ชาวเวียดนาม 6 ราย เสียชีวิตที่โรงแรมกลางกรุงเทพฯ กระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวหรือไม่

EPA

ที่มาของภาพ, EPA

คำถามที่เกิดขึ้นภายหลังการพบศพชาวเวียดนาม 6 ราย ภายในโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ย่านราชประสงค์ ของกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ซึ่งถือเป็นโรงแรมหรูใจกลางเมือง และเป็นย่านที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแวะเวียนมาอย่างต่อเนื่อง คือมาตรการความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของบรรดานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวเอเชีย

อย่างไรก็ตาม เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ซึ่งรุดไปยังที่เกิดเหตุในคืนเดียวกันนั้นย้ำว่า เหตุการณ์ครั้งนี้จะ “ไม่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว” และเขาได้ชี้แจงเบื้องต้นไปยังเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทยแล้ว

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย ได้ให้ความเห็นกับบีบีซีไทยในเรื่องผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับชาติของไทย รวมถึงแนวทางการกู้ภาพลักษณ์ของโรงแรมที่เกิดเหตุ

“นักท่องเที่ยวรู้สึกนิดนึงอยู่แล้ว โดยเฉพาะรู้ชื่อโรงแรม รู้เบอร์ห้อง ก็คงต้องใช้ระยะเวลาระดับหนึ่ง” เทียนประสิทธิ์ เกริ่น

เขาชี้ว่า เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของโรงแรม อุบัติเหตุ หรือเป็นความผิดพลาดของพนักงานหรือสิ่งที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการของโรงแรม ดังนั้นผลกระทบต่อตัวโรงแรมเองจึงอาจไม่ได้รุนแรงมากนัก

ด้าน พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) แถลงวันนี้ (17 ก.ค.) ว่าตรวจพบสารไซยาไนด์ที่ถ้วยกาแฟทั้ง 6 ใบที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บมาตรวจพิสูจน์และสันนิษฐานว่า หนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นผู้ก่อเหตุ

ไม่ใช่ความผิดพลาดของโรงแรม ผลกระทบน่าจะจำกัด

เทียนประสิทธิ์ชี้ว่า โรงแรมสมัยใหม่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ค่อนข้างเข้มงวดและรัดกุมอยู่แล้ว อาทิ การใช้คีย์การ์ดในการกดชั้นลิฟท์เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามายังพื้นที่พักอาศัยของแขกได้ รวมถึงการมีเจ้าหน้าที่ของโรงแรมคอยดูแลรักษาความปลอดภัย

นอกจากนี้ ระบบคีย์การ์ดเองยังเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบบันทึกข้อมูลการใช้งานเช่นเดียวกัน อาทิ เมื่อมีประตูห้องที่เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ การใช้บัตรแตะเข้าออกห้องจะช่วยให้มีการบันทึกข้อมูลการเข้าและออกจากห้อง รวมไปถึงการติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ นับเป็นการจัดเตรียมระบบความปลอดภัยในส่วนที่โรงแรมต้องทำ

ส่วนในมิติเรื่องกฎหมายความเป็นส่วนตัวนั้น วิดีโอบันทึกจากกล้องวงจรปิดเหล่านี้ “คนทั่วไปหรือสื่อเราก็คงไม่ให้ ก็คงต้องเป็นระดับตำรวจเราถึงจะให้ดู” นั่นก็เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของลูกค้า

“เหตุการณ์มันไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของโรงแรม แล้วก็ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ หรือสิ่งที่มาจากการจัดการของโรงแรม แต่ในส่วนระบบความปลอดภัยโรงแรม ก็ต้องมีการควบคุมไม่ให้คนนอกสามารถเข้ามาบนชั้นห้องพักได้โดยง่าย ต้องผ่านการตรวจสอบ” นี่คือประเด็นพื้นฐานที่เทียนประสิทธิ์ย้ำว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดกับทุกโรงแรม

อย่างไรก็ดี เขาแนะนำว่า สิ่งที่โรงแรมทำได้คือต้องสื่อสารกับผู้เข้าพักท่านอื่นโดยเร็ว รวมไปถึงพนักงานและลูกค้าที่กำลังจะเดินทางเข้ามาพักว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น โดยต้องอธิบายอย่างชัดเจน เขามองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ทีมผู้บริหารของโรงแรมอาจจะต้องมีแผนทางฝั่งประชาสัมพันธ์หรือทางการตลาดอย่างใดอย่างหนึ่งออกมาตอบรับกับการบริหารวิกฤตเหตุการณ์ครั้งนี้

"ก็คงต้องสื่อสารทั้งพนักงานด้วย ทั้งลูกค้าที่พักอยู่หรือกำลงจะเช็คอิน คงต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าเหตุเกิดยังไง คงต้องเป็นการจัดการวิกฤตเหตุการณ์ในระดับนึง อาจจะต้องมีการเรียนรู้ว่าเราต้องทำอะไรบ้าง"

“อย่างโซนนั้นก็คงได้รับผลกระทบระดับหนึ่ง อาจจะถือโอกาสรีโนเวทห้อง ออกแบบใหม่ไปเลย” เทียนประสิทธิ์ เสริม

ในฐานะนายกสมาคมโรงแรมไทย เทียนประสิทธิ์เสริมว่า เนื่องจากโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ซึ่งสามารถดูแลตัวเองได้ ทว่าหากเป็นกรณีโรงแรมขนาดเล็กลงมาหรือต้องการความช่วยเหลือจากสมาคมฯ สมาคมฯ เองก็พร้อมประสานงานกับภาครัฐหรือช่วยสื่อสารต่อสังคมได้

ผลกระทบระดับชาติไม่รุนแรง

GETTY IMAGES

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

เมื่อถามว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อภาพใหญ่ของประเทศและต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหรือไม่ เทียนประสิทธิ์ตอบว่า สำหรับเขา เหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะไม่ส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับชาติของไทย เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว ไม่ใช่กรณีที่เกิดขึ้นในที่สาธารณะซึ่งอาจทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกไม่ปลอดภัยมากกว่า

“ตรงนี้มันเป็นกรณีเฉพาะที่เขาตั้งใจจะเล่นงานผู้ที่เสียชีวิต ระดับชาติผมว่าคงไม่กระทบมาก มันเป็นที่ส่วนตัวระดับหนึ่ง ถ้าเป็นกรณีกราดยิงที่พารากอน ถ้าเป็นที่สาธารณะขนาดนั้น ก็จะกระทบในวงกว้างกว่า” เขากล่าว

ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่าระหว่างเดือน ม.ค. - พ.ค. ที่ผ่านมา ไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไปแล้วถึง 14.7 ล้านคน มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 37.64%

ปัจจุบันนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังคงเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลของนายเศรษฐา โดยเมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา รัฐบาลเพิ่งประกาศขยายวีซาเพิ่มเป็น 60 วัน สำหรับชาวต่างชาติจาก 93 ประเทศ/ดินแดน เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจในนอกฤดูกาลท่องเที่ยว

ย้อนไทม์ไลน์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ตามแถลงการณ์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าเหตุการณ์ของคดีนี้เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 14 ก.ค. มาจนถึงวันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปพบศพเมื่อ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา

โดยนางเชอรีน ชอง อายุ 56 ปี สัญชาติอเมริกัน เข้ามาเช็คอินที่ห้องพักชั้น 5 ของโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา จากนั้นผู้เสียชีวิตอีก 5 คนก็มาที่ห้องของเธอก่อนจะแยกย้ายกลับห้องตัวเองซึ่งอยู่ในชั้น 7 ในคืนนั้น

ต่อมาในวันที่ 15 ก.ค. ผู้เสียชีวิตคนอื่น ๆ ทยอยเข้ามาที่ห้องของนางเชอรีนหลายครั้ง ก่อนที่เวลาราว 14:12-14:13 น. ผู้เสียชีวิตทั้ง 6 คน จะอยู่ภายในห้องของนางเชอรีนที่ชั้น 5 และหลังเวลา 14:17 น. ก็ไม่มีใครเดินออกมาจากห้องนั้นอีก

สุดท้ายในวันที่ 16 ก.ค. เวลา 16:30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่าพบผู้เสียชีวิต

BBC