพโดยเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยของประธานาธิบดี

หน่วยรักษาความปลอดภัยของประธานาธิบดี ออกแถลงการณ์ระบุว่า ผู้โจมตียิงปืนหลายนัดไปยังเวทีปราศรัย “จากตำแหน่งที่สูงนอกสถานที่ชุมนุม” โดยในแถลงการณ์เดียวกันนี้ยังกล่าวด้วยว่า กระสุนได้สังหารผู้ชม 1 คน และอีก 2 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนอดีตประธานาธิบดีปลอดภัย อย่างไรก็ตามทางหน่วยได้แจ้งให้สำนักงานสืบสวนกลางหรือเอฟบีไอ (FBI) ทราบแล้ว

ด้านนายทรัมป์ โพสต์บนบัญชีโซเชียลมีเดียของเขา โดยออกมาขอบคุณหน่วยรักษาความปลอดภัยฯ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายคนอื่น ๆ “สำหรับการตอบสนองที่รวดเร็วเกี่ยวกับเหตุการณ์ลอบยิงที่เพิ่งเกิดขึ้น”

“สิ่งสำคัญที่สุด ผมขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้ฟังปราศรัยที่เสียชีวิต และครอบครัวของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส”

“เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่การกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นได้ในประเทศของเรา ขณะนี้ยังไม่มีใครทราบรายละเอียดของมือปืนที่เสียชีวิตไปแล้วตอนนี้” เขากล่าวเสริม ก่อนจะจบโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ของตนเองว่า “ขอให้พระเจ้าอวยพรอเมริกา!”

ทรัมป์ออกจากโรงพยาบาลแล้วในขณะนี้ และจะเข้าร่วมการประชุมแห่งชาติของพรรครีพับลิกันในเมืองมิลวอกี มลรัฐวิสคอนซินตามกำหนดการเดิมในสัปดาห์หน้า โดยทางผู้จัดการแผนรณรงค์หาเสียงของอดีตประธานาธิบดีบอกว่า “เขายังสบายดี” และขอขอบคุณหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสำหรับการรับมือกับเหตุที่เกิดขึ้น

ไบเดน-กมลา ออกมาประณามเหตุลอบยิง

ด้านนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และคู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต ออกแถลงการณ์สั้น ๆ หลังเกิดเหตุลอบยิงทรัมป์ว่า “ทุกคนต้องประณาม” เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในรัฐเพนซิลเวเนีย

เขากล่าวด้วยว่า ตนหวังว่าจะได้พูดคุยกับนายทรัมป์คืนนี้ และบอกด้วยว่าได้รับฟังบรรยายสรุปอย่างละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

“เราไม่สามารถปล่อยให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ เราไม่สามารถเป็นเช่นนี้ได้ เราไม่สามารถให้อภัยสิ่งที่เกิดขึ้นได้” ประธานาธิบดีไบเดน กล่าว

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่หาเสียงกล่าวว่าการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งครั้งใหม่ของไบเดนได้หยุดการสื่อสารทั้งหมดไว้ชั่วคราว และพยายามนำโฆษณาหาเสียงออกจากรายการโทรทัศน์ให้เร็วที่สุด

จากนั้นมีรายงานข่าวว่าประธานาธิบดีไบเดนได้พูดคุยกับนายทรัมป์แล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวไม่ได้บอกว่าทั้งสองคนพูดคุยเกี่ยวกับอะไร นอกจากนี้ นายไบเดนยังต่อสายหานายจอซ ซาปิโร ผู้ว่าการรัฐเพนซิลเวเนีย รวมถึงนายบ็อบ แดนดอย นายกเทศมนตรีเมืองบัตเลอร์ด้วย

ขณะนี้ ประธานาธิบดีไบเดนกำลังเดินทางกลับทำเนียบขาวในคืนนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) จากเดิมนายไบเดนมีกำหนดการอยู่ในมลรัฐเดลาแวร์ช่วงสุดสัปดาห์นี้ แต่แผนดังกล่าวถูกเปลี่ยนแปลงไปหลังเกิดเหตุลอบยิงดังกล่าวขึ้น

ด้านนางกมลา แฮริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า “โล่งใจ” ที่ทรัมป์ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

“เรากำลังสวดอ้อนวอนให้เขา ให้ครอบครัวของเขา และทุกคนที่ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ยิงที่ไร้สติเช่นนี้” เธอกล่าวในแถลงการณ์

“ความรุนแรงเช่นนี้ไม่มีที่ยืนในประเทศของเรา เราทุกคนต้องประณามการกระทำที่น่ารังเกียจนี้ และทำงานในส่วนของเราเพื่อให้แน่ใจว่าเหตุการณ์นี้จะไม่นำไปสู่เหตุที่รุนแรงกว่าเดิม” เธอกล่าว

ทางด้านนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีของไทย กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่า เป็นเรื่องที่น่าเศร้า และน่าตกใจ เนื่องจากเพิ่งจะเริ่มการแข่งขันและมลรัฐเพนซิลเวเนียถือเป็นฐานเสียงของพรรครีพับลิกัน จึงเป็นสิ่งที่น่าตกใจพอสมควร และไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก พร้อมทั้งหวังให้นายทรัมป์ปลอดภัย

.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, นายทรัมป์ชูกำปั้นกลางอากาศ ขณะเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยฯ พยายามนำตัวเขาลงจากเวที

เอฟบีไอเปิดชื่อมือปืนยิงทรัมป์เป็นชายวัย 20 ปี จากเพนซิลเวเนีย

หลังจากตรวจพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลด้วยดีเอ็นเอและไบโอเมตริกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำนักงานสืบสวนกลางหรือเอฟบีไอ (FBI) ได้เผยแพร่แถลงการณ์ระบุชื่อมือปืนผู้ก่อเหตุว่าคือ นายโธมัส แมทธิว ครุกส์ ชายวัย 20 ปี ชาวเมืองเบเธลพาร์ก มลรัฐเพนซิลเวเนีย

เมืองแห่งนี้อยู่ห่างจากเมืองบัตเลอร์สถานที่เกิดเหตุลอบยิงทรัมป์ออกไปราว 70 กม. หรือราว 1 ชม.

“ขณะนี้กระบวนการสืบสวนยังดำเนินอยู่ หากบุคคลใดมีข้อมูลที่อาจช่วยในการสืบสวนของเรา ขอให้ส่งรูปภาพหรือวิดีโอผ่านทางออนไลน์”

การเปิดเผยชื่อผู้ก่อเหตุเกิดขึ้นหลังจากทางการได้ตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ เนื่องจากผู้ก่อเหตุไม่ได้พกเอกสารแสดงตัวตนติดตัวไว้

ก่อนหน้านี้ เอฟบีไอแถลงข่าวยืนยันว่า เหตุลอบยิงนายทรัมป์เป็น "ความพยายามในการลอบสังหาร"

"เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ที่เราเรียกว่าเป็นความพยายามลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์" นายเควิน โรเจ็ก เจ้าหน้าที่เอฟบีไอระบุ พร้อมบอกว่าเจ้าหน้าที่เอฟบีไออยู่ในพื้นที่เกิดเหตุเพื่อสอบสวนเหตุทั้งหมดแล้ว

เอฟบีไอระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทราบว่ามีคนอยู่บนดาดฟ้าของตึกใกล้กับสถานที่ปราศรัยหาเสียงที่นายทรัมป์ถูกยิง

ส่วนอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ เอฟบีไอยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นอาวุธชนิดใด และมีการยิงเกิดขึ้นทั้งหมดกี่นัด

เจ้าหน้าที่ตำรวจยังถูกสื่อตั้งคำถามเกี่ยวกับระยะเวลาการตอบสนองต่อผู้ก่อเหตุ โดยตำรวจกล่าวว่า “ยังเร็วเกินไป” ที่จะทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะ “ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก” ขณะที่นายโรเจ็ก กล่าวชื่นชมหน่วยความปลอดภัยฯ และตำรวจท้องถิ่นที่ตอบโต้เหตุได้อย่าง “ทันทีทันใด”

เหตุลอบยิงจะเปลี่ยนวิธีการหาเสียงต่อจากนี้อย่างไร ?

ภาพนายทรัมป์ที่ชูกำปั้นกลางอากาศหลังเพิ่งเกิดเหตุลอบยิงไม่กี่นาที ก่อนถูกหน่วยรักษาความปลอดภัยฯ พาลงจากเวทีปราศรัย ไม่ใช่แค่ภาพประวัติศาสตร์ แต่อาจเปลี่ยนเส้นทางการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งจะมีขึ้นในเดือน พ.ย. นี้

ซาราห์ สมิธ บรรณาธิการข่าวบีบีซีในอเมริกาเหนือ วิเคราะห์ว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจะมีผลต่อการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ภาพดังกล่าวถูกโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็วโดยนายอีริก ทรัมป์ ลูกชายของเขา พร้อมกับข้อความว่า “นี่คือนักสู้ที่อเมริกาต้องการ”

ประธานาธิบดีไบเดนปรากฏตัวทางโทรทัศน์ไม่นานหลังเกิดเหตุลอบยิง และกล่าวว่า ไม่มีที่สำหรับความรุนแรงทางการเมืองเช่นนี้ในสหรัฐอเมริกา พร้อมกับแสดงความห่วงใยต่อคู่ต่อสู้จากพรรครีพับลิกัน

นอกจากนี้ ฝ่ายรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของไบเดนก็หยุดประชาสัมพันธ์ข้อความหาเสียงทั้งหมดเป็นการชั่วคราว พร้อมกับดำเนินการระงับโฆษณาหาเสียงทางโทรทัศน์ทั้งหมดให้ไวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเชื่อว่าไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมสำหรับการโจมตีนายทรัมป์ในช่วงเวลานี้ และมุ่งความสนใจไปที่การประณามเหตุรุนแรง

.

ที่มาของภาพ, getty images

นักการเมืองทั่วทุกสารทิศที่มีจุดยืนแตกต่างกับทรัมป์อย่างมากหรือเห็นด้วยกับแนวทางของทรัมป์ไม่มากนัก ก็ออกมาแสดงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีที่สำหรับความรุนแรงในระบอบประชาธิปไตย เช่น อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา, จอร์จ ดับเบิลยู บุช, บิล คลินตัน และจิมมี คาร์เตอร์ ซึ่งบอกว่าพวกเขาโล่งใจที่ทรัมป์ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

แม้จะมีปฏิกิริยาเช่นนี้ออกมา แต่พันธมิตรและผู้สนับสนุนที่ใกล้ชิดของทรัมป์บางคนกลับตำหนิไบเดนสำหรับเหตุรุนแรงดังกล่าว โดยสมาชิกรัฐสภาของสหรัฐฯ คนหนึ่งกล่าวหาประธานาธิบดีว่า “ยุยงให้เกิดการลอบสังหาร”

นายเจ ดี แวนซ์ สมาชิกวุฒิสภา ผู้ที่คาดว่าจะอยู่ในรายชื่อผู้เข้าชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของทรัมป์กล่าวว่า วาทศิลป์การรณรงค์หาเสียงของไบเดนนำไปสู่เหตุการณ์นี้โดยตรง

ขณะที่นักการเมืองพรรครีพับลิกันคนอื่น ๆ กำลังพูดถึงสิ่งที่คล้ายคลึงกันจนเกือบจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามออกมาประณามว่าอาจเป็นการก่อความไม่สงบในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในช่วงเวลาอันตรายของการเมืองอเมริกัน

ดังนั้น เราสามารถเห็นได้ว่าเกิดการต่อสู้ที่น่ารังเกียจซึ่งก่อตัวขึ้นจากสถานการณ์ที่น่าตกใจอย่างมาก และมันอาจพลิกโฉมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งหลังจากนี้