กฎหมายเอาผิดปล่อยคลิปลับโดยไร้ความยินยอม ชาติไหนมีใช้บ้าง

.

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

การนำรูปหรือวิดีโอของบุคคลอื่นในลักษณะทางเพศไปใช้โดยปราศจากความยินยอม เป็นอาชญากรรมทางเพศรูปแบบหนึ่งที่เห็นได้ทั่วไปในระบบอินเทอร์เน็ต แต่มักจะมีแต่กรณีที่เกิดกับคนดัง บุคคลมีชื่อเสียง เท่านั้น ที่ปรากฏเป็นข่าวจากการเข้าแจ้งความ บีบีซีไทยชวนสำรวจว่าการเอาผิดตามกฎหมายไทยในปัจจุบันเป็นอย่างไร เมื่อเทียบกับต่างประเทศ

พิมพ์ กรกนก นางแบบและอินฟลูเอ็นเซอร์ ออกมาแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ กรณีที่คลิปวิดีโอความสัมพันธ์กับอดีตแฟนหนุ่ม ถูกเผยแพร่ทางโซเชียล โดยการเข้าแจ้งความนี้ก็เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยคลิปลับส่วนตัวทั้งหมดจนได้รับความเสียหาย

อินฟลูเอ็นเซอร์สาวรายนี้บอกว่า อดีตแฟนหนุ่มเป็นคนโทรมาบอกว่าคลิปดังกล่าวหลุด แต่ไม่รู้ว่าหลุดได้อย่างไร ซึ่งจนถึงวันที่เข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 13 พ.ค. เธอเองก็ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้เผยแพร่คลิปออกมา และเธอได้ร้องขอให้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์หยุดเผยแพร่หรือส่งต่อคลิปดังกล่าว

นี่ไม่ใช่กรณีแรกที่คลิปลับส่วนตัว ถูกเผยแพร่ในช่องทางอินเทอร์เน็ต แต่กรณีนี้ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏออกมาว่าใครเป็นผู้เผยแพร่คลิปดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หากการนำคลิปวิดีโอส่วนตัวมาเผยแพร่โดยไม่ได้รับความยินยอมมีจุดประสงค์เฉพาะที่เข้าข่ายการข่มขู่ แก้แค้น หรือประจานให้อับอาย ที่เรียกว่า Revenge Porn ในหลายประเทศมีกฎหมายเฉพาะของเรื่องนี้

บีบีซีไทยชวนสำรวจกฎหมายในประเทศต่าง ๆ เปรียบเทียบกับกฎหมายของประเทศไทย

ปล่อยคลิปลับส่วนตัวลงโซเชียลโดยเจ้าตัวไม่ยินยอม ผิดกฎหมายไทยข้อไหนบ้าง

กระทรวงยุติธรรมเคยเผยแพร่ข้อกฎหมายว่า ผู้ที่ถ่ายคลิปหรือภาพมาปล่อยในสื่อสังคมออนไลน์จนทำให้เกิดความอับอายหรือเสียหาย จะมีความผิดข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา (กฎหมาย อาญา มาตรา 328) และข้อหานำเข้าข้อมูลที่มีลักษณะลามกอนาจาร (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ) ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนเว็บไซต์ที่นำไปเผยแพร่ภาพและคนส่งต่อก็ถือว่ามีความผิดฐานที่เป็นผู้ส่งต่อข้อมูลตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และยังมีความผิดตามกฎหมายอาญาฐานเผยแพร่ภาพลามก

ข้อมูลเหล่านี้สอดคล้องกับ การเปิดเผยของ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (ผบก.สอท.1) ที่ระบุตอนที่ พิมพ์ กรกนก เข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2567 ว่า การเอาผิดมีตั้งแต่ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าสื่อลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ความผิดทางอาญา ได้แก่ การครอบครองสื่อลามกเพื่อความประสงค์ทางการค้า ส่วนผู้ส่งต่อเผยแพร่ก็มีความผิดตามกฎหมายอาญา ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

.

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

ปล่อยคลิปลับส่วนตัวสู่สาธารณะโดยไม่ยินยอม แบบไหนเข้าข่ายจงใจข่มขู่แก้แค้นเหยื่อ (Revenge Porn)

งานวิจัยเรื่อง "ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดความผิดทางอาญา กรณีนำภาพโป๊ของเหยื่อมาข่มขู่หรือแก้แค้น (Revenge Porn) ของ ผศ.ดร.รัชนี แตงอ่อน และศิริศักดิ์ จึงถาวรรณ อาจารย์สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อปี 2563 ระบุนิยามของ Revenge Porn ว่าเป็นอาชญากรรมทางเพศรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะการกระทำคือ การนำภาพโป๊ของผู้อื่นมาเผยแพร่ต่อบุคคลอื่นหรือสาธารณะ

ผู้กระทำมีความตั้งใจเพื่อประจานเหยื่อและมีมูลเหตุจูงใจเพื่อข่มขู่แก้แค้นเหยื่อ โดยเป็นการนำภาพส่วนบุคคลที่เป็นภาพโป๊ที่มีลักษณะลามกอนาจารทางเพศโดยปราศจากความยินยอม ทั้งที่ที่ตอนแรกผู้เป็นเจ้าของภาพอาจสมัครใจยินยอมเปิดเผย แต่ต่อมาหากเจ้าของภาพไม่อนุญาตหรือต้องการเก็บเป็นส่วนตัว เป็นความลับส่วนบุคคล บุคคลอื่นก็ไม่สามารถนำมาใช้เผยแพร่ได้อีก

แต่การพิจารณาการกระทำที่นำคลิปลับมาเผยแพร่ จำเป็นต้องทำเพื่อแก้แค้นอย่างเดียวหรือไม่จึงจะเข้าข่ายความผิดลักษณะนี้

ฉัตรชัย เอมราช ทนายความและนักวิจัยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุคคลหลากหลายทางเพศ อธิบายกับบีบีซีไทยว่า การกระทำเพื่อข่มขู่หรือแก้แค้นก็ คือการกระทำโดยปราศจากความยินยอมของผู้เสียหาย ดังนั้น Revenge Porn จึงไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นการกระทำเพื่อข่มขู่หรือแก้แค้นเพียงอย่างเดียว หรือจำกัดตัวผู้กระทำว่าต้องเป็นอดีตบุคคลที่เคยมีความสัมพันธ์กันเท่านั้น

"หากบุคคลใด ๆ บันทึกภาพโป๊เปลือยของผู้อื่นและนำไปเผยแพร่โดยปราศจากความยินยอมของเจ้าตัวไม่ว่าจะตั้งใจถ่ายหรือแอบถ่ายแล้วก็ต้องถือว่ามีลักษณะของ Revenge Porn ทั้งหมด"

ประเทศไหนมีกฎหมายเกี่ยวกับ Revenge Porn

ในงานวิจัยของอาจารย์สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา บอกว่า ประเทศที่มีกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับการเอาผิดเรื่องนี้ ได้แก่ สหรัฐฯ ใน 38 มลรัฐ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อังกฤษ และเวลส์ ประเทศเหล่านี้ได้กำหนดมาตรการทางอาญาไว้ในกฎหมายเฉพาะสำหรับการกระทำที่เป็น Revenge Porn และมีมาตรการทางแพ่งมาบังคับใช้ด้วย

สหรัฐอเมริกา

สำหรับกฎหมายของสหรัฐฯ การกระทำในลักษณะปล่อยภาพและวิดีโออนาจาร โดยปราศจากความยินยอม มีบทบัญญัติความผิดทั้งในคดีอาญาและคดีแพ่ง โดยในคดีอาญาถือเป็นความผิดทางเพศแบบหนึ่ง และยังมีหลักการเยียวยาปกป้องเหยื่อหรือผู้เสียชีวิตด้วย

ยกตัวอย่างในมลรัฐแอริโซนา มีกฎหมายบัญญัติความผิดเกี่ยวกับการปล่อยสื่ออนาจารเพื่อข่มขู่แก้แค้น เมื่อปี 2016 ผู้กระทำผิดจะมีความผิดฐานนี้ก็ต่อเมื่อมีเจตนาเปิดเผยรูปดังกล่าว และรูปภาพที่ปรากฏต้องไปในทางโป๊เปลือย มีลักษณะแสดงออกทางเพศหรือกิจกรรมทางเพศ โดยเหยื่อประสงค์เก็บภาพนั้นไว้เป็นความลับส่วนบุคคล แต่ผู้กระทำผิดเจตนาตั้งใจนำมาเผยแพร่เพื่อให้เหยื่อเกิดความอับอาย รู้สึกกลัว และถูกคุกคาม ข่มขู่

สำหรับโทษในความผิดนี้ หากกระทำความผิดครั้งแรก จะมีโทษตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2.5 ปี ถ้ากระทำผ่านวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ โทษจำคุก 1-3 ปี ข่มขู่ว่าจะเปิดเผยภาพ มีโทษจำคุก 6 เดือน

ออสเตรเลีย

รัฐนิวเซาท์เวลส์ ของออสเตรเลีย บัญญัติกฎหมายสำหรับการกระทำในลักษณะ Revenge Porn ให้เป็นทางอาญาโดยเฉพาะ และมีความแตกต่างกับการเผยแพร่ภาพสื่อลามกอนาจารโดยปราศจากความยินยอม โดยมีการเขียนเป็นมาตราหนึ่งในประมวลกฎหมายอาญา

การส่งต่อรูปภาพหรือแบ่งปันรูปภาพทางเพศที่เป็นส่วนตัว มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 5 ปี และหากเหยื่ออายุต่ำกว่า 18 ปี ผู้กระทำผิดต้องรับโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 7 ปี

ออสเตรเลียเผชิญกับสถานการณ์ที่เหยื่อถูกปล่อยสื่ออนาจารโดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างแพร่หลาย

งานวิจัยเมื่อปี 2017 ของมหาวิทยาลัยอาร์เอ็มไอทีและมหาวิทยาลัยโมนาช ระบุว่า จากผลสำรวจชาวออสเตรเลียชายหญิง 4,200 คน พบว่า มี 1 ใน 5 ต้องทนทุกข์ทรมานกับการถูกละเมิดนำรูปภาพหรือสื่อที่เป็นส่วนตัวไปใช้ในทางที่ผิด

ผู้ที่ตอบแบบสำรวจจำนวน 1 ใน 5 ต่างมีประสบการณ์ถูกนำภาพนู้ดหรือภาพส่วนตัวทางเพศไปใช้โดยไม่มีการอนุญาต และร้อยละ 11 บอกว่า ถูกนำภาพไปเผยแพร่ในพื้นที่สาธารณะโดยปราศจากความยินยอม

คณะวิจัยบอกว่าด้วย ฝ่ายชายมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้กระทำผิดมากกว่าฝ่ายหญิง ขณะที่ฝ่ายหญิงมีความหวาดกลัวต่อความปลอดภัยของตัวเองมากกว่าผู้ชาย

.

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, ผลสำรวจในออสเตรเลีย พบว่าราว 1 ใน 5 ของชาวออสเตรเลีย เผชิญประสบการณ์ถูกนำภาพส่วนตัวทางเพศไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

ญี่ปุ่น

รัฐสภาญี่ปุ่นผ่านกฎหมายว่าด้วยการป้องกันเหยื่อจากการเผยแพร่ภาพลามกอนาจารส่วนตัว เมื่อปี 2014

ความผิดต่อการส่งภาพทางระบบสื่อสารผ่านไปยังบุคคลทั่วไป โดยไม่เฉพาะเจาะจงตัวผู้รับ และการส่งภาพไปยังบุคคลที่สาม ที่ผู้รับสามารถทราบถึงเหยื่อในรูปภาพโป๊ได้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 เยน (ราว 117,245 บาท)

ส่วนการส่งภาพไปยังบุคคลอื่น โดยมีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นการยั่วเย้าทางเพศ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 เยน (ราว 70,300 บาท)

อังกฤษและเวลส์

สำหรับในอังกฤษและเวลส์ เมื่อกลางปี 2023 มีการแก้ไขกฎหมายที่ทำให้ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่ปล่อยภาพลับส่วนตัวได้ง่ายขึ้น หลังจากกฎหมายดังกล่าวบังคับใช้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2015 โดยให้นิยามความหมายของ Revenge Porn ไว้ว่า เป็นการเผยแพร่รูปภาพที่เป็นส่วนตัวทางเพศโดยปราศจากความยินยอม

สำหรับกฎหมายที่เอาผิดเรื่อง Revenge Porn ของอังกฤษและเวลส์ ได้แก่ กฎหมายความปลอดภัยทางออนไลน์ (Online Safety Bill) ซึ่งการแก้ไขกฎหมายเมื่อปีที่แล้ว ได้ขจัดขั้นตอนที่ผู้เสียหายต้องไปพิสูจน์ว่า ผู้กระทำผิดหรือผู้ที่ปล่อยภาพโป๊ มีความตั้งใจที่จะสร้างความเสียหายต่อจิตใจหรือไม่

การแก้กฎหมายยังรวมถึงการกำหนดให้การเผยแพร่ภาพอนาจารที่ปลอมแปลงขึ้น ถือเป็นความผิดทางอาชญากรรมด้วย โดยความผิดทั้งสองลักษณะนี้ มีโทษจำคุกสูงสุด 6 เดือน และหากพิสูจน์ได้ว่ามีเจตนาก่อความเสียหายแก่จิตใจ ความตื่นกลัวหรือทำให้อับอาย หรือเพื่อความพึงพอใจทางเพศ โทษอาจสูงถึง 2 ปี

.

ที่มาของภาพ, getty images

ปัญหาของกฎหมายไทยกับการเอาผิดกรณีเผยแพร่สื่ออนาจารเพื่อแก้แค้น

ฉัตรชัย เอมราช ทนายความและนักวิจัยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุคคลหลากหลายทางเพศ อธิบายกับบีบีซีไทยว่า การเผยแพร่ภาพโป๊อนาจารของบุคคลสู่สาธารณะ มีลักษณะความเสียหายสองระดับ ระดับแรก คือความเสียหายที่เกิดต่อตัวบุคคลที่ถูกบันทึกและเผยแพร่ภาพโดยมิได้รับความยินยอม ซึ่งเขาจะต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือถูกดูหมิ่นเกลียดชังเพราะภาพโป๊เปลือยของเขานั้นหลุดออกสู่สายตาของสาธารณะ และระดับที่สอง คือ ความเสียหายต่อประชาชนหรือสังคม เนื่องจากขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน

นักวิจัยกฎหมายผู้นี้ กล่าวต่อไปว่า สำหรับความเสียหายต่อตัวบุคคลที่ถูกบันทึกและเผยแพร่ภาพโป๊เปลือยโดยไม่ได้รับความยินยอม ประเทศไทยไม่มีกฎหมายโดยตรง มีเพียงกฎหมายอาญาความผิดฐานหมิ่นประมาทที่คุ้มครองชื่อเสียงของบุคคลไม่ให้มีการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามหรือโดยการโฆษณาเพื่อให้บุคคลใด ๆ ถูกดูหมิ่นหรือเกลียดชัง

นอกจากนี้ การใส่ความบุคคลอื่นในเรื่องพฤติกรรมทางเพศของเขานั้นแนวคำพิพากษาฎีกาของไทยเราก็ถือว่าเป็นการทำให้บุคคลนั้น ๆ ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงอันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทมาโดยตลอด แต่ปัญหาของความผิดอาญาฐานหมิ่นประมาทอยู่ที่คำว่า "ใส่ความ" ซึ่งตามนิยามเน้นไปที่การพูดหรือการเขียน อาจมีการตีความที่ไม่ครอบคลุมการกระทำรูปแบบอื่น แม้ว่าผู้กระทำจะทำลงไปเพราะต้องการทำลายชื่อเสียงของผู้อื่นเช่นเดียวกัน

ด้านคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบูรพา เสนอความเห็นในงานวิจัยเมื่อปี 2563 เกี่ยวกับปัญหาของกฎหมายและมาตรการทางกฎหมายของประเทศไทยว่า ยังไม่เพียงพอสำหรับการป้องกันและลดปัญหาการกระทำ Revenge Porn เท่าที่ควร เพราะทั้งประมวลกฎหมายอาญา หรือ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ยังไม่สามารถบังคับใช้กรณีดังกล่าวได้โดยตรง ซึ่งได้แก่

ช่องว่างของการเอาผิดของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

ช่องว่างที่นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยบูรพาชี้ให้เห็นคือ นิยามความหมายของการปล่อยสื่อลามกเพื่อแก้แค้น และหลักกฎหมายที่ไม่ชัดเจนของบทบัญญัติใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ในมาตรา 14 (4) ซึ่งระบุว่า "นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลนั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้" และ มาตรา 16 ซึ่งระบุว่า ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น ที่เกิดจากการตัดต่อ ปลอมแปลงหรือสร้างขึ้น ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการใด ทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น สร้างความอับอาย

งานวิจัยชี้ว่า ข้อความที่ระบุว่า “ข้อมูลที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้” ทำให้เกิดปัญหาในการตีความสำหรับบางกรณี ที่ส่งผลกระทบต่อเหยื่อ หากว่าการแพร่สื่อลามกเป็นการเผยแพร่ต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ประชาชนทั่วไปเข้าดูไม่ได้ ไม่ใช่การเผยแพร่ลงสู่แพลตฟอร์มสาธารณะ

งานวิจัยได้ยกตัวอย่าง กรณีที่เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกามาแล้ว ในคดีมีโจทก์รายหนึ่ง ฟ้องจำเลยว่า นำวิดีโอลามกส่งเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ส่งให้บุตรสาวโจทก์ดูเพื่อประจานโจทก์ คำพิพากษาระบุว่า มีเพียงจำเลยและบุตรสาวโจทก์เท่านั้นที่มีรหัสเข้าดู แต่ประชาชนทั่วไปดูไม่ได้หากไม่ทราบรหัส จึงไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (4)

เรื่องนี้ แตกต่างจากกฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีบทบัญญัติ Revenge Porn Act เป็นการเฉพาะ ระบุว่า หากกระทำผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ก็ถือว่าเป็นความผิดทันที โดยไม่จำเป็นว่าประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงรูปภาพลักษณะดังกล่าวได้หรือไม่ เหมือนกับกฎหมายของไทย

การเอาผิดฐานเผยแพร่เพื่อประโยชน์ทางการค้า

หนึ่งในกฎหมายที่ถูกนำมาเอาผิดในการเผยแพร่ภาพลามกอนาจาร อีกข้อหนึ่ง คือข้อหาการเผยแพร่สื่อลามกเพื่อวัตุประสงค์ทางการค้า ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 287 ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์กล่าวไว้เบื้องต้นว่า กรณีของพิมพ์ กรกนก อาจเข้าข่ายความผิดข้อนี้ ซึ่งมีโทษไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท

กรณีนี้งานวิจัยเมื่อปี 2563 ตั้งข้อสังเกตไว้เช่นกันว่า แต่หากผู้กระทำผิดในลักษณะปล่อยสื่ออนาจารเพื่อข่มขู่แก้แค้น ไม่ได้มีเจตนาพิเศษเพื่อการค้า แต่มีเจตนาเพื่อแก้แค้นเหยื่อเป็นการส่วนตัวเท่านั้น ก็ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายข้อนี้

คณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยบูรพาระบุว่า สำหรับการปล่อยสื่ออนาจารโดยไม่ได้รับความยินยอมในลักษณะ Revenge Porn ในไทยนั้น มักเกิดจากการข่มขู่แก้แค้นระหว่างคู่รัก อดีตคนรัก หรืออดีตคู่สามีภริยา เพื่อทำให้เกิดความอับอายขายหน้าและเกิดความกังวลใจและกลัวว่าภาพดังกล่าวจะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ

หนึ่งในข้อเสนอของคณะวิจัยระบุด้วยว่า ประเทศไทยควรเพิ่มบทบัญญัติเรื่องนี้เข้าไปเป็นการเฉพาะในกฎหมายอาญา เพื่อบังคับใช้กับกรณีในลักษณะนี้

แล้วตำรวจไทยเอาผิดคนปล่อยคลิปโป๊โดยเจ้าตัวไม่ยินยอมได้มากน้อยแค่ไหน

ฉัตรชัยกล่าวว่า ด้วยช่องว่างของข้อกฎหมายของประเทศไทย คนที่ปล่อยคลิปอาจจะไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท และคนที่ถูกตามตัวมาเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ก็อาจจะไม่ใช่ตัวคนที่ปล่อยคลิปจริง ๆ

ทนายความ กล่าวกับบีบีซีไทยด้วยว่า ด้วยลักษณะของข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตนั้นเมื่อใดที่เข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตแล้วจะอยู่ในระบบตลอดไป เพราะข้อมูลรูปแบบนี้สามารถถูกทำสำเนาได้โดยง่ายโดยผู้ใช้จากทั่วโลกและสามารถทำสำเนาได้อย่างไม่จำกัด ภาพเหล่านี้อาจหายไปจากระบบอินเทอร์เน็ตชั่วเวลาหนึ่ง แต่อาจโผล่กลับมาในระบบอินเทอร์เน็ตได้อีกครั้งในเวลาใดก็ได้

"ปัญหานี้จะส่งผลให้ตัวผู้เสียหายอาจต้องรับบาปเคราะห์ในฐานะที่ต้องตกเป็นเครื่องมือในการระบายอารมณ์ทางเพศของคนอื่นอยู่ตลอดไป"