You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
งูตัวเมียมี “ปุ่มกระสัน” และอาจเล้าโลมแบบ “ฟอร์เพลย์” ก่อนผสมพันธุ์
นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า งู มีคลิตอริส หรือปุ่มกระสัน ถือเป็นการทำลายความเชื่อดั้งเดิมว่า งูเพศเมียไม่มีอวัยวะทางเพศ
คลิตอริส หรือ ปุ่มกระสัน เป็นส่วนหนึ่งของอวัยวะเพศที่อยู่เหนือปากช่องคลอด โดยในมนุษย์นั้น จะเป็นตุ่มนูนวงรีเล็ก ๆ มักกระตุ้นอารมณ์ทางเพศเมื่อได้รับการสัมผัส
ผลการวิจัยที่ตีพิมพ์วันนี้ (14 ธ.ค.) ถือเป็นเอกสารวิชาการแรกที่อธิบายลักษณะทางกายวิภาคของอวัยวะเพศในตัวงูเพศเมีย
ในส่วนของงูเพศผู้นั้น นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาอวัยวะเพศผู้ หรือ “องคชาตงู” (hemipenes) มานานหลายสิบปีแล้ว โดยมีลักษณะเป็นแท่งคู่ และงูบางสายพันธุ์จะมีปุ่มหนามอยู่บนอวัยวะเพศผู้ด้วย
แต่ในส่วนอวัยวะเพศของงูเพศเมียนั้น นักวิทยาศาสตร์ยอมรับว่า “มองข้ามมานาน เมื่อเทียบกับอวัยวะเพศของงูเพศผู้”
อันที่จริง อวัยวะเพศของงูตัวเมีย ไม่ได้หายากอะไรเลย เพียงแต่นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้ตั้งใจมองหาอย่างจริงจัง
การที่จนถึงตอนนี้ ยังไม่ค้นพบอวัยวะเพศของงูตัวเมีย ถือเป็นส่วนผสมของปัจจัยหลายอย่าง “ไม่ว่าจะเรื่องการมองว่าอวัยวะเพศหญิงเป็นเรื่องต้องห้าม นักวิทยาศาสตร์หาไม่เจอ หรือการที่คนเข้าใจผิดว่างูเป็นสัตว์ที่มีอวัยวะทั้งของเพศชายและหญิง หรือ อินเทอร์เซ็กส์” มีแกน โฟลเวลล์ นักศึกษาปริญญาเอก และหัวหน้าทีมวิจัยนี้ กล่าว
ผลงานวิจัยที่เธอร่วมจัดทำ ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the Royal Society B ในสัปดาห์นี้ มีเนื้อหาหลักคือการแสดงให้เห็นว่า คลิตอริส หรือปุ่มกระสันของงูเพศเมีย อยู่ที่บริเวณหางของมัน
ทีมวิจัยชี้ว่า งูมีคลิตอริสที่เด่นชัด 2 จุดด้วยกัน เรียกว่า เฮมิคลิตอเรส (hemiclitores) โดยคลิตอริสงู 2 จุดนี้ แยกออกจากกันด้วยเนื้อเยื่อ และซ่อนอยู่บริเวณส่วนล่างของหางงู โดยอวัยวะเพศเมียของงูนี้ ประกอบด้วยเส้นประสาท และเกล็ดเลือดแดง ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของเนื้อเยื่อที่ยุบพองได้
โฟลเวลล์ ระบุว่า เธอเริ่มมองหาอวัยวะเพศเมียของงู หลังได้อ่านงานวิจัยต่าง ๆ ซึ่งแทบไม่ระบุถึงอวัยวะเพศเมียของงูเลย ไม่มีข้อมูล หรือไม่ก็ระบุว่า อวัยวะเพศเมียสูญหายไปจากการวิวัฒนาการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ “เธอยอมรับให้เชื่อไม่ได้”
“ฉันรู้ว่า สัตว์จำนวนมากมีคลิตอริส ไม่มีเหตุผลเลที่คลิตอริสจะไม่มีอยู่ในสัตว์ทุกสายพันธุ์” เธอกล่าว
“ฉันแค่ต้องมองหา มองดูว่ามันมีอยู่ไหม หรือถูกมองข้ามไป”
เธอเริ่มการตามหาคลิตอริสงู จากงูพิษที่ตายแล้ว และพบคลิตอริสจริง ๆ โดยมีลักษณะทางกายวิภาค เป็นรูปหัวใจ แทบจะในทันที โดยปุ่มกระสันของงู อยู่ใกล้กับต่อมกลิ่นของงู ที่ใช้ปล่อยสารเพื่อดึงดูดเพศผู้
เมื่อค้นพบคลิตอริสงูในงูที่ตายแล้วตัวแรก ทีมงานของเธอจึงเริ่มเสาะหาคลิตอริสในงูหลาย ๆ ชนิด โดยทำการผ่าสำรวจงู 9 สปีชีส์ รวมถึงงูหลามคาเพท งูพัฟฟ์แอดเดอร์ และงูมอคคาซินเม็กซิกัน โดยในงูแต่ละสปีชีส์จะมีคลิตอริสที่มีขนาดแตกต่างกัน แต่มีลักษณะเฉพาะที่คล้ายคลึงกัน
เปลี่ยนความเข้าใจทางเพศของงูใหม่
การค้นพบครั้งนี้ เปิดโอกาสให้เราทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเพศของงูใหม่ รวมถึงความเข้าใจที่ว่า งูเพศเมียสามารถรับการกระตุ้นทางเพศ และมีความรื่นรมย์ทางเพศได้
เพราะจนถึงปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์เชื่อเพียงว่า เพศของงูนั้น “เป็นแค่เรื่องการเกี้ยวพาราสี และงูตัวผู้บีบบังคับเพศเมียให้ผสมพันธุ์” โฟลเวลล์ ระบุ พร้อมอธิบายว่า ความเข้าใจดังกล่าวมาจากการสังเกตการณ์พฤติกรรมทางเพศ โดยพบว่างูตัวผู้จะมีความก้าวร้าวมากกว่า ส่วนเพศเมียจะดู “สงบเงียบ”
“แต่การค้นพบคลิตอริสของงูตัวเมียนี้ เปิดโอกาสให้เรามองถึงพฤติการณ์ การยั่วยวนและการเร้าอารมณ์ของเพศเมีย เพื่อแสดงให้เห็นว่ามันสมยอมที่จะมีผสมพันธุ์กับตัวผู้”
การค้นพบคลิตอริส ยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ว่า งูมีการประเล้าประโลมรัก หรือ “ฟอร์เพล” กันก่อนจะผสมพันธุ์ อาทิ งูเพศผู้เล้าโลมหาง หรือกอดรัดรอบหางของเพศเมีย ในจุดที่ตั้งของคลิตอริส
โฟลเวลล์ ระบุว่า ผู้คนในโลกวิทยาศาสตร์งู ให้การตอบรับการค้นพบของเธอค่อนข้างดี “พวกเขาค่อนข้างตกใจที่พลาดหรือมองข้ามเรื่องนี้มายาวนาน รวมถึงประหลาดใจมาก เพราะมันสมเหตุสมผลมากที่งูจะมีคลิตอริสด้วย
อย่างไรก็ดี เธอระบุว่า งูบางสายพันธุ์นั้นจะมีคลิตอริสที่เปราะบางและค่อนข้างเล็ก อาจเล็กเพียงไม่ถึง 1 มิลลิเมตรด้วยซ้ำ
แต่เดิมนั้น มีความเชื่อว่างูเพศเมียจะมีอวัยวะเพศแบบงูเพศผู้ แต่มีขนาดที่เล็กกว่า เหมือนกรณีของกิ้งก่ามอนิเตอร์ ดังนั้น ผลการศึกษาลักษณะอินเทอร์เซ็กส์ของงู นักวิทยาศาสตร์จึงเข้าใจผิด และกำหนดว่าองคชาตงูนั่นแหละที่เป็นคลิตอริส