โควิด-19 : ไทยไม่มีมาตรการเพิ่มต่อนักท่องเที่ยวจีน ยึด "เท่าเทียมทุกชาติ"

ที่มาของภาพ, Getty Images
รัฐบาลไทย ไม่มีมาตรการเพิ่มเติมต่อนักท่องเที่ยวจีน ย้ำหลักปฏิบัติต่อนักท่องเที่ยวทุกประเทศเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ กำหนดวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม ซื้อประกันสุขภาพ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าพร้อมปรับมาตรการหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง
"ยังน่าจะอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ไม่ต่างกันเชื้อประเทศไทย เชื้อประเทศจีน ภูมิคุ้มกันที่คนไทยมีอยู่แล้ว ภูมิคุ้มกันที่คนต่างประเทศมีอยู่แล้ว ทั้งจากวัคซีนจากการติดเชื้อจากธรรมชาติ" นายอนุทินกล่าวเมื่อ 5 ม.ค.
"อย่าเพิ่งไปตื่นเต้น ตื่นตระหนกจนเกินไปจนเราไม่ทำอะไรเลย... วันนี้เรากำลังจะเปิดประเทศด้วยความพร้อม"
มาตรการที่รัฐบาลประกาศอย่างน้อย 2 ข้อ ล่าสุด ได้แก่ ผู้เดินทางต้องรับวัคซีนโควิดอย่างน้อย 2 เข็ม และการซื้อประกันสุขภาพครอบคลุมการรักษาโควิด ถือว่าเป็นการกลับมากระชับมาตรการให้เข้มข้นอีกระดับ หลังจากประเทศไทย ปลดล็อกและผ่อนคลายมาตรการทุกอย่างไปแล้วเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2565 โดยประกาศยกเลิกการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 อาทิ เอกสารรับรองการได้รับวัคซีน และผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศไทย
ที่ประชุมร่วมหลายกระทรวง ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ กรุงเทพมหานคร และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา
นายอนุทิน กล่าวว่า ในภาพรวมการหารือมีความมั่นใจประเทศไทยมีความพร้อมในทุกด้าน เนื่องจากการได้เตรียมการมาระยะหนึ่งและมีมาตรการที่ครอบคุม ทั้งการคัดกรอง ป้องกัน และดูแลรักษานักท่องเที่ยว และในครั้งนี้ก็มีการเสนอมาตรการเสริมจากหน่วยงานต่าง ๆ เพิ่มเติมเพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมโรค
นอกจากนี้ ยังยืนยันในหลักดำเนินการที่จะไม่เลือกปฏิบัติต่อประเทศใดประเทศหนึ่ง เนื่องจากขณะนี้การยังคงมีการแพร่ระบาดของโควิด19 ในทุกประเทศ และเป็นการระบาดในมีสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกัน จึงไม่ควรให้โควิด19 มาเป็นประเด็นการกีดกันประเทศใดประเทศหนึ่ง
รองนายกฯ และ รมว. สาธารณสุข คาดการณ์ด้วยว่า นักท่องเที่ยวจีนจะทยอยเดินทางมาประเทศไทยในไตรมาสแรกถึง 3 แสนคน
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2565 คณะกรรมการด้านวิชาการภายใต้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ชี้ว่าการพิจารณามาตรการควรคำนึงถึงหลักการเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ตั้งอยู่บนพื้นฐานด้านวิชาการ ความปลอดภัยสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม
มาตรการที่ออกมาในวันนั้น ได้แก่ การตรวจเอกสารรับรองการได้รับวัคซีนโควิด 19 และกำหนดให้ผู้เดินทางซื้อประกันสุขภาพเดินทางระยะสั้น ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย
มาตรการเหล่านี้แตกต่างจากหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งมีข้อกำหนดให้ต้องแสดงผลตรวจโควิดเป็นลบก่อนเดินทาง ขณะที่บางประเทศระบุให้มีการตรวจคัดกรองโควิดที่สนามบินเมื่อเดินทางมาถึง
ขณะนี้มีอย่างน้อย 9 ประเทศ ที่ประกาศเงื่อนไขดังกล่าว ได้แก่ ฝรั่งเศส สเปน สหราชอาณาจักร อิสราเอล สหรัฐฯ แคนาดา อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ที่กำหนดให้ตรวจโควิดด้วยวิธี PCR ในวันแรกที่เข้าประเทศ
ทางการจีน ประเมินตัวเลขผู้โดยสารที่เดินทางในช่วงเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ หรือช่วงเวลาที่ชาวจีนเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ระหว่าง 7 ม.ค.- 25 ก.พ. จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าหรือสูงถึง 2.1 พันล้านคน คิดเป็นเที่ยวบินเฉลี่ยวันละ 11,000 เที่ยว หรือราว 73% ของเที่ยวบินช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด
เทศกาลฤดูใบไม้ผลิในปีนี้ นับเป็นครั้งแรกหลังจากเริ่มมีโควิดเมื่อปี 2563 มีการยกเลิกการจำกัดการเดินทางเกือบทุกรูปแบบ ซึ่งทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแสดงความกังวลว่า อาจโควิดอาจแพร่ระบาดไปในเขตชนบท

ที่มาของภาพ, กระทรวงสาธารณสุข
ก่อนหน้านี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เผยแพร่ทัศนะนายแพทย์ใหญ่หลายคนจากทั้งศิริราช จุฬาลงกรณ์ ที่ออกมากล่าวให้ประชาชนไม่วิตกกังวลกับการเปิดรับนักท่องเที่ยวจีน
"คนจีนนำรายได้เข้าประเทศเราไม่น้อย ดังนั้นสิ่งที่เราควรระวังไม่ใช่ระวังเขา แต่เราต้องลดความเสี่ยง ใส่หน้ากาก เว้นระยะ ล้างมือบ่อยๆ ยังทำได้ไม่ว่ากับโควิด 19 สายพันธุ์ไหน วัคซีนยังมีอยู่ให้รีบไปฉีดเลย ไม่ต้องรอ” ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ที่ปรึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าว
ส่วน นพ. มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าโรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ระบุว่า "ถึงเวลาที่เราต้องอยู่ร่วมกับโควิด 19 อย่างมีสติ เชื้อมีการกลายพันธุ์ต่อเนื่อง สามารถเกิดขึ้นในประเทศไหนก็ได้ ไม่ใช่เฉพาะจีน"
สถานการณ์โรคโควิด-19 ของไทยมีแนวโน้มลดลง โดยข้อมูลวันที่ 25-31 ธ.ค. 2565 มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 2,111 ราย เฉลี่ย 301 รายต่อวัน และผู้เสียชีวิต 75 ราย เฉลี่ย 10 รายต่อวันโดยเกือบทั้งหมดยังเป็นกลุ่มเสี่ยง 608 ที่ไม่ได้รับวัคซีน ได้รับวัคซีนไม่ครบ ไม่ได้รับเข็มกระตุ้น หรือได้รับเข็มกระตุ้นนานเกิน 3 เดือนขึ้นไป
มาตรการชุดใหม่ เพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีดังนี้
- ผู้เดินทางต้องรับวัคซีนโควิดอย่างน้อย 2 เข็ม
- หากประเทศต้นทางมีเงื่อนไขผลตรวจ RT-PCR เป็นลบก่อนกลับ ต้องซื้อประกันสุขภาพที่ครอบคลุมการตรวจรักษาโรคโควิด-19
- หากมีอาการทางเดินหายใจให้เลื่อนเดินทาง
- แนะนำให้ผู้เดินทางป้องกันตนเองตลอดระยะเวลาที่อยู่ในประเทศ เช่น สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ/ขนส่งสาธารณะ ล้างมือบ่อยๆ
- หากมีอาการทางเดินหายใจ ให้ตรวจคัดกรองด้วย ATK และหากมีอาการป่วยรุนแรงขึ้นให้ไปตรวจรักษาที่สถานพยาบาล แนะนำให้พักในโรงแรม SHA+ สำหรับผู้ต้องการทำ RT-PCR ก่อนเดินทางกลับประเทศ
ภาคเอกชนภูเก็ต พังงา กระบี่ ทำหนังสือถึงนายกฯ ทบทวนมาตรการ
สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต กระบี่ พังงา และสมาคมโรงแรมในท้องที่รวม 10 สมาคม ลงนามในหนังสือร่วมกันเพื่อยื่นต่อนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เมื่อ 6 ม.ค. แสดงความกังวลต่อมาตรการรับนักท่องเที่ยว ซึ่งรัฐบาลชูหลักการยึดหลักเท่าเทียมทุกชาติไม่เลือกปฏิบัติ ที่บังคับใช้กับผู้เดินทางทุกชาติ
ทางภาคเอกชนระบุว่า ได้รับการติดต่อจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากที่กังวลต่อมาตรการดังกล่าว ซึ่งเพิ่มความยุ่งยากในการเดินทาง ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวหลักในปัจจุบันอาจตัดสินใจยกเลิกการเดินทางมาไทย และเลือกไปจุดหมายปลายทางอื่น
ภาคเอกชนในจังหวัดท่องเที่ยว 3 จังหวัดอันดามัน ระบุว่า ขณะนี้ประเทศหลักที่เดินทางเข้ามาในไทย ได้แก่ ยุโรป รัสเซีย และออสเตรเลีย ยกเลิกมาตรการโควิด-19 ทั้งหมดแล้ว เห็นว่าการยกระดับมาตรการดังกล่าวจะทำให้ประเทศต่าง ๆ กังวลกับมาตรการที่ย้อนกลับของไทยที่จะบังคับใช้กับทุกประเทศ ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อการท่องเที่ยว
เอกชน ได้เสนอให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนนโยบายจำกัดการบังคับวัคซีน 2 เข็มเฉพาะกับผู้เดินทางจากประเทศที่มีมาตรการบังคับทำ RT-PCR ก่อนกลับเข้าประเทศเท่านั้น ส่วนในประเทศที่ไม่มีมาตรการตรวจ RT-PCR ก่อนกลับเข้าประเทศขอให้งดเว้นการตรวจการฉีดวัคซีน 2 เข็ม เนื่องจากส่วนใหญ่ในประเทศที่ไม่มีมาตรการเช่นนี้ การระบาดของโรคได้ผ่านพ้นกลายเป็นโรคประจำถิ่นที่ไม่เฝ้าระวังแล้ว
สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ยังรวบรวมความคิดเห็นจากบริษัทนำเที่ยวชาติต่าง ๆ เช่น บริษัทนำเที่ยวประเทศเยอรมนี ระบุว่า เป็นการออกกฎที่ไม่ควรออก เป็นการสร้างปัญหา และลดความเชื่อมั่นของการท่องเที่ยวไทยอย่างมาก และทันทีที่มีข่าวเรื่องการเปลี่ยนมาตรการการเดินทาง บริษัทได้รับการยกเลิกจากลูกค้าถึงขณะนี้กว่า 1,000 room nights แล้ว
9 ม.ค. เช่าเหมาลำเที่ยวบินแรกมาไทย
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า เที่ยวบินแรกจะเดินทางมาไทยในวันที่ 9 ม.ค. นี้ โดยสายการบินเซียะเหมินแอร์ไลน์ เส้นทางเซียะเหมิน-กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) มีผู้โดยสารเดินทาง 269 คน
การเปิดประเทศของจีนเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์โควิดในประเทศ ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เอง ออกมาเตือนว่า จีนกำลังรายงานผลกระทบที่แท้จริงของการระบาดของโรคโควิด-19 ต่ำกว่าความเป็นจริง โดยเฉพาะการกำหนดนิยามสาเหตุการเสียชีวิตด้วยโควิด ซึ่ง ดร. ไมเคิล ไรอัน ผอ. ฝ่ายฉุกเฉินของ WHO บอกว่านิยามการระบุการตายนั้นแคบมากเกินไป รวมทั้งตัวเลขผู้ติดเชื้อที่รักษาตัวใน รพ. ผู้ป่วยไอซียู
กรมวิทย์ฯ สุ่มตรวจพบสายพันธุ์ XAY.2 ย้ำสายพันธุ์ในจีนเป็นของเก่า ไม่น่ากังวล
วันที่ 6 ม.ค. 2566 นพ. ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยการเฝ้าระวังสายพันธุ์โควิด-19 ในไทยว่าล่าสุด พบสายพันธุ์ XAY.2 จำนวน 1 ราย ในไทย ซึ่งกรมได้ส่งข้อมูลเผยแพร่ไปยังฐานข้อมูล GISAID แล้ว
สายพันธุ์ XAY.2 เป็นลูกผสมระหว่างเดลตาสายพันธุ์ย่อย AY.45 กับ โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4/5* ขณะนี้ทั่วโลกพบ 344 ราย อย่างไรก็ตาม คนที่อยู่ใกล้ชิดยังไม่พบการติดเชื้อ
สำหรับสายพันธุ์ XBB.1.5 ที่มีการระบาดอย่างรวดเร็วในสหรัฐฯ จากการเฝ้าระวังยังไม่พบ ในประเทศไทย สายพันธุ์หลักที่พบในขณะนี้เป็นสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BN.1.3 ซึ่งเป็นลูกหลานของ BA.2.75 ซึ่งข้อมูลความสามารถในการหลบภูมิและแพร่เร็วใกล้เคียงกับ XBB.1.5
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่อถึงกรณีที่จีนจะเปิดประเทศด้วยว่า จากข้อมูลการเฝ้าระวังสายพันธุ์ ที่ระบาดในจีน พบว่า 97% เป็นสายพันธุ์ BA.5.2 และสายพันธุ์ BF.7 ซึ่งไม่ได้เป็นสายพันธุ์ใหม่ และไม่ได้มีการแพร่เร็วกว่าสายพันธุ์ในประเทศไทย พร้อมระบุว่า ไม่น่ากังวล

ยืนยันไทยพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ปรับมาตรการตามเชื้อที่กลายพันธุ์
นายอนุทินกล่าวว่า ในการเตรียมรับนักท่องเที่ยวที่ผ่านมา มีการประชุมหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงการประชุมของคณะกรรมการด้านวิชาการ ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ซึ่งคณะกรรมการฯ มีความเห็นตรงกันว่าควรปฏิบัติตามแนวทางโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง และปฏิบัติกับผู้เดินทางจากทุกประเทศอย่างเท่าเทียม ไม่ใช้มาตรการด้านสาธารณสุข เพื่อกีดกันผู้เดินทางจากประเทศใดประเทศหนึ่ง
เขาระบุด้วยว่า ไทยมีมาตรการป้องกันควบคุมโรคตามหลักวิชาการและเป็นไปตามมาตรฐานโลกอยู่แล้ว พร้อมกับยืนยันว่าระบบสาธารณสุขของไทยยังมีความพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะนี้มีการใช้เตียงระดับ 2-3 เพียง 5.2% และมีแผนเตรียมความพร้อมหากพบการระบาดของโรคที่รุนแรงเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ จะมีการติดตามและประเมินสถานการณ์ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 เพื่อปรับมาตรการตามสถานการณ์ของเชื้อกลายพันธุ์
มาตรการรับนักท่องเที่ยวจีน
นายอนุทิน ยังเปิดเผยถึงข้อเสนอมาตรการด้านสาธารณสุขรองรับผู้เดินทางจากต่างประเทศที่จะเสนอในวันที่ 5 ม.ค. นี้ ได้แก่ ก่อนเข้าประเทศไทยให้ฉีดวัคซีนโควิด 19 อย่างน้อย 2 เข็ม หากมีอาการป่วยทางเดินหายใจ ควรเลื่อนการเดินทางและรักษาให้หายก่อนเพื่อลดการแพร่โรค และให้ซื้อประกันสุขภาพเดินทางที่ครอบคลุมการรักษาโรคโควิด-19 ก่อนเข้าประเทศ
ส่วนมาตรการขณะพำนักในไทย จะมีการให้คำแนะนำผู้เดินทางป้องกันตนเองตลอดระยะเวลาที่อยู่ในประเทศ เช่น สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะและขนส่งสาธารณะ การล้างมือบ่อย ๆ การตรวจคัดกรองด้วย ATK และหากมีอาการป่วยรุนแรงขึ้นให้ไปตรวจรักษาที่สถานพยาบาล
กรณีเดินทางออกจากประเทศไทยและประเทศปลายทาง มีนโยบายตรวจคัดกรองก่อนเข้าประเทศ พร้อมคำแนะนำให้พักในโรงแรม SHA+ ซึ่งจะมีบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19
นอกจากนี้ยังมีแนวทางการเฝ้าระวังโรคกลุ่มผู้เดินทางจากต่างประเทศที่มีอาการทางเดินหายใจ โดยให้ได้รับการตรวจด้วย ATK และวิธี PCR และจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์โรคและตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน
รมว. สาธารณสุข ยังระบุถึง การกำหนดเกณฑ์สำหรับการปรับมาตรการเมื่อพบผู้ติดเชื้อในอัตราสูงหรือพบเชื้อกลายพันธุ์ รวมถึงเฝ้าระวังและตรวจเชื้อโควิด-19 ในน้ำเสียจากเครื่องบินด้วยอีกมาตรการหนึ่ง
คาดนักท่องเที่ยวจีนมาไทยเดือน ม.ค. 60,000 คน
นายอนุทินกล่าวว่า จากการประมาณการนักท่องเที่ยวจีนในไตรมาสแรกในเดือน ม.ค.-มี.ค. 2566 มีประมาณ 3 แสนคน คิดเป็น 5% ของนักท่องเที่ยวทุกชาติรวมกัน
โดยคาดการณ์ถึงตัวเลขในแต่ละเดือน ได้แก่ เดือน ม.ค. 60,000 คน ก.พ. 90,000 คน และ มี.ค. 150,000 คน โดยจะเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากปัจจุบันยังมีเที่ยวบินจำกัด มีระยะเวลาในการขอทำหนังสือเดินทางและการขอวีซ่า และรัฐบาลจีนยังไม่อนุญาตให้บริษัทนำเที่ยวนำกลุ่มทัวร์ออกนอกประเทศ ผู้เดินทางจะเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเองและเป็นกลุ่มนักเดินทางระดับบนที่มีกำลังซื้อ








