เรารู้อะไรแล้วบ้างหลังอิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในกาตาร์ ?

    • Author, ฌอน เซดดอน
    • Role, บีบีซีนิวส์
    • Author, กาเบรียลา โปเมอรอย
    • Role, บีบีซีนิวส์

เมื่อคืนที่ผ่านมา อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในกาตาร์ โดยอ้างว่าเป็นการตอบโต้การโจมตีฐานทัพนิวเคลียร์อิหร่านของสหรัฐฯ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์รายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นบนท้องฟ้าเหนือกรุงโดฮา ขณะที่วิดีโอเผยให้เห็นแสงวาบสว่างบนท้องฟ้าขณะที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศพยายามสกัดกั้นขีปนาวุธ

นี่นับเป็นการทวีความรุนแรงครั้งล่าสุดของความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางพุ่งสูงขึ้นถึงระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

เรารู้อะไรแล้วบ้างจากการโจมตีของอิหร่านครั้งนี้

อะไรคือเป้าหมายของอิหร่านในครั้งนี้ และทำไมจึงต้องโจมตี

ขีปนาวุธของอิหร่านมุ่งเป้าโจมตีไปที่ฐานทัพอากาศ อัล-อูเดด (Al-Udeid) ซึ่งเป็นฐานทัพสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง โดยระบุว่าเป็นการตอบโต้การโจมตีฐานนิวเคลียร์ในอิหร่าน 3 แห่ง เมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา

ฐานทัพอากาศ อัล-อูเดด เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของกองทัพสหรัฐ สำหรับปฏิบัติการทางอากาศทั้งหมดในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้ยังมีทหารอังกฤษบางส่วนประจำการอยู่ที่ฐานทัพดังกล่าวแบบผลัดเวรด้วย

การโจมตีครั้งนี้ได้รับการยืนยันครั้งแรกโดยสื่อของรัฐอิหร่าน ตามมาด้วยการยืนยันจากกองทัพของอิหร่าน

แถลงการณ์ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (Islamic Revolution Guard Corps - IRGC) ซึ่งถือเป็นกองกำลังที่ทรงอำนาจที่สุดของกองทัพอิหร่าน ระบุว่า "อิหร่านจะไม่ปล่อยให้การโจมตีอธิปไตยของตนผ่านไปอย่างไม่มีการโต้ตอบ" และเสริมว่า "ฐานทัพสหรัฐในภูมิภาคนี้ไม่ใช่จุดแข็ง แต่เป็นจุดอ่อน"

ก่อนหน้านี้ สหรัฐได้เตือนอิหร่านไม่ให้ทำการตอบโต้การโจมตีฐานทัพนิวเคลียร์โดยสหรัฐฯ และเรียกร้องให้ผู้นำในรัฐบาลอิหร่านเห็นพ้องด้วยการใช้วิถีการทางการทูตยุติการสู้รบกันในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม มีรายงานที่แตกต่างกันออกไปเกี่ยวกับจำนวนขีปนาวุธที่ใช้ในการโจมตี ฝ่ายอิหร่านระบุว่า มี 6 ลูก ขณะที่สหรัฐกล่าวว่ามี 14 ลูก และสำนักงานข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กาตาร์ระบุว่ามี 19 ลูก และรายงานเพิ่มเติมด้วยว่าขีปนาวุธถูกสกัดกั้นได้ทั้งหมด รวมทั้ง ไม่มีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ

ในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงก่อนเกิดเหตุ ทั้งสหรัฐฯ และอังกฤษได้แนะนำให้พลเมืองของตนในกาตาร์ให้ "อยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย" ทั้งนี้มีพลเมืองสหรัฐฯ ราว 8,000 คน อาศัยอยู่ในกาตาร์ ตามข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ส่วนพลเมืองอังกฤษมีอีกหลายพันคน

หลังการโจมตี แต่ละฝ่ายกล่าวอะไรบ้าง ?

หลังจากการโจมตีไม่นานก็ปรากฏชัดว่า อิหร่านได้ส่งคำเตือนว่า ประเทศเตรียมที่จะยิงขีปนาวุธ สำนักงานข่าวนิวยอร์กไทม์สรายงานโดยอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่อิหร่าน 3 คน ว่า รัฐบาลอิหร่านได้แจ้งให้ทางการกาตาร์ทราบล่วงหน้าแล้วถึงการโจมตีดังกล่าว เพื่อเป็นหนึ่งในหนทางที่จะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แสดงความคิดเห็นเป็นครั้งแรกหลังจากการโจมตีดังกล่าว ด้วยการขอบคุณอิหร่าน "ที่แจ้งให้เราทราบล่วงหน้า ซึ่งทำให้ไม่มีผู้เสียชีวิตและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ"

เขาเรียกการโจมตีครั้งนี้ว่า "อ่อนแอมาก" ซึ่งไม่มีชาวอเมริกันได้รับบาดเจ็บ และเกิดความเสียหายเพียงเล็กน้อย เขากล่าวเสริมว่า "พวกเขาระบายความรู้สึกที่อัดอั้นทั้งหมดออกไปแล้ว" และกล่าวว่าตอนนี้เป็นโอกาสสำหรับ "สันติภาพ" แล้ว

อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงต่างประเทศของกาตาร์กล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้เป็น "เรื่องน่าประหลาดใจ" และเป็นการ "ละเมิดอธิปไตยของประเทศอย่างร้ายแรง" พร้อมเสริมด้วยว่า กาตาร์ "เป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ที่เตือนถึงอันตรายจากการยกระดับความรุนแรงของอิสราเอลในภูมิภาค"

ขณะเดียวกัน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านไม่ได้ทำร้ายใครในการโจมตีครั้งนี้ แต่ประเทศของเขาจะ "ไม่ยอมให้ใครมาระราน"

"เราไม่ได้ละเมิดใคร และเราจะไม่ยอมให้ใครละเมิดเราโดยเด็ดขาด เราจะไม่ยอมให้ใครละเมิดเรา นี่คือตรรกะของชาติอิหร่าน" เขาโพสต์ข้อความในบัญชีเอ็กซ์ (ซึ่งบีบีซี แผนกภาษาเปอร์เซียแปลมาอีกที)

มีสัญญาณอะไรบ้างที่บ่งบอกว่าการโจมตีกำลังจะเกิดขึ้น?

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมมา มีตัวบ่งชี้บางอย่างที่ทำให้ สหรัฐฯ สงสัยว่า อิหร่านกำลังเตรียมการยิงขีปนาวุธไปยังกาตาร์

ก่อนหน้าการโจมตีไม่กี่ชั่วโมง กาตาร์กล่าวว่าจะปิดน่านฟ้าชั่วคราว ไม่นานหลังจากที่สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรแจ้งให้พลเมืองในกาตาร์ให้ "หาที่หลบภัย"

คำเตือนดังกล่าวไม่ได้ชี้ชัดเจนว่าจะเกิดการโจมตีขึ้นในอนาคตอันใกล้ โดยสหรัฐฯ กล่าวว่าได้ออกคำสั่ง "ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง" ในขณะที่สหราชอาณาจักรกล่าวว่า ดำเนินการตามแนวทางของพลเมืองอเมริกัน

อย่างไรก็ตาม ประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนการโจมตี บีบีซีรับทราบว่าจะมี "ภัยคุกคามที่ยืนยันได้" ต่อฐานทัพสหรัฐฯ แห่งนี้

นอกจากนี้ สื่อของสหรัฐฯ บางแห่งยังอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยตัวตน ซึ่งระบุว่าอิหร่านได้วางตำแหน่งเครื่องยิงขีปนาวุธไว้สำหรับการยิงไปในทิศทางสู่ประเทศกาตาร์

ขณะเดียวกัน ไฟล์ทเรดาห์24 (Flightradar24) เว็บไซต์ติดตามเที่ยวบินแสดงให้เห็นว่า เครื่องบินของสายการบินต่าง ๆ ได้เริ่มเปลี่ยนเส้นทางไปยังสนามบินอื่นแล้วก่อนที่จะมีการยิงขีปนาวุธ โดยมีเที่ยวบิน 100 เที่ยวบินมุ่งหน้าไปยังกรุงโดฮาไม่นานก่อนที่จะตรวจพบการยิงขีปนาวุธ

ท่าอากาศยานนานาชาติฮาหมัดเป็นหนึ่งในท่าอากาศยานที่มีการจราจรทางอากาศพลุกพล่านมากที่สุด 10 แห่งของโลก โดยมีผู้โดยสารผ่านเข้าออกประมาณ 140,000 คนต่อวัน

ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค เช่น บาห์เรนและคูเวต ก็ได้ปิดน่านฟ้าประเทศเป็นเวลาสั้น ๆ เช่นกัน

ความขัดแย้งมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ?

สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่โดยมีเป้าหมายที่โรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่งในอิหร่าน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก ความไม่แน่นอนในหลายวันก่อนหน้าของสหรัฐฯ ว่าประเทศจะเข้าร่วมกับปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลต่ออิหร่าน ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. หรือไม่

อิสราเอลได้ยิงขีปนาวุธโจมตีโรงงานนิวเคลียร์และพื้นที่ทางการทหารในอิหร่านทุกวัน ซึ่งรัฐบาลอิสราเอลเองก็ระบุว่า จำเป็นต้องทำเช่นนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้ในระยะอันใกล้

รัฐบาลอิสราเอลและสหรัฐฯ พยายามป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง ซึ่ง อิหร่านยืนกรานเสมอมาว่า โครงการนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ของตนมีวัตถุประสงค์ในด้านพลเรือน

สหรัฐฯ อ้างว่าการโจมตีของตนสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แม้จะยังไม่ชัดเจนว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นอย่างไร

การโจมตีตอบโต้ไปมาระหว่างอิหร่านและอิสราเอลยังคงดำเนินต่อไปในวันอาทิตย์และวันจันทร์ ที่ผ่านมา

ทรัมป์เผยว่า อิหร่านและอิสราเอลตกลงหยุดยิงแล้ว

เพียงไม่กี่ชั่วโมงให้หลังการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ของอิหร่าน ปธน.สหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ได้ประกาศการหยุดยิง "เสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์" ระหว่างอิสราเอล และอิหร่าน ผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดย ทรัมป์ กล่าวว่า การหยุดยิงจะเริ่มต้น "ในอีกประมาณหกชั่วโมงข้างหน้า" หลังจากที่สองประเทศคู่ขัดแย้งได้ "ยุติ" การปฏิบัติการทางทหารลง

คำประกาศของทรัมป์มีเนื้อหาที่ขัดแย้งเป็นระยะ ๆ แต่เขาก็ระบุว่า การสู้รบจะยุติลงอย่างเป็นทางการ "ภายใน 24 ชั่วโมง"

ต่อมา ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียล (Truth Social) ว่า "การหยุดยิงมีผลบังคับใช้แล้ว โปรดอย่าละเมิด !"

ทั้งนี้ อิสราเอลยังไม่ได้เปิดเผยอย่างเป็นทางการว่า ประเทศยอมรับข้อเสนอการหยุดยิงดังกล่าวแล้วในตอนนี้ ขณะที่ สถานีโทรทัศน์แห่งรัฐอิหร่านประกาศก่อนหน้านี้ว่ามีการ "หยุดยิง" ต่ออิสราเอลแล้ว