ทรัมป์บอกอิสราเอลต้องหยุดยิง เชื่อ "ฮามาสพร้อมสำหรับสันติภาพแล้ว"

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ออกจากห้องแถลงข่าวร่วมกันภายในทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ เมื่อ 29 ก.ย. โดยผู้นำสหรัฐฯ กดดันเนทันยาฮูให้ยอมรับข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามที่ยังคงดำเนินอยู่ของอิสราเอลในฉนวนกาซา และให้ฮามาสปล่อยตัวตัวประกันที่เหลืออยู่

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ออกจากห้องแถลงข่าวร่วมกันภายในทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ เมื่อ 29 ก.ย. โดยผู้นำสหรัฐฯ กดดันเนทันยาฮูให้ยอมรับข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามที่ยังคงดำเนินอยู่ของอิสราเอลในฉนวนกาซา และให้ฮามาสปล่อยตัวตัวประกันที่เหลืออยู่

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา บอกอิสราเอลให้หยุดโจมตีฉนวนกาซาทันทีเมื่อวันศุกร์ (3 ต.ค.) หลังจากที่กลุ่มฮามาสตกลงที่จะปล่อยตัวประกันและยอมรับเงื่อนไขอื่น ๆ ในแผนยุติสงครามของสหรัฐฯ ทว่ามีเงื่อนไขบางประการที่ไม่ปรากฏในแถลงการณ์ของกลุ่มฮามาส

สำนักนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ระบุว่า อิสราเอลกำลังเตรียมการ "ดำเนินการทันที" ตามแผนขั้นแรกของทรัมป์ในการปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอล หลังมีการตอบสนองของกลุ่มฮามาส

"เราจะยังคงทำงานร่วมมืออย่างเต็มที่กับประธานาธิบดีและทีมงานของเขา เพื่อยุติสงครามตามหลักการที่อิสราเอลกำหนดไว้ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีทรัมป์" แถลงการณ์ของสำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุ

เงื่อนไขบางประการที่หายไปจากแถลงการณ์ฮามาส

การที่กลุ่มฮามาสยอมปล่อยตัวตัวประกันที่เหลือ แม้ยังต้องเจรจาและต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขบางประการ ทำให้สมาชิกในครอบครัวของชาวอิสราเอลที่รอคอยข่าวดีมานานมีความหวังขึ้นมา

ในแถลงการณ์ตอบรับข้อเสนอสันติภาพของสหรัฐฯ ฮามาสตกลงที่จะ "ปล่อยตัวนักโทษชาวอิสราเอลทั้งหมด ไม่ว่าจะยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตแล้ว ตามสูตรการแลกเปลี่ยนที่อยู่ในข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นไปตามเงื่อนไขภาคสนามในการแลกเปลี่ยน"

สูตรดังกล่าวจัดทำโดยทรัมป์ที่ทำเนียบขาวเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ซึ่งเสนอให้ยุติการสู้รบทันที และปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งหมดที่ถูกกลุ่มฮามาสควบคุมตัวไว้ภายใน 72 ชั่วโมง รวมถึงคืนร่างตัวประกันที่คาดว่าเสียชีวิตแล้ว เพื่อแลกกับการปล่อยตัวชาวปาเลสไตน์ที่ถูกควบคุมตัวไว้หลายร้อยคน

เชื่อกันว่ายังมีตัวประกัน 48 คนที่ถูกกลุ่มติดอาวุธควบคุมตัวอยู่ในดินแดนปาเลสไตน์ แต่คาดมีเพียง 20 คนเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่

อีกส่วนสำคัญในแผนสันติภาพของสหรัฐฯ ที่ฮามาสยอมรับ คือ แนวคิดในการมอบอำนาจการปกครองฉนวนกาซาให้กับเทคโนแครตชาวปาเลสไตน์ ซึ่งมีความสำคัญอย่างชัดเจนเช่นกัน

แต่ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ อีกมากมายในข้อเสนอที่มีเนื้อหา 20 ประเด็นที่ขาดหายไปอย่างชัดเจน

จุดน่าสังเกตมากที่สุดคือ ข้อกำหนดให้ฮามาสต้องวางอาวุธ

ขณะนี้รัฐบาลอิสราเอลกำลังพิจารณาถ้อยคำในแถลงการณ์ของฮามาสโดยละเอียดเพื่อสรุปเจตนาที่แท้จริง และต้องตัดสินใจว่านี่คือการยอมรับโดยสุจริตใจต่อประเด็นสำคัญบางประการของข้อตกลง หรือเป็นเพียงความพยายามที่จะซื้อเวลาและเปิดการเจรจาอันยืดเยื้อระลอกใหม่

ซากอาคารหลังการโจมตีทางอากาศระหว่างปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในกาซาซิตี ฉนวนกาซา เมื่อ 3 ต.ค.

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ซากอาคารหลังการโจมตีทางอากาศระหว่างปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเมืองกาซาซิตี ฉนวนกาซา เมื่อ 3 ต.ค.

การตอบสนองของฮามาสเกิดขึ้นในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ยื่นคำขาดครั้งสุดท้ายให้ฮามาสตกลงภายในเย็นวันอาทิตย์ (5 ต.ค.) มิฉะนั้นจะต้องเผชิญหน้ากับ "หายนะ" ทำให้สมาชิกบางคนในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล จึงมีแนวโน้มที่จะตั้งข้อสงสัยอย่างลึกซึ้งต่อสถานการณ์ดังกล่าว

โดยเฉพาะในตอนนี้ที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกร้องให้อิสราเอลหยุดการทิ้งระเบิดฉนวนกาซาทันที

"จากแถลงการณ์ที่เพิ่งออกโดยกลุ่มฮามาส ผมเชื่อว่าพวกเขาพร้อมสำหรับสันติภาพที่ยั่งยืน" ทรัมป์ระบุในโซเชียลทรูธ แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ ที่เขาเป็นเจ้าของ หลังจากฮามาสแถลงการณ์ของกลุ่ม

"อิสราเอลต้องหยุดทิ้งระเบิดใส่กาซาทันที เพื่อที่เราจะได้นำตัวประกันออกมาอย่างปลอดภัยและรวดเร็ว" เขากล่าวและว่า "ตอนนี้มันอันตรายเกินไปที่จะทำเช่นนั้น"

ชาวอิสราเอลคงไม่ชอบย่อหน้าสุดท้ายของแถลงการณ์ที่ระบุว่า ฮามาสจะยังคงมีบทบาทในการเจรจาเกี่ยวกับอนาคตระยะยาวของฉนวนกาซา

แถลงการณ์ของกลุ่มฮามาสมีนัยสำคัญยิ่งอย่างมิต้องสงสัย ทรัมป์กล่าวในวิดีโอที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (3 ต.ค.) ว่า "เป็นวันสำคัญ" และขอบคุณหลายประเทศที่ให้ความช่วยเหลือเขาในการร่างข้อเสนอนี้

แต่ยังคงมีรายละเอียดอีกมากมายต้องดำเนินการก่อนที่สันติภาพในภูมิภาคจะกลายเป็นจริง และประธานาธิบดีดูเหมือนจะยอมรับว่านี่ไม่ใช่ข้อตกลงที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว

"เราจะรอดูว่าทุกอย่างจะออกมาเป็นยังไง" เขากล่าวและว่า "เราต้องสรุปข้อสรุปให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม"

"แผนขั้นแรกของทรัมป์" คืออะไร?

คำแถลงของเนทันยาฮูเกี่ยวกับความคืบหน้าดังกล่าวอ้างถึง "แผนขั้นแรกของทรัมป์ในการปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมดโดยทันที"

แผนของทรัมป์แบ่งออกเป็น 20 ประเด็น ทำให้ไม่ชัดเจนว่าผู้นำอิสราเอลหมายถึงอะไร โดยเฉพาะเมื่อเขาเอ่ยคำว่า "ระยะแรก"

นอกจากนี้ รายละเอียดของแผนของทรัมป์ยังคงอยู่ระหว่างการสรุป ประธานาธิบดีกล่าวในวิดีโอจากห้องทำงานรูปไข่

สำหรับแผน 20 ประเด็นของทรัมป์ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1 เรียกร้องให้กาซากลายเป็น "เขตปลอดการก่อการร้ายที่ปราศจากความรุนแรงและไม่ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อประเทศเพื่อนบ้าน"
  • ขั้นตอนที่ 2 กาซา "จะได้รับการพัฒนาใหม่เพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวกาซา"
  • หลังจากบรรลุ 2 ขั้นตอนนี้ ทรัมป์กล่าวว่า "สงครามจะยุติลงทันที"
  • ขั้นตอนที่ 3 กองกำลังอิสราเอลจะ "ถอนกำลังไปยังแนวที่ตกลงกัน" และการสู้รบทั้งหมดจะยุติลง ขณะที่ทั้ง 2 ฝ่ายเตรียมการแลกเปลี่ยนเชลยศึก

ทรัมป์โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า หลังจากฮามาสปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลทั้งหมด ทั้งที่ยังมีชีวิตและเสียชีวิตแล้ว อิสราเอลจะปล่อยตัวเชลยศึกชาวปาเลสไตน์เกือบ 2,000 คน

"อิสราเอลต้องหยุดการทิ้งระเบิดกาซาทันที เพื่อที่เราจะได้นำตัวประกันออกมาอย่างปลอดภัยและรวดเร็ว" เขาระบุในโซเชียลทรูธ

กองทัพอิสราเอลเตรียมพร้อม "ดำเนินการตามแผนขั้นแรกของทรัมป์"

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของอิสราเอล "ได้จัดการประชุมประเมินสถานการณ์พิเศษโดยคำนึงถึงสถานการณ์ล่าสุด" ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่จากกองบัญชาการตัวประกันและบุคคลสูญหายด้วย

แถลงการณ์ฉบับใหม่ของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่านายพลสูงสุด "ได้สั่งการให้ยกระดับความพร้อมสำหรับการดำเนินการตามแผนระยะแรกของทรัมป์" ตามคำสั่งของนักการเมืองรัฐบาล

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า ความปลอดภัยของกองกำลังอิสราเอลยังคงเป็น "สิ่งสำคัญอันดับแรก" และ "ขีดความสามารถทั้งหมดของ IDF จะถูกจัดสรรให้กับกองบัญชาการทางภาคใต้" ซึ่งกำกับดูแลปฏิบัติการในฉนวนกาซา

อย่างไรก็ตาม ไม่มีการกล่าวถึงแผนการเฉพาะเพื่อลดกิจกรรมทางทหารในฉนวนกาซา แต่เรียกร้องให้กองกำลังเตรียมพร้อมที่จะสู้รบอีกครั้งหากจำเป็น

"เสนาธิการทหารบกระบุว่า เนื่องจากปฏิบัติการนี้เป็นปฏิบัติการที่มีความละเอียดอ่อน ทหารทุกนายจึงต้องรักษาระดับความตื่นตัวและเฝ้าระวังให้สูง นอกเหนือไปจากการเสริมความจำเป็นในการตอบสนองอย่างรวดเร็วเพื่อกำจัดภัยคุกคามใด ๆ ก็ตาม" แถลงการณ์ IDF ระบุ