เสียงผู้รอดชีวิต-คนลาดกระบัง ถึงเหตุสะพานถล่ม เมื่อความเสี่ยงตาย ห่างไกลเพียงหน้าบ้าน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
- Author, เขียน: ธนัญชัย แก้วโสวัฒนะ เรียบเรียง: ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
“ครืน ๆๆๆๆ แล้วสะพานก็พังลงมา ใจผมสั่นเลย”
เผชิญ ชาวคำ วัย 46 ปี เล่าถึงนาทีชีวิต ตอนที่กำลังขับรถออกมาจากห้างค้าปลีกโลตัส สาขา ลาดกระบัง ในช่วงเย็นวันที่ 10 ก.ค. 2566 แล้วจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงดังสนั่น แล้วเขาก็เห็นโครงเหล็กขนาดใหญ่ค่อย ๆ ทรุดตัวลงมาแบบโดมิโน เห็นอย่างนั้น เขารีบจอดรถ แล้วเปิดประตูวิ่งหนีในทันที
นั่นเป็นการตัดสินใจในเสี้ยววินาที ที่ทำให้เขาและภรรยารอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด เพราะผู้เห็นเหตุการณ์อีกคนที่บีบีซีไทยได้พูดคุย บอกว่า "10 วินาทีต่อมา ท่อนเหล็กขนาดใหญ่ก็หล่นทับหน้ารถ"
“ผมรีบพุ่งออกจารถ... แฟนผมก็ออกมาด้วยเหมือนกัน” นายเผชิญ ที่มีสัญชาติเวียดนาม และพูดไทยได้ระดับหนึ่ง บอกกับบีบีซีไทย
อุบัติเหตุครั้งนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บเข้าโรงพยาบาลอีก 17 ราย
เผชิญ เล่านาทีชีวิตต่อว่า ภายหลังสะพานข้ามแยก ถล่มลงมา ก่อให้เกิดควันขโมง และความโกลาหลไปทั่ว “ตอนนั้น ยังไม่มีใครมาช่วย ต้องออกมาคนเดียว ไม่มีใครรู้เลยว่าผมออกมาแล้ว” เขากล่าว ซึ่งภายหลังออกจากรถมาได้ พวกเขาก็ไปที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อขอความช่วยเหลือ
เผชิญ ยอมรับว่า ตนเองอาจเสียชีวิตไปแล้วก็ได้ หากตัดสินใจช้าไปกว่านั้นเพียงไม่กี่วินาที หรือหากขับรถไปข้างหน้าไกลกว่านั้นอีกหน่อย เพราะคงถูกตอม่อและโครงเหล็กของสะพานทับรถยนต์ทั้งคัน
#สะพานถล่ม กลายเป็นแฮชแทกอันดับหนึ่งในทวิตเตอร์ ช่วงคืนวันที่ 10 ก.ค. จนถึงเช้าวันถัดมา โดยผู้ใช้สังคมออนไลน์ ต่างวิจารณ์ถึงการใช้ชีวิตในกรุงเทพมหานครที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง โดยเฉพาะจากอุบัติเหตุเกี่ยวกับโครงสร้างยกระดับ ที่เกิดบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเมื่อวันที่ 7 พ.ค. ก็เกิดเหตุเหล็กยึดโครงสร้างชิ้นส่วนคานขาด หล่นลงมาพร้อมคนงาน บนถนนพระราม 2 ทับคนงานเสียชีวิต 1 ราย

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
“ชีวิตเราสมัยนี้ พรุ่งนี้คาดเดาไม่ได้เลย ผมคิดว่าเราแค่โชคดี” เผชิญ กล่าว
เกือบกลายเป็นเหยื่อ
ย้อนไปเมื่อเวลาเกือบ 18.00 น. วันที่ 10 ก.ค. 2566 กิจวัตรประจำวันของ สามารถ เหล่าสีนาท วัย 58 ปี ที่เปิดอู่ซ่อมรถอยู่ในอาคารพาณิชย์ในย่านลาดกระบัง เป็นไปตามปกติ คือ ทำงานซ่อมรถ พลางมองการก่อสร้างสะพานยกระดับที่อยู่หน้าบ้าน
เย็นวันนั้น เขาขี่มอเตอร์ไซค์ไปซื้อของที่ห้างค้าปลีก โลตัส ย่านลาดกระบัง และกำลังขับออกมา ทันใดนั้น เขาได้ยิน “เสียงระเบิด เสียงลั่น” จึงรีบตัดสินใจขี่มอเตอร์ไซค์หันกลับ ไปเข้าปั๊มน้ำมัน ปตท. ที่อยู่ใกล้กัน สิ่งที่เขาเห็นต่อจากนั้น แทบไม่เชื่อสายตาตนเอง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
“เหล็กเริ่มไหล ถล่มลงมา” และโครงเหล็กส่วนหนึ่งก็ถล่มไปยังมุมอาคารชั้น 3 ของอาคารพาณิชย์ที่เขาอาศัยและเปิดอู่ซ่อมรถอยู่ชั้นล่างด้วย เขาไม่รู้ว่า ถ้าในนาทีนั้น ขี่มอเตอร์ไซค์ไปบนถนนต่อ หรือกลับไปยังอู่ของเขา ชีวิตจะเป็นอย่างไรบ้าง
“มันก็เหนื่อยใจนะ ไม่มีที่จะอยู่ ยังไม่รู้จะชดเชยยังไง รถลูกค้าจอดอยู่ก็พังทั้งคัน 7-8 คัน” สามารถ บอกกับบีบีซีไทย
ฐาปกรณ์ ธนโรจน์วงศา วัย 57 ปี ที่อาศัยอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน เป็นอีกคนที่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างชัดเจน เริ่มจาก “เสียงดังลั่น”
“พอเสียงลั่นปุ๊บ โครงเหล็กก็เริ่มทรุดตัวลงมา เป็นโดมิโนมาเรื่อย ๆ” ฐาปกรณ์ เล่าถึงฉากแบบในภาพยนตร์ ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงที่หน้าบ้านของเขา ที่เปิดเป็นร้านขายน้ำมันเครื่องยานยนต์
“ช่วงปลายมีตอม่อ ตัวเครนที่ทำงานมาฟาดเสาต้นนี้ แล้วหล่นลงไป ตอนผมยืนอยู่หน้าร้าน รถมันเยอะมาก คิดในใจว่า น่าจะทับรถไปหลายคัน” และเป็น ฐาปกรณ์ เอง ที่เห็นรถยนต์ของนายเผชิญ ถูกโครงเหล็กทับ หลัง เผชิญและภรรยา เปิดประตูวิ่งห่างจากรถเพียงไม่ถึง 10 วินาที
แต่ท้ายสุด มีรถยนต์ถูกตอม่อและโครงสร้างเหล็กหล่นทับทั้งสิ้น 3 คัน และเสียหายยับเยิน 1 คัน
“ผมจะไม่อนุมัติงบนี้โดยเด็ดขาด”
สะพานข้ามแยกที่เกิดทรุดตัวถล่ม เป็นส่วนหนึ่งของโครงการทางยกระดับถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2564 ระยะทางก่อสร้าง 3.5 กิโลเมตร เพื่อช่วยบรรเทาการจราจรติดขัด และรองรับการเติบโตของชุมชนและสนามบินสุวรรณภูมิ
โครงการนี้เคยเป็นข่าวและถูกพูดถึงมาแล้วหลายครั้ง โดยเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2565 นายสุชัชชีวร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกสภาวิศวกร และอดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เคยโพสต์เตือนว่า “นั่งรถผ่านโครงการก่อสร้างสะพานถนนลาดกระบัง-อ่อนนุช ทุกวัน เห็นแล้วอดเป็นห่วงไม่ไดั
"เห็นตั้งนั่งร้านทำงาน มีงานเทปูน หล่อเสาตอม้อ ชิดริมถนน แล้วกังวลแทน กลัวพังลงมา” เขาระบุในโพสต์ ที่สังคมออนไลน์ในตอนนี้เรียกว่า "ผู้มาก่อนกาล"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
และเมื่อเดือน ม.ค. 2566 ดร.จอห์น สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.ลาดกระบัง พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นกระทู้สดต่อสภา กทม. ถึงความไม่คืบหน้าของโครงการ ที่ทำให้มีวัสดุอุปกรณ์วางกีดขวางทางจราจร ทำให้การจราจรติดขัดมาก สร้างความเดือดร้อนกับประชาชน
สำหรับโครงการทางยกระดับถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง มีเจ้าของโครงการคือ สำนักการโยธา กทม. มีระยะเวลาก่อสร้าง 900 วัน คาดแล้วเสร็จเดือน ธ.ค. 2567 โดยมีผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างที่ชนะการประมูล คือ กิจการร่วมค้า ธาราวัญ-นภา ในราคาก่อสร้าง 1,664,550,000 บาท
ดร.จอห์น สุรจิตต์ ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทย ตั้งคำถามถึงการก่อสร้างทางยกระดับเช่นนี้ เพราะไม่เพียง ไม่ตอบโจทย์การใช้เส้นทางและแก้ไขจราจรแล้ว ยังเป็นการแก้ไขไม่ตรงจุด เพราะพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะคอขวด จึงควรแก้ปัญหาในจุดที่เป็นเส้นเลือดฝอย ให้การสัญจรไปมาสะดวกมากขึ้น แทนการใช้สะพานยกระดับ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
"ถ้าปี 2562 ถ้าผมเป็น ส.ก. นะครับ ผมจะไม่อนุมัติงบนี้โดยเด็ดขาด 1,600 กว่าล้านบาท ไม่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาจราจรในลาดกระบังเลย ปัญหาอยู่ที่ลาดกระบัง ซอย 54 ที่เป็นคอขวด เกาให้ถูกที่ แก้ให้ถูกจุด" เขากล่าวต่อสภากรุงเทพมหานคร
เขาอธิบายเบื้องหลังของการนำเสนอเรื่องดังกล่าว เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างที่กระทบต่อการสัญจรไปมาของประชาชน
ความเสี่ยงที่อยู่หน้าบ้าน ?
ฐาปกรณ์ เล่าให้ฟังว่า ทุกวันเมื่อมองออกไปหน้าบ้านก็จะเห็นการก่อสร้างสะพานยกระดับ ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร และก็รู้สึกกังวลอยู่บ่อย ๆ
“ทุกครั้งที่มีคนวิ่งรถผ่าน มันก็เสียวเหมือนกัน เพราะว่ามัน (การก่อสร้าง) อยู่ชิดกับถนนเลย เวลารถติดก็มองว่า จะมีเศษอะไรหล่นลงมาหรือเปล่า” เขากล่าว
จากนี้ไป ฐาปกรณ์ ยอมรับว่า การก่อสร้างที่อยู่ไม่ไกลจากหน้าบ้านเขา ยังต้องดำเนินต่อไปให้แล้วเสร็จ และแม้จะมองการก่อสร้างนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หลังเหตุการณ์ แต่ก็อยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “ดูแลเรื่องความปลอดภัยให้มากกว่านี้”
“โครงการนี้ก็ต้องทำต่อไป คงต้องให้ความร่วมมือ แต่ก็อยากให้การก่อสร้างรัดกุม ปลอดภัยกับประชาชนมากกว่านี้”

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้ สามารถกลายเป็นคนไร้บ้านชั่วคราว เขายอมรับว่า “หวาดกลัว” หากสะพานเดินหน้าก่อสร้างต่อไป
“น่ากลัวมาก มาตรฐานเขาเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ แต่ผมดูแล้ว ถ้าทำต่อไปก็น่ากลัวเหมือนกัน” สามารถ ระบุ
ส่วนผู้รอดชีวิตหวุดหวิด อย่าง นายเผชิญ นั้น แม้จะไม่ได้เป็นคนที่อาศัยในระแวกนี้ แต่เขาบอกบีบีซีไทยว่า “ทุกวันไปทำงาน ต้องผ่านทางนี้”
แม้สื่อมวลชนจะให้ความสนใจกับหลวงพ่อทวด ที่เจ้านายมอบให้เป็นของขวัญซื้อรถยนต์ รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ที่เขาวางติดรถไว้ แต่ส่วนตัว เขามองว่า ที่ตนเองและภรรยารอดชีวิตมาได้ ไม่ได้เป็นเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่แค่พวกเขา “โชคดี” เท่านั้น











