อิสราเอลเผยฮามาสโจมตีแล้วหนีทางอุโมงค์

ชาวปาเลส

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ยูเอ็นระบุว่า มีประชาชนอย่างน้อย 20 คนเสียชีวิตจากเหตุระเบิดในค่ายจาบาเลีย
    • Author, จอร์จ ไรท์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีนิวส์

กองทัพอิสราเอลปิดล้อมฐานที่มั่นของกลุ่มฮามาสในเมืองกาซาซิตีแล้ว ในขณะที่การโจมตีฉนวนกาซายังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่า ทหารอิสราเอลเข้าต่อสู้ในระยะประชิดกับนักรบฮามาส ซึ่งซุ่มโจมตีแล้วหนีไปทางอุโมงค์

องค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า โรงเรียน 4 แห่งที่ยูเอ็นใช้เป็นศูนย์พักพิงผู้หนีภัยสงครามได้รับความเสียหาย และเตือนว่าการขาดแคลนน้ำกำลังเลวร้ายลง

กระทรวงสาธารณสุขที่ดำเนินการโดยกลุ่มฮามาสระบุว่า มีชาวปาเลสไตน์กว่า 9,000 คนเสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอล

องค์กรบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือเพื่อผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกกลาง (UNRWA) เปิดเผยเมื่อ 2 พ.ย. ว่า โรงเรียน 4 แห่งที่ใช้เป็นศูนย์พักพิงได้รับความเสียหายภายในเวลาไม่ถึง 24 ชม.

UNRWA ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 รายภายในโรงเรียนประถมซึ่งใช้เป็นค่ายผู้ลี้ภัยจาบาเลีย ขณะเดียวกันมีรายงานว่าเด็กคนหนึ่งเสียชีวิตในโรงเรียนอีกแห่งที่ใช้เป็นค่ายผู้ภัยริมชายหาด

บีบีซีตรวจสอบคลิปวิดีโอ 2 คลิปจากโรงเรียนเหล่านี้

วิดีโอแรก ฉายให้เห็นภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน ซึ่งเป็นค่ายผู้ลี้ภัยจาบาเลีย ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา โดยเริ่มจากนอกประตูโรงเรียน และลามเข้ามายังลานของโรงเรียน พบผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 20 รายนอนกองอยู่บนพื้น โดยมีทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก

วิดีโอที่สอง ถ่ายจากลานหลักของโรงเรียนซึ่งกลายสภาพเป็นเป็นค่ายผู้ลี้ภัยริมชายหาด ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา แต่ใกล้กับชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แสดงให้เห็นกลุ่มควันลอยขึ้นมาจากด้านหลังอาคารหลักของโรงเรียน ผู้คนรวมถึงเด็ก ๆ พากันวิ่งหนีออกไปที่ลาน โดยมีผู้อพยพบางส่วนเฝ้าดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากหน้าต่างด้านบน ในวิดีโอมีเสียงดังคล้ายระเบิดต่อเนื่อง โดยเสียงสุดท้ายที่ดังที่สุด ทำให้ฝูงชนที่อยู่บนลานพากันแตกตื่น

ตัวแทนกลุ่มฮามาสออกมาประณามการโจมตีทางอากาศ ขณะที่ไอดีเอฟยังไม่ได้แสดงความเห็นใด ๆ

CG

ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งจากยูเอ็นเรียกร้องให้มีการหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมในฉนวนกาซา โดยกล่าวว่า เวลากำลังจะหมดลงแล้วสำหรับชาวปาเลสไตน์ที่พบว่าตัวเองตกอยู่ใน "ความเสี่ยงร้ายแรงต่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์"

“สถานการณ์ในฉนวนกาซาถึงจุดพลิกผันสู่หายนะครั้งใหญ่” เขากล่าว และเตือนว่า การตัดเชื้อเพลิง และงดส่งน้ำเข้าสู่ฉนวนกาซา ทำให้ผู้คนเข้าถึงน้ำดื่มที่ปลอดภัยเพียงเล็กน้อย

“น้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตมนุษย์ และวันนี้ชาวกาซา 2 ล้านคนกำลังดิ้นรนเพื่อหาน้ำดื่ม” เขากล่าว

ด้านผู้แทนอิสราเอลประจำสหประชาชาติในกรุงเจนีวาแสดงปฏิกิริยาต่อความเห็นของยูเอ็นว่า "น่าเสียดายและน่ากังวลอย่างยิ่ง" พร้อมกล่าวโทษกลุ่มฮามาสว่าทำให้พลเรือนเสียชีวิต

ก่อนหน้านี้ ไอดีเอฟระบุว่าได้สังหารนักรบฮามาสไปประมาณ 130 คน

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวว่า กองทัพอยู่ใน "จุดสูงสุดของการสู้รบ"

“เราประสบความสำเร็จอย่างน่าประทับใจ และทะลุชานเมืองกาซาไปแล้ว เรากำลังมุ่งไปข้างหน้า” เนทันยาฮูกล่าวในแถลงการณ์

ชาวต่างชาติจำนวนหนึ่งสามารถเดินทางออกจากฉนวนกาซาได้แล้ว โดยข้ามจากจุดผ่านแดนราฟาห์เข้าสู่อียิปต์ ที่กลับมาเปิดด่านตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กล่าวว่า มีชาวอเมริกันกว่า 70 คนอยู่ในหมู่คนเหล่านี้ ทว่า MSF องค์กรช่วยเหลือทางการแพทย์ ระบุว่า ยังมีผู้บาดเจ็บกว่า 20,000 รายยังคงติดอยู่ในดินแดนดังกล่าว

ราฟาห์

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ชาวปาเลสไตน์และชาวต่างชาติอพยพออกจากฉนวนกาซาผ่านทางจุดผ่านแดนราฟาห์

ขณะเดียวกัน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ของเลบานอน ซึ่งประกาศตัวเป็นพันธมิตรของฮามาส กล่าวว่า ได้โจมตีเป้าหมาย 19 แห่งในอิสราเอลพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นการโจมตีอิสราเอลครั้งรุนแรงที่สุดจนถึงตอนนี้

กองทัพอิสราเอลกล่าวว่า ได้ตอบโต้กลับด้วยการโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน

หนึ่งวันก่อนหน้านี้ ฮัสซัน นัสรัลลาห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กล่าวสุนทรพจน์ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ฮามาส ปะทุขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว