นักโบราณคดีพบสปาสุดหรูของไฮโซเมืองปอมเปอี ชี้เป็น "การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ"

Detail of a fresco recently uncovered at Pompeii

ที่มาของภาพ, Tony Jolliffe/BBC

    • Author, รีเบกกา มอเรลล์ และ อลิสัน ฟรานซิส
    • Reporting from, รายงานจากเมืองปอมเปอี ประเทศอิตาลี

หลังจากที่ถูกฝังอยู่ใต้เถ้าถ่านและหินภูเขาไฟหนาหลายเมตรมานานเกือบ 2,000 ปี ในที่สุดนักโบราณคดีก็ได้ค้นพบซากโบราณสถานแห่งใหม่ในเมืองปอมเปอี ซึ่งถือเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ในระดับที่เรียกได้ว่ามีเพียงครั้งเดียวในรอบร้อยปีหรือหนึ่งศตวรรษเท่านั้น

โบราณสถานแห่งใหม่ที่ขุดพบในเมืองปอมเปอี ซึ่งเคยเป็นเมืองตากอากาศที่มั่งคั่งในยุครุ่งเรืองของจักรวรรดิโรมันโบราณ มีลักษณะเป็นโรงอาบน้ำหรือสปาขนาดใหญ่ที่มีการตกแต่งอย่างหรูหรา โดยนักโบราณคดีเชื่อว่ามันเป็นโรงอาบน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่ในคฤหาสน์ของคนชั้นสูง ที่มีทั้งห้องอาบน้ำร้อน, ห้องอุ่นตัว, ห้องทำความเย็น, และสระน้ำขนาดเล็ก ซึ่งล้วนประดับประดาไปด้วยผลงานศิลปะที่ประณีตงดงาม ทีมนักโบราณคดีชี้ว่าโรงอาบน้ำแห่งนี้อาจมีขนาดใหญ่ที่สุด เท่าที่เคยมีการขุดพบมาในเมืองปอมเปอี

โรงอาบน้ำหรือสปาส่วนตัวดังกล่าว ตั้งอยู่ตรงใจกลางของคฤหาสน์ใหญ่หลังหนึ่ง ซึ่งซากของโบราณสถานนี้ค่อย ๆ เผยตัวออกมา ระหว่างการขุดค้นที่กินเวลายาวนานถึงสองปี "นี่คือสถานที่ส่วนหนึ่งของบริเวณที่ได้รับผลกระทบจาก "ปรากฏการณ์ปอมเปอี" อย่างแท้จริง มันคงสภาพเดิมไว้จนแทบจะดูเหมือนว่า ผู้คนที่นี่เพิ่งจะพากันหลบออกไปเมื่อราวหนึ่งนาทีก่อนนี้เอง" ดร.กาเบรียล ซุกทรีเกล ผู้อำนวยการอุทยานโบราณคดีปอมเปอี กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์พิเศษกับบีบีซี

Changing room

ที่มาของภาพ, Tony Jolliffe/BBC

คำบรรยายภาพ, ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าในโรงอาบน้ำมีผนังสีแดงสด มีพื้นที่ปูด้วยกระเบื้องโมเสกและมีม้านั่งหินอยู่โดยรอบ
A hand-drawn floorplan of the excavation site highlighting the five rooms that comprise the bathhouse complex within the private residence.
คำบรรยายภาพ, แผนผังของคฤหาสน์โบราณที่ค้นพบใหม่ ประกอบด้วยห้องซักล้าง (สีชมพู) ครัวอบขนม (สีส้ม) โรงอาบน้ำ (สีคราม) และบริเวณที่พักอาศัย (สีฟ้า) ซึ่งภายในส่วนนี้มีห้องเล็กสีดำ, ห้องเล็กสีฟ้า, และห้องที่พบโครงกระดูกมนุษย์ (ขวาล่าง)

ผลวิเคราะห์โครงกระดูกจำนวน 2 ร่าง ที่ขุดพบในบริเวณคฤหาสน์ดังกล่าว ยังเผยถึงเหตุการณ์สยดสยองที่ชาวเมืองปอมเปอีต้องเผชิญ เมื่อภูเขาไฟวิซูเวียสเกิดการปะทุครั้งรุนแรงในปีค.ศ.79 โดยโครงกระดูกร่างหนึ่งเป็นของสตรีวัยกลางคนอายุประมาณ 35-50 ปี ซึ่งมือของเธอกำเครื่องประดับอัญมณีและเหรียญทองเอาไว้ ส่วนอีกร่างหนึ่งเป็นหนุ่มวัยรุ่นซึ่งอย่างมากก็น่าจะมีอายุเพียงยี่สิบกว่าปีเท่านั้น

ทั้งสองขังตัวเองไว้ในห้องเล็ก ๆ ขณะที่ภูเขาไฟกำลังปะทุ แต่ในที่สุดก็ไม่อาจรอดพ้นจากความตาย เพราะกระแสความร้อนไพโรคลาสติก (pyroclastic) ซึ่งประกอบด้วยก๊าซและเถ้าถ่านร้อนจัดจากปล่องภูเขาไฟ ได้ไหลบ่าและซัดเข้าถล่มตัวเมืองเหมือนกับคลื่นยักษ์สึนามิ

"นี่คือสถานที่แห่งโศกนาฏกรรม ทุกสิ่งที่เราขุดพบที่นี่ บอกเล่าเรื่องราวที่กระตุ้นเร้าอารมณ์ได้เหมือนดูละคร" ดร.ลูโดวิกา อะเลซเซ นักอนุรักษ์โบราณสถานประจำเมืองปอมเปอีกล่าว

ทุกวันนี้พื้นที่หนึ่งในสามของเมืองโบราณปอมเปอี ยังคงถูกฝังอยู่ใต้เถ้าถ่านและหินภูเขาไฟจากการระเบิดของวิซูเวียสในครั้งนั้น แต่อย่างไรก็ตาม การขุดค้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าเป็นโครงการใหญ่ที่สุดในชั่วอายุของคนรุ่นปัจจุบัน ได้เผยมุมมองใหม่ที่ช่วยให้เราเข้าใจถึงวิถีชีวิตของชาวโรมันโบราณอย่างลึกซึ้งมากขึ้น

ทีมถ่ายทำสารคดีของบีบีซีและไลออนทีวี (Lion TV) ได้ติดตามทีมขุดค้นเข้าไปบันทึกภาพการทำงานของพวกเขา เพื่อถ่ายทอดสู่ผู้ชมในสารคดีชุด "ปอมเปอี: การขุดค้นครั้งใหม่" (Pompeii: The New Dig ) โดยแสดงให้เห็นว่ามีการขุดค้น

A page divider showing the image of the god Apollo.

ในย่านที่นักโบราณคดีไม่เคยแตะต้องทั้งแถบ จนพบห้องซักล้างและครัวอบขนม รวมทั้งคฤหาสน์ส่วนตัวหลังใหญ่อีกหลังหนึ่ง ซึ่งคาดว่าอาจเป็นของ ออลุส รุสติอุส วีรุส (Aulus Rustius Verus) นักการเมืองผู้มั่งคั่งร่ำรวยและทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของเมืองปอมเปอี

ดร.ซุกทรีเกลบอกว่า การค้นพบโรงอาบน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ถือเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันสถานะชนชั้นนำของนักการเมืองผู้นี้ได้เป็นอย่างดี "มีบ้านไม่กี่หลังที่มีโรงอาบน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่แบบนี้ มันเป็นสิ่งที่สุดยอดมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งที่สุดในหมู่คนร่ำรวยเท่านั้นที่จะมีได้ มันใหญ่มากจนอาจจะเป็นโรงอาบน้ำที่ใหญ่ที่สุด ในบรรดาคฤหาสน์ส่วนตัวของเมืองปอมเปอี"

Plunge pool in the cold room

ที่มาของภาพ, Tony Jolliffe/BBC

คำบรรยายภาพ, ผู้คนจำนวน 20-30 คน สามารถลงอาบน้ำเย็นในสระขนาดเล็กที่ลึกกว่า 1 เมตรนี้ได้

ผู้โชคดีที่ได้เข้ามาใช้งานสปาแห่งนี้ จะต้องมาถอดเสื้อผ้าออกในห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวที่ผนังทาสีแดงสด ทั้งยังมีพื้นที่ปูด้วยกระเบื้องโมเสกเป็นลวดลายเรขาคณิต ซึ่งแกะสลักจากหินอ่อนที่นำมาจากแหล่งหินต่าง ๆ ที่มีชื่อเสียงของจักรวรรดิโรมัน

หลังถอดเสื้อผ้าออกแล้ว ผู้ใช้โรงอาบน้ำจะมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำร้อน เพื่อแช่ตัวในน้ำอุณหภูมิสูงและผ่อนคลายในบรรยากาศที่ร้อนผ่าวเหมือนห้องซาวน่า กระแสอากาศร้อนนี้ลอยขึ้นมาจากพื้นอาคาร ซึ่งถูกแขวนให้ยกตัวอยู่โดยไม่ติดกับพื้นดิน ทำให้กระแสความร้อนเบื้องล่างไหลผ่านเข้ามาได้ ส่วนภายในผนังห้องที่มีช่องว่าง ก็ช่วยให้ความร้อนไหลเวียนถ่ายเทเข้ามาในห้องได้ดียิ่งขึ้น

ในขั้นตอนต่อไป ผู้ใช้โรงอาบน้ำจะเปลี่ยนไปทำการขัดสีฉวีวรรณผิวกาย ที่ "ห้องอุ่น" ซึ่งทาสีสันสดใส โดยชโลมน้ำมันลงบนตัว ก่อนใช้อุปกรณ์รูปโค้งคล้ายเคียวขนาดเล็กที่เรียกว่า strigil ขูดเอาขี้ไคลและสิ่งสกปรกตามตัวออกไป

Floorplan of the bathhouse complex showing the boiler room, hot room, warm room and changing room along the top wall and the larger cold room beneath with its central plunge pool.
A page divider showing the image of the god Apollo.

เมื่อทำความสะอาดเรียบร้อยดีแล้ว ผู้ใช้โรงอาบน้ำจะย้ายไปที่ห้องสุดท้าย ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดและตกแต่งประดับประดาอย่างหรูหราที่สุด ซึ่งก็คือห้องเย็น (frigidtarium) ที่มีเสาสีแดงล้อมรอบ และยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังปูนเปียกหรือเฟรสโกเป็นรูปนักกีฬาด้วย ผู้มาเยือนสามารถลงอาบน้ำเย็นที่สระขนาดย่อมภายในห้องนี้ ซึ่งสระดังกล่าวใหญ่พอที่จะจุคนได้ครั้งละ 20 -30 คนเลยทีเดียว

"ในฤดูร้อนที่อากาศอบอ้าว คุณสามารถนั่งเอาเท้าแช่น้ำในสระ ขณะที่พูดคุยกับเพื่อนฝูงไปด้วย หรืออาจจะดื่มไวน์สักแก้วเพื่อคลายร้อน" ดร.ซุกทรีเกล บรรยายภาพชีวิตของชนชั้นสูงในอดีต

นอกจากโรงอาบน้ำที่เพิ่งค้นพบล่าสุดแล้ว คฤหาสน์หลังนี้ยังมีห้องจัดงานเลี้ยงที่โอ่โถง โดยผนังห้องทุกด้านทาสีดำสนิท รวมทั้งมีจิตรกรรมฝาผนังเป็นฉากที่น่าตื่นตาตื่นใจจากตำนานโบราณ ซึ่งห้องจัดเลี้ยงนี้ถูกค้นพบเมื่อปีที่แล้ว ส่วนห้องเล็กที่อยู่ติดกันนั้นทาสีฟ้าอ่อนและดูมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า คาดว่าเป็นห้องทำพิธีทางศาสนา ที่คนในคฤหาสน์ใช้สวดอ้อนวอนต่อเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวโรมันโบราณ

Small blue room used for prayer. A pile of oyster shells lie on the floor on the right

ที่มาของภาพ, Tony Jolliffe/BBC

คำบรรยายภาพ, ห้องเล็กสีฟ้าที่ใช้สวดอ้อนวอนต่อเทพเจ้า ใกล้ประตูมีเปลือกหอยนางรมกองอยู่บนพื้น

อย่างไรก็ตาม ข้าวของเครื่องใช้และวัสดุที่หลงเหลืออยู่ในโบราณสถานแห่งนี้ ชี้ว่ากำลังมีการปรับปรุงซ่อมแซมคฤหาสน์ครั้งใหญ่ โดยทีมนักโบราณคดีพบอุปกรณ์และวัสดุก่อสร้างถูกทิ้งอยู่เกลื่อนกลาดในหลายจุด เช่นในห้องสีฟ้ามีเปลือกหอยนางรมอยู่กองหนึ่ง ซึ่งคาดว่าถูกนำมาเตรียมไว้เพื่อบดเป็นผง แล้วนำไปฉาบทาผนังห้องเพื่อให้เกิดสีสันประกายเลื่อม

ถัดจากห้องสวดมนต์มีห้องแคบ ๆ ที่ปราศจากการตกแต่ง ภายในห้องมีสิ่งที่ทีมขุดค้นต้องตกตะลึง เพราะมันคือโครงกระดูกของชาวปอมเปอีสองคน ที่ไม่สามารถอพยพหนีภัยจากภูเขาไฟระเบิดไปได้ทันเวลา

ร่างโครงกระดูกของผู้หญิงนั้นนอนงอตัวอยู่บนเตียง ท่าทางของเธอคล้ายกับทารกที่อยู่ในครรภ์มารดา ส่วนร่างโครงกระดูกของชายวัยรุ่นอีกคนนั้นอยู่ตรงมุมห้อง "กระแสก๊าซร้อนไพโรคลาสติกจากภูเขาไฟวิซูเวียส ไหลบ่ามาตามถนนด้านนอกของห้องนี้พอดี ทำให้ผนังห้องพังลงมาทับหนุ่มน้อยผู้นี้จนเสียชีวิต" ดร.โซฟี เฮย์ นักโบราณคดีประจำเมืองปอมเปอีกล่าว "ในตอนที่เขากำลังจะตาย ผู้หญิงที่อยู่บนเตียงยังมีชีวิตอยู่ ลองจินตนาการดูว่ามันน่าเศร้าและเจ็บปวดขนาดไหน แต่หลังจากที่กระแสก๊าซร้อนทะลักเข้ามาจนเต็มห้อง เธอก็เสียชีวิตทันที"

ผลวิเคราะห์โครงกระดูกของชายหนุ่มพบว่า แม้เขาจะยังมีอายุน้อย แต่กระดูกและข้อต่อเต็มไปด้วยร่องรอยของการสึกกร่อนและความเสียหาย ซึ่งแสดงว่าเขาน่าจะเป็นชนชั้นแรงงานที่มีสถานะต่ำหรือทาสเป็นได้

Skeleton of a woman and gold coins

ที่มาของภาพ, Archaeological Park of Pompeii/Sophie Hay

คำบรรยายภาพ, โครงกระดูกผู้หญิงที่พบในคฤหาสน์ นอนงอตัวเหมือนกับทารกในครรภ์ พร้อมทั้งกำเหรียญทองและของมีค่าไว้ในมือ

ผลวิเคราะห์โครงกระดูกของผู้หญิงชี้ว่าเธอมีอายุมากกว่า แต่กระดูกและฟันยังอยู่ในสภาพดี "เป็นไปได้ว่าเธอมีสถานะทางสังคมสูง อาจจะเป็นภรรยาของเจ้าของคฤหาสน์เอง หรือเป็นผู้ช่วยคนสนิทที่คอยดูแลนายหญิงก็เป็นได้ ตอนนี้เรายังไม่ทราบแน่ชัด" ดร.เฮย์กล่าว

ทีมขุดค้นยังพบสิ่งของหลายชิ้นบนโต๊ะหินอ่อนภายในห้องที่พบโครงกระดูก ได้แก่เครื่องแก้ว, เหยือกสัมฤทธิ์, และภาชนะดินเผา ซึ่งคาดว่าคนทั้งสองอาจจะนำเข้ามาในห้องหลบภัย เพื่อรอคอยให้เหตุภูเขาไฟระเบิดผ่านพ้นไป

อย่างไรก็ตาม สิ่งของที่ผู้ตายกำเอาไว้ในมือนั้นน่าสนใจยิ่งกว่า เพราะในขณะที่ชายหนุ่มถือลูกกุญแจเอาไว้แค่สองสามดอก มือของหญิงวัยกลางคนกลับกำของมีค่าจำนวนมากไว้แน่น ทั้งเหรียญเงิน, เหรียญทอง, และเครื่องประดับอัญมณีหลายชิ้น

Earrings

ที่มาของภาพ, Tony Jolliffe/BBC

คำบรรยายภาพ, คู่ของต่างหูซึ่งทำจากทองคำและไข่มุกธรรมชาติ ถูกพบอยู่ใกล้กับโครงกระดูกของผู้หญิงวัยกลางคน

ของมีค่าที่ขุดพบในเมืองปอมเปอี ล้วนถูกนำไปเก็บรักษาไว้ในห้องนิรภัยที่เป็นเหมือนตู้เซฟขนาดใหญ่ ซึ่งรวมถึงของมีค่าที่พบในคฤหาสน์หลังนี้ด้วย โดยดร.อะเลสซานโดร รุสโซ นักโบราณคดีประจำเมืองปอมเปอี ได้นำทีมถ่ายทำสารคดีของบีบีซี ไปชมสมบัติโบราณล้ำค่าดังกล่าวเป็นกรณีพิเศษ

เหรียญทองยังคงเปล่งประกายสุกใสเหมือนใหม่ นอกจากนี้ยังมีต่างหูที่ทำจากทองคำและมุกธรรมชาติ, จี้ห้อยสำหรับสร้อยคอ, และหินกึ่งมีค่าที่ถูกแกะสลักอย่างละเอียดประณีต ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นของใช้ส่วนตัวของคนโบราณ

"เมื่อเราค้นพบโบราณวัตถุเหล่านี้ สิ่งที่คั่นกลางระหว่างยุคโบราณกับยุคปัจจุบันให้ห่างไกลกันก็หายไป เราสามารถจับต้องส่วนเสี้ยวเล็ก ๆ ในชีวิตของผู้คน ที่ต้องล้มตายในเหตุภูเขาไฟระเบิด" ดร.รุสโซกล่าว

Alessandro Russo, archaeologist, and gold coin found with the female skeleton

ที่มาของภาพ, Tony Jolliffe/BBC

คำบรรยายภาพ, อะเลสซานโดร รุสโซ นักโบราณคดีในทีมขุดค้น ถือเหรียญทองที่พบอยู่กับโครงกระดูกหญิงวัยกลางคน
A page divider showing the image of the god Apollo.

ด้านดร.เฮย์กล่าวเสริมว่า การค้นพบคฤหาสน์หลังนี้ถือเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ ซึ่งนอกจากจะเผยให้เห็นถึงชีวิตอันหรูหราฟุ่มเฟือยของชนชั้นสูงแล้ว ยังทำให้นักโบราณคดีได้รู้จัก "ด้านมืด" ของชาวโรมันโบราณมากขึ้นด้วย

ด้านหลังห้องอาบน้ำร้อนที่แทบไม่ต่างจากซาวน่า คือห้องต้มน้ำร้อน (boiler room) คนโบราณใช้ท่อสูบน้ำจากถนนเข้ามาในห้องนี้ โดยน้ำเย็นบางส่วนจะถูกส่งต่อไปยังสระน้ำในห้องเย็นก่อน และน้ำที่เหลือจะถูกต้มในหม้อตะกั่ว ก่อนจะส่งต่อไปยังห้องอาบน้ำร้อน ตัววาล์วเปิดปิดที่ควบคุมการไหลของน้ำในแต่ละท่อนั้นดูทันสมัยอย่างเหลือเชื่อ ราวกับของที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็ไม่ปาน

เนื่องจากมีเตาไฟใหญ่อยู่ใต้พื้นห้องต้มน้ำร้อน ทำให้อากาศภายในห้องร้อนจัดชนิดที่แทบจะทนไม่ไหว นักโบราณคดีคาดว่าเหล่าทาสที่ต้องทำงานรับใช้ระบบของโรงอาบน้ำในห้องนี้ คงจะต้องเป็นลมหรือตกอยู่ในอันตรายเพราะอุณหภูมิสูงกันหลายราย

Bath house plumbing

ที่มาของภาพ, Tony Jolliffe/BBC

คำบรรยายภาพ, ท่อน้ำและก๊อกน้ำในห้องต้มน้ำร้อนของคฤหาสน์

"สิ่งที่สะเทือนอารมณ์เรามากที่สุดจากการขุดค้นรอบนี้ คือความแตกต่างเหลื่อมล้ำระหว่างชีวิตของทาสกับมหาเศรษฐี ในขณะที่คนชั้นสูงเสพสุขและใช้ชีวิตอย่างหรูหราในโรงอาบน้ำ ทาสในห้องต้มน้ำต้องเหนื่อยยากและเสี่ยงอันตรายจากการคอยเติมฟืนเข้าเตาไฟ เพื่อให้น้ำร้อนได้ทั้งวัน" ดร.เฮย์กล่าว "เพียงแค่ผนังกั้น ก็สามารถจะแยกให้คนสองชนชั้นอยู่กันคนละโลกได้แล้ว"

การขุดค้นพื้นที่แถบใหม่ของเมืองปอมเปอียังคงดำเนินต่อไป แม้ขณะนี้จะเข้าใกล้สัปดาห์ท้าย ๆ ของโครงการสำรวจทางโบราณคดีในรอบนี้แล้ว ซึ่งโบราณสถานและโบราณวัตถุที่ค้นพบใหม่ทั้งหมด จะเปิดให้สาธารณชนได้เข้าชมหลังขั้นตอนการศึกษาและอนุรักษ์โดยนักโบราณคดีเสร็จสิ้นลง