แพทย์อังกฤษเตือนเด็กต่ำกว่า 8 ขวบ ห้ามดื่มน้ำปั่นเกล็ดหิมะใส่ "กลีเซอรอล"

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, ฟิลิปปา ร็อกซ์บี
- Role, ผู้สื่อข่าวสุขภาพ
ผลการศึกษาล่าสุดของทีมวิจัยทางการแพทย์ในอังกฤษและไอร์แลนด์ แนะนำพ่อแม่ผู้ปกครองอย่าให้ลูกหลานดื่มน้ำปั่นเกล็ดหิมะ (slushy) อย่างเด็ดขาด หากเด็กยังมีอายุไม่ถึง 8 ขวบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำปั่นเกล็ดหิมะที่มีส่วนผสมของสารให้ความหวาน "กลีเซอรอล" (glycerol) ซึ่งอาจเป็นพิษต่อร่างกายของเด็กได้
คณะนักวิจัยทางการแพทย์ดังกล่าว ได้เรียกร้องให้หน่วยงานด้านการดูแลสุขภาพของสหราชอาณาจักร เปลี่ยนแปลงเกณฑ์อายุของเด็กที่สามารถบริโภคกลีเซอรอลได้อย่างปลอดภัย โดยเพิ่มขึ้นจาก 5 ขวบ เป็น 8 ขวบ หลังผลวิเคราะห์กรณีศึกษาผู้ป่วยเด็ก 21 ราย ในอังกฤษและไอร์แลนด์ บ่งชี้ว่าทั้งหมดมีอายุระหว่าง 2-7 ปี และต้องเข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล หลังดื่มน้ำปั่นเกล็ดหิมะเข้าไปได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง
เครื่องดื่มจำพวกน้ำปั่นเกล็ดหิมะสีสันสดใส ถูกผลิตขึ้นเพื่อจูงใจกลุ่มลูกค้าวัยเด็ก แต่น้ำปั่นเกล็ดหิมะในประเทศที่มีการเก็บภาษีความหวานกับผลิตภัณฑ์ที่ใส่น้ำตาล อาจใส่กลีเซอรอลลงไปแทนเพื่อลดปริมาณน้ำตาลให้ต่ำลง และเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำปั่นเหลวที่เย็นจัดจับตัวเป็นก้อนแข็งด้วย
ปัจจุบันคำแนะนำของสำนักงานมาตรฐานอาหาร (FSA) ของสหราชอาณาจักร ห้ามไม่ให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ดื่มน้ำปั่นเกล็ดหิมะที่ใส่กลีเซอรอลอย่างเด็ดขาด ส่วนเด็กที่มีอายุระหว่าง 5-11 ปี ควรดื่มไม่เกินวันละหนึ่งแก้วเท่านั้น
สาเหตุที่ต้องจำกัดการบริโภคน้ำปั่นเกล็ดหิมะกับเด็กเล็ก เป็นเพราะเด็กอาจดื่มหรือดูดน้ำปั่นอย่างรวดเร็วเกินไป จนเกิดภาวะ "กลีเซอรอลเป็นพิษ" (glycerol intoxication) ซึ่งทำให้เกิดอาการช็อก, ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ, หรือถึงกับหมดสติได้
เมื่อปีที่แล้วเด็กหญิงอาร์ลาวัยสองขวบจากสกอตแลนด์ และเด็กชายอาร์บีวัยสี่ขวบจากภาคกลางของอังกฤษ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนด้วยภาวะกลีเซอรอลเป็นพิษ หลังดื่มน้ำปั่นเกล็ดหิมะเข้าไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
ผลวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ลงในวารสารการแพทย์ "คลังเอกสารเกี่ยวกับโรคในเด็ก" (Archives of Disease in Childhood) ซึ่งเป็นวารสารวิชาการในเครือ BMJ ระบุว่าผู้ป่วยเด็กที่ใช้เป็นกรณีศึกษาทั้ง 21 ราย ล้วนต้องเข้ารับการรักษาในแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน (A&E) เพราะเกิดอาการป่วยหนักเฉียบพลันภายในระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมง หลังดื่มน้ำปั่นเกล็ดหิมะที่ผสมกลีเซอรอลเข้าไป โดยกรณีทั้งหมดเกิดขึ้นระหว่างปี 2018-2024
แพทย์ระบุว่ากลุ่มอาการกลีเซอรอลเป็นพิษนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบ และมีระดับความรุนแรงไม่เท่ากันในแต่ละคน แต่ส่วนใหญ่แล้วเด็กจะหมดสติไป เพราะมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำและเลือดมีความเป็นกรดสูง เด็กคนหนึ่งในกลุ่มที่เป็นกรณีศึกษามีอาการชัก และอีกสี่คนมีความผิดปกติทางประสาทจนต้องเข้ารับการสแกนสมอง อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยเด็กกลุ่มที่เป็นกรณีศึกษาทุกรายสามารถฟื้นตัวและออกจากโรงพยาบาลได้ในที่สุด
เร่งเตือนภัยพ่อแม่ผู้ปกครอง
ศาสตราจารย์เอลเลน ครัชเชลล์ ผู้นำทีมวิจัยดังกล่าวบอกว่า กรณีศึกษาของผู้ป่วยเด็กทั้ง 21 ราย อาจเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงแล้ว อาจมีกรณีกลีเซอรอลเป็นพิษต่อเด็กเกิดขึ้นบ่อยและมากยิ่งกว่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม ศ.ครัชเชลล์ก็ย้ำเตือนด้วยว่า ในทุกวันมีเด็กหลายพันคนทั่วโลกที่ดื่มน้ำปั่นเกล็ดหิมะแล้วไม่เป็นอะไรเลยด้วยเช่นกัน
ศ.ครัชเชลล์สันนิษฐานว่า โดยทั่วไปแล้วอาจมีกลุ่มผู้ป่วยเด็กที่อาการกลีเซอรอลเป็นพิษไม่รุนแรงอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งเด็กกลุ่มนี้อาจไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เพียงแต่อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนอยู่บ้าง
ทีมกุมารแพทย์ที่มีส่วนร่วมในการวิจัยข้างต้นแสดงความเป็นห่วงว่า เป็นเรื่องยากที่บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองจะสามารถตรวจสอบปริมาณกลีเซอรอลที่ผสมอยู่ในน้ำปั่นเกล็ดหิมะของลูกหลานได้ นอกจากนี้ คำแนะนำที่ยึดถือน้ำหนักตัวของเด็กเป็นเกณฑ์ในการบริโภคกลีเซอรอล ยังยุ่งยากต่อการทำความเข้าใจของบรรดาผู้ปกครองด้วย

ที่มาของภาพ, Getty Images
การเกิดภาวะกลีเซอรอลเป็นพิษในเด็ก ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ นอกเหนือไปจากปริมาณกลีเซอรอลในเครื่องดื่ม เช่นความเร็วในการดื่มน้ำปั่นเกล็ดหิมะของเด็ก, การรับกลีเซอรอลเข้าร่างกายพร้อมกับมื้ออาหาร หรือดื่มเข้าไปภายหลังการออกกำลังกายหรือไม่ ก็ส่งผลต่อความรุนแรงของภาวะกลีเซอรอลเป็นพิษด้วยเช่นกัน
เนื่องจากการประมาณค่าระดับกลีเซอรอลที่ปลอดภัยต่อเด็กนั้นทำได้ยาก ทีมผู้วิจัยจึงแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้อายุของเด็กเป็นเกณฑ์ในการบริโภคแทน โดยดร.แซลลี แอนน์ วิลสัน ประธานคณะกรรมการการดูแลพยาบาลที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ของราชวิทยาลัยเวชศาสตร์ฉุกเฉิน (RCEM) ให้สัมภาษณ์กับรายการบีบีซี เบรกฟาสต์ ดังนี้
"ในฐานะพ่อแม่ผู้ปกครอง คุณอยากจะตัดสินใจได้อย่างสมเหตุสมผลเพื่อเลือกซื้อแต่สิ่งที่ดีให้ลูกหลาน แต่หากคุณไม่รู้เลยว่าในน้ำปั่นเกล็ดหิมะมีกลีเซอรอลอยู่ ซ้ำยังไม่รู้ว่าสารให้ความหวานนี้มีพิษภัยต่อเด็กอย่างไรบ้าง ท้ายที่สุดแล้วคุณก็จะลงเอยด้วยการซื้อมันไปให้เด็ก ๆ ดื่มกันอย่างสบายใจไร้กังวลอยู่ดี"
ดร.วิลสันมองว่า การใช้อายุเป็นเกณฑ์จำกัดการบริโภคกลีเซอรอลของเด็กนั้นทำได้ยาก เพราะเด็กวัยเดียวกันก็มีความแตกต่างหลากหลายในเรื่องของน้ำหนักตัว แต่เธอเชื่อว่าคำแนะนำของทีมผู้วิจัยที่ขอให้เพิ่มเกณฑ์อายุขั้นต่ำในการบริโภคกลีเซอรอลนั้น น่ารับฟังและสมเหตุสมผลอยู่ไม่น้อย เพราะเกณฑ์อายุใหม่จะช่วยแก้ปัญหาไปได้มาก
ผลการศึกษาล่าสุดยังระบุว่า สาเหตุที่กรณีกลีเซอรอลเป็นพิษในเด็กพบได้บ่อยขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาจเป็นเพราะผลิตภัณฑ์น้ำปั่นเกล็ดหิมะใส่น้ำตาลน้อยลง เพื่อดึงดูดลูกค้าวัยผู้ใหญ่และพ่อแม่ผู้ปกครองที่รักสุขภาพ ส่วนประเทศที่ยังไม่มีการเก็บภาษีความหวานในสินค้าต่าง ๆ นั้น น้ำปั่นเกล็ดหิมะจะมีสัดส่วนของน้ำตาลกลูโคสผสมอยู่สูงกว่า และมักจะไม่มีกลีเซอรอลผสมอยู่เลย
ด้านรีเบกกา ซัดเวิร์ธ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายของ FSA บอกว่าจะพิจารณาข้อเสนอใหม่ของทีมผู้วิจัยอย่างรอบคอบ "ปัจจุบันเรายังคงสนับสนุนอย่างแข็งขัน ให้พ่อแม่ผู้ปกครองปฏิบัติตามคำแนะนำล่าสุดของเรา ซึ่งก็คือไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ดื่มน้ำปั่นเกล็ดหิมะเลย เรายังขอให้ผู้ค้าปลีกช่วยเตือนพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อให้พวกเขาทราบถึงคำแนะนำของเราในเรื่องนี้ด้วย"
ผู้แทนของ FSA ยังกล่าวสรุปทิ้งท้ายว่า "แม้อาการกลีเซอรอลเป็นพิษโดยทั่วไปมักจะไม่รุนแรง แต่การที่พ่อแม่ตระหนักถึงความเสี่ยงของเครื่องดื่มชนิดนี้ ก็ยังถือเป็นสิ่งสำคัญและมีความจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เด็กอาจบริโภคกลีเซอรอลในระดับสูง"












