ยามิฟิพริสโตน: ทำความรู้จักยายุติตั้งครรภ์ และประเทศไหนบ้างที่การทำแท้งยังผิดกฎหมาย

Mifepristone and Misoprostol pills are pictured Wednesday, Oct. 3, 2018, in Skokie, Illinois. (Erin Hooley/Chicago Tribune/Tribune News Service via Getty Images)

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ยายุติการตั้งครรภ์หรือยาเม็ดทำแท้ง เป็นยาที่ถูกกฎหมายในสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2000
    • Author, นาตาชา เพรสกี
    • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส

ในสหรัฐฯ กำลังมีการต่อสู้ในชั้นศาลเกี่ยวกับการจำกัดการเข้าถึงยายุติการตั้งครรภ์ที่ชื่อว่า ยามิฟิพริสโตน (mifepristone) ของกลุ่มแพทย์และนักเคลื่อนไหวที่ต่อต้านการทำแท้ง ว่าสามารถทำได้หรือไม่ ด้วยข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย

ยายุติการตั้งครรภ์หรือยาเม็ดทำแท้ง เป็นยาที่สามารถใช้ได้อย่างถูกตามกฎหมายในสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2000 และข้อกำหนดการใช้ยาได้ถูกผ่อนปรนเป็นระยะมาตั้งแต่ปี 2016 โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุดขององค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ได้อนุญาตให้สามารถส่งยาทางไปรษณีย์ได้ และกระจายไปทางร้ายขายยา โดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์

Demonstrators hold up signs during a protest in front of the Supreme Court during the "Bans Off Our Mifepristone" action organized by the Woman's March outside of the Supreme Court on March 26, 2024 in Washington DC

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้ชุมนุมกลุ่ม Pro-choice ซึ่งสนับสนุนสิทธิการทำแท้งรวมตัวที่ด้านนอกของศาลสูงในสหรัฐฯ

ข้อกำหนดที่ผ่อนคลายมากขึ้นในการเข้าถึงยาทำแท้งชนิดนี้อาจถูกระงับ หากว่าสมาพันธ์การแพทย์ฮิปโปเครติส (Alliance for Hippocratic Medicine) องค์กรร่มของกลุ่มแพทย์และนักเคลื่อนไหวที่ต่อต้านการแท้ง ชนะการพิจารณาคดี

หลายรัฐในสหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งห้ามการทำแท้งเกือบสิ้นเชิง นับตั้งแต่ศาลสูงสหรัฐฯ มีคำพิพากษาเมื่อปี 2022 ตัดสิทธิการทำแท้งของผู้หญิง ซึ่งเป็นการกลับคำตัดสินในคดีดังที่ชื่อว่า คดี Roe v Wade เมื่อเกือบ 50 ปีที่แล้ว ซึ่งในครั้งนั้นศาลสูงสหรัฐฯ พิพากษาว่า การทำแท้งไม่ถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

คาดว่า ศาลสูงสหรัฐฯ จะมีคำพิพากษากรณีการจำกัดการเข้าถึงยาเม็ดทำแท้งชนิดนี้ ในช่วงปลายเดือน มิ.ย. ที่จะถึงนี้

ประเทศไหนบ้างที่การทำแท้งยังผิดกฎหมาย

ข้อมูลจากศูนย์สิทธิเพื่ออนามัยเจริญพันธุ์ระบุว่า ปัจจุบันมี 21 ประเทศทั่วโลกที่ห้ามการทำแท้งทุกกรณี ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มประเทศยากจนหรือประเทศกำลังพัฒนา

นอกจากนี้ หลายประเทศยังมีกฎหมายการทำแท้งที่เคร่งครัดที่มีเงื่อนไขว่าการทำแท้งจะได้รับอนุญาตเฉพาะกรณีที่ต้องรักษาชีวิตผู้ตั้งครรภ์ หรือกรณีที่ผู้หญิงถูกข่มขืน หรือเป็นหญิงที่ตั้งครรภ์จากการร่วมประเวณีระหว่างผู้ใกล้ชิดทางพันธุกรรมอย่างมาก

ในแอฟริกา ประเทศส่วนใหญ่มีกฎหมายจำกัดการทำแท้ง มีเพียงไม่กี่ประเทศที่ไม่มีกฎหมายจำกัดการทำแท้ง อย่างแอฟริกาใต้และโมซัมบิก ส่วนประเทศที่ห้ามการทำแท้งทุกกรณี ได้แก่ คองโก, เซเนกัล, เซียร์ราลีโอน, มอริเตเนีย, มาดากัสการ์ และอียิปต์

ส่วนในยุโรป ประเทศส่วนใหญ่อนุญาตให้ทำแท้งได้ ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ โดยนำผลกระทบต่อการมีบุตรของผู้ต้องครรภ์ รวมทั้งสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้ตั้งครรภ์ เข้ามาพิจารณาด้วย หรืออีกทางคือการยุติการตั้งครรภ์โดยการร้องขอออ ส่วนประเทศอื่น ๆ อย่างเช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อนุญาตให้สามารถทำแท้งได้หากเป็นการร้องขอจากผู้ตั้งครรภ์

ส่วนในสหรัฐฯ กฎหมายทำแท้งมีความซับซ้อนมากกว่าประเทศอื่น เพราะกฎหมายการทำแท้งแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ ซึ่งเป็นความเปลี่ยนแปลง หลังจากในปี 2022 ศาลสูงได้กลับคำพิพากษาที่เคยรับรองสิทธิการทำแท้งของหญิงตั้งครรภ์เอาไว้ได้จนถึงอายุครรภ์ 24 สัปดาห์

ยามิฟิพริสโตน คืออะไร มีประเทศไหนใช้ยาชนิดนี้บ้าง

A woman holds a sign during a demonstration called to commemorate the International Women's Day on 8 March 2024 in Buenos Aires, Argentina

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, มี 96 ประเทศทั่วโลกที่อนุญาตให้มีการใช้ยาชนิดนี้ รวมทั้งประเทศไทย ส่วนประเทศล่าสุด ได้แก่ อาร์เจนตินา

ยามิฟิพริสโตน เป็นตัวยาตัวแรกตำรับยาที่ใช้ในการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ ยามิฟิพริสโตนจะออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์ ส่วนตัวยาตัวที่สอง คือ ยาไมโซโพรสตอล (misoprostol) ซึ่งใช้ในการขับตัวอ่อนในมดลูก ผลการศึกษาในสหรัฐฯ ชี้ว่า ระบบการใช้ยาสองชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการยุติการตั้งครรภ์ได้ถึง 95%

ยามิฟิพริสโตน ได้รับการอนุมัติให้ใช้เป็นครั้งแรกในฝรั่งเศสเมื่อปี 1988 ตามข้อมูลขององค์กรไม่แสวงหากำไรที่ชื่อว่า Gyunity ปัจจุบันมี 96 ประเทศที่อนุมัติให้มีการใช้ยาตัวนี้ ประเทศล่าสุดที่อนุญาตเมื่อปีที่แล้ว ได้แก่ อาร์เจนตินา เอกวาดอร์ ญี่ปุ่น และไนเจอร์

Boxes of mifepristone

ที่มาของภาพ, Reuters

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ขึ้นทะเบียนให้ยามิฟิพริสโตน (mifepristone) และยาไมโซโพรสตอล (misoprostol) เป็นตำรับยาเพื่อใช้ในการยุติการตั้งครรภ์เพื่อลดการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย พร้อมระบุว่า สามารถใช้นอกเหนือจากสถานพยาบาลทางการแพทย์ได้ หากผู้ที่ต้องการยุติตั้งครรภ์ได้รับข้อมูลการบ่งใช้ที่ถูกต้องและได้รับการดูแลทางสุขภาพเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น

ในสหรัฐฯ อนุญาตให้ใช้ยามิฟิพริสโตน ยุติตั้งครรภ์ สำหรับหญิงที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 10 สัปดาห์ แต่ในหลายประเทศมีการใช้ ยามิฟิพริสโตน สำหรับการทำแท้งด้วยยาได้ในช่วงการตั้งครรภ์ไตรมาสที่สอง (อายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์)

สำหรับประเทศไทย แนวทางเวชปฏิบัติของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ฉบับที่ออกมาเมื่อเดือน มิ.ย.2566 ได้ระบุถึงแนวปฏิบัติในการใช้ทำแท้งโดยใช้ยามิฟิพริสโตน และยาไมโซโพรสตอล ไว้เช่นกัน

ยามิฟิพริสโตน มีผลข้างเคียงอย่างไร และปลอดภัยหรือไม่

Anti-abortion advocate Melanie Salazar of San Francisco poses for a portrait outside the Supreme Court in Washington, DC, on 26 March 2024

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นักเคลื่อนไหวที่ต่อต้านการทำแท้งก็รวมตัวชุมนุมที่ด้านนอกของศาลสูงสหรัฐฯ เช่นกัน

อาการตะคริวปวดเกร็งและเลือดไหลจากช่องคลอด หลังจากใช้ยามิฟิพริสโตน มักจะเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าการยุติตั้งครรภ์ได้ผล (แม้จะไม่การันตีเสมอไป) ส่วนอาการข้างเคียงที่เกิดปกติจากการใช้ยายุติตั้งครรภ์ ได้แก่ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย เป็นไข้ ตัวร้อน อาเจียน ปวดหัว ท้องเสีย และวิงเวียน

ตามบัญชียาจำเป็นที่ขึ้นทะเบียนขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า การใช้ยามิฟิพริสโตน และยาไมโซโพรสตอล มีความปลอดภัยสำหรับการยุติตั้งครรภ์ รวมทั้งการใช้ยาทั้งสองชนิดร่วมกันด้วย โดยในสหรัฐฯ มีงานศึกษาที่ระบุว่า การใช้ยาสองชนิดร่วมกัน ทำให้การติดตามผลทางการแพทย์หลังใช้ยาน้อยลงกว่า 1%

Anti-abortion activists protest against the availability of abortion pills at neighbourhood pharmacies

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, Anti-abortion activists have moved to restrict access to abortion medication mifepristone

นักเคลื่อนไหวต่อต้านการทำแท้งจำนวนมากขึ้นชี้ว่า ยาทำแท้งซึ่งพวกเขาเรียกว่า "การทำแท้งด้วยสารเคมี" มีความเสี่ยงและไม่ได้ผล อย่างไรคำกล่าวอ้างนี้ ไม่ได้รับการรับรองจากองค์กรทางการแพทย์ระดับชั้นนำ อย่างองค์การอนามัยโลก และสมาคมแพทย์ศาสตร์อเมริกัน

จากข้อมูลขององค์การอาหารและยาสหรัฐฯ อัตราการเสียชีวิตจากการใช้ยามิฟิพริสโตนอยู่ที่ 5 ราย ต่อผู้ใช้ยา 1 ล้านราย เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ยาเพนนิซิลินแล้ว วารสารการแพทย์ของสมาคมแพทย์ศาสตร์อเมริกัน พบว่ามีผู้เสียชีวิต 20 ราย ต่อผู้ใช้ยาเพนนิซิลินจำนวน 1 ล้านราย โดยเป็นการเสียชีวิตจากการแพ้ยาจากการจ่ายยาปฏิชีวนะทั่ว ๆ ไป

กฎหมายทำแท้งในไทยเป็นอย่างไร

สำหรับกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิการทำแท้งในประเทศไทยปัจจุบัน ที่แก้ไขเมื่อต้นปี 2564 ระบุให้หญิงที่มีอายุครรภ์ไม่เกินกว่า 12 สัปดาห์ ยุติการตั้งครรภ์ได้ โดยไม่เป็นความผิดทางอาญา หลังจากมีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 305

นอกจากนี้ หญิงที่มีอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้เช่นกัน แต่ต้องตรวจและรับคำปรึกษาจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่น ได้แก่ ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา หรือนักวิชาการสาธารณสุขทั้งในสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน ผู้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการปรึกษาทางเลือก ทั้งในสถานพยาบาลของรัฐ เอกชน หรือองค์กรภาคประชาสังคมที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขรับรอง

อย่างไรก็ตาม กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุในเวลานั้นว่า ในส่วนของแพทย์ ไม่ได้มีการบังคับว่าจะต้องทำการยุติการตั้งครรภ์ให้ตามที่ผู้ขอรับบริการร้องขอ โดยแพทย์สามารถปฏิเสธที่จะไม่ทำได้ แต่ต้องดำเนินการส่งต่อ