"ค่าเช่าบ้านยังไม่พอเลย" ฟังประสบการณ์นักเรียนทุนรัฐบาลสหรัฐฯ เมื่ออยู่ ๆ โดนตัดเงินจากคำสั่งทรัมป์

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, ปณิศา เอมโอชา
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
- Author, โยกิตา ลิมาเย
- Role, ผู้สื่อข่าวประจำเอเชียใต้และอัฟกานิสถาน
แทบไม่มีนักเรียนทุนรัฐบาลของประเทศเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของโลกคนไหนคาดคิดว่า อยู่ ๆ เงินรายเดือนที่พวกเขาควรจะได้ตามปกติ จะถูกหักเงินทั้งเดือนจนเหลือเทียบเท่าแค่สัปดาห์เดียวของเงินที่พวกเขาควรจะได้
"ต้องจ่ายค่าเช้าบ้านวันที่ 1 มี.ค. แล้วได้เงินมา 25% วันที่ 28 ก.พ. แค่ค่าเช่าบ้านยังไม่พอเลย… เราไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมีเงินมหาศาล แบบหยิบขึ้นมาแล้วฉันใช้ได้" นักศึกษาระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในรัฐฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ได้รับทุนจากมูลนิธิการศึกษาไทย–อเมริกัน หรือที่รู้จักกันมากกว่าในชื่อ "ทุนฟุลไบรท์" เล่าให้บีบีซีไทยฟัง
เราจะขอเรียกเขาว่า "คิว" ซึ่งเป็นชื่อสมมติเพื่อปกปิดตัวตนของเขา
คิวไม่ใช่คนเดียวที่ประสบปัญหานี้ "นัด" ผู้ได้รับทุนการศึกษาประเภท Foreign Language Teaching Assistant (FLTA) ซึ่งเป็นทุนที่เปิดโอกาสให้ครู/อาจารย์ จากประเทศไทยไปสอนภาษาไทยที่มหาวิทยาลัยอเมริกันเป็นเวลา 9 เดือน ก็พบเจอประสบการณ์คล้ายกัน
บีบีซีไทยยังได้พูดคุยกับ "พริก" นักศึกษาปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเขตตอนกลางของประเทศ ซึ่งได้รับทุนฟุลไบรท์ และเป็นอีกคนที่ได้รับผลกระทบ
บีบีซีไทยพูดคุยกับนักศึกษาไทยทั้งสามคน [ซึ่งได้รับการปกปิดตัวตน] ผู้ได้รับทุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ว่าการเรียนและการใช้ชีวิตในสหรัฐฯ ของพวกเขาได้รับผลกระทบมากน้อยขนาดไหนจากคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ รวมถึงความไม่แน่นอนที่พวกเขาต้องเผชิญ

ที่มาของภาพ, Getty Images
สองสัปดาห์แห่งความกังวล
ปกติแล้วนักเรียนทุนฟุลไบรท์แต่ละคนจะมีเงื่อนไขการรับทุนแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับทุนการศึกษาเพิ่มเติมที่นักเรียนอาจได้รับจากแหล่งอื่น อาทิ มหาวิทยาลัยที่เข้าไปศึกษา
สำหรับ คิว เขาได้รับทุนการศึกษาเพื่อช่วยด้านค่าเทอมจากมหาวิทยาลัย นั่นหมายความว่าฝั่งทุนฟุลไบรท์ ซึ่งมีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (U.S. Department of State) เป็นผู้ดูแล จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายรายเดือนให้กับเขา ค่าใช้จ่ายตรงนี้คิวจำเป็นต้องแบ่งมาจ่ายค่าที่พักและค่ากินอยู่ด้วย
ปกติแล้ว ระบบการจัดการเงินทุนของนักเรียนจะดำเนินการโดยสถาบันการศึกษานานาชาติ (Institute of International Education) หรือ IIE ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ไม่แสวงกำไร และไม่ได้อยู่ภายใต้หน่วยงานของรัฐโดยตรง แต่ทำงานร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯ และองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งโดยทั่วไป IIE จะจ่ายเงินให้กับนักเรียนทุนราว 1 สัปดาห์ ก่อนขึ้นเดือนถัดไป
"สัญญาณแรกมันมาช่วงกุมภาพันธ์ ปกติผมจะได้เงินวันที่ 22-23 แต่พอถึงกุมภาพันธ์เงินมันไม่เข้า"
คิวเล่าต่อว่า เขาเริ่มติดต่อกลับไปยังเจ้าหน้าที่ของ IIE เพื่อสอบถามว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นหรือไม่ แต่ได้รับคำตอบว่าทุกอย่างยังปกติอยู่ เพราะยังเหลือเวลาราวหนึ่งสัปดาห์ก่อนจะขึ้นเดือน มี.ค. และเจ้าหน้าที่เสริมด้วยว่า "เงินจะออกช้าสุดวันที่ 1 มี.ค."
"เขาบอกให้เราไม่ต้องกังวล เราก็ไม่กังวล" คิว เล่า
แต่แล้วเขาก็รับอีเมลในเย็นวันศุกร์สุดท้ายของเดือน ก.พ. ที่มีใจความส่วนหนึ่งระบุว่า "เช่นเดียวกับหลายหน่วยงานของรัฐบาลกลาง การจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ถูกระงับชั่วคราวเพื่อดำเนินการตรวจสอบโครงการและกิจกรรมต่าง เนื่องจากการระงับนี้ IIE ได้รับอนุญาตให้จ่ายเงินสนับสนุนบางส่วนให้คุณ ซึ่งเทียบเท่ากับค่าใช้จ่ายหนึ่งสัปดาห์ของคุณ เราจะแจ้งให้คุณทราบเกี่ยวกับการจ่ายเงินครั้งต่อไปโดยเร็วที่สุด"
ส่วนกรณีของนัด นับว่าโชคดีกว่าเล็กน้อย เนื่องจากมหาวิทยาลัยช่วยจัดหาที่พักให้อยู่แล้ว ขณะที่พริกมีทุนมหาวิทยาลัยสนับสนุนอยู่ส่วนหนึ่งแล้วเช่นกัน

ความไม่แน่นอนยังมีอยู่อีกมาก
เมื่อต้องหาทางรอด เหล่านักเรียนทุนสหรัฐฯ จึงเริ่มติดต่อเจ้าหน้าที่ IIE และหน่วยงานทั้งหมดที่พวกเขาคิดว่าพอจะช่วยเหลือได้
กรณีของคิวนั้น ทางมหาวิทยาลัย แนะนำให้เขากรอกใบขออนุญาตรับเงินฉุกเฉินเพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์ฉุกเฉินไปก่อน ขณะที่ฝั่งทุนฟุลไบรท์ประเทศไทยก็มีการประชุมกันเพื่อเตรียมโอนเงินสนับสนุนชั่วคราวให้กับเด็กนักเรียนที่ได้รับผลกระทบไปก่อนด้วย
นัดเสริมว่าท่ามกลางวิกฤตที่เด็กทุนต้องเผชิญนั้น เขาชื่มชมเจ้าหน้าที่จากฟุลไบรท์ประเทศไทยอย่างมาก เพราะ "เจ้าหน้าที่ทุกคน ตอบอีเมลกลับภายในคืนนั้น เช้าวันถัดมามีการประชุมกันจะส่งเงินจากไทยมาให้ก่อนเลย ชาติอื่นไม่ได้ทำเร็วขนาดนี้ ดีจนแบบ ถ้าเกิดอะไรขึ้น เราไม่ต้องตกใจ"
อย่างไรก็ตาม หลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่ากังวลทางการเงินที่นัดบอกว่า "ต้องอยู่แค่ในมหาวิทยาลัยเท่านั้น เพราะเงินไม่พอ" ราวสองสัปดาห์ นักเรียนทุนรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ได้จดหมายสำคัญอีกครั้งจาก IIE ซึ่งระบุว่ามีการปล่อยเม็ดเงินสนับสนุนทุนการศึกษาเพิ่มเติมแล้ว
อีเมลดังกล่าวระบุว่า "ตามที่คุณทราบ การจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ถูกระงับชั่วคราวเพื่อดำเนินการตรวจสอบโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งส่งผลให้คุณได้รับเพียงบางส่วนของเงินสนับสนุนล่าสุดของคุณ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ มีการปล่อยเงินทุนเพิ่มเติมแล้ว และ IIE กำลังดำเนินการจ่ายยอดเงินที่เหลือให้คุณ ตามเอกสารอนุมัติทุนฟุลไบรท์และเงื่อนไขที่กำหนด"

แม้สถานการณ์เหมือนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ทว่าปัญหาที่แท้จริงยังไม่หมดไป และนักเรียนทุนอย่าง พริกบอกกับบีบีซีไทยว่าความไม่แน่นอนยังมีอยู่อีกมาก
"เขาเพิ่งมีอีเมลประกาศพักงานของเจ้าหน้าที่ IIE หลายส่วน รวมถึงที่เตือนนักเรียนทุนอย่างเราว่าอย่าเพิ่งออกนอกสหรัฐฯ เพราะอาจมีปัญหาตอนกลับเข้าประเทศแล้วไม่ได้เข้า" พริกเล่า
เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ของ IIE ลงประกาศที่มีเนื้อหาระบุว่า "พนักงานบางส่วนที่ทำงานในโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักกิจการการศึกษาและวัฒนธรรม (ECA) กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เช่น โครงการฟุลไบรท์ (Fulbright), ฮัมฟรีย์ (Humphrey), กิลแมน (Gilman) และโครงการอื่น ๆ จะถูกพักงาน (furlough) ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม เป็นต้นไป" พร้อมให้เหตุผลว่า สถานการณ์ทั้งหมดนี้เกิดจากความล่าช้าและความไม่ต่อเนื่องในการแก้ไขข้อตกลง รวมถึงความล่าช้าในการดำเนินการจ่ายเงิน
"อย่างไรก็ตาม IIE หวังว่าสถานการณ์นี้จะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และสามารถกลับมาดำเนินงานตามปกติได้ในเร็ว ๆ นี้"
นอกจากนี้ ยังมีข้อความเตือนไม่ให้นักเรียนเดินทางออกนอกสหรัฐฯ ในช่วงนี้ เนื่องจากเสี่ยงต่อการถูกปฏิเสธเข้าประเทศ แม้จะมีวีซ่าถูกกฎหมายก็ตาม โดยเนื้อความส่วนหนึ่งระบุว่า
"การเดินทางระหว่างประเทศมีความเสี่ยง แม้ว่าคุณจะมีวีซ่าแบบเข้าออกหลายครั้งที่ยังใช้ได้ก็ตามหากคุณตัดสินใจเดินทางไปต่างประเทศ คุณต้องยอมรับความเสี่ยงว่าโครงการฟุลไบรท์จะไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ หากคุณไม่สามารถเดินทางกลับมายังสหรัฐอเมริกาเพื่อดำเนินโครงการของคุณต่อไปได้"
กรณีตัวอย่างการถูกปฏิเสธเข้าสหรัฐฯ แม้มีวีซ่า
บีบีซีไทยพบรายงานจากสำนักข่าวท้องถิ่นในเมืองบอสตันของสหรัฐฯ และรายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ที่ระบุว่า ดร.ราชา อาลาวีเอะ แพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยบราวน์และทำงานต่อที่นี่ ถูกปฏิเสธไม่ให้กลับเข้าสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีวีซ่าทำงานประเภท H-1B visa (ผู้ชำนาญงานพิเศษในแขนงต่าง ๆ) ก็ตาม
กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ กล่าวว่า ในทริปที่เธอเดินทางกลับไปยังเลบานอนซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิดของเธอ เธอไปเข้าร่วมงานศพของผู้นำฮิซบอลเลาะห์คนหนึ่ง เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรและป้องกันชายแดนสอบสวนระหว่างเดินทางกลับเข้าสหรัฐฯ ดร.ราชา "ยอมรับอย่างเปิดเผย" ว่าเธอสนับสนุนฮัสซัน นัสรัลเลาะห์ ผู้นำของฮิซบอลเลาะห์ ตามคำแถลงของโฆษกกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ
"วีซ่าเป็นสิทธิพิเศษ ไม่ใช่สิทธิที่ได้รับโดยอัตโนมัติ" ทริเซีย แม็กลาฟลิน โฆษกของกระทรวงฯ กล่าวกับเดอะนิวยอร์กไทมส์ "การยกย่องและสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายที่สังหารชาวอเมริกัน ถือเป็นเหตุให้ถูกปฏิเสธการออกวีซ่า นี่เป็นมาตรการความมั่นคงขั้นพื้นฐาน"
กระทรวงฯ ไม่ได้เปิดเผยว่าทราบได้อย่างไรว่า ดร.ราชา เข้าร่วมพิธีศพ ซึ่งจัดขึ้นในสนามกีฬาพร้อมผู้เข้าร่วมหลายหมื่นคน นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังไม่ได้ตอบคำถามว่า ดร.ราชา ถูกกล่าวหาในคดีอาชญากรรมหรือการละเมิดกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองหรือไม่

ที่มาของภาพ, Reuters
ขณะที่มหาวิทยาลัยบราวน์แนะนำให้นักศึกษาต่างชาติ หลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกสหรัฐฯ จนกว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมจากกระทรวงการต่างประเทศ
นักเรียนทุนสหรัฐฯ ทั่วโลกระส่ำระสาย
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กับนักเรียนทุนชาวไทยหรือนักเรียนทุนภายใต้โครงการฟุลไบรท์เท่านั้น
ผู้สื่อข่าวบีบีซีในเอเชียใต้และอัฟกานิสถานรายงานว่ากลุ่มนักเรียนทุนหญิงกว่า 80 คน ที่ลี้ภัยจากกลุ่มตาลีบันเพื่อศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในประเทศโอมาน ภายใต้ทุน Women's Scholarship Endowment (WSE) กำลังเผชิญกับการถูกส่งตัวกลับอัฟกานิสถานในเร็ว ๆ นี้ หลังจากที่รัฐบาลทรัมป์ประกาศตัดงบประมาณโครงการช่วยเหลือต่างประเทศอย่างกว้างขวาง
ทุนการศึกษาของพวกเธอ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) ถูกยุติลงอย่างกะทันหัน หลังจากที่ทรัมป์ออกคำสั่งระงับงบประมาณด้านความช่วยเหลือเมื่อต้นเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา
"มันน่าใจสลายมาก" นักศึกษาคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับบีบีซี โดยไม่เปิดเผยชื่อเพราะเกรงจะถูกตอบโต้ "ทุกคนช็อกและร้องไห้ เราได้รับแจ้งว่าจะถูกส่งกลับภายในสองสัปดาห์"
นับตั้งแต่กลับคืนสู่อำนาจเมื่อเกือบสี่ปีที่แล้ว กลุ่มตาลีบันได้กำหนดข้อจำกัดที่เข้มงวดสำหรับสตรี ซึ่งรวมถึงการห้ามไม่ให้ผู้หญิงเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย
ทุนดังกล่าวให้การสนับสนุนการศึกษาด้าน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) ซึ่งเป็นสาขาวิชาที่ถูกตาลีบันสั่งห้ามไม่ให้ผู้หญิงศึกษา
หนึ่งในนักศึกษากล่าวว่า "ถ้าเราถูกส่งกลับไป เราจะเผชิญกับผลกระทบที่ร้ายแรง มันหมายถึงการสูญเสียความฝันของเรา เราจะไม่ได้เรียนอีก และครอบครัวอาจจะบังคับให้เราแต่งงาน นอกจากนี้ หลายคนยังอาจตกอยู่ในความเสี่ยงเพราะเคยมีบทบาทด้านสิทธิสตรีมาก่อน"

ที่มาของภาพ, handout
บีบีซีได้เห็นอีเมลที่ถูกส่งไปยังนักศึกษาหญิงชาวอัฟกานิสถานทั้ง 82 คน โดยแจ้งว่าทุนการศึกษาของพวกเธอ "ถูกยกเลิก" เนื่องจากโครงการและเงินทุนของ USAID ถูกระงับ
อีเมลดังกล่าวระบุว่า ข่าวนี้ "อาจสร้างความผิดหวังและความไม่มั่นคงอย่างมาก" พร้อมทั้งกล่าวถึงการเตรียมการเดินทางกลับไปยังอัฟกานิสถาน ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับพวกเธอ
หนึ่งในนักศึกษากล่าวกับบีบีซีว่า "เราต้องการการคุ้มครองโดยทันที รวมถึงความช่วยเหลือทางการเงิน และโอกาสในการตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่ปลอดภัยซึ่งเราสามารถเรียนต่อได้"
อนาคตการแสวงหาโอกาสในสหรัฐฯ ท่ามกลางนโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน"

ที่มาของภาพ, Getty Images
กลับมาที่ คิวเขาบอกบีบีซีไทยว่า เขารู้ดีว่าตัวเองเลือกมายังสหรัฐฯ ในบรรยากาศทางการเมืองที่เปลี่ยนไปแล้ว
"ทรัมป์มันอเมริกาต้องมาก่อนเนาะ ทีนี้โปรแกรมตัวนี้มันให้เงินเด็กต่างชาติ มันก็ถูกเพ่งเล็งอยู่แล้ว" คิวแชร์มุมมองเขา
ทว่าสำหรับตัวเขาที่กำลังศึกษาระดับปริญญาโทในสาขาวิชาเฉพาะทางอย่าง เขาพบว่าตัวเองไม่ได้มีช่องทางหรือตัวเลือกในการหาความรู้เพิ่มเติมภายในประเทศไทยมากนัก
"คุณภาพการศึกษา หรือว่าโอกาสที่เหมือนเราจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนชาติอื่น ๆ มันทำให้รู้สึกว่า อเมริกายังเป็นประเทศที่มีศักยภาพ มีทรัพยากรตรงเนี้ยที่แบบอุดมสมบูรณ์กว่า ความกลัวที่จะรู้สึกว่า 'ฉันไม่ถูกต้อนรับ' มันไม่ได้มีน้ำหนักมากกว่าประโยชน์ที่เราจะได้จากตรงนี้"
เขาแนะนำต่อไปว่า สำหรับคนที่ยังอยากมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์การเรียนหนังสือในสหรัฐฯ นั้น โดยเฉพาะกับเด็กทุนเอง อาจจะต้องเตรียมใจว่าจะไม่ได้รับการอ้าแขนต้อนรับขนาดนั้น แต่ก็ไม่ถึงกับต้องกังวลตลอดเวลา
ด้าน นัดกล่าวว่าทุนนี้นับเป็น "ซอฟต์พาวเวอร์ ที่สหรัฐฯ พยายามสร้างมาตั้งแต่หลังสงครามเย็น เพื่อสะท้อนว่าสหรัฐฯ ยืนข้างประชาธิปไตย" เพราะฉะนั้นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจทำให้สถานะนี้ของสหรัฐฯ สั่นคลอนลง โดยเฉพาะกับเด็กที่มีศักยภาพหลาย ๆ คนที่อาจมองหาตัวเลือกประเทศอื่น ๆ
อย่างไรก็ดี เขายังเห็นถึงข้อดีของการได้มารับประสบการณ์การเป็นครูสอนภาษาไทยในสหรัฐฯ โดยเฉพาะในมิติของการมีส่วนร่วมของเด็กในชั้นเรียนซึ่งแตกต่างอย่างมากจากประเทศไทย และเป็นภาพสะท้อนสำคัญของแวดวงการศึกษาของไทย
เขาทิ้งท้ายว่า "หวังว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ จะยังดำเนินต่อไป ทุนอาจไม่ถูกตัดไปทั้งหมด" พร้อมแนะนำเด็กไทยที่กำลังสอบชิงทุนคนอื่น ๆ ว่า ถ้าทุนฟุลไบรท์กระทบจริง ก็สามารถมองหาทุนอื่น ๆ ได้ "ลองอีเมลไปหาอาจารย์โดยตรงดูเลย เขาอาจจะมีทุนให้"
ด้าน พริกแสดงความกังวลถึงการศึกษาต่อระดับสูง "ในยุคทรัมป์" ที่เขามองว่าจะได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับการวิจัยซึ่งมีความสำคัญสูงสุดในการเรียนต่อระดับปริญญาเอก โดยล่าสุดเริ่มมีข่าวการตัดเงินทุนสนับสนุนวิจัยหลายแห่งในสหรัฐฯ
"อย่างไรก็ตาม ผมหวังว่าจะเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสั้น ๆ เท่านั้น เพราะในที่สุดแล้ว การวิจัยต่าง ๆ จะเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ เอง และสหรัฐฯ ก็ย่อมได้ประโยชน์จากทุนมนุษย์ที่สร้างขึ้นจากมหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ ด้วย โดยเฉพาะผู้ที่จบปริญญาเอกและทำงานต่อในสหรัฐฯ ไม่ว่าจะในมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย หรือแวดวงธุรกิจ"
สุดท้าย สิ่งที่เด็กทุนเหล่านี้ทั้งหมดที่บีบีซีไทยมีโอกาสได้คุยด้วยตอบตรงกันก็คือ แม้จะต้องอยู่ท่ามกลางความกดดันและความไม่แน่นอน แต่เมื่อบวกลบกับคุณภาพการศึกษา และโอกาสในชีวิตหลังจากมาอยู่ต่างประเทศแล้ว ก็ยังนับว่าคุ้มกว่ามาก
แนวโน้มงบประมาณของทุนฟุลไบรท์ทั่วโลก (2019-2021)
งบประมาณที่ใช้สำหรับโครงการ ทุนฟุลไบรท์ (Fulbright Program) ทั่วโลกในช่วงปี 2019-2021 มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยทุนได้รับการสนับสนุนจากหลายแหล่ง ทั้งจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ, กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ, ภาคเอกชนของสหรัฐฯ และต่างประเทศ, รวมถึงรัฐบาลต่างประเทศ
งบประมาณรวมของโครงการฟุลไบรท์ทั่วโลก เป็นดังนี้
ปี 2019: 445.52 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปี 2020: 439.67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง -1.3% จากปี 2019)
ปี 2021: 428.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง -2.6% จากปี 2020 และลดลง -3.9% จากปี 2019)
แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะยังคงจัดสรรงบประมาณให้กับโครงการ แต่ในภาพรวมการเพิ่มขึ้นของงบประมาณจากหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้มากพอที่จะชดเชยการลดลงของแหล่งทุนจากที่อื่น โดยเฉพาะงบประมาณจากภาคเอกชนต่างประเทศที่ลดลงถึง 21% ในปี 2021 เมื่อเทียบกับปี 2020
หมายเหตุ: บีบีซีไทยมีการปรับเปลี่ยนชื่อผู้ให้สัมภาษณ์เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจตามมา











