จีนแถลงไม่พบเชื้อใหม่สายพันธุ์ประหลาด หลังโรคปอดอักเสบระบาดในเด็ก

Children outside hospital in China

ที่มาของภาพ, Reuters

    • Author, เฟลัน ชัตเตอร์จี, เฟอร์กัส วอลช์ และ ทิวลิป มาซุมดาร์
    • Role, บีบีซีนิวส์

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ทางการจีนได้แถลงถึงสาเหตุของโรคทางเดินหายใจที่กำลังแพร่ระบาดในเด็กหลายพันคน ว่าไม่เกี่ยวข้องกับเชื้อโรคชนิดใหม่หรือเชื้อสายพันธุ์ประหลาดแต่อย่างใด

ทางการจีนแถลงดังข้างต้น หลังองค์การอนามัยโลกได้สอบถามถึงข้อมูลและรายละเอียดของอุบัติการณ์ดังกล่าว ซึ่งจีนบอกว่าเป็นภาวะปอดอักเสบที่คล้ายกับโรคไข้หวัดใหญ่ และน่าจะเกิดขึ้นเพราะได้ยกเลิกมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ที่เข้มงวดไป

ก่อนหน้านี้สื่อจีนรายงานว่า มีผู้ป่วยเด็กจำนวนมากต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลประจำท้องถิ่น ทำให้องค์การอนามัยโลกได้สอบถามไปยังทางการจีน และขอข้อมูลเพิ่มเติมจาก ProMed ซึ่งเป็นระบบตรวจตราและเฝ้าระวังโรคระบาดระดับโลก เกี่ยวกับ “ภาวะปอดอักเสบลึกลับในกลุ่มเด็กทางภาคเหนือของจีน”

โดยทั่วไปแล้ว ภาวะปอดอักเสบหรือปอดบวม (pneumonia) คืออาการติดเชื้อและอักเสบซึ่งเกิดขึ้นที่ปอด โดยมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อรา ไวรัส หรือแบคทีเรีย ซึ่งทางการจีนยังไม่ทราบว่า การแพร่ระบาดของภาวะปอดอักเสบในเด็กครั้งนี้มาจากเชื้อโรคชนิดใดกันแน่

A Children in from of Hospital

ที่มาของภาพ, Reuters

หลังองค์การอนามัยโลกได้สอบถามถึงเรื่องดังกล่าว สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนได้เผยแพร่บทความที่อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (NHC) ซึ่งบอกว่ากำลังจับตาอย่างใกล้ชิดถึงสาเหตุของการระบาด และเร่งให้การดูแลรักษาเด็กที่ล้มป่วยอย่างสุดความสามารถ

ในแถลงการณ์ขององค์การอนามัยโลก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 พ.ย. ระบุว่า ทางการจีนแจ้งว่าไม่พบเชื้อโรคชนิดใหม่หรือเชื้อสายพันธุ์ประหลาดในการระบาดครั้งนี้แต่อย่างใด โดยเชื้อโรคที่ทำให้เด็กล้มป่วยมีอยู่หลายชนิดและสายพันธุ์ ซึ่งล้วนแต่เป็นเชื้อที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว

แถลงการณ์ขององค์การอนามัยโลกยังระบุว่า นับตั้งแต่เดือน ต.ค. เป็นต้นมา ภาคเหนือของจีนพบผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่เพิ่มสูงขึ้นมาก เมื่อเทียบกับสถิติของช่วงเวลาเดียวกันตลอดสามปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม แม้ปีนี้จะพบผู้ป่วยบางส่วนเร็วกว่าปกติก่อนช่วงเวลาการระบาดตามฤดูกาล แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมาย เพราะเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในประเทศอื่น ๆ หลังได้ยกเลิกมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ไปเช่นเดียวกัน

องค์การอนามัยโลกเน้นย้ำในแถลงการณ์ด้วยว่า กำลังจับตาดูสถานการณ์การระบาดในจีนอย่างใกล้ชิด และมีการติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ของทางการจีนอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งเตือนให้ประชาชนชาวจีนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด เช่นสวมหน้ากากและไปรับการฉีดวัคซีน

ความเคลื่อนไหวล่าสุดขององค์การอนามัยโลกนับว่าแตกต่างจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง เพราะแม้จะมีการจับตาเฝ้าระวังโดยรวบรวมข้อมูลการระบาดจากทั่วโลก รวมทั้งสอบถามไปยังประเทศที่มีการระบาดโดยตรงอยู่เสมอ หากมีแววว่าสถานการณ์อาจลุกลามจนกลายเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระดับโลก แต่ในอดีตไม่เคยมีการแถลงต่อสาธารณชนอย่างเปิดเผยถึงกระบวนการดังกล่าวมาก่อน

ambulance in China

ที่มาของภาพ, Reuters

ผู้สื่อข่าวบีบีซีมองว่า องค์การอนามัยโลกทำเช่นนั้นเนื่องจากหวั่นเกรงว่าผู้คนจะตื่นตระหนก หลังได้ยินข่าวการระบาดของเชื้อโรคลึกลับในจีน ซึ่งจะทำให้หวนคิดถึงการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลกยังแถลงดังข้างต้น เพราะต้องการจะแสดงความโปร่งใสในการทำงานให้เป็นที่ประจักษ์อีกด้วย

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนแถลงว่า การแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจหลายชนิดที่เกิดขึ้นทั่วประเทศนั้น มาจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่, เชื้อไวรัสโรคโควิด-19, เชื้อแบคทีเรียไมโคพลาสมาซึ่งมักทำให้เกิดปอดอักเสบในเด็ก, และเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV)

ศาสตราจารย์ ฟรองซัว แบลูซ์ จากสถาบันพันธุศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย ยูนิเวอร์ซิตี คอลเลจ ลอนดอน (UCL) ของสหราชอาณาจักร มองว่า “มีความเป็นไปได้ที่จีนต้องเผชิญกับคลื่นการระบาดของโรคทางเดินหายใจในเด็กตอนนี้ เพราะนี่เป็นฤดูหนาวแรกหลังยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ที่ใช้มาอย่างยาวนาน ซึ่งแม้จะช่วยลดปริมาณเชื้อโรคที่เคยหมุนเวียนแพร่ระบาดลงไปได้มาก แต่ก็ทำให้ภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรคประจำถิ่นลดลงไปด้วย”

ด้านศาสตราจารย์ พอล ฮันเตอร์ จากมหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย (UEA) ของสหราชอาณาจักร บอกว่า “ตอนนี้เรายังมีข้อมูลน้อยเกินไปที่จะบอกได้ว่า เชื้อที่ก่อโรคเป็นชนิดใดกันแน่ แต่โดยทั่วไปแล้ว ผมว่ามันดูไม่เหมือนการระบาดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เพราะหากเป็นเช่นนั้น จะต้องมีการติดเชื้อในกลุ่มผู้ใหญ่มากกว่านี้ การที่มีคนป่วยวัยผู้ใหญ่น้อย แสดงว่ามีภูมิคุ้มกันในหมู่ประชากรจากการติดเชื้อในอดีตอยู่แล้ว”