“มืดมนและอันตราย” การเมืองสหรัฐฯ จะเป็นอย่างไรต่อไปหลังเหตุลอบยิงทรัมป์

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES
- Author, แอนโทนี ซูร์เชอร์
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำภูมิภาคอเมริกาเหนือ
สาดกระสุนที่เกิดขึ้นในมลรัฐเพนซิลเวเนียเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 13 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น อาจจะเฉียดโดนัลด์ ทรัมป์ แต่กระสุนบางส่วนได้คร่าชีวิตผู้เข้าร่วมฟังปราศรัยไป 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน
กระสุนเหล่านี้ยังได้ทำลายการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 ด้วย เพราะมันสร้างความเสื่อมเสียให้กับสังคมและวัฒนธรรมที่ห่อหุ้มชนชาติสหรัฐฯ ไว้ อีกทั้งภาพของความมั่นคงและความปลอดภัยทางการเมืองของอเมริกาที่สร้างขึ้นมาหลายทศวรรษได้ถูกทำลายลงไปอย่างมากเช่นกัน
โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับบาดเจ็บไม่มาก แต่กระสุนก็เข้าใกล้เขามาก ภาพถ่ายของดั๊ก มิลส์ ช่างภาพจากนิวยอร์กไทม์ส เผยให้เห็นวิถีของลูกกระสุนปืนที่แหวกอากาศใกล้กับศีรษะของทรัมป์
นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่นายโรนัลด์ เรแกน อดีตประธานาธิบดี ถูกมือปืนจอห์น ฮิงก์ลีย์ พยายามลอบสังหารด้วยการยิงเมื่อปี 1981 ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลอบยิงที่อุกอาจครั้งใดอีกเลยที่กระทำต่อประธานาธิบดีหรือผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
เหตุการณ์นี้ทำให้นึกถึงยุคที่มืดมนกว่านี้ในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ เมื่อกว่า 50 ปีที่แล้ว เมื่อสองพี่น้องตระกูลเคนเนดี คนหนึ่งเป็นประธานาธิบดี (อดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี) อีกหนึ่งคนเป็นผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดี (โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี) ถูกลอบสังหารด้วยกระสุนปืน นอกจากนี้ ยังมีเหล่าผู้นำทางการเมืองภาคประชาชนอย่าง เมดการ์ เอวาร์ส, มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ และมัลคอม เอ็กซ์ ที่เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงทางการเมือง
เฉกเช่นกับปัจจุบัน การเมืองสหรัฐฯ ในช่วงทศวรรษ 1960 ถูกทำลายด้วยความผิดปกติและการแบ่งขั้วทางการเมืองอย่างเข้มข้น เมื่อใครบางคนมีความปรารถนาจะใช้ปืน เพื่อเปลี่ยนแปลงเส้นทางของประวัติศาสตร์
เป็นการยากที่จะคาดการณ์ว่าเหตุการณ์ลอบยิงนายทรัมป์จะส่งผลกระทบอย่างไรต่ออเมริกาและวาทกรรมทางการเมืองของประเทศ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว คือข้อเรียกร้องจากทั้งสองพรรคการเมืองใหญ่ที่ต้องการให้ลดการใช้วาทกรรมโจมตีและเรียกร้องเอกภาพในชาติ
หลังจากเหตุลอบยิงนายทรัมป์ไม่กี่ชั่วโมง ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่คาดว่าจะเป็นคู่แข่งชิงประธานาธิบดีกับทรัมป์ในเดือน พ.ย. ปรากฏตัวต่อหน้ากล้องในมลรัฐเดลาแวร์เพื่อกล่าวแถลงต่อเหตุการณ์นี้
“อเมริกาไม่มีที่สำหรับความรุนแรงเช่นนี้ มันเป็นเรื่องน่าเจ็บปวด" เขากล่าว "เราไม่สามารถเป็นแบบนี้ได้ เราไม่สามารถให้อภัยเรื่องนี้ได้”
หลังจากนั้นไบเดนได้พูดคุยกับทรัมป์ทางโทรศัพท์ เขายกเลิกกำหนดการสุดสัปดาห์ของเขาทั้งหมดที่ชายหาด และเดินทางกลับมายังทำเนียบขาวในช่วงค่ำวันเสาร์
แต่ความรุนแรงก็กลายเป็นสนามชกต่อยแบบไร้นวมอย่างรวดเร็วของพรรคการเมืองทั้งสองพรรค ซึ่งกลายเป็นวิถีหลักของการเมืองอเมริกันในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา
นักการเมืองจากพรรครีพับลิกันบางรายกล่าวโทษว่า เหตุลอบยิงเป็นเพราะพรรคเดโมแครตที่สร้างวาทกรรมอันเลวร้ายเกี่ยวกับภัยคุกคามที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์กระทำต่อประชาธิปไตยของอเมริกา
“เนื้อหาสาระหลักของการรณรงค์หาเสียงของไบเดน คือ (อดีต) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นพวกเผด็จการฟาสซิสต์ ที่ต้องถูกหยุดยั้งในทุกวิถีทาง” นายเจ ดี แวนซ์ สมาชิกวุฒิสภามลรัฐโอไฮโอ ผู้ที่คาดว่าจะอยู่ในรายชื่อเข้าชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของทรัมป์ โพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย “วาทศิลป์การรณรงค์หาเสียงนำไปสู่ความพยายามลอบสังหาร (อดีต) ประธานาธิบดีทรัมป์ โดยตรง”
คริส ลาซิวิตา ผู้จัดการทีมหาเสียงของทรัมป์กล่าวว่า “นักเคลื่อนไหวฝ่ายซ้าย ผู้บริจาคของพรรคเดโมแครต และกระทั่งโจ ไบเดน” จำเป็นต้องรับผิดชอบในวันเลือกตั้งเดือน พ.ย. ที่จะถึงนี้ สำหรับ "ความเห็นที่น่ารังเกียจ" ของพวกเขาที่นำไปสู่เหตุการณ์ลอบยิงเมื่อคืนวันเสาร์
พรรคเดโมแครตอาจคัดค้านความเห็นนี้ แต่คนจำนวนมากที่มีความคิดในทางฝ่ายซ้ายได้ใช้ถ้อยคำที่คล้ายคลึงกันนี้วิจารณ์ความผิดของฝ่ายขวาในช่วงไม่กี่เดือนก่อนเกิดเหตุลอบยิง แกบบี กิฟฟอร์ดส สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ จากมลรัฐแอริโซนา เมื่อปี 2011 จนเกือบจะถึงแก่ชีวิต

ที่มาของภาพ, reuters
เหตุรุนแรงที่มลรัฐเพนซิลเวเนียจะกลายเป็นประเด็นหลักในการประชุมสามัญของพรรครีพับลิกันซึ่งจะเริ่มในวันจันทร์ที่จะถึงนี้อย่างไม่ต้องสงสัย มาตรการรักษาความปลอดภัยจะเข้มงวดขึ้น และบรรดาผู้ประท้วงรวมถึงผู้ต่อต้านผู้ประท้วงใกล้กับสถานที่ประชุมก็จะถูกควบคุมด้วยความรู้สึกที่ว่าอาจจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น
ในขณะเดียวกัน ความสนใจระดับชาติจะมุ่งไปที่ตัวแทนของพรรค เมื่อทรัมป์ขึ้นเวทีในคืนวันพฤหัสฯ นี้
แน่นอนว่าภาพของอดีตประธานาธิบดีที่ใบหน้าเปื้อนเลือด พร้อมกับกำปั้นที่ชูขึ้นจะกลายเป็นจุดหลักที่ใช้ในการหาเสียงในเมืองมิลวอกี พรรครีพับลิกันได้วางแผนเอาไว้แล้วว่าจะสร้างความเข้มแข็งและความเป็นชายที่แข็งแกร่งให้เป็นสารหลักของการหาเสียง และเหตุการณ์ลอบยิงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาจะกระตุ้นพลังแบบใหม่ให้กับสารเหล่านี้
“นี่คือนักสู้ที่อเมริกาต้องการ” อีริก ทรัมป์ ลูกชายโดนัลด์ ทรัมป์ เขียนบนโซเชียลมีเดีย พร้อมกับโพสต์ภาพของบิดาหลังจากถูกยิง
ด้านหน่วยรักษาความปลอดภัยประธานาธิบดียังเผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับการจัดการความปลอดภัย ณ สถานที่หาเสียงของทรัมป์ จากการที่ผู้ก่อเหตุสามารถถืออาวุธปืนไรเฟิลเข้ามาอยู่ในระยะที่เล็งเป้าไปยังผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีได้
นายไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้คำมั่นว่าสภาฯ จะเปิดการสอบสวนเต็มรูปแบบ ขณะที่การสอบสวนเหตุลอบยิงจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง
แต่ ณ ตอนนี้ หนึ่งสิ่งที่ชัดเจนคือ ในปีแห่งการเลือกตั้งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน การเมืองอเมริกาได้เข้าสู่จุดพลิกผันครั้งใหม่ที่อันตรายอย่างยิ่ง











