You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ระบบแอมะซอนเว็บเซอร์วิส (AWS) ล่ม เรารู้อะไรแล้วบ้าง
เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันนี้ (20 ต.ค.) ตามเวลาประเทศไทย ระบบแอมะซอนเว็บเซอร์วิส (Amazon Web Service - AWS) ขัดข้อง ทำให้หลายเว็บไซต์และแอปพลิเคชันทั่วโลกได้รับผลกระทบ
แอปพลิเคชันยักษ์ใหญ่ระดับโลกหลายตัว เช่น แคนวา (Canva), สแนปแชท (Snapchat), ดูโอลิงโก (Duolingo) และซูม (Zoom) ไม่สามารถใช้งานได้
นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่าธนาคารหลายแห่งในต่างประเทศก็ได้รับผลกระทบจากเหตุขัดข้องนี้เช่นกัน เช่น ธนาคาร Halifax, Lloyds และ Bank of Scotland ในสหราชอาณาจักร
AWS ซึ่งเป็นบริการคลาวด์ของบริษัทแอมะซอน (Amazon) บริษัทเทคยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ แอมะซอนระบุบนเว็บไซต์ว่า มีการพบอัตราข้อผิดพลาดที่สำคัญในภูมิภาค US-EAST-1 ส่งผลให้บริการ AWS ในภูมิภาคได้รับผลกระทบ
ต่อมา บริษัทระบุสาเหตุเบื้องต้นของการขัดข้องของระบบได้แล้ว โดยพบว่าปัญหานี้เกี่ยวข้องกับการแก้ไข DNS ของปลายทาง DynamoDB API ใน US-EAST-1 อย่างไรก็ตาม ลูกค้าอาจเผชิญกับความล่าช้าของระบบหรืออาจเข้าไม่ถึงบางบริการในขณะนี้ โดยทางบริษัทกำลังเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ต่อมา เว็บไซต์ของ AWS ระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไขแล้ว "และบริการส่วนใหญ่น่าจะทำงานได้อย่างถูกต้องแล้ว แต่อาจยังคงมีปัญหาอยู่บ้างเมื่อระบบกำลังเร่งให้ทุกอย่างกลับมาดำเนินได้อย่างปกติโดยเร็ว"
แอมะซอนเว็บเซอร์วิส (Amazon Web Services - AWS) คืออะไร ?
AWS คือบริการคลาวด์คอมพิวติ้งของบริษัทแอมะซอน โดย AWS เป็นรากฐานของเว็บไซต์และแพลตฟอร์มของบริษัทขนาดใหญ่หลายล้านแห่ง รวมถึงแอปพลิเคชันจำนวนมากบนสมาร์ทโฟนของคุณก็ทำงานอยู่บนศูนย์ข้อมูลของ AWS
ในหน้าการอัปเดตสถานะบริการของ AWS ที่ระบุถึงปัญหาต่าง ๆ ในระบบ ระบุว่าบริษัทสามารถยืนยัน "อัตราข้อผิดพลาดที่สำคัญสำหรับคำขอ" ไปยังจุดปลายทางหนึ่งสำหรับบริการต่าง ๆ ในภูมิภาค US-EAST-1 และทราบถึงสาเหตุของการขัดข้องครั้งนี้แล้ว และกำลังเร่งแก้ไขปัญหา
โดยขณะนี้ บางปัญหาได้รับการแก้ไข้เรียบร้อยแล้ว แต่ผู้ใช้บางส่วนอาจยังประสบปัญหาอยู่
เว็บไซต์ แอปฯ และบริการใดบ้างที่ได้รับผลกระทบ ?
ผู้ใช้งานหลายแพลตฟอร์มและเว็บไซต์รายงานปัญหาการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้น ตามรายงานของ Downdetector ซึ่งเป็นเครื่องมือตรวจสอบการหยุดทำงานของแพลตฟอร์มต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ต
ปัจจุบันมีผู้ใช้งานสแนปแชท (Snapchat) แจ้งปัญหาไปแล้วกว่า 5,000 รายการ
แพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบ เช่น โรบล็อกซ์ (Roblox), ซิกแนล (Signal), ไลฟ์ 360 (Life 360), แคนวา (Canva), ฟอร์ทไนท์ (Fortnite) และ สแลค (Slack)
นอกจากนี้ ลูกค้าของหลายธนาคารในต่างประเทศยังรายงานปัญหาการใช้งานด้วย
โดยมีลูกค้าของธนาคาร Lloyds และบริษัทในเครืออย่าง Halifax และ Bank of Scotland ร้องเรียนว่าพวกเขาไม่สามารถเข้าสู่ระบบบนแอปฯ ของธนาคารได้ และบัตรเครดิตของบางรายก็ไม่ได้รับการอนุมัติในการจ่ายซื้อสินค้า แต่บีบีซียังไม่สามารถตรวจสอบเรื่องร้องเรียนดังกล่าวอย่างเป็นอิสระได้
เนื่องจากว่า AWS ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังเว็บไซต์ต่าง ๆ มากมาย ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาระบบล่มจึงกว้างขวางมาก
ปัญหาอินเทอร์เน็ตขัดข้องเป็นวงกว้างกำลังเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ ?
ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา เกิดเหตุขัดข้องของบริการอินเทอร์เน็ตที่ส่งผลกระทบวงกว้างหลายครั้ง ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นกับบริษัทใดบริษัทหนึ่งแต่ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง
แต่ส่วนใหญ่แล้ว ปัญหาเหล่านี้มักได้รับการแก้ไขภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เนื่องจากวิศวกรต้องเร่งแก้ไขข้อผิดพลาดหรือแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน
ผู้เชี่ยวชาญชี้มานานแล้วว่า การพึ่งพาบริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่รายเพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญ เและเมื่อบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งเกิดข้อผิดพลาด การดำเนินชีวิตและธุรกิจสมัยใหม่ส่วนใหญ่ก็จะหยุดชะงัก
บีบีซีรวบรวมตัวอย่างล่าสุดของเหตุขัดข้องครั้งใหญ่และสาเหตุของปัญหา ดังนี้
- ก.ค. 2024: เกิดเหตุมีโค้ดน่าสงสัยในซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของคราวด์สไตรค์ (CrowdStrike) ถูกติดตั้งโดยอัตโนมัติในระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ระบบหยุดทำงานและแสดงข้อความแสดงข้อผิดพลาด "หน้าจอสีน้ำเงินแห่งความตาย" คอมพิวเตอร์ประมาณ 8.5 ล้านเครื่องใช้งานไม่ได้ชั่วคราว ทำให้บริการอินเทอร์เน็ตจำนวนมากใช้การไม่ได้
- ต.ค. 2021: "ข้อผิดพลาดในการกำหนดค่าไม่ถูกต้อง" ทำให้เฟซบุ๊ก (Facebook), อินสตาแกรม (Instagram) และ วอตส์แอป (WhatsApp) ล่มเป็นเวลาเกือบหกชั่วโมง เว็บไซต์อื่น ๆ รวมถึงเอ็กซ์ (X) ก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน เนื่องจากยอดเข้าชมแอปฯ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
- มิ.ย. 2021: แอมะซอน (Amazon), เรดดิท (Reddit), ทวิตช์ (Twitch), กิตฮับ (GitHub), ชอปปิฟาย (Shopify), สปอติฟาย (Spotify) และเว็บไซต์ข่าวหลายแห่งหยุดให้บริการนานประมาณหนึ่งชั่วโมง หลังจากลูกค้ารายหนึ่งของ ฟาสต์ลี (Fastly) ผู้ให้บริการคลาวด์คอมพิวติ้ง บังเอิญทำให้เกิดความพบพร่องที่ไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน ซึ่งเป็นสาเหตุของเหตุการณ์นี้
- ธ.ค. 2020: จีเมล (Gmail), ยูทิวป์ (YouTube), กูเกิลไดร์ฟ (Google Drive) และบริการอื่น ๆ ของ กูเกิล (Google) หยุดให้บริการพร้อมกันประมาณ 90 นาที หลังจากที่บริษัทแจ้งว่าพบ "ปัญหาพื้นที่เก็บข้อมูลภายในเต็มโควต้า"