"มีโดรนสังหารของรัสเซียบินผ่านหน้าต่างห้องลูกสาวฉัน แล้วเธอก็ไร้ทางรอดชีวิต" เสียงสะท้อนจากเหยื่อสงครามในยูเครน

Maria รูปมาเรีย

ที่มาของภาพ, Facebook/Maria Troyanivska

คำบรรยายภาพ, มาเรียอายุเพียง 14 ปี ตอนที่เธอถูกสังหารด้วยโดรนจากรัสเซีย
    • Author, เจมส์ วอเตอร์เฮาส์
    • Role, ผู้สื่อข่าวประจำยูเครน
    • Author, โทบี ลักเฮิร์สต์
    • Role, รายงานจากกรุงเคียฟ

เหตุการณ์อันน่าสลดใจนี้เกิดขึ้นในวันที่มาเรียกลับมาถึงบ้านตั้งแต่เข้าตรู่ ในวันที่มีโดรนสังหารของรัสเซียร่อนเข้ามาโจมตีเธอภายในห้องนอน

วิคตอเรีย คุณแม่ของหนูน้อยผู้โชคร้ายยังจำเรื่องราววันนั้นได้เป็นอย่างดี

"โดรนลำนั้นบินผ่านหน้าต่างแล้วก็ตรงไปยังห้องนอนของเธอ" วิคตอเรียเล่าให้บีบีซีฟัง หลังจากนั้นเธอและสามีก็รีบรุดเข้าไปดูห้องที่อยู่ข้าง ๆ เพื่อค้นหาลูกสาวที่ตอนนั้นอยู่ในกองเพลิง

"พวกเราพยายามที่จะดึงสิ่งของต่าง ๆ ออกมา แต่ไฟโหมรุนแรงอย่างมาก" เธอเล่าให้ฟังทั้งน้ำตา และบอกว่า "ในตอนนั้น เราแทบหายใจไม่ได้ ดังนั้นเราจึงตัดสินใจออกมาจากห้องนั้น"

โดรนที่พรากชีวิตเด็กหญิงวัย 14 ปีรายนี้ คือ โดรนชาเฮด (Shahed) ของรัสเซีย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่อพาร์ทเมนต์ของเธอในชานกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน เมื่อเดือนก่อน

"เธอเสียชีวิตทันที ก่อนที่จะถูกเพลิงเผาไหม้" แม่ของเธอเล่าต่อ "พวกเราจำต้องฝังร่างเธอในโลงปิดตาย เธอไม่มีโอกาสที่จะรอดชีวิต"

Maria's bedroom in suburban Kyiv

ที่มาของภาพ, BBC/Kamil Dayan Khan

คำบรรยายภาพ, โดรนลำหนึ่งบินผ่านหน้าต่างห้องของมาเรีย มันสังหารเธอทันที พร้อมกับจุดไฟเผาห้องนั้นจนวอดวาย

ขณะนี้ ทางรัสเซียใช้โดรนในการโจมตีฝ่ายยูเครนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ข้อมูลจากกองเสนาธิการของยูเครนระบุว่า ในเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา กองทัพรัสเซียได้ใช้โดรนโจมตีฝ่ายยูเครนมากกว่า 2,000 ครั้ง ถือว่ามากที่สุดในการทำสงครามครั้งนี้

รายงานฉบับดังกล่าวยังระบุอีกว่า กองทัพรัสเซียได้ใช้โดรนในการโจมตีจำนวน 1,410 ลำ ในเดือนก.ย. ที่ผ่านมา และ 818 ลำ ในเดือน ส.ค. ขณะที่ในช่วงสามเดือนก่อนหน้านั้นรวมกัน รัสเซียใช้โดรนโจมตีราว 1,100 ลำเท่านั้น

นี่เป็นส่วนหนึ่งของการรุกคืบกลับมาอีกครั้งของกองกำลังรัสเซียที่กินพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ขณะที่กองกำลังรัสเซียก็ได้รุกคืบในตลอดพื้นที่แนวหน้าด้วย ขณะเดียวกันกองทัพจากเกาหลีเหนือก็ยังเข้ามาเสริมทัพรัสเซียในสงครามครั้งนี้อีกด้วย

มิหนำซ้ำ ผลการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกาที่ โดนัลด์ ทรัมป์ กุมชัยชนะได้เป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง ยังทำให้กองทัพยูเครนที่อ่อนกำลังและเหนื่อยล้าจากสงครามต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะการสนับสนันนุนจากผู้บริจาคทางการทหารที่สำคัญที่สุดรายนี้

สำหรับโดรนที่ถูกส่งไปโจมตียูเครนส่วนใหญ่คือ ชาเฮด ซึ่งเป็นโดรนที่ผลิตโดยอิหร่าน ขับเคลื่อนด้วยใบพัดซึ่งมีรูปทรงปีกที่โดดเด่นและมีหัวรบร้ายแรงบรรจุอยู่ในโคนจมูกของโดรน

นอกจากนี้ ทางรัสเซียยังได้เริ่มปล่อยโดรนหลอกซึ่งไม่มีอาวุธใด ๆ ออกมาพร้อมกันด้วย เพื่อทำให้หน่วยป้องกันทางอากาศของยูเครนสับสนและต้องเสียลูกกระสุนทิ้งไป

เมื่อเทียบกับจรวดมิสไซล์แล้ว โดรนนั้นใช้ต้นทุนการผลิตน้อยกว่า ยิงง่ายกว่า และออกแบบมาเพื่อทำให้ศัตรูขวัญกระเจิง

ทุก ๆ คืน ในช่วงที่ชาวยูเครนกำลังนอนหลับ จะมีการแจ้งเตือนภัยจากโทรศัพท์มือถือ หากว่ามีโดรนบินร่อนข้ามประเทศเข้ามา และจะมีเสียงไซเรนดังขึ้นด้วย

ในเวลาเช้าของทุกวัน เมื่อพวกเขาตื่นขึ้นมาก็จะได้ยินข่าวการโจมตีอีกครั้ง แต่นับตั้งแต่ย่างเข้าสู่เดือน พ.ย. เป็นต้นมา มีโดรนจำนวนหนึ่งได้บินเข้ามาโจมตีในหลายเมือง ไม่ว่าจะเป็นกรุงเคียฟ เมืองคาร์คิฟ เมืองโอเดซา เมืองมิโคลาอิฟ และเมืองซาโปริซเซีย

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนกล่าวว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กองทัพรัสเซียได้ส่งโดรนจำนวน 145 ลำ เข้ามายังยูเครน ถือว่ามากที่สุดในรอบหนึ่งวัน เป็นสถิติใหม่นับตั้งแต่สงครามเต็มรูปแบบระหว่างรัสเซียกับยูเครนได้เริ่มเปิดฉากขึ้น

รัฐบาลกรุงเคียฟระบุว่า ในวันดังกล่าว พวกเขาได้จัดการยิงโดรนที่รุกล้ำเข้ามาตกไปทั้งหมด 62 ลำ ขณะที่อีก 67 ลำ มีรายงานว่าสูญหาย นั่นหมายความว่าโดรนเหล่านี้อาจถูกสกัดกั้นด้วยการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่ก็หายไปจากจอเรดาร์

ทั้งนี้ ระบบป้องกันทางอากาศของยูเครนยังคงประสบความยากลำบากในการจัดการกับจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นของโดรนจากรัสเซีย

"จนถึงตอนนี้ พวกเราได้แต่เพียงสกัดโดรนเหล่านั้น ผมหวังว่า พวกเราจะยังคงสามารถสกัดกั้นพวกมันต่อไปได้" สิบเอกมิคาอิโล ชามานอฟ โฆษกของกองบริหารทางทหารของกรุงเคียฟ บอกกับบีบีซี

เขายังบอกอีกว่า แม้กองทัพรัสเซียพยายามที่จะโจมตีที่ตั้งทางทหารของยูเครน แต่ "จุดประสงค์ทั่วไปก็คือ การข่มขู่ประชาชน"

และพวกเขา [รัฐบาลยูเครน] รู้อยู่แล้วว่า รัสเซียจะยังคงดำเนินการโจมตีในลักษณะนี้ต่อไป นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมรัฐบาลจึงกำลังเดินหน้าร้องขอยุทโธปกรณ์ป้องกันทางอากาศจากชาติพันธมิตรตะวันตก

ขณะเดียวกัน นี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้รัฐบาลยูเครนกำลังเฝ้ารออย่างกระวนกระวายใจว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะมีแนวทางอย่างไรต่อสงครามนี้ เมื่อเขาเข้าทำเนียบขาวอีกครั้ง

"แม้ว่าระบบป้องกันทางอากาศจะยังทำงานได้เป็นอย่างดี แต่เศษซากโดรนหรือจรวดก็ตกลงมาในพื้นที่เมืองอยู่ดี และมันก็เป็นสาเหตุของเพลิงไหม้ ความเสียหาย และบางครั้งก็ทำให้ผู้คนถูกลูกหลงไปด้วย" เขาอธิบาย

"สถานการณ์ในทุก ๆ คืน ก็เหมือนกับการซื้อหวย ที่ใดที่มีการโจมตี ที่นั่นก็จะมีวัตถุตกลงมา เมื่อมันตกลงมา ปัญหาก็จะเกิดขึ้น"

Vitaliy

ที่มาของภาพ, BBC/Kamil Dayan Khan

คำบรรยายภาพ, หน่วยป้องกันเคลื่อนที่ของวิทาลี ช่วยป้องกันน่านฟ้ารอบกรุงเคียฟ

วิทาลีและเจ้าหน้าที่ของเขาไม่มีจุดประจำการที่แน่นอน เขาจะใช้อาวุธในการยิงสกัดโดรนชาเฮด โดยอาวุธสำหรับยิงสกัดโดรนดังกล่าวติดตั้งอยู่หลังรถกระบะเรียบ นี่ทำให้พวกเขาปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็ว

"พวกเราพยายามเฝ้าจับตา เคลื่อนที่ให้เร็วกว่าโดรนเหล่านั้น แล้วก็ทำลายมันเสีย" เขากล่าว

"ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา พบว่ามีโดรนเข้ามาราว 50 ลำต่อเดือน แต่ตอนนี้จำนวนเพิ่มเป็น 100 ลำในทุก ๆ คืน" เขาเล่าต่อ

นั่นจึงทำให้การทำงานในแต่ละวันของพวกเขายาวนานขึ้นเช่นกัน ผู้บัญชาการหน่วยดังกล่าวอธิบายเพิ่มเติมว่า ในตอนที่กองทัพรัสเซียใช้จรวดในการทิ้งระเบิดในยูเครนเป็นหลัก การเตือนภัยทางอากาศอาจมีระยะเวลาราวหกชั่วโมง

"ในตอนนี้ ระยะเวลาในการเตือนภัยขยายขึ้นเป็นราว 12-13 ชั่วโมง" เขากล่าว

วิทาลียังแสดงความมั่นใจต่อหน้าลูกน้องของเขา พร้อมทั้งประกาศว่า อาวุธที่พวกเขามีนั้นยังคงสามารถจัดการกับโดรนที่รัสเซียส่งมาได้อย่างแน่นอน หากว่าพวกเขายังได้รับการสนับสนุนอาวุธจากชาติตะวันตก "ทีมของเรามีความสามารถในการจัดการโดรนที่เข้ามาโจมตีมากถึง 250 ลำ [ต่อคืน] ได้" เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม การป้องกันภัยทางอากาศสามารถป้องกันการโจมตีได้เพียงบางส่วน ชาวยูเครนจะยังต้องทนทุกข์ทรมานต่อไปจนกว่ารัสเซียจะยุติการรุกรานและการโจมตีทางอากาศในเมืองต่าง ๆ

วิคตอเรีย บอกว่า ชีวิตของพวกเขาได้ถูกแบ่งแยกออกเป็นสองช่วง คือช่วงก่อนและหลังจากที่ลูกสาวของพวกเขาเสียชีวิต ในตอนนี้พวกเขายังอาศัยอยู่กับเพื่อนคนหนึ่งหลังจากแฟลตที่พักได้รับความเสียหาย เธอบอกว่า พวกเขาต้องนอนที่ทางเดินในตอนกลางคืนเพื่อหลบภัยจากการโจมตีด้วยโดรนที่มีอย่างต่อเนื่อง

Viktoria

ที่มาของภาพ, BBC/Kamil Dayan Khan

คำบรรยายภาพ, วิคตอเรียบอกว่า ชีวิตของเธอในตอนนี้ถูกแบ่งแยกออกเป็นสองช่วง คือช่วงก่อนและหลังการเสียชีวิตของลูกสาว

"แน่นอนค่ะ มันเหนื่อยมาก แต่สำหรับฉัน ดูเหมือนว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ผู้คนรู้สึกโกรธแค้น ฉุนเฉียว และเจ็บแค้นพวกเขา เพราะว่ามันไม่สามารถเข้าใจได้จริง ๆ โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อไม่นานมานี้ ที่การโจมตีเกิดขึ้นที่บ้านเรือนของผู้คนที่อยู่กันอย่างสงบสันติ"

"ฉันไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมสงครามนี้จึงเกิดขึ้น และเกิดขึ้นเพื่ออะไร" โวโลดิมีร์ พ่อของมาเรียบอกกับบีบีซี "อะไรคือเหตุผล มันไม่ได้มาจากมุมมองทางเศรษฐศาสตร์ หรือทางมนุษยธรรม หรือดินแดน มันทำให้คนตายแค่นั้น"

"มันก็แค่ความทะเยอทะยานบางอย่างของพวกคนบ้าก็เท่านั้น" เขากล่าวทิ้งท้าย