พบหลักฐานจากฟอสซิลอายุ 55 ล้านปี ชี้จระเข้โบราณในออสเตรเลียปีนต้นไม้ได้และกระโดดลงมาล่าเหยื่อ

.

ที่มาของภาพ, Panades et al 2025 (generated with Google Gemini AI)

คำบรรยายภาพ, ภาพของจระเข้ "ดร็อปครอค" หรือจระเข้เมโคซูชินส์ (ภาพนี้สร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์)

ทีมนักวิทยาศาสตร์ขุดพบเปลือกไข่จระเข้เก่าแก่ที่สุดของออสเตรเลียที่อาจเป็นเปลือกไข่ของ "ดร็อปครอค" ซึ่งเป็นจระเข้สายพันธุ์ที่สามารถปีนขึ้นต้นไม้เพื่อล่าเหยื่อที่อยู่ด้านล่างได้

เปลือกไข่จระเข้อายุ 55 ล้านปีถูกค้นพบที่สวนหลังบ้านของเกษตรกรเลี้ยงแกะรายหนึ่งในรัฐควีนส์แลนด์ โดยผลการศึกษาของการค้นพบครั้งนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสารบรรพชีวินวิทยาของสัตว์มีกระดูกสันหลัง (Vertebrate Paleontology)

เปลือกไข่ดังกล่าวเป็นของกลุ่มจระเข้ที่สูญพันธุ์ไปนานแล้วที่รู้จักกันในชื่อ เมโคซูชินส์ (mekosuchines) ซึ่งอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำในแผ่นดินตอนที่ออสเตรเลียยังเป็นส่วนหนึ่งของทวีปแอนตาร์กติกาและอเมริกาใต้

ศาสตราจารย์ไมเคิล อาร์เชอร์ ผู้เขียนงานวิจัยร่วม กล่าวว่า "ดร็อปครอค" เป็น "ความคิดที่ประหลาด" แต่จระเข้บางตัว "อาจมีพฤติกรรมการล่าเหมือนเสือดาว ด้วยการกระโจนลงจากต้นไม้พุ่งเข้าใส่สิ่งมีชีวิตที่พวกมันมองว่าเป็นอาหารมื้อเย็นได้โดยไม่ให้เหยื่อรู้ตัว"

ศ.อาร์เชอร์ นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า จระเข้สายพันธุ์เมโกซูชินส์ ซึ่งอาจเจริญเติบโตจนมีความยาวได้ถึง 5 เมตร มีอยู่อย่างชุกชุมเมื่อ 55 ล้านปีก่อน โดยพวกมันมีชีวิตอยู่มานานมากก่อนที่จระเข้น้ำเค็มและจระเข้น้ำจืดในยุคสมัยใหม่จะปรากฏในออสเตรเลียเมื่อประมาณ 3.8 ล้านปีที่แล้ว

เปลือกไข่ของ "ดร็อปครอค" ถูกค้นพบเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว แต่ได้รับการศึกษาวิเคราะห์จากนักวิทยาศาสตร์ในสเปนเมื่อไม่นานมานี้

"มันเป็นความคิดที่ประหลาด" ศ.อาร์เชอร์ กล่าวถึง "ดร็อปครอค" ที่พุ่งลงมาล่าเหยื่อจากที่สูง แต่ก็บอกด้วยว่าจระเข้สายพันธุ์นี้บางตัวอาจเป็น "นักล่าเหยื่อบนบกบนผืนป่า" ด้วยเช่นกัน

.

ที่มาของภาพ, Mina Bassarova via University of NSW

คำบรรยายภาพ, หลุมดินเหนียวที่หมู่บ้านเมอร์กอนมีเบาะแสเกี่ยวกับสัตว์และสภาพแวดล้อมในอดีตที่มีอายุหลายล้านปี

ผลการค้นพบครั้งนี้ยังช่วยสนับสนุนหลักฐานจากการค้นพบซากฟอสซิลของเมโคซูชินส์ที่มีอายุน้อยกว่า ซึ่งพบในชั้นดินอายุราว 25 ล้านปีในพื้นที่อีกแห่งของควีนส์แลนด์

"บางชนิดดูเหมือนจะเป็นจระเข้ 'ดร็อปครอค' ที่ดำรงชีวิตกึ่งอาศัยอยู่บนต้นไม้อย่างน้อยก็ในบางช่วงเวลา" ศ.อาร์เชอร์ กล่าว

ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1980 ศ.อาร์เชอร์ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับคณะนักวิทยาศาสตร์ที่ขุดค้นหลุมดินเหนียวในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า เมอร์กอน ซึ่งอยู่ห่างจากบริสเบนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 270 กิโลเมตร

หลายสิบปีต่อมา หมู่บ้านเมอร์กอนได้กลายเป็นหนึ่งในแหล่งที่ขุดพบเจอฟอสซิลที่เก่าแก่ที่สุด เนื่องจากครั้งหนึ่งมันเคยถูกล้อมรอบด้วยป่าไม้อันเขียวชอุ่ม

"ป่าแห่งนี้ยังเคยเป็นที่อยู่อาศัยของนกที่มีเสียงร้องไพเราะ (songbird) ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก รวมถึงกบและงูยุคแรก ๆ ของออสเตรเลีย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กหลากหลายชนิดที่มีความเชื่อมโยงกับทวีปอเมริกาใต้ และหนึ่งในค้างคาวที่เก่าแก่ที่สุดในโลก" ดร.ไมเคิล สตีน อีกหนึ่งผู้ร่วมเขียนงานวิจัยระบุ

ศ.อาร์เชอร์ยังเล่าย้อนไปถึงในปี 1983 ที่เขาและเพื่อนร่วมงานขับรถไปยังหมู่บ้านเมอร์กอน จอดรถไว้ที่ข้างทาง แล้วคว้าพลั่วคนละอันไปเคาะประตูบ้านของชาวบ้านเพื่อถามว่า ขอเข้าไปขุดที่สวนหลังบ้านของพวกเขาได้หรือไม่

"หลังจากอธิบายถึงขุมสมบัติในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่อาจซ่อนอยู่ใต้คอกแกะของพวกเขา และบอกว่ามีการพบซากฟอสซิลกระดองเต่าในพื้นที่นี้แล้ว พวกเขาก็ยิ้มและพูดว่า 'ได้อยู่แล้ว'"

"และค่อนข้างจะเห็นได้ชัดเจนว่า จากสัตว์ที่น่าตื่นตานานาชนิดที่เราพบในชั้นดินนี้ตั้งแต่ปี 1983 เรารู้ว่ายิ่งเราขุดมากขึ้นก็จะมีเรื่องที่น่าประหลาดใจอีกมากมายรออยู่ข้างหน้า"