"กาซาจะถูกสร้างขึ้นใหม่" ทรัมป์ระบุ หลังอิสราเอล-ฮามาส ลงนามข้อตกลงสันติภาพ "ระยะแรก" สำเร็จ

ที่มาของภาพ, Getty Images
อิสราเอลและกลุ่มฮามาสร่วมลงนามในข้อตกลงสันติภาพ "ระยะแรก" แล้ว โดยถือเป็น "เหตุการณ์ประวัติศาสตร์และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน" ตามคำประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา
ข้อตกลงดังกล่าวนำเสนอโดยรัฐบาลวอชิงตัน มีทั้งหมด 20 ประเด็น
เงื่อนไขในแผน "ระยะแรก" คือ กลุ่มฮามาสต้องปล่อยตัวประกันทั้งหมดทันทีไม่ว่าจะยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตแล้ว และอิสราเอลต้องถอนทหารกลับไปยังแนวเส้นตามที่ตกลงกันไว้
ทรัมป์เปิดเผยว่า อาจเดินทางไปเยือนตะวันออกกลางในช่วงปลายสัปดาห์นี้ โดยน่าจะเป็นที่อียิปต์ หรืออาจพิจารณาไปฉนวนกาซาด้วย
ในระหว่างให้สัมภาษณ์ทางทางโทรศัพท์ กับฌอน แฮนนิตี สถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ ทรัมป์กล่าวว่า หลังจากแผนสันติภาพระยะแรกแล้ว "คุณจะเห็นว่าผู้คนอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และกาซาจะถูกสร้างขึ้นใหม่"
ผู้นำสหรัฐฯ บอกด้วยว่า มันจะเป็น "โลกที่แตกต่าง" และจะมี "ความมั่งคั่งที่ถูกใช้ไปในกาซา"
การบรรลุข้อตกลงของ 2 ฝ่ายนี้ เกิดขึ้นหลังมีการเจรจาทางอ้อมนาน 3 วัน ที่เมือง ชาร์ม เอล-ชีค (Sharm El-Sheikh) ประเทศอียิปต์ โดยมีคณะผู้ไกล่เกลี่ยจากสหรัฐฯ, อียิปต์ และกาตาร์เป็นคนกลางในการเจรจา เพื่อให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา และแลกเปลี่ยนตัวประกันที่ฮามาสควบคุมตัวไว้กับนักโทษชาวปาเลสไตน์ที่อิสราเอลควบคุมตัวไว้
ข้อตกลงนี้จะเป็นการยุติสงครามซึ่งยืดเยื้อมา 2 ปี 2 วัน หลังจากอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาเพื่อตอบโต้การโจมตีที่ไม่คาดคิดเมื่อ 7 ต.ค. 2023 ซึ่งกลุ่มติดอาวุธที่นำโดยฮามาสสังหารผู้คนไปประมาณ 1,200 คน และจับตัวประกันอีก 251 คน
กระทรวงสาธารณสุขที่บริหารโดยฮามาสระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซาอย่างน้อย 67,183 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 20,179 คน

ที่มาของภาพ, Rushdi Abualouf/BBC News

ที่มาของภาพ, Rushdi Abualouf/BBC News
เนทันยาฮูชี้เป็น "วันที่ยิ่งใหญ่สำหรับอิสราเอล"
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ออกแถลงการณ์ว่า "เป็นวันที่ยิ่งใหญ่สำหรับอิสราเอล" โดยเขาจะเรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพฤหัสบดี (9 ต.ค.) เพื่ออนุมัติการดำเนินการตามข้อตกลงสันติภาพในระยะแรก และ "นำตัวประกันอันเป็นที่รักของเราทุกคนกลับบ้าน"
เนทันยาฮูยังกล่าวขอบคุณกองทัพอิสราเอล ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และทีมงานของเขา "สำหรับการระดมกำลังเพื่อภารกิจศักดิ์สิทธิ์ในการปล่อยตัวประกันของเรานี้"
ต่อมา มีการเผยแพร่แถลงการณ์อีกฉบับจากสำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เปิดเผยว่า เนทันยาฮูเพิ่งพูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีทรัมป์
"ทั้งสองได้สนทนากันอย่างซาบซึ้งและอบอุ่น และแสดงความยินดีซึ่งกันและกันในความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการลงนามข้อตกลงปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมด" สำนักงานของเนทันยาฮูกล่าว
ผู้นำทั้ง 3 ฝ่ายต่างขอบคุณซึ่งกันและกัน และ "ทั้งสองตกลงที่จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดต่อไป" แถลงการณ์ระบุ พร้อมเสริมว่า ขณะนี้ทรัมป์ได้รับเชิญเนทันยาฮูให้กล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาอิสราเอลแล้ว

ที่มาของภาพ, EPA
ด้านกองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (The Israel Defense Forces – IDF) ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีกับการลงนามในข้อตกลงดังกล่าว พร้อมเปิดเผยข้อสั่งการของผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในระหว่างการประเมินสถานการณ์ซึ่งจัดขึ้นเมื่อคืน (8 ต.ค.) โดยสั่งการให้กองกำลังทุกนายทั้งแนวหน้าและแนวหลังเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างเต็มที่ "การส่งกำลังพลจะดำเนินการตามคำสั่งของฝ่ายการเมืองและขั้นตอนต่าง ๆ ของข้อตกลง โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบและความปลอดภัยของทหารของเราเป็นหลัก"
ผู้บัญชาการทหารสูงสุดยังสั่งการให้เตรียมความพร้อมในปฏิบัติการส่งตัวประกันกลับประเทศ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการด้วยความละเอียดอ่อนและเป็นมืออาชีพ
ฮามาสขอหลักประกันว่า สงครามกาซา "จะยุติอย่างถาวร"
ส่วนกลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์ว่า ข้อตกลงฉบับนี้จะเป็นการปูทางสู่การยุติสงครามในฉนวนกาซา "อย่างแท้จริง" โดยระบุว่า ข้อตกลงนี้จะยุติสงครามในกาซา, รับประกันการถอนกำลังของกองกำลังยึดครองอย่างสมบูรณ์, อนุญาตให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าถึงได้ และดำเนินการแลกเปลี่ยนนักโทษ
ฮามาสยังขอบคุณกาตาร์, อียิปต์, ตุรกี, และประธานาธิบดีสหรัฐฯ สำหรับความพยายามในการไกล่เกลี่ย พร้อมย้ำว่า ฮามาสต้องการ "หลักประกันอย่างเป็นทางการ" จากสหรัฐฯ และทุกประเทศที่สนับสนุนการเจรจาว่า สงครามในฉนวนกาซา "จะยุติอย่างถาวร"
"ประชาชนชาวกาซาได้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ เกียรติยศ และวีรกรรมที่ไม่มีใครเทียบได้" ฮามาสระบุและว่า จะไม่มีวันละทิ้งสิทธิแห่งชาติของประชาชน จนกว่าจะบรรลุเสรีภาพ เอกราช และการกำหนดชะตากรรมของตนเอง
การเฉลิมฉลองของชาวปาเลสไตน์
ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาได้ออกมาเฉลิมฉลองข่าวการหยุดยิงและข้อตกลงปล่อยตัวตัวประกัน
ภาพจากอินสตาแกรมเผยให้เห็นบรรยากาศในยามค่ำคืน (8 ต.ค.) โพสต์โดยซาอีด โมฮัมเหม็ด ผู้สื่อข่าวชาวปาเลสไตน์แสดงให้เห็นฝูงชนจำนวนมากทั้งชายและหญิงกำลังเต้นรำตามจังหวะดนตรี เป่าปาก ปรบมือ และสวดว่า "อัลลอฮุอักบัร" ("พระผู้เป็นเจ้าทรงยิ่งใหญ่") นอกโรงพยาบาลอัลอักซอ ในเมืองเดียร์ อัล-บาลาห์ ทางตอนกลางของประเทศ
อีกคลิปวิดีโอหนึ่งโพสต์โดยโมฮัมเหม็ด อัล-ฮัดดัด ผู้สื่อข่าวอีกคนแสดงให้เห็นชายหนุ่มกลุ่มเล็ก ๆ กำลังเต้นรำอยู่บนถนนแห่งหนึ่งในฉนวนกาซา
นอกจากนี้ยังมีภาพบางส่วนจากชาวเมืองข่านยูนิส ในกาซา ด้วย

ที่มาของภาพ, Reuters

ที่มาของภาพ, Reuters











