เหตุสารเคมีปะทุที่ จ.สมุทรปราการ เอกชนเผยเป็นอุบัติเหตุ ทางการระบุอาจเข้าข่ายขนย้ายสารเคมีไม่ถูกต้อง

ที่มาของภาพ, Facebook/สปอร์ตไลท์บางปู
- Author, จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
เกิดอุบัติเหตุสารเคมีสำหรับรมควันสินค้าเกษตรปะทุกลางชุมชนใจกลางเมืองสมุทรปราการเมื่อคืนวานนี้ (4 ม.ค.) จนทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกประกาศเตือนอพยพประชาชน และทางเจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงเพื่อระงับเหตุดังกล่าว
ทาง บริษัท ทีซีไอเอส อินสเปคชัน (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของรถกระบะและสารเคมีซึ่งเป็นต้นเหตุความโกลาหล ยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุ ขอโทษชุมชน และพร้อมช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
ขณะที่ นายพชร ศศิชาชยามร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สมุทรปราการกำลังรวบรวมข้อมูลว่าการขนย้ายสารเคมีถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพื่อดำเนินการกับบริษัทต่อไป
สารเคมีปะทุกลางชุมชนระหว่างขนส่งกลับมายังบริษัทฯ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงเพื่อระงับเหตุกลุ่มควันสีขาวที่พวยพุ่งมาจากแกลลอนขนาด 200 ลิตร ซึ่งส่งกลิ่นสารเคมีออกมาในเวลาเดียวกันด้วย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อค่ำวานนี้ (4 ม.ค.) บริเวณปากซอยพรสว่าง 12 ถนนสุขุมวิท ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงจุดเกิดเหตุได้พบรถกระบะสีเทาจอดอยู่กลางชุมชน ด้านหลังมีถังบรรจุสารเคมีที่ชื่อว่า อลูมิเนียมฟอสไฟด์ หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า สารฟอสฟีน ซึ่งเป็นสารรมควันสินค้าเกษตร โดยต่อมาพบว่าทั้งรถและสารเคมีเป็นของ บริษัท ทีซีไอเอส อินสเปคชัน (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีที่ตั้งบริษัทอยู่ที่ ต.สำโรงเหนือ ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีคำสั่งเตือนอพยพประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงและด้านท้ายลมเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. แต่สุดท้ายไม่มีการอพยพเกิดขึ้น หลังเจ้าหน้าที่ใช้ทรายแห้งเข้ามาระงับควันสีขาวจนหมด และเอกชนนำกากสารเคมีไปทำลายในขั้นตอนต่อไป
มาริสา ศรีเกียรติศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บ.ทีซีไอเอสฯ บอกกับบีบีซีไทยว่า วานนี้พนักงานออกไปเก็บกากยาซึ่งถูกใช้รมควันสินค้าเกษตรให้กับลูกค้าใน จ.นนทบุรี และครบกำหนดเวลา 5 วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการเก็บกากกลับมาเข้าสู่กระบวนการทำลายที่บริษัท เนื่องจากปกติแล้วตัวยาจะแตกตัวไปจนหมด และเหลือเพียงขี้เถ้า
“แต่ที่เราเก็บมาเมื่อวาน น่าจะเกิดจากการที่บางทีสภาพอากาศเย็น ทำให้ยาแตกตัวออกไม่หมด 100% อาจจะมีหลงเหลือราว 20-30% ที่ยายังแตกไม่หมด แล้วพอดีเก็บยาไว้ในถัง แต่ตัวยาจริง ๆ อยู่ในถุงคอตตอน ไม่ได้มีตัวยาอยู่เต็มถัง เข้าใจว่าน่าจะประมาณ 2 ใน 3 ของถังเท่านั้นที่เป็นถุงคอตตอนใส่ตัวยาอยู่”
กรรมการผู้จัดการ บ.ทีซีไอเอสฯ เล่าต่อว่า เมื่อเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุ พนักงานขับรถสังเกตเห็นควันออกมาจากถัง “อาจเป็นไปได้ว่าเมื่อยาแตกตัวไม่หมด และมีการวาง [ถุงคอตตอน] ซ้อนกันในถังที่เราจัดเก็บไว้ แล้วมีอากาศระบายไม่พอ จึงทำให้เกิดความร้อน เกิดเป็นควันขึ้น” ทำให้พนักงานขับรถตกใจและจอดรถเพื่อนำถังลงจากรถ แต่ไม่กล้าแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทั้งที่รู้ว่าต้องทำอย่างไร
“วิธีการแก้ปัญหา คือ เท กระจาย และก็ผึ่ง แล้วควันมันจะค่อย ๆ หายไป เพราะตัวยาได้กระจายออก” มาริสา บอกกับบีบีซีไทย และเล่าถึงเหตุการณ์ต่อว่า ตอนนั้นพนักงานขับรถมีอาการแพนิค ตกใจ เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กับชุมชน ส่วนชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้นก็ตกใจเมื่อเห็นควันสีขาว จึงโทรเรียกรถดับเพลิงให้เข้ามาระงับเหตุ

ที่มาของภาพ, Facebook/สปอร์ตไลท์บางปู
ด้าน นายพชร ศศิชาชยามร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.สมุทรปราการ ตั้งข้อสังเกตว่า พนักงานขับรถไม่มีความรู้เกี่ยวกับสารเคมีที่ตนเองรับผิดชอบขนย้าย “บอกไม่ได้ว่าเป็นสารอะไร ต้องจัดการอย่างไร” แต่ทางบริษัทฯ ปฏิเสธข้อสังเกตนี้
“เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่พยายามควบคุมสถานการณ์ แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ถามเจ้าหน้าที่ทางเราว่ามันคืออะไร เพราะสารเคมีตัวนี้มันจะมีปฏิกิริยากับน้ำ หากเอาน้ำฉีดไป หรือโดนความชื้น ประกายไฟก็ยิ่งแรง” กรรมการผู้จัดการ บ.ทีซีไอเอส ฯ กล่าวกับบีบีซีไทย
นายพชร บอกว่า สาเหตุที่พนักงานดับเพลิงใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง เนื่องจากในตอนแรกไม่ทราบว่าเป็นสารเคมีอะไร เมื่อเห็นมีควันปะทุจึงใช้น้ำระงับเพลิงก่อน ซึ่งยิ่งทำให้สารเคมีปะทุออกมาเป็นควันสีขาวพร้อมกับกลิ่นเหม็นกระจายเพิ่มขึ้น
ก่อนเปลี่ยนวิธีเป็นเทสารเคมีออกจากถัง เกลี่ยให้กระจายออกจากกัน และนำทรายแห้งเทกลบสารเคมี จนทำให้ควันมอดดับลงในที่สุด
อลูมิเนียมฟอสไฟด์ หรือ ฟอสฟีน คืออะไร
ข้อมูลจากมูลนิธีชีววิถีไทย ระบุว่า อลูมิเนียมฟอสไฟด์ที่นำเข้ามาใช้ในไทยมีลักษณะเป็นเม็ด และเมื่อทำปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศจะทำให้เกิดสารฟอสฟีน ซึ่งเป็นแก๊สพิษ มีฤทธิ์กำจัดแมลง ส่วนใหญ่ใช้รมผลิตผลทางการเกษตร เช่น ข้าว ข้าวโพด กระเทียม มันสำปะหลัง เป็นต้น โดยสารชนิดนี้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ควบคุมโดยกรมวิชาการเกษตร
แก๊สฟอสฟีนเป็นสารที่มีพิษสูง อาจทำให้ร่างกายเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ท้องร่วง ปวดศีรษะ หรือแน่นหน้าอก หากสูดดมเข้าไป และอาจอันตรายถึงชีวิตหากสูดดมแก๊สในปริมาณเข้มข้นหรือกลืนกินเม็ดยาเข้าไป
ในปี 2558 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข เคยมีหนังสือส่งไปยังนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อขอความร่วมมือให้เฝ้าระวังการครอบครองวัตถุอันตรายประเภทฟอสฟีน เนื่องจากได้รับแจ้งจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาถึงสาเหตุการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวพี่น้องชาวแคนาดาในห้องพักโรงแรมปาล์มเรซิเดนซ์ เกาะพีพี จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2555
เดิมทีผลการชันสูตรโรงพยาบาลรามาธิบดีสันนิษฐานว่าสาเหตุการตายของนักท่องเที่ยวทั้ง 2 คน เกิดจากการได้รับยาทากันแมลงประเภทไดเอทิวโทลัวมาย (DEET) ร่วมกับปอดบวมน้ำ แต่ผลการพิสูจน์ของแพทย์นิติเวชชาวแคนาดา สันนิษฐานว่าสาเหตุการตายเนื่องจากได้รับสารฟอสฟีน ซึ่งเป็นสารที่ใช้ฆ่าแมลง สามารถทำให้เสียชีวิตได้โดยแทบไม่ทิ้งสารไว้ในสภาวะแวดล้อมหรือร่างกาย ซึ่งเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทยได้แสดงความห่วงใยหากมีการใช้สารฟอสฟีนเพื่อกำจัดแมลงในสถานประกอบการประเภทที่พักในประเทศไทย เพราะอาจไม่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว

ที่มาของภาพ, Facebook/สปอร์ตไลท์บางปู
อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าบริษัทฯ ขนย้ายสารเคมีถูกต้องหรือไม่
หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สมุทรปราการ บอกกับบีบีซีไทยว่า เป็นครั้งแรกที่พบการเคลื่อนย้ายสารเคมีโดยรถกระบะที่มีหลังคาปิดท้ายลักษณะนี้
“เป็นเคสแรกที่เราพบในพื้นที่ [เอกชน] อาจจะเคยปฏิบัติมาก่อนแล้ว แต่ไม่มีปัญหา แต่พอเกิดปัญหา ก็ทำให้เรารู้ว่ามีการขนย้ายสารออกไปใช้นอกพื้นที่”
เขายังให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า ขณะนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูข้อกฎหมายพร้อมกับหาแนวทางว่าจะดำเนินการกับบริษัทอย่างไรต่อไป เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่า “น่าจะเป็นการขนหรือนำสารเคมีออกนอกพื้นที่โดยไม่ถูกต้องตามระเบียบ” และมองว่าหากใช้รถบรรทุกขนสารเคมีที่ถูกต้องซึ่งระบุประเภทสารเคมีบนตัวรถ จะช่วยให้ประเมินสถานการณ์ได้เร็วขึ้น และใช้สารดับเพลิงระงับเหตุได้ถูกต้อง ไม่บานปลายเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้
"ไม่มีฉลากระบุว่าเป็นสารเคมีอะไรที่ตัวรถกระบะ มีเพียงฉลากบนตัวถังเท่านั้น" หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สมุทรปราการ ระบุ
ขณะที่ทางบริษัทฯ ชี้แจงว่า ปกติจะมีรถที่ติดฉลากระบุว่าบรรทุกสารเคมีอันตราย แต่เกิดเหตุรถเสียในวันดังกล่าว จึงใช้รถกระบะอีกคันแทน และเส้นทางที่ใช้ก็ไม่ใช่เส้นทางประจำ โดยปกติจะเลือกใช้การขนส่งบนถนนสายหลัก แต่เข้าใจว่าพนักงานขับรถอาจจะรีบ อยากถึงบริษัทไว ๆ จึงเลือกใช้ทางลัดตัดผ่านชุมชน
“เป็นเหตุการณ์ที่เราไม่ได้คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น เพราะปกติการเก็บกากยาไม่เคยมีปัญหาอะไร อย่างที่บอกว่า 5 วัน ตัวยาก็จะแตกตัวหมด ส่วนใหญ่เรารับรมยาเพื่อ [ของ] ส่งออก เช่น รมยาในตู้คอนเทนเนอร์แล้วก็ส่งออกไปต่างประเทศเลย ไม่มีเหตุผลจำเป็นที่ต้องเก็บกากยากลับมาบ่อยครั้ง ปีหนึ่งน่าจะเกิดขึ้นเพียง 1-2 ครั้ง เท่านั้น” กรรมการผู้จัดการ บ.ทีซีไอเอสฯ ระบุ
อย่างไรก็ตาม ทางบีบีซีไทยยังไม่สามารถตรวจสอบและพิสูจน์จำนวนการขนส่งกากยาสารเคมีอลูมิเนียมฟอสไฟด์ของบริษัทฯ ได้ ว่าเกิดขึ้นเพียง 1-2 ครั้งต่อปี ตามที่บริษัทฯ กล่าวอ้างหรือไม่

ที่มาของภาพ, facebook/เทศบาลตำบลสำโรงเหนือ
มาริสา บอกว่า ทางบริษัท ฯ ยังไม่ได้ถูกตั้งข้อหาใดในเวลานี้ แต่ได้ให้ข้อมูลกับทุกหน่วยงานที่เข้ามาสอบถามด้วยความบริสุทธิ์ใจ พร้อมกับเข้าช่วยเหลือบ้านประชาชนซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากแก๊สฟอสฟีนที่ลอยเข้าไปในบ้านแล้ว โดยให้เบอร์ติดต่อบริษัท ฯ พร้อมกับส่งพนักงานเข้าไปวัดปริมาณแก๊สในตัวบ้าน แต่ไม่พบแก๊สตกค้าง และตัวเจ้าของบ้านเองก็ไม่ได้ติดใจเอาความ แต่ทางบริษัท ฯ ยืนยันว่าจะเข้าไปติดตามผลกระทบกับเจ้าของบ้านอย่างต่อเนื่อง
ด้าน น.ส. ปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ บอกว่า ขณะนี้ประชาชนในที่เกิดเหตุกลับเข้าสู่ที่พักและใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่พบสารเคมีตกค้างในพื้นที่ และไม่มีรายงานผู้ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพจากกรณีดังกล่าว เนื่องจากมีการแจ้งเตือนอพยพและปิดประตูหน้าต่างในช่วงเกิดเหตุ

ที่มาของภาพ, Facebook/เทศบาลตำบลสำโรงเหนือ
บริษัท ฯ เจ้าของสารเคมีขอโทษชุมชน
กรรมการผู้จัดการ บ. ทีซีไอเอส ฯ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ ขอโทษชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาควันหรือความตื่นตระหนกตกใจที่เกิดขึ้น ทางบริษัท ฯ ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องนี้เกิดขึ้น และจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกไม่ว่ากับชุมชนใดก็ตาม โดยจะปรับปรุงการบริหารการจัดการให้ดีขึ้นและเป็นไปตามระบบ
“ต่อไปเราจะเช็คที่ต้นเหตุว่ากากยาที่เราเก็บมา แตกตัว 100% หรือไม่ ถ้าแตกตัวไม่หมด เราจะบริหารจัดการอย่างไร ต้องมีอุปกรณ์เครื่องมือมา support [สนับสนุน] เรื่องนี้อย่างไร” มาริสา บอกกับบีบีซีไทย
หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สมุทรปราการ บอกว่าเร็ว ๆ นี้น่าจะรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และได้รับความชัดเจนมากขึ้นว่าบริษัท ฯ เจ้าของสารเคมีต้องรับผิดชอบอะไรบ้างจากเหตุอุบัติเหตุดังกล่าว










