ปมดราม่า "ชัชชาติ" สวมชุดอาหรับ กับกระแสตีกลับต่อพระสงฆ์

ภาคีเครือข่ายองค์กรพลังชาวพุทธได้ยื่นหนังสือถึงนายชัชชาติ เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา เรื่อง “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ แต่งตัวเป็นมุสลิมคือภัยใหญ่หลวงของชาวพุทธ”

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ภาคีเครือข่ายองค์กรพลังชาวพุทธได้ยื่นหนังสือถึงนายชัชชาติ เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา เรื่อง “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ แต่งตัวเป็นมุสลิมคือภัยใหญ่หลวงของชาวพุทธ”

ตลอดระยะเวลากว่าสามเดือนของการเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีการตรวจสอบการทำงานรวมถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากภาคประชาสังคมอย่างต่อเนื่อง

เช่นกรณีล่าสุด เมื่อภาคีเครือข่ายองค์กรพลังชาวพุทธได้ยื่นหนังสือถึงนายชัชชาติ เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา เรื่อง “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ แต่งตัวเป็นมุสลิมคือภัยใหญ่หลวงของชาวพุทธ”

หนังสือดังกล่าวระบุว่า กรณีที่ชัชชาติได้แต่งตัวด้วยชุดประจำชาติของประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นรัฐอิสลามและทำสัญลักษณ์กำมือชูนิ้วชี้ กล่าวคำสรรเสริญอัลเลาะห์ พร้อมทั้งตั้งคำถามว่า มีจุดประสงค์อย่างไร และควรให้เกียรติแก่คนไทยพุทธในประเทศ

ขณะที่ก่อนนั้นเมื่อวันที่ 30 ส.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงประเด็นนี้ด้วยข้อความสั้น ๆ ว่า "โอ๊ยๆๆๆๆ….กรี๊ดดดดดดดดด พี่สรยุทธช่วยอธิบายทีครับ!!! โอ๊ยยยยยย ไม่ไหวแล้ว!!!" พร้อมกับรูปของนายชัชชาติในชุดประจำชาติของซาอุดีอาระเบีย

ไม่ใช่ประเด็นทางศาสนา แต่เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

งานนิทรรศการ "สะพานเชื่อมสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย​"

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/กรุงเทพมหานคร

ภาพถ่ายดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ส.ค. ขณะที่ผู้ว่าฯ กทม. เข้าร่วมงานนิทรรศการ "สะพานเชื่อมสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย​" (Efforts of the Kingdom of Saudi Arabia in Serving Muslim Brothers) โดยสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย เป็นผู้จัดงานนิทรรศการขึ้น​ ณ มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย เขตสวนหลวง

ภาพถ่ายที่ทำให้เกิดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ส.ค. ขณะที่เขาเข้าร่วมงานนิทรรศการ "สะพานเชื่อมสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย​"

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/กรุงเทพมหานคร

คำบรรยายภาพ, ภาพถ่ายที่ทำให้เกิดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ส.ค. ขณะที่เขาเข้าร่วมงานนิทรรศการ "สะพานเชื่อมสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย​"

ล่าสุด วันนี้ (6 ก.ย.) นายชัชชาติให้สัมภาษณ์สื่อต่อประเด็นดังกล่าวยืนยันว่า การร่วมงานและการแต่งกายเช่นนั้น ไม่เกี่ยวกับเรื่องศาสนา และไปในนามของแขกรับเชิญของสถานเอกอัครราชทูตของประเทศซาอุดีอาระเบีย

"เราถามแล้วว่า เป็นเครื่องแต่งกายที่ใคร ๆ ใส่ก็ได้ ผมก็เป็นชาวพุทธเต็มที่ ก็แล้วแต่คนจะคิด แต่ผมมองว่าไม่ใช่ประเด็น...หากเข้าใจผิด ก็ขอโทษด้วย เราไม่ได้ตั้งใจให้เป็นประเด็นทางศาสนา เพราะเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ" ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

อดีตทูตไทย ชี้เป็นเรื่องปกติ

นายรัศม์ ชาลีจันทร์ เจ้าของเพจ "ทูตนอกแถว" และอดีตทูตในหลายประเทศบอกกับบีบีซีไทยว่า จากกรณีดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องปกติที่ผู้นำทางการเมืองหรือองค์กรของรัฐสามารถทำได้

นายรัศม์ ชาลีจันทร์ (ซ้าย)

ที่มาของภาพ, กระทรวงการต่างประเทศ

คำบรรยายภาพ, นายรัศม์ ชาลีจันทร์ (ซ้าย) ยื่นพระราชสาส์นตราตั้งแก่นายคาสซิม โจมาร์ท โตกาเยฟ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน ณ ทําเนียบประธานาธิบดี เพื่อดํารงตําแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอํานาจเต็มแห่งราชอาณาจักรไทยประจําสาธารณรัฐคาซัคสถาน เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2562

"ต้องเข้าใจก่อนว่า ประเทศไทยมีเสรีภาพในการเคารพ นับถือศาสนาใดก็ได้ ต่อให้คุณชัชชาติลุกขึ้นมาเปลี่ยนศาสนาก็เป็นสิทธิของเขา สังคมก็ให้สิทธิของเขาด้วย ตามกฎหมายเขามีสิทธิทุกประการ" นายรัศม์ กล่าว

ในโลกความเป็นจริงแล้ว บุคคลที่เป็นชาวอาหรับ หรือคนที่สวมผ้าโพกหัวในลักษณะดังกล่าว อาจจะนับถือศาสนาอื่น ๆ ก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นศาสนาคริสต์ หรือ นิกายย่อย ๆ

"การไปงานเช่นนี้ แล้วแต่งชุดเช่นนี้เป็นเรื่องปกติมาก เป็นการให้ความเคารพและให้เกียรติเจ้าภาพ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ไมตรีกัน ไม่ได้มีอะไรผิด" เขากล่าวย้ำ

ปมดรามานายชัชชาติไม่ใช่กรณีแรก

เขากล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ไม่ใช่นายชัชชาติเพียงผู้เดียวที่เข้าร่วมกิจกรรมในลักษณะดังกล่าว ในอดีตยังมีผู้นำไทยหลายคนที่เคยสวมใส่เครื่องประดับสัญลักษณะศาสนาอื่น ๆ ด้วย

พล.อ. ประยุทธ์ ก็ได้สวมหมวก 2 ใบ เพื่อถ่ายภาพประชาสัมพันธ์การประชุมวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมฮาลาล

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/Thailand Halal Assembly

คำบรรยายภาพ, พล.อ. ประยุทธ์ ก็ได้สวมหมวก 2 ใบ เพื่อถ่ายภาพประชาสัมพันธ์การประชุมวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมฮาลาล

บีบีซีไทยตรวจสอบและพบว่าที่เพจของผู้จัดงานประชุมวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมฮาลาล หรือ "Thailand Halal Assembly" เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2558 คณะทำงานการประชุมดังกล่าวได้เดินทางมายังบริเวณหน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้ามอบหมวก"ตะกียะห์" แก่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อประชาสัมพันธ์งาน Thailand Halal Assembly 2015 ซึ่งในครั้งนั้น พล.อ. ประยุทธ์ ก็ได้สวมหมวก 2 ใบ เพื่อถ่ายภาพประชาสัมพันธ์ด้วย

ในขณะนั้นก็ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มผู้นับถือศาสนาพุทธด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เจ้าของเพจ "ทูตนอกแถว" ยังกล่าวทิ้งท้ายพร้อมเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นมหาเถรสมาคมและสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติควรเพ่งเล็งและตรวจสอบกลุ่มผู้ที่เข้ามาเคลื่อนไหว เพราะว่าสิ่งที่พวกเขากำลังทำให้เกิดผลเสียตกอยู่ที่พระศาสนา จากพระสงฆ์ที่อาจจะขาดความรู้ทางโลก ทางธรรม และกฎหมาย

ภาคีเครือข่ายองค์กรพลังชาวพุทธ มีผู้นำในการเคลื่อนไหวคือ พระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา เมตฺตธมฺโม เป็นผู้ยื่นจดหมายถึงนายชัชชาติ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ภาคีเครือข่ายองค์กรพลังชาวพุทธ มีผู้นำในการเคลื่อนไหวคือ พระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา เมตฺตธมฺโม เป็นผู้ยื่นจดหมายถึงนายชัชชาติ

ทั้งนี้ ภาคีเครือข่ายองค์กรพลังชาวพุทธ มีผู้นำในการเคลื่อนไหวคือ พระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา เมตฺตธมฺโม ซึ่งเคยตกเป็นข่าวดังเมื่อเดือน พ.ย. 2563 เมื่อพระครูปลัดธีรธนัชณฤทธาฯ ซึ่งเป็นประธานสงฆ์สำนักปฏิบัติธรรมพุทธชยันตี ได้ถ่ายทอดสดผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยสวมอุปกรณ์ป้องกัน แล้วปีนขึ้นไปอยู่บนเสาส่งสัญญาณสูงหลายสิบเมตรเพื่อต้องการปฏิบัติธรรมและหลบหนีจากความวุ่นวาย ภายในสำนักปฏิบัติธรรมพุทธชยันตี ถนนพุทธมณฑลสาย 3

ขณะที่สื่อหลายสำนักรายงานว่า เมื่อปี 2561 พระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา ก็เคยปีนเสาส่งสัญญานนี้มาแล้ว เพื่อเรียกร้องไม่ให้สำนักสงฆ์ถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ และต้องใช้เวลาเกลี้ยกล่อมอยู่นานจึงจะยอมลงมา