กฎหมายเอาผิดปล่อยคลิปลับโดยไร้ความยินยอม ชาติไหนมีใช้บ้าง

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES
การนำรูปหรือวิดีโอของบุคคลอื่นในลักษณะทางเพศไปใช้โดยปราศจากความยินยอม เป็นอาชญากรรมทางเพศรูปแบบหนึ่งที่เห็นได้ทั่วไปในระบบอินเทอร์เน็ต แต่มักจะมีแต่กรณีที่เกิดกับคนดัง บุคคลมีชื่อเสียง เท่านั้น ที่ปรากฏเป็นข่าวจากการเข้าแจ้งความ บีบีซีไทยชวนสำรวจว่าการเอาผิดตามกฎหมายไทยในปัจจุบันเป็นอย่างไร เมื่อเทียบกับต่างประเทศ
พิมพ์ กรกนก นางแบบและอินฟลูเอ็นเซอร์ ออกมาแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ กรณีที่คลิปวิดีโอความสัมพันธ์กับอดีตแฟนหนุ่ม ถูกเผยแพร่ทางโซเชียล โดยการเข้าแจ้งความนี้ก็เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยคลิปลับส่วนตัวทั้งหมดจนได้รับความเสียหาย
อินฟลูเอ็นเซอร์สาวรายนี้บอกว่า อดีตแฟนหนุ่มเป็นคนโทรมาบอกว่าคลิปดังกล่าวหลุด แต่ไม่รู้ว่าหลุดได้อย่างไร ซึ่งจนถึงวันที่เข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 13 พ.ค. เธอเองก็ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้เผยแพร่คลิปออกมา และเธอได้ร้องขอให้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์หยุดเผยแพร่หรือส่งต่อคลิปดังกล่าว
นี่ไม่ใช่กรณีแรกที่คลิปลับส่วนตัว ถูกเผยแพร่ในช่องทางอินเทอร์เน็ต แต่กรณีนี้ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏออกมาว่าใครเป็นผู้เผยแพร่คลิปดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม หากการนำคลิปวิดีโอส่วนตัวมาเผยแพร่โดยไม่ได้รับความยินยอมมีจุดประสงค์เฉพาะที่เข้าข่ายการข่มขู่ แก้แค้น หรือประจานให้อับอาย ที่เรียกว่า Revenge Porn ในหลายประเทศมีกฎหมายเฉพาะของเรื่องนี้
บีบีซีไทยชวนสำรวจกฎหมายในประเทศต่าง ๆ เปรียบเทียบกับกฎหมายของประเทศไทย
ปล่อยคลิปลับส่วนตัวลงโซเชียลโดยเจ้าตัวไม่ยินยอม ผิดกฎหมายไทยข้อไหนบ้าง
กระทรวงยุติธรรมเคยเผยแพร่ข้อกฎหมายว่า ผู้ที่ถ่ายคลิปหรือภาพมาปล่อยในสื่อสังคมออนไลน์จนทำให้เกิดความอับอายหรือเสียหาย จะมีความผิดข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา (กฎหมาย อาญา มาตรา 328) และข้อหานำเข้าข้อมูลที่มีลักษณะลามกอนาจาร (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ) ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนเว็บไซต์ที่นำไปเผยแพร่ภาพและคนส่งต่อก็ถือว่ามีความผิดฐานที่เป็นผู้ส่งต่อข้อมูลตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และยังมีความผิดตามกฎหมายอาญาฐานเผยแพร่ภาพลามก
ข้อมูลเหล่านี้สอดคล้องกับ การเปิดเผยของ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (ผบก.สอท.1) ที่ระบุตอนที่ พิมพ์ กรกนก เข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2567 ว่า การเอาผิดมีตั้งแต่ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าสื่อลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ความผิดทางอาญา ได้แก่ การครอบครองสื่อลามกเพื่อความประสงค์ทางการค้า ส่วนผู้ส่งต่อเผยแพร่ก็มีความผิดตามกฎหมายอาญา ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES
ปล่อยคลิปลับส่วนตัวสู่สาธารณะโดยไม่ยินยอม แบบไหนเข้าข่ายจงใจข่มขู่แก้แค้นเหยื่อ (Revenge Porn)
งานวิจัยเรื่อง "ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดความผิดทางอาญา กรณีนำภาพโป๊ของเหยื่อมาข่มขู่หรือแก้แค้น (Revenge Porn) ของ ผศ.ดร.รัชนี แตงอ่อน และศิริศักดิ์ จึงถาวรรณ อาจารย์สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อปี 2563 ระบุนิยามของ Revenge Porn ว่าเป็นอาชญากรรมทางเพศรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะการกระทำคือ การนำภาพโป๊ของผู้อื่นมาเผยแพร่ต่อบุคคลอื่นหรือสาธารณะ
ผู้กระทำมีความตั้งใจเพื่อประจานเหยื่อและมีมูลเหตุจูงใจเพื่อข่มขู่แก้แค้นเหยื่อ โดยเป็นการนำภาพส่วนบุคคลที่เป็นภาพโป๊ที่มีลักษณะลามกอนาจารทางเพศโดยปราศจากความยินยอม ทั้งที่ที่ตอนแรกผู้เป็นเจ้าของภาพอาจสมัครใจยินยอมเปิดเผย แต่ต่อมาหากเจ้าของภาพไม่อนุญาตหรือต้องการเก็บเป็นส่วนตัว เป็นความลับส่วนบุคคล บุคคลอื่นก็ไม่สามารถนำมาใช้เผยแพร่ได้อีก
แต่การพิจารณาการกระทำที่นำคลิปลับมาเผยแพร่ จำเป็นต้องทำเพื่อแก้แค้นอย่างเดียวหรือไม่จึงจะเข้าข่ายความผิดลักษณะนี้
ฉัตรชัย เอมราช ทนายความและนักวิจัยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุคคลหลากหลายทางเพศ อธิบายกับบีบีซีไทยว่า การกระทำเพื่อข่มขู่หรือแก้แค้นก็ คือการกระทำโดยปราศจากความยินยอมของผู้เสียหาย ดังนั้น Revenge Porn จึงไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นการกระทำเพื่อข่มขู่หรือแก้แค้นเพียงอย่างเดียว หรือจำกัดตัวผู้กระทำว่าต้องเป็นอดีตบุคคลที่เคยมีความสัมพันธ์กันเท่านั้น
"หากบุคคลใด ๆ บันทึกภาพโป๊เปลือยของผู้อื่นและนำไปเผยแพร่โดยปราศจากความยินยอมของเจ้าตัวไม่ว่าจะตั้งใจถ่ายหรือแอบถ่ายแล้วก็ต้องถือว่ามีลักษณะของ Revenge Porn ทั้งหมด"
ประเทศไหนมีกฎหมายเกี่ยวกับ Revenge Porn
ในงานวิจัยของอาจารย์สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา บอกว่า ประเทศที่มีกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับการเอาผิดเรื่องนี้ ได้แก่ สหรัฐฯ ใน 38 มลรัฐ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อังกฤษ และเวลส์ ประเทศเหล่านี้ได้กำหนดมาตรการทางอาญาไว้ในกฎหมายเฉพาะสำหรับการกระทำที่เป็น Revenge Porn และมีมาตรการทางแพ่งมาบังคับใช้ด้วย
สหรัฐอเมริกา
สำหรับกฎหมายของสหรัฐฯ การกระทำในลักษณะปล่อยภาพและวิดีโออนาจาร โดยปราศจากความยินยอม มีบทบัญญัติความผิดทั้งในคดีอาญาและคดีแพ่ง โดยในคดีอาญาถือเป็นความผิดทางเพศแบบหนึ่ง และยังมีหลักการเยียวยาปกป้องเหยื่อหรือผู้เสียชีวิตด้วย
ยกตัวอย่างในมลรัฐแอริโซนา มีกฎหมายบัญญัติความผิดเกี่ยวกับการปล่อยสื่ออนาจารเพื่อข่มขู่แก้แค้น เมื่อปี 2016 ผู้กระทำผิดจะมีความผิดฐานนี้ก็ต่อเมื่อมีเจตนาเปิดเผยรูปดังกล่าว และรูปภาพที่ปรากฏต้องไปในทางโป๊เปลือย มีลักษณะแสดงออกทางเพศหรือกิจกรรมทางเพศ โดยเหยื่อประสงค์เก็บภาพนั้นไว้เป็นความลับส่วนบุคคล แต่ผู้กระทำผิดเจตนาตั้งใจนำมาเผยแพร่เพื่อให้เหยื่อเกิดความอับอาย รู้สึกกลัว และถูกคุกคาม ข่มขู่
สำหรับโทษในความผิดนี้ หากกระทำความผิดครั้งแรก จะมีโทษตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2.5 ปี ถ้ากระทำผ่านวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ โทษจำคุก 1-3 ปี ข่มขู่ว่าจะเปิดเผยภาพ มีโทษจำคุก 6 เดือน
ออสเตรเลีย
รัฐนิวเซาท์เวลส์ ของออสเตรเลีย บัญญัติกฎหมายสำหรับการกระทำในลักษณะ Revenge Porn ให้เป็นทางอาญาโดยเฉพาะ และมีความแตกต่างกับการเผยแพร่ภาพสื่อลามกอนาจารโดยปราศจากความยินยอม โดยมีการเขียนเป็นมาตราหนึ่งในประมวลกฎหมายอาญา
การส่งต่อรูปภาพหรือแบ่งปันรูปภาพทางเพศที่เป็นส่วนตัว มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 5 ปี และหากเหยื่ออายุต่ำกว่า 18 ปี ผู้กระทำผิดต้องรับโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 7 ปี
ออสเตรเลียเผชิญกับสถานการณ์ที่เหยื่อถูกปล่อยสื่ออนาจารโดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างแพร่หลาย
งานวิจัยเมื่อปี 2017 ของมหาวิทยาลัยอาร์เอ็มไอทีและมหาวิทยาลัยโมนาช ระบุว่า จากผลสำรวจชาวออสเตรเลียชายหญิง 4,200 คน พบว่า มี 1 ใน 5 ต้องทนทุกข์ทรมานกับการถูกละเมิดนำรูปภาพหรือสื่อที่เป็นส่วนตัวไปใช้ในทางที่ผิด
ผู้ที่ตอบแบบสำรวจจำนวน 1 ใน 5 ต่างมีประสบการณ์ถูกนำภาพนู้ดหรือภาพส่วนตัวทางเพศไปใช้โดยไม่มีการอนุญาต และร้อยละ 11 บอกว่า ถูกนำภาพไปเผยแพร่ในพื้นที่สาธารณะโดยปราศจากความยินยอม
คณะวิจัยบอกว่าด้วย ฝ่ายชายมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้กระทำผิดมากกว่าฝ่ายหญิง ขณะที่ฝ่ายหญิงมีความหวาดกลัวต่อความปลอดภัยของตัวเองมากกว่าผู้ชาย

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES
ญี่ปุ่น
รัฐสภาญี่ปุ่นผ่านกฎหมายว่าด้วยการป้องกันเหยื่อจากการเผยแพร่ภาพลามกอนาจารส่วนตัว เมื่อปี 2014
ความผิดต่อการส่งภาพทางระบบสื่อสารผ่านไปยังบุคคลทั่วไป โดยไม่เฉพาะเจาะจงตัวผู้รับ และการส่งภาพไปยังบุคคลที่สาม ที่ผู้รับสามารถทราบถึงเหยื่อในรูปภาพโป๊ได้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 เยน (ราว 117,245 บาท)
ส่วนการส่งภาพไปยังบุคคลอื่น โดยมีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นการยั่วเย้าทางเพศ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 เยน (ราว 70,300 บาท)
อังกฤษและเวลส์
สำหรับในอังกฤษและเวลส์ เมื่อกลางปี 2023 มีการแก้ไขกฎหมายที่ทำให้ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่ปล่อยภาพลับส่วนตัวได้ง่ายขึ้น หลังจากกฎหมายดังกล่าวบังคับใช้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2015 โดยให้นิยามความหมายของ Revenge Porn ไว้ว่า เป็นการเผยแพร่รูปภาพที่เป็นส่วนตัวทางเพศโดยปราศจากความยินยอม
สำหรับกฎหมายที่เอาผิดเรื่อง Revenge Porn ของอังกฤษและเวลส์ ได้แก่ กฎหมายความปลอดภัยทางออนไลน์ (Online Safety Bill) ซึ่งการแก้ไขกฎหมายเมื่อปีที่แล้ว ได้ขจัดขั้นตอนที่ผู้เสียหายต้องไปพิสูจน์ว่า ผู้กระทำผิดหรือผู้ที่ปล่อยภาพโป๊ มีความตั้งใจที่จะสร้างความเสียหายต่อจิตใจหรือไม่
การแก้กฎหมายยังรวมถึงการกำหนดให้การเผยแพร่ภาพอนาจารที่ปลอมแปลงขึ้น ถือเป็นความผิดทางอาชญากรรมด้วย โดยความผิดทั้งสองลักษณะนี้ มีโทษจำคุกสูงสุด 6 เดือน และหากพิสูจน์ได้ว่ามีเจตนาก่อความเสียหายแก่จิตใจ ความตื่นกลัวหรือทำให้อับอาย หรือเพื่อความพึงพอใจทางเพศ โทษอาจสูงถึง 2 ปี

ที่มาของภาพ, getty images
ปัญหาของกฎหมายไทยกับการเอาผิดกรณีเผยแพร่สื่ออนาจารเพื่อแก้แค้น
ฉัตรชัย เอมราช ทนายความและนักวิจัยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุคคลหลากหลายทางเพศ อธิบายกับบีบีซีไทยว่า การเผยแพร่ภาพโป๊อนาจารของบุคคลสู่สาธารณะ มีลักษณะความเสียหายสองระดับ ระดับแรก คือความเสียหายที่เกิดต่อตัวบุคคลที่ถูกบันทึกและเผยแพร่ภาพโดยมิได้รับความยินยอม ซึ่งเขาจะต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือถูกดูหมิ่นเกลียดชังเพราะภาพโป๊เปลือยของเขานั้นหลุดออกสู่สายตาของสาธารณะ และระดับที่สอง คือ ความเสียหายต่อประชาชนหรือสังคม เนื่องจากขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
นักวิจัยกฎหมายผู้นี้ กล่าวต่อไปว่า สำหรับความเสียหายต่อตัวบุคคลที่ถูกบันทึกและเผยแพร่ภาพโป๊เปลือยโดยไม่ได้รับความยินยอม ประเทศไทยไม่มีกฎหมายโดยตรง มีเพียงกฎหมายอาญาความผิดฐานหมิ่นประมาทที่คุ้มครองชื่อเสียงของบุคคลไม่ให้มีการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามหรือโดยการโฆษณาเพื่อให้บุคคลใด ๆ ถูกดูหมิ่นหรือเกลียดชัง
นอกจากนี้ การใส่ความบุคคลอื่นในเรื่องพฤติกรรมทางเพศของเขานั้นแนวคำพิพากษาฎีกาของไทยเราก็ถือว่าเป็นการทำให้บุคคลนั้น ๆ ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงอันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทมาโดยตลอด แต่ปัญหาของความผิดอาญาฐานหมิ่นประมาทอยู่ที่คำว่า "ใส่ความ" ซึ่งตามนิยามเน้นไปที่การพูดหรือการเขียน อาจมีการตีความที่ไม่ครอบคลุมการกระทำรูปแบบอื่น แม้ว่าผู้กระทำจะทำลงไปเพราะต้องการทำลายชื่อเสียงของผู้อื่นเช่นเดียวกัน
ด้านคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบูรพา เสนอความเห็นในงานวิจัยเมื่อปี 2563 เกี่ยวกับปัญหาของกฎหมายและมาตรการทางกฎหมายของประเทศไทยว่า ยังไม่เพียงพอสำหรับการป้องกันและลดปัญหาการกระทำ Revenge Porn เท่าที่ควร เพราะทั้งประมวลกฎหมายอาญา หรือ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ยังไม่สามารถบังคับใช้กรณีดังกล่าวได้โดยตรง ซึ่งได้แก่
ช่องว่างของการเอาผิดของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
ช่องว่างที่นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยบูรพาชี้ให้เห็นคือ นิยามความหมายของการปล่อยสื่อลามกเพื่อแก้แค้น และหลักกฎหมายที่ไม่ชัดเจนของบทบัญญัติใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ในมาตรา 14 (4) ซึ่งระบุว่า "นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลนั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้" และ มาตรา 16 ซึ่งระบุว่า ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น ที่เกิดจากการตัดต่อ ปลอมแปลงหรือสร้างขึ้น ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการใด ทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น สร้างความอับอาย
งานวิจัยชี้ว่า ข้อความที่ระบุว่า “ข้อมูลที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้” ทำให้เกิดปัญหาในการตีความสำหรับบางกรณี ที่ส่งผลกระทบต่อเหยื่อ หากว่าการแพร่สื่อลามกเป็นการเผยแพร่ต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ประชาชนทั่วไปเข้าดูไม่ได้ ไม่ใช่การเผยแพร่ลงสู่แพลตฟอร์มสาธารณะ
งานวิจัยได้ยกตัวอย่าง กรณีที่เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกามาแล้ว ในคดีมีโจทก์รายหนึ่ง ฟ้องจำเลยว่า นำวิดีโอลามกส่งเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ส่งให้บุตรสาวโจทก์ดูเพื่อประจานโจทก์ คำพิพากษาระบุว่า มีเพียงจำเลยและบุตรสาวโจทก์เท่านั้นที่มีรหัสเข้าดู แต่ประชาชนทั่วไปดูไม่ได้หากไม่ทราบรหัส จึงไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (4)
เรื่องนี้ แตกต่างจากกฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีบทบัญญัติ Revenge Porn Act เป็นการเฉพาะ ระบุว่า หากกระทำผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ก็ถือว่าเป็นความผิดทันที โดยไม่จำเป็นว่าประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงรูปภาพลักษณะดังกล่าวได้หรือไม่ เหมือนกับกฎหมายของไทย
การเอาผิดฐานเผยแพร่เพื่อประโยชน์ทางการค้า
หนึ่งในกฎหมายที่ถูกนำมาเอาผิดในการเผยแพร่ภาพลามกอนาจาร อีกข้อหนึ่ง คือข้อหาการเผยแพร่สื่อลามกเพื่อวัตุประสงค์ทางการค้า ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 287 ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์กล่าวไว้เบื้องต้นว่า กรณีของพิมพ์ กรกนก อาจเข้าข่ายความผิดข้อนี้ ซึ่งมีโทษไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท
กรณีนี้งานวิจัยเมื่อปี 2563 ตั้งข้อสังเกตไว้เช่นกันว่า แต่หากผู้กระทำผิดในลักษณะปล่อยสื่ออนาจารเพื่อข่มขู่แก้แค้น ไม่ได้มีเจตนาพิเศษเพื่อการค้า แต่มีเจตนาเพื่อแก้แค้นเหยื่อเป็นการส่วนตัวเท่านั้น ก็ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายข้อนี้
คณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยบูรพาระบุว่า สำหรับการปล่อยสื่ออนาจารโดยไม่ได้รับความยินยอมในลักษณะ Revenge Porn ในไทยนั้น มักเกิดจากการข่มขู่แก้แค้นระหว่างคู่รัก อดีตคนรัก หรืออดีตคู่สามีภริยา เพื่อทำให้เกิดความอับอายขายหน้าและเกิดความกังวลใจและกลัวว่าภาพดังกล่าวจะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ
หนึ่งในข้อเสนอของคณะวิจัยระบุด้วยว่า ประเทศไทยควรเพิ่มบทบัญญัติเรื่องนี้เข้าไปเป็นการเฉพาะในกฎหมายอาญา เพื่อบังคับใช้กับกรณีในลักษณะนี้
แล้วตำรวจไทยเอาผิดคนปล่อยคลิปโป๊โดยเจ้าตัวไม่ยินยอมได้มากน้อยแค่ไหน
ฉัตรชัยกล่าวว่า ด้วยช่องว่างของข้อกฎหมายของประเทศไทย คนที่ปล่อยคลิปอาจจะไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท และคนที่ถูกตามตัวมาเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ก็อาจจะไม่ใช่ตัวคนที่ปล่อยคลิปจริง ๆ
ทนายความ กล่าวกับบีบีซีไทยด้วยว่า ด้วยลักษณะของข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตนั้นเมื่อใดที่เข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตแล้วจะอยู่ในระบบตลอดไป เพราะข้อมูลรูปแบบนี้สามารถถูกทำสำเนาได้โดยง่ายโดยผู้ใช้จากทั่วโลกและสามารถทำสำเนาได้อย่างไม่จำกัด ภาพเหล่านี้อาจหายไปจากระบบอินเทอร์เน็ตชั่วเวลาหนึ่ง แต่อาจโผล่กลับมาในระบบอินเทอร์เน็ตได้อีกครั้งในเวลาใดก็ได้
"ปัญหานี้จะส่งผลให้ตัวผู้เสียหายอาจต้องรับบาปเคราะห์ในฐานะที่ต้องตกเป็นเครื่องมือในการระบายอารมณ์ทางเพศของคนอื่นอยู่ตลอดไป"











