"ผมกำลังนอนบนเตียง... แล้วเพดานก็ถล่มลงมา" ผู้ป่วยเผยนาทีโรงพยาบาลอิสราเอลถูกโจมตีจากอิหร่าน

    • Author, ลูซี วิลเลียมสัน
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำตะวันออกกลาง
    • Reporting from, รายงานจากเมืองเบียร์ เชวา

ตอนที่บีบีซีเดินทางไปถึงโรงพยาบาลโซโรคา เมดิคอล เซ็นเตอร์ ในอิสราเอล ควันดำยังคงพวยพุ่งออกมาจากกลางตัวอาคาร แม้จะผ่านไปแล้วหลายชั่วโมงหลังการโจมตีของอิหร่าน

เศษโลหะบิดเบี้ยวกระจัดกระจายไปทั่วเป็นวงกว้างราว 200 เมตร ทั้งในและรอบ ๆ พื้นที่ของโรงพยาบาล บางชิ้นดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของตัวขีปนาวุธเอง

รถพยาบาลและรถที่มีบุคลากรทางการแพทย์จอดเรียงรายริมถนนด้านนอก เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินที่หลายฝ่ายหวั่นเกรงว่าจะเลวร้ายกว่านี้

เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และทีมกู้ภัยเดินไปมาบริเวณทางเข้าโรงพยาบาล ขณะที่รัฐมนตรีจำนวนหนึ่งเดินทางมาเพื่อแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการโจมตีครั้งนี้

อาลอน อูซี กำลังเดินวนเวียนอยู่บริเวณทางเข้าโรงพยาบาลพร้อมกับกระเป๋าสองใบ

เขาเล่าว่าตัวเองกำลังรับการรักษาอยู่ในแผนกฉุกเฉินตอนที่เกิดการโจมตีขึ้น เขาเล่าว่าไม่มีเวลาแม้แต่จะวิ่งไปยังที่หลบภัย

"ผมนอนอยู่บนเตียง แล้วก็ได้ยินเสียงดังตู้ม" เขาบอกกับเรา "ก่อนที่ผมจะทันทำอะไร ก็เกิดระเบิดขึ้น และฝ้าเพดานบางส่วนก็ถล่มลงมา ฝุ่นขาวคลุ้งเต็มตัวผมไปหมด"

"ไม่มีเวลาจะลุกจากเตียงเลย ผมกำลังจะลุกขึ้นพอดี แล้วก็ได้ยินเสียงหวีดของอะไรบางอย่าง"

อากาศในพื้นที่ต้อนรับของแผนกฉุกเฉินเต็มไปด้วยกลิ่นฉุนของสารเคมีผสมกับฝุ่น

ยังคงมีผู้ป่วยถูกลำเลียงออกมาด้วยเปลหามจากด้านในของอาคาร ขณะที่ทีมฉุกเฉินเร่งเข้าไปยังแผนกศัลยกรรมที่ได้รับความเสียหาย

บุคลากรทางการแพทย์ให้ข้อมูลกับสื่อท้องถิ่นว่า ผู้ป่วยที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเพิ่งถูกย้ายไปยังที่หลบภัยใต้ดินของโรงพยาบาล

ตามข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขของอิสราเอล มีผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว 71 คนจากเหตุการณ์นี้

ศ.อาเชอร์ บาเชียรี ผู้อำนวยการแผนกห้องพักมารดาหลังคลอด (Maternity ward) ของโรงพยาบาล กล่าวว่าเขาสามารถมองเห็นจุดที่ถูกโจมตีได้อย่างชัดเจนจากห้องทำงานของตัวเอง

"มันเหลือเชื่อมาก" เขาบอกกับผู้สื่อข่าว "ส่วนบนของอาคารแตกร้าว และในช่วงชั่วโมงแรก ๆ มีไฟลุกออกมาจากตรงนั้น ทุกอย่างดูย่อยยับไปหมด"

เขาเล่าว่าทางโรงพยาบาลได้ย้ายผู้ป่วยทั้งหมดไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัยมากขึ้นตั้งแต่สงครามเริ่มต้น

"เราโชคดีมาก ๆ" เขากล่าว "มันอาจจะแย่กว่านี้ได้อีกมาก แต่ตอนนี้เรายังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าเชื่อเลย มันยังไม่จบ ผมไม่รู้ว่าพรุ่งนี้หรือวันถัดไปจะเกิดอะไรขึ้น แค่ดีใจที่เรายังมีชีวิตอยู่"

นายชโลมี โคดิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าวว่า อาคารศัลยกรรมด้านเหนือถูกโจมตี และมีหลายแผนกได้รับความเสียหายอย่างหนัก

"เราคาดว่าจะต้องย้ายผู้ป่วยกว่า 200 คนในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าไปยังศูนย์การแพทย์อื่น ๆ" เขากล่าว "เราพยายามลดจำนวนคนที่อยู่ในอาคารให้มากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าจะมีอาคารหรือแผนกไหนถล่มตามมาอีกหรือไม่"

หนึ่งในคณะรัฐมนตรีที่เดินทางมาเยี่ยมพื้นที่ในวันนี้คือ มิคกี โซฮาร์ รัฐมนตรีวัฒนธรรมจากพรรคลิคุดของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู

"ประชาชนทุกคนควรรับรู้ว่าเรากำลังเผชิญกับอะไร ระบอบที่พยายามฆ่าคนบริสุทธิ์" เขากล่าว "เมื่อคุณต้องต่อสู้กับความชั่วร้าย มันคือสงครามที่ต่างออกไป เชื่อผมเถอะ เราจะไม่หยุดจนกว่าจะชนะ เราจะตอบโต้ และมันจะรุนแรงมาก"

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประวัติการทิ้งระเบิดใส่โรงพยาบาลในฉนวนกาซาของอิสราเอล ซึ่งกองทัพอิสราเอลอ้างว่าเป็นศูนย์ควบคุมทางทหารของฮามาส นายโซฮาร์ตอบว่า "เราพยายามปกป้องประชาชนบริสุทธิ์ในกาซาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราโทรแจ้งให้พวกเขาอพยพก่อนที่เราจะโจมตี นี่คือความแตกต่างอย่างใหญ่หลวงระหว่างอิหร่านกับเรา"

อิสราเอล คัทซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล กล่าวหาผู้นำสูงสุดของอิหร่านว่าก่ออาชญากรรมสงคราม "ในระดับที่ร้ายแรงที่สุด" และย้ำว่าจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว

ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวหาอิหร่านว่าเจตนาโจมตีพลเรือนโดยตรง พร้อมประกาศว่าอิสราเอลจะ "จัดการลงโทษอย่างสาสมกับทรราชแห่งเตหะราน"

สื่ออิหร่านรายงานว่า เป้าหมายที่อิหร่านตั้งใจโจมตีอยู่ที่ศูนย์เทคโนโลยี Gav-Yam ซึ่งอยู่ห่างจากโรงพยาบาลที่ได้รับความเสียหายไม่ถึง 3 กิโลเมตร

พื้นที่ดังกล่าวเป็นหนึ่งในเป้าหมายทั้ง 6 แห่งที่ถูกโจมตีโดยขีปนาวุธของอิหร่านในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี (19 มิ.ย.) หนึ่งวันหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่าน "ยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข"

เหตุการณ์นี้สะท้อนว่า ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพที่จะยกระดับความขัดแย้ง ไม่ว่าจะด้วยการเปลี่ยนชนิดของอาวุธ หรือเลือกโจมตีเป้าหมายที่ต่างออกไป

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังพิจารณาว่าจะเข้าร่วมสงครามเคียงข้างอิสราเอลหรือไม่ ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้อิหร่านทำข้อตกลงเพื่อยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมโดยมีเป้าหมายเพื่อสกัดเส้นทางสู่อาวุธนิวเคลียร์

เมื่อวันพุธ (18 มิ.ย.) ที่ผ่านมา อิสราเอลแถลงว่าได้ส่งเครื่องบินขับไล่ 40 ลำเข้าโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน รวมถึงเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ไม่ได้ใช้งานในเมืองอารัก (Arak) อาคารพัฒนานิวเคลียร์ในเมืองนาตันซ์ (Natanz) รวมถึงพิกัดจุดยิงขีปนาวุธและสถานีเรดาร์อีกหลายแห่ง

หลังการโจมตีต่อเนื่องทุกวันจากทั้งสองฝ่ายมาเป็นเวลาเกือบหนึ่งสัปดาห์ สงครามครั้งนี้กำลังอยู่บนเส้นบาง ๆ ระหว่างความขัดแย้งเฉพาะจุดกับสงครามเต็มรูปแบบที่อาจขยายตัวในวงกว้างได้