พรปีใหม่ 2569 จากในหลวง-พระราชินี และบุคคลสำคัญของไทย

ที่มาของภาพ, พระลาน
ก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ ปี "ม้าไฟ" ในปี 2569 หลังประเทศไทยผ่านพ้นความหนักหน่วงในหลากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, การสู้รบชายแดนไทย - กัมพูชา, ภัยพิบัติครั้งใหญ่ทั้งอุทกภัยและแผ่นดินไหว
พุทธศักราชใหม่ หลายคนคงคาดหวังว่าสิ่งไม่ดีต่าง ๆ จะหมดไป และสิ่งดี ๆ จะเข้ามาในปีนี้ ยังมีเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ที่เฝ้ารอชาวไทยอยู่ เช่น การเลือกตั้งใหญ่และออกเสียงประชามติการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในวันที่ 8 ก.พ. และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์จากความขัดแย้งในหลายภูมิภาคทั่วโลกก็ยังคงอยู่
เป็นธรรมเนียมของทุกปีที่ในช่วงเปลี่ยนผันเข้าสู่ศักราชใหม่ เราต่างอวยพรกันและกันในสิ่งดี ๆ เพื่อให้มีกำลังใจในการผ่านพ้นปี บีบีซีไทยรวบรวม "พรปีใหม่" ของในหลวงและพระราชินี พร้อมด้วยบุคคลสำคัญต่าง ๆ ของประเทศไทยไว้ ณ ที่นี้
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ความดังนี้
"ในโอกาสขึ้นปีใหม่พุทธศักราช 2569 ข้าพเจ้าขอส่งความสุขและความปรารถนาดีมายังท่านทั้งหลายโดยทั่วกัน
ดังที่ทุกท่านได้ทราบแล้วว่าเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จสวรรคต ข้าพเจ้ารู้สึกตื้นตันที่ได้เห็นประชาชนทุกหมู่เหล่าพรั่งพร้อมกันมาถวายสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง ด้วยความระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระราชกรณียกิจ ที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญเพื่อบ้านเมืองตลอดมา จึงขอขอบใจทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง และข้าพเจ้าจะถือน้ำใจไมตรีของทุกท่านในครั้งนี้เป็นกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจทุกอย่างโดยเต็มกำลังความสามารถต่อไป
ในรอบปีที่ผ่านมากล่าวได้ว่า มีเหตุการณ์ที่น่าวิตกห่วงใยอยู่พอสมควร เช่น สถานการณ์ระหว่างประเทศในส่วนต่าง ๆ ของโลกที่มีความแปรปรวนและตึงเครียด รวมทั้งภัยธรรมชาติอันร้ายแรง ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ได้เผยให้เห็นปัญหาข้อขัดข้องในด้านต่าง ๆ อันกระทบกระเทือนถึงชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนขวัญและกำลังใจของเราทุกคนอย่างมาก
ด้วยเหตุนี้ การเพิ่มพูนสัมพันธไมตรีระหว่างมิตรประเทศ และเสริมสร้างความรักสมัครสมานระหว่างเราทุกคนในประเทศเดียวกัน จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะร่วมแรงร่วมใจกันให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น ในอันที่จะประกอบกรณียกิจตามภาระหน้าที่ให้ประสานสอดคล้องกัน โดยยึดมั่นในความถูกต้อง ความดีงาม และประโยชน์ของส่วนรวมประเทศชาติ ซึ่งจะทำให้ทุกคนในชาติได้รับประโยชน์สูงสุด ความร่วมมือดังกล่าวนี้ จะเป็นหลักประกันความมั่นคงของบ้านเมืองและความร่มเย็นเป็นสุขของเราทุกคนได้อย่างแท้จริง
ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคารพนับถือ จงคุ้มครองรักษาทุกท่านให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย และมีความสุขความสำเร็จในสิ่งอันพึงปรารถนา ตลอดศกหน้านี้และตลอดไป"
ด้านสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ ยังได้พระราชทานบัตรอวยพรปีใหม่ (ส.ค.ส.) ประจำปีพุทธศักราช 2569 ให้แก่ปวงชนชาวไทย ดังนี้

ที่มาของภาพ, พระลาน

ที่มาของภาพ, พระลาน

ที่มาของภาพ, พระลาน

ที่มาของภาพ, พระลาน

ที่มาของภาพ, พระลาน

ที่มาของภาพ, พระลาน
"ขอบารมีในหลวง-พระราชินี บันดาลสุขแก่ชาวไทย คุ้มครองทหารหาญ" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

ที่มาของภาพ, ไทยคู่ฟ้า
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวคำปราศรัยเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ประจำปี 2569 ผ่านบันทึกวีดิทัศน์ที่เผยแพร่ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของทำเนียบรัฐบาลว่า
"พี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพรักทุกท่านครับ ในโอกาสที่ปีใหม่ 2569 ได้เริ่มต้นขึ้น ผมขอส่งความปรารถนาดี มายังพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด ในประเทศ หรือต่างแดน เทศกาลปีใหม่ โดยปกติแล้ว เป็นช่วงเวลาแห่งความเบิกบาน เป็นเวลาที่เราได้หยุดพัก ทบทวนสิ่งที่ผ่านมา และเติมพลังใจให้พร้อมก้าวเดินต่อไปข้างหน้า
แม้ตลอดปีที่ผ่านมา พวกเราหลายคนจะต้องเผชิญกับอุปสรรค ความเหน็ดเหนื่อย หรือความทุกข์จากภัยคุกคาม และความไม่แน่นอนในชีวิตแต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่ และมีความชัดเจนเสมอก็คือหัวใจของคนไทย หัวใจที่อดทน อดกลั้น และยังคงเปี่ยมด้วยความหวัง มิตรไมตรี และความมีน้ำใจต่อกัน คนไทยเรายังคงมีรอยยิ้มให้กันได้ในทุกช่วงเวลา คุณลักษณะเช่นนี้เองคือพลังสำคัญที่ทำให้สังคมไทยสามารถยืนหยัดและก้าวผ่านความท้าทาย รวมถึงประคับประคองกันในยามเกิดความสูญเสียครั้งแล้วครั้งเล่า
สำหรับช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่นี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่พี่น้องประชาชนจะได้ใช้เวลาอันมีค่ากับครอบครัว ผมขอให้ทุกท่านเดินทางและเฉลิมฉลองด้วยความไม่ประมาท เคารพกฎหมาย และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ รัฐบาลขอขอบพระคุณและเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงวันหยุดปีใหม่นี้ เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องทหาร กำลังพลในกองทัพของเราที่เสียสละประจำการอยู่ตามแนวชายแดน
ในโอกาสนี้ผมขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านนับถือ รวมถึงขอพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จงได้โปรดบันดาลให้พี่น้องประชาชนชาวไทยมีความสุข ความเจริญ คุ้มครองทหารหาญของเราให้ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง และเสริมพลังให้พวกเราทุกคนก้าวพ้นอุปสรรคใด ๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ไปได้ด้วยดี
ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ร่วมกันตั้งจิตอธิษฐาน อัญเชิญอำนาจแห่งพระสยามเทวาธิราช และพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ โปรดอภิบาลบันดาลดลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงพระเจริญพร้อมด้วยจตุรพิธพรชัย ทรงพระเกษมสำราญ มีพระราชประสงค์จำนงหมายสิ่งใดขอจงสัมฤทธิผลดั่งพระราชหฤทัยปรารถนา สถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าแก่ปวงพสกนิกรชาวไทยตราบกาลนาน
สวัสดีปีใหม่ครับ"
"จงเทิดทูนความกตัญญูกตเวที" พระคติธรรมจากสมเด็จพระสังฆราช

ที่มาของภาพ, กรมประชาสัมพันธ์
เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรมเนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ความว่า
"บัดนี้ บรรลุอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 วาระเถลิงศกเช่นนี้ เป็นเวลาที่ทุกคนควรเพิ่มพูนขวัญและกำลังใจให้ทวีขึ้นอย่างมั่นคง เพื่อสร้างเหตุเสริมปัจจัย ในการประกอบคุณงามความดีสืบไป
ตลอดปีที่ผ่านมา คนไทยจำต้องประสบความสูญเสียอันยังให้เกิดความโทมนัสอาลัยอย่างใหญ่หลวง กล่าวคือ การเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทั้งยังเผชิญภยันตรายอย่างหนักหน่วง ทั้งธรณีพิบัติภัย ยุทธภัย และอุทกภัย เป็นที่ประหวั่นพรั่นพรึงกันทั่วหน้า แต่ท่ามกลางความทุกข์ทั้งปวงนั้น คุณธรรมสำคัญซึ่งเป็นรากฐานของสังคม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตไทย คือ "ความกตัญญูกตเวที" กลับแจ่มจรัสเด่นชัดขึ้น อุปมาดุจแสงอรุณ ที่เรื่อเรืองขึ้นในยามมืดมน ดังจะเห็นประจักษ์ว่า แม้ในยามทุกข์ยาก ทุกคนทุกฝ่ายต่างแสดงความกตัญญูกตเวที รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ผู้ทรงเป็นแม่ของแผ่นดิน โดยสมฐานะแห่งความเป็นลูกไทย ในขณะเดียวกัน ก็ยังเต็มเปี่ยมด้วยน้ำใจกตัญญูกตเวทีต่อมาตุภูมิ ต่างร่วมแรงร่วมใจกัน บำบัดทุกข์ บรรเทาภัย อุทิศสรรพกำลังเข้าช่วยปกป้อง คุ้มครอง และเกื้อกูลเพื่อนร่วมชาติ ให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์นานา นำพาขวัญและกำลังใจให้ฟื้นฟูคืนคง ด้วยเจตจำนงจะสนองคุณของผู้เสียสละ รักษาปณิธานของบรรพชน ผู้สู้อุตสาหะปกป้องคุ้มครองประเทศชาติ ให้ยืนยงสืบมานับร้อยนับพันปี
ณ โอกาสเถลิงศกใหม่นี้ จึงขอเชิญชวนทุกท่าน จงเทิดทูนความกตัญญูกตเวทีไว้เป็นคุณธรรมประจำชีวิต ให้เพียรคิดถึง ซาบซึ้งพระคุณบุพการีของตน และของมหาชนทั้งหลายอยู่ทุกขณะจิต เมื่อใดที่บุคคล ตามรำลึกถึงพระคุณท่าน และปรารถนาจะสนองพระคุณท่านอยู่เสมอ เมื่อนั้นเขาย่อมปิดประตูโอกาสที่จะคิดชั่ว พูดชั่ว และทำชั่ว คนโบราณจึงมักกล่าวว่า "คนกตัญญูกตเวที ชีวิตไม่มีวันตกต่ำ" เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะผู้มีกตัญญูกตเวทิตาธรรมอย่างจริงใจ จักเป็นที่ไว้วางใจได้สนิท เป็นมิตรที่น่ารักใคร่ เพราะมีอัธยาศัยน่ารัก ไม่เนรคุณ ไม่ลอบทำร้าย ไม่กล้าประพฤติทุจริตเสียหาย ซึ่งจะทำให้บิดามารดา อุปัชฌาย์อาจารย์ ตลอดถึงพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ต้องทรงพระโทมนัส หรือต้องเสียใจ หากแต่จะหมั่นเพิ่มพูนสุจริตธรรมให้งอกงามขึ้นในตน เพื่อสนองพระคุณของบุพการี โดยมุ่งหมายให้ท่านได้ชื่นใจ จะคอยระวังรักษาเกียรติ เพื่อให้ไม่ให้ใครตำหนิติเตียนกระทบกระเทือนไปถึงเกียรติของบุพการี วงศ์สกุล สถาบัน และชาติบ้านเมืองของตน สมด้วยธรรมภาษิตที่ว่า "นิมิตตํ สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา" แปลความว่า "ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี" ด้วยประการฉะนี้
ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และคุณความดีที่ทุกท่านร่วมกันบำเพ็ญ เป็นเครื่องจรรโลงสันติสุขสู่ประเทศชาติและประชาชน ดลความโสมนัสพระราชหฤทัย ให้บังเกิดในสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้าทั้งสองพระองค์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อจักได้ทรงเพียบเพ็ญด้วยพระบารมีธรรม และขอปวงประชาชาติไทย จงสำเร็จสมมโนรถในสรรพกิจ อันประกอบด้วยธรรมจรรยา นำความผาสุกเกษมศานต์มาสู่พี่น้องร่วมชาติ ตลอดพุทธศักราช 2569 โดยทั่วหน้ากัน เทอญ"











