ฟังเหตุผลของ "คนหน้าเดิม" นัดชุมนุม "รวมพลังแผ่นดิน" ขับไล่นายกฯ ตระกูลชินวัตรรุ่น 3

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
อดีตนักการเมืองและประชาชนที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม "รวมพลังแผ่นดิน" นัดชุมนุมขับไล่ แพทองธาร ชินวัตร 28 มิ.ย. นี้ โดยกล่าวหานายกรัฐมนตรีว่า "ขายชาติ" พร้อมเรียกร้องไปยังพรรคร่วมรัฐบาลให้ถอนตัวจากการร่วมวงฝ่ายบริหารทันที
ชนวนเหตุที่นำมาสู่การนัดชุมนุมประท้วงในครั้งนี้ เกิดจากคลิปเสียงสนทนาระหว่าง แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เมื่อ 15 มิ.ย. ที่ผู้นำกัมพูชาอัดเองและเผยแพร่เอง โดยเนื้อหาของบทสนทนาหลายส่วนก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมไทยอย่างกว้างขวางจากคำพูดของนายกฯ แพทองธาร
นิติธร ล้ำเหลือ หรือที่รู้จักในชื่อ "ทนายนกเขา" เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ของกลุ่ม เรียกร้องให้ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลาออกทันที และให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลทันที เพราะสิ้นความชอบธรรมแล้ว ท่ามกลางเสียงปรบมือของมวลชนที่เข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าว และบางคนได้ส่งเสียงตะโกน "ออกไป" และ "ขายชาติ"
เนื้อหาของแถลงการณ์กลุ่ม "รวมพลังแผ่นดิน" ระบุตอนหนึ่งว่า แพทองธาร ได้กระทำการในลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศชาติ เข้าข่ายกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา หมวด 3 ว่าด้วยความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ มีพฤติการณ์ตามที่เป็นข่าวสาธารณะในเชิง "สมคบคิด และแสดงออกซึ่งเจตนาในการใช้อำนาจหน้าที่ไปในทางตอบสนองความต้องการของอริราชศัตรู ทั้งแสดงตัวตนด้วยคำพูดที่ทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นฝ่ายเดียวกับอริราชศัตรูที่มีความมุ่งหมายรุกล้ำ ละเมิดอำนาจอธิปไตย ยึดครองแผ่นดินไทย รวมถึงทรัพยากรของชาติ ทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชนคนไทย และขัดต่อคำถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่นายกรัฐมนตรี"
แถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า บรรดาคณะรัฐมนตรี (ครม.) และพรรคร่วมรัฐบาลที่ยังคงสนับสนุนให้ แพทองธาร ทำหน้าที่นายกฯ ต่อไป ไม่ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล อาจถือได้ว่าเข้าร่วมกระทำการกับนายกฯ มีพฤติการณ์เป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศชาติ เข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายอาญา และขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
อดีตนักการเมือง นักวิชาการ นักกิจกรรมการเมือง และประชาชนที่เปิดตัวในนามกลุ่ม "รวมพลังแผ่นดิน" ในวันนี้ (20 มิ.ย.) ส่วนใหญ่เป็น "คนหน้าเดิม" ที่เคยเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล "ทักษิณ" ในนามกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เมื่อปี 2548-2549 และประท้วงขับไล่รัฐบาล "ยิ่งลักษณ์" ในนามคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เมื่อปี 2556-2557
การประท้วงบนท้องถนนทั้ง 2 ครั้ง เป็นหนึ่งในแรงกดดันสำคัญที่ทำให้ 2 พี่น้องจากตระกูลชินวัตรต้องประกาศยุบสภา แต่ไม่ทำให้มวลชนหายไปจากถนน สุดท้ายทหารก็เข้ามา "ปิดเกม" ด้วยการก่อรัฐประหารในปี 2549 และ 2557 ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ และอดีตที่ปรึกษากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ฉบับปี 2560 ซึ่งเปิดตัวบนเวทีกลุ่มรวมพลังแผ่นดิน ยืนยันว่า วันนี้ไม่ได้มาเรียกร้องให้ปฏิวัติรัฐประหาร แต่มาไล่ แพทองธาร ทักษิณ สส. สว. ทั้งหลายที่ไม่ดูแลบ้านเมืองไทย
"ใครก็แล้วแต่ที่พูดว่าอย่ารัฐประหาร พวกมึงต้องการจะเขี่ย ไม่มีใครคิด ทหารเขาทำหน้าที่ของเขา... เราไม่ต้องการลงถนน ไม่ต้องการการปฏิวัติและรัฐประหาร เราต้องการความรับผิดชอบจากผู้นำ" นักกฎหมายเจ้าของวาทะอันลือลั่น "ถ้าประชาธิปไตยมันชั่วก็เลิกมันไปครับ แล้วนำสิ่งที่มันใช่มาสู่ประเทศไทยเสียที" กล่าว

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
กลุ่ม "รวมพลังแผ่นดิน" นัดชุมนุม 28 มิ.ย. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยให้เหตุผลว่าเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่า "บรรพบุรุษไทยคือนักสู้ กู้ชาติ กู้แผ่นดิน ไม่เคยเสียดินแดนให้ใครแม้แต่ตารางนิ้วเดียว" พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนออกมาแสดงพลังให้มาก อย่าให้แพ้กัมพูชาที่นัดชุมนุมในกรุงพนมเปญ เมื่อ 18 มิ.ย.
"กัมพูชานัดแสดงพลังจัดโดย ฮุน มานี รองนายกรัฐมนตรี น้องชายของ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา เขามีประชากร 10 ล้านคน เขารวมได้ 1.5 แสนคน คนไทยมีเกือบ 70 ล้าน... พร้อมกันไม่ให้อับอายกัมพูชา ขอเชิญพี่น้องประชาชนทั้งแผ่นดิน" จตุพร พรหมพันธุ์ กล่าว
ในระหว่างการแถลงข่าวราว 1.5 ชม. มีแกนนำคนสำคัญของกลุ่มผลัดกันชี้แจง-แสดงเหตุผลว่าทำไมพวกเขาต้องลุกขึ้นมาขับไล่นายกฯ จากตระกูลชินวัตรรุ่นที่ 3
ต่อไปนี้คือความเห็นบางส่วนจากแกนนำบางคน
"เมื่อคุณพายเรือพาชาติไปขาย ประชาชนมีหน้าที่จมเรือนี้"
จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ "คณะหลอมรวมประชาชน" กล่าวว่า บัดนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนว่านายกฯ เป็นคนละฝ่ายกับประเทศและคนไทย นายกฯ เป็นคนของฝ่ายตรงข้าม จึงไม่สามารถให้นายกฯ คนนี้บริหารประเทศต่อไปแม้แต่วันเดียว
"พรรคการเมืองใดเมื่อฟังคลิปแล้วยังร่วมรัฐบาลต่อไป คุณเลยคำว่า 'พายเรือให้โจรนั่ง' แต่กำลัง 'พายเรือไปขายชาติ' 'พายเรือไปทรยศชาติ' ผมไม่เคยเจอนายกฯ ประเทศไหนที่ตัดหัวแม่ทัพตัวเองส่งบรรณาการให้กัมพูชาเหมือนายกฯ ประเทศนี้ วันนี้อย่าติดกับดักที่รัฐบาลบอกว่ากัมพูชาเสี้ยมให้คนไทยแตกแยก แต่คนไทยต้องสามัคคีเพื่อจัดการคนไทยที่ขายชาติก่อน แล้วจึงมาสามัคคีกัน
จตุพร เป็นอดีต สส.พรรคเพื่อไทย (พท.) อดีตประธานกลุ่ม "แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ" (นปช.) ที่เคยออกมาชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร-เรียกร้องประชาธิปไตย-ค้ำยันอำนาจให้ ทักษิณ ก่อนถอดเสื้อแดง แล้วกลายเป็นหนึ่งในหัวหอกขับไล่รัฐบาลลูกสาว
เขาชี้ว่า ความผิดทั้งหมดเกิดจากคลิปหลุดจากการบันทึกเทปสนทนา แม้ว่าจะใช้โทรศัพท์ส่วนตัว คุณไม่มีสิทธิพูดด้อยค่าแม่ทัพที่เขาไปรบแทนคนไทย ถ้าคลิปไม่หลุดยังไม่เป็นภัยความมั่นคงใช่ไหม ฉะนั้นคุณใช้โทรศัพท์ส่วนตัว พอมีเรื่องคุณใช้กระทรวงการต่างประเทศ ใช้กองทัพ
จตุพร ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ความขัดแย้งชายแดนผ่านมาเกือบเดือน นายกฯ ไม่เคยไปช่องบก จ.อุบลราชธานี แต่วันนี้ (20 มิ.ย.) ไป พอมีเรื่องจวนตัวคว้าเสื้อเหลืองใส่ทันที เพราะฉะนั้นประชาชนมีภาระหน้าที่เรื่องการปกป้องอธิปไตยของชาติ

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้ เขายังพูดถึงพรรคร่วมรัฐบาลที่อาจต่อรองในวันที่พรรค พท. อ่อนแอที่สุด ขอเพิ่มกระทรวง แต่มันไม่ได้อยู่ที่เสียง รัฐบาล "ทักษิณ" 377 เสียงยังอยู่ไม่ได้ คุณจะอยู่ได้อย่างไร มีข่าวว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จะไปแจ้งให้นายกฯ ลาออก ถ้าไม่ลาออกจะถอนตัว
"ในพรรค รทสช. ไม่ต้อง 36 เสียง เอา 18 เสียงซีก พีระพันธุ์ [สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค] ถอนตัวมา ไอ้พวกนี้ก็เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยไปต่อไม่ได้แล้ว เรามีหน้าที่ดูว่าใครอยู่ในเรือลำนั้น เมื่อคุณพายเรือพาชาติไปขาย ประชาชนมีหน้าที่จมเรือนี้" จตุพร กล่าว
"เราจะสามัคคีกับรัฐบาลที่ปกป้องชาติเท่านั้น"
ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน และตัวแทน สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำ พธม. บอกว่า เขามาร่วมเป็นสักขีพยาน แสดงตัวตน สนับสนุนประชาชน โดยพร้อมเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
ส่วนที่รัฐบาลเรียกร้องให้คนไทยสามัคคีกัน อดีตโฆษก พธม. ซึ่งปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นคณบดีวิทยาลัยการแพทย์ตะวันออก ม.รังสิต กล่าวว่า เราจะสามัคคีกับรัฐบาลที่ปกป้องชาติเท่านั้น ไม่ใช่สามัคคีกับรัฐบาลที่ขายชาติ การที่ประชาชนมาวันนี้ ประชาชนไม่มีความแตกแยก และสามัคคีกันปกป้องแผ่นดิน แต่เราเห็นว่าภัยคุกคามความมั่นคงแห่งชาติ เมื่ออยู่นอกประเทศ เราต้องกำจัดมิตรของอริราชศัตรูด้วย
"เชื่อว่าประชาชนรักกัน แต่ไม่พอใจนายกฯ ที่มีพฤติกรรมกบฏขายชาติ"
"รุ่นพ่อโกงชาติ รุ่นอาใช้อำนาจมิชอบออกกฎหมายนิรโทษสุดซอย มารุ่นลูกกลายเป็นขายชาติ ผมต้องการสื่อสารว่าขนาดโกงชาติ ใช้อำนาจไม่ชอบ ถ้าขายชาติแบบนี้จะหนักกว่าไม่มีแผ่นดินอยู่" นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี เป็นหนึ่งในบุคคลที่ต่อสู้กับ "ระบอบทักษิณ" มาตั้งแต่เมื่อครั้งที่เขายังเป็น สส. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)
ในระหว่างแถลงข่าว เขาโจมตีนายกฯ คนที่ 31 ด้วยถ้อยคำรุนแรง และนำคำกล่าวของ แพทองธาร ที่บอกกับ ฮุน เซน ว่า แม่ทัพภาคที่ 2 คือ "ฝ่ายตรงข้ามกับเรา" และ "ถ้าท่าน ฮุน เซน อยากได้อะไรก็ให้บอก" มาย้อนความและตั้งคำถามว่าพฤติกรรมแบบนี้เหมาะสมหรือที่จะเป็นนายกฯ
"การคุยโทรศัพท์คือพฤติกรรมลับหลังประชาชน ถามว่าลับหลังประชาชนทำแบบนี้ ต่อไปนี้ประชาชนจะไว้ใจคุณได้ยังไง เฉพาะแค่นี้บอกได้ว่าอุ๊งอิ๊งคุณออกไปได้แล้ว" นพ.วรงค์ กล่าวและย้ำว่า ไม่มีผู้นำประเทศไหนกล้าตำหนิแม่ทัพที่กำลังต่อสู้กับอริราชศัตรู
เขามองว่า ตอนนี้รัฐบาลพยายามแก้เกมว่าตนตกเป็นเหยื่อ บอกว่าเขมรต้องการสร้างความแตกแยก ส่วนตัวเชื่อว่าประชาชนรักกัน แต่ไม่พอใจนายกฯ ที่มีพฤติกรรมกบฏขายชาติ ไม่ว่าอย่างไรอธิปไตยชาติสำคัญสุด
วอน ผบ. เหล่าทัพ "เลิกเป็นวอลเปเปอร์ให้คนขายชาติ"
ขณะที่อดีต สว. 3 คนมุ่งเน้นสื่อสารถึงพรรคร่วมรัฐบาลให้ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล
สมชาย แสวงการ อดีต สว. เริ่มต้นด้วยการบอกเล่าว่า เขาได้ไป "ทำภารกิจ และเห็นหลายจังหวัดเริ่มทำภารกิจแล้ว"
วานนี้ (19 มิ.ย.) สมชาย พร้อมด้วย นิติธร ล้ำเหลือ และ คมสัน โพธิคง นักวิชาการกฎหมาย เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ แพทองธาร ที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กล่าวหาว่ากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119, 120, 122, 128 และ 129
เขายืนยันว่า คลิปที่ออกมาแสดงให้เห็นว่าความผิดสำเร็จแล้ว uncle (อา) จะเอาอะไร อุ๊งอิ๊งจัดให้เรียบร้อยแล้ว มาตรการตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดเน็ต มาตรการปิดด่าน อุ๊งอิ๊งจัดให้ลุงฮุน เซน แล้ว "สิ่งเหล่านี้อ้างว่าเป็นแทคติกเจรจา ผมบอกเลยว่าเป็นแทคติกโง่ ๆ ไม่มีการเจรจาที่ไหนทางการทูตเขาเปิดเผยความลับทางราชการของฝ่ายตัวเอง ไม่มีการเจรจาที่ไหนตัดหัวแม่ทัพไปบรรณาการให้ฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นอุ๊งอิ๊งหมดความชอบธรรมที่จะเป็นนายกฯ ต้องลาออกเดี๋ยวนี้ ลาออกทันที"
อดีต สว.รายนี้ยังบอกด้วยว่า นายกฯ มาแถลงข่าว "ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ" อยู่ 2 วันเพราะยังมีพรรคร่วมรัฐบาลที่ประสงค์ "แย่งชามข้าว" เก้าอี้ รมต. กันอยู่
"ผมเรียกร้องให้พรรค รทสช. ปชป. ชทพ. ที่อ้างเหลือเกินว่าจงรักภักดี รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ปกป้องอธิปไตย เลิกขึ้นอินโฟกราฟิกได้แล้ว ลงมือทำด้วยการลาออกครับ ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลทันที ไม่ต้องมาต่อรองเงื่อนใด ๆ เพราะไม่กี่วันนี้ท่านต้องพ้นจากตำแหน่ง รมต. อยู่ดี ประชาชนจะร่วมกันแจ้งความทั่วราชอาณาจักร ให้ครบทั้ง 77 จังหวัด ในข้อหากบฏขายชาติชัดเจนมาก มีโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต" สมชาย กล่าว
เขายังเรียกร้องให้ผู้นำเหล่าทัพ ทั้งกองทัพบก เรือ อากาศ ตำรวจ ที่ถูกกดขี่ด้อยค่าโดยอุ๊งอิ๊ง "เลิกไปเป็นวอลเปเปอร์ให้คนขายชาติได้แล้ว ถ้ากองทัพยังเป็นกองทัพของพระราชา ของประชาชน อย่าให้การยอมรับนายกฯ ที่ชื่อ แพทองธาร เพราะหมดความชอบธรรมที่จะอยู่ต่อแล้ว" เขากล่าวทิ้งท้าย

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ด้าน เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต สว. คาดหวังให้พรรคร่วมฯ ที่ทำผิดไปแล้ว ต้องกลับตัวกลับใจไม่สนับสนุนนายกฯ คนนี้ และจากนี้จนถึง 28 มิ.ย. ถ้าพรรคร่วมฯ ตัดสินใจ คนไทยจะได้ไม่เหนื่อย
"ประเทศไทยต้องเปลี่ยนแปลง เรากำลังเผชิญปัญหารุมเร้ามากมาย ปล่อยให้เด็กอมมือบริหารประเทศต่อไปคงไม่ได้" อดีต สว. เจิมศักดิ์ เจ้าของหนังสือ "รู้ทันทักษิณ" กล่าว
เช่นเดียวกับ แก้วสรร อติโพธิ อดีต สว. ที่ตั้งคำถามต่อ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม และเลขาธิการพรรค รทสช. ว่า "คุณขึ้นเวที กปปส. วันนี้ยังมีคำว่าชาติอยู่บ้างไหม"
ชวนคนเขมรไล่รัฐบาลฮุนเซน ชาวไทยไล่รัฐบาลทักษิณ
รสนา โตสิตระกูล อดีต สว. กล่าวว่า โฆษกนายกฯ กัมพูชาออกมาระบุว่า "ไม่มียุคสมัยใดที่ไทยเกรงกลัวเขมรไปกว่ายุคของสมเด็จฮุน เซน และนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต" ดิฉันฉันขอเป็นโฆษกของคนไทยว่า คนไทยไม่ได้กลัวเขมร คนที่กลัวคือ ทักษิณและครอบครัว และอาจมีข้ารับใช้ในพรรค พท. ที่กลัวกัมพูชา กลัวสมเด็จฮุน เซน พร้อมที่จะเอาอธิปไตยดินแดนไปแลกเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของครอบครัวทักษิณและแพทองธาร
"ดิฉันขอกล่าวว่าไม่เคยมีรัฐบาลไทยในยุคสมัยใดที่ทำให้คนไทยขายหน้าเท่ากับรัฐบาล 'แพทองธาร' คลิปเสียงเป็นหลักฐานในการปล้นประเทศไทยมายาวนาน จึงขอเรียกร้องให้ประชาชนเขมรไล่รัฐบาลฮุนเซน ส่วนประชาชนชาวไทยไล่รัฐบาลทักษิณ" อดีต สว.หญิง กล่าว











