You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
หลักการวัตถุตกอิสระในทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ผ่านการทดสอบในอวกาศ
ทีมนักฟิสิกส์ในโครงการทดลอง “ไมโครสโคป” (MICROSCOPE) ขององค์การอวกาศยุโรป ประกาศผลวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสุดท้ายซึ่งพิสูจน์ว่า หลักความสมมูลอย่างอ่อน (weak equivalence principle) ในทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ ยังคงถูกต้องและใช้ได้จริงในระดับละเอียดแม้อยู่ในห้วงอวกาศ
หลักความสมมูลอย่างอ่อนในทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปนั้น กล่าวถึงการตกอย่างอิสระของคู่วัตถุในสนามความโน้มถ่วงเดียวกัน โดยไม่มีแรงใด ๆ มากระทำจากภายนอกเพิ่มเติมอีก ในกรณีนี้วัตถุทั้งสองชิ้นจะตกถึงพื้นพร้อมกันเสมอ ไม่ว่าแต่ละชิ้นจะมีมวลมากน้อยกว่ากันเพียงใดก็ตาม
ทีมนักฟิสิกส์ในโครงการทดลองไมโครสโคปพบว่า หลักการนี้ยังคงเป็นจริงในทุกสถานที่ หากความเร่งที่เกิดขึ้นกับวัตถุทั้งสองต่างกันไม่เกิน 1 ส่วนใน 1 พันล้านล้านส่วน (1.1 X 10^15)
ข้อมูลเหล่านี้มาจากการทดลองปล่อยวัตถุให้ตกอย่างอิสระในดาวเทียมไมโครสโคป ซึ่งโคจรรอบโลกเป็นเวลา 2 ปี ระหว่างปี 2016-2018 โดยใช้ก้อนไทเทเนียมอัลลอยและแพลทินัมอัลลอยซึ่งมีมวลแตกต่างกันมาเป็นคู่เปรียบเทียบ
จากนั้นทีมผู้วิจัยใช้พลังไฟฟ้าสถิตเป็นตัวควบคุมก้อนโลหะผสมทั้งสองชนิด เพื่อจับให้อยู่ในตำแหน่งเดียวกันก่อนจะปล่อยตกอย่างอิสระ และหากมีความแตกต่างในอัตราเร่งของคู่วัตถุดังกล่าวเกิดขึ้น อุปกรณ์ภายในดาวเทียมจะบันทึกค่าความเปลี่ยนแปลงของพลังไฟฟ้าสถิตเอาไว้ทันที
ผลการทดลองพบว่าก้อนโลหะผสมที่มีมวลไม่เท่ากันและมีองค์ประกอบไม่เหมือนกันนั้น มีความเร่งขณะก่อนตกถึงพื้นต่างกันเพียงเล็กน้อยราว 1 ส่วนใน 1 พันล้านล้านส่วน โดยอัตราความแตกต่างนี้เรียกว่า “สัดส่วนเอ็ตเวิช” (Eötvös ratio) ซึ่งในทางเทคนิคแล้วจัดว่าน้อยมากจนปราศจากนัยสำคัญ ทั้งสามารถถือได้ว่าวัตถุทั้งสองตกถึงพื้นพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม ค่าของสัดส่วนเอ็ตเวิชที่ค้นพบในการทดลองนี้ ได้กลายมาเป็นขีดจำกัดสูงสุดของการประยุกต์ใช้ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป เพราะหลักความสมมูลอย่างอ่อนจะไม่เป็นจริงในทุกสถานการณ์อีกต่อไป หากคู่วัตถุที่ตกอย่างอิสระมีความแตกต่างของอัตราเร่งมากเกินไปกว่านี้ และเราอาจต้องหันไปพึ่งทฤษฎีกลศาสตร์ควอนตัมซึ่งขัดแย้งกับทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป เพื่อให้คำอธิบายแทน
ภายในราว 10-20 ปีข้างหน้า ทีมนักฟิสิกส์ของโครงการไมโครสโคปมีแผนจะทำการทดสอบทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปให้ละเอียดลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยคาดว่าอาจพบขีดจำกัดใหม่ของหลักความสมมูลอย่างอ่อนที่ 1 ส่วนใน 1 แสนล้านล้านส่วน (1.1 X 10^17) เลยทีเดียว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยประเด็นทางฟิสิกส์ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องต่อไป