ยามิฟิพริสโตน: ทำความรู้จักยายุติตั้งครรภ์ และประเทศไหนบ้างที่การทำแท้งยังผิดกฎหมาย

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, นาตาชา เพรสกี
- Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
ในสหรัฐฯ กำลังมีการต่อสู้ในชั้นศาลเกี่ยวกับการจำกัดการเข้าถึงยายุติการตั้งครรภ์ที่ชื่อว่า ยามิฟิพริสโตน (mifepristone) ของกลุ่มแพทย์และนักเคลื่อนไหวที่ต่อต้านการทำแท้ง ว่าสามารถทำได้หรือไม่ ด้วยข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย
ยายุติการตั้งครรภ์หรือยาเม็ดทำแท้ง เป็นยาที่สามารถใช้ได้อย่างถูกตามกฎหมายในสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2000 และข้อกำหนดการใช้ยาได้ถูกผ่อนปรนเป็นระยะมาตั้งแต่ปี 2016 โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุดขององค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ได้อนุญาตให้สามารถส่งยาทางไปรษณีย์ได้ และกระจายไปทางร้ายขายยา โดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์

ที่มาของภาพ, Getty Images
ข้อกำหนดที่ผ่อนคลายมากขึ้นในการเข้าถึงยาทำแท้งชนิดนี้อาจถูกระงับ หากว่าสมาพันธ์การแพทย์ฮิปโปเครติส (Alliance for Hippocratic Medicine) องค์กรร่มของกลุ่มแพทย์และนักเคลื่อนไหวที่ต่อต้านการแท้ง ชนะการพิจารณาคดี
หลายรัฐในสหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งห้ามการทำแท้งเกือบสิ้นเชิง นับตั้งแต่ศาลสูงสหรัฐฯ มีคำพิพากษาเมื่อปี 2022 ตัดสิทธิการทำแท้งของผู้หญิง ซึ่งเป็นการกลับคำตัดสินในคดีดังที่ชื่อว่า คดี Roe v Wade เมื่อเกือบ 50 ปีที่แล้ว ซึ่งในครั้งนั้นศาลสูงสหรัฐฯ พิพากษาว่า การทำแท้งไม่ถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
คาดว่า ศาลสูงสหรัฐฯ จะมีคำพิพากษากรณีการจำกัดการเข้าถึงยาเม็ดทำแท้งชนิดนี้ ในช่วงปลายเดือน มิ.ย. ที่จะถึงนี้
ประเทศไหนบ้างที่การทำแท้งยังผิดกฎหมาย
ข้อมูลจากศูนย์สิทธิเพื่ออนามัยเจริญพันธุ์ระบุว่า ปัจจุบันมี 21 ประเทศทั่วโลกที่ห้ามการทำแท้งทุกกรณี ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มประเทศยากจนหรือประเทศกำลังพัฒนา
นอกจากนี้ หลายประเทศยังมีกฎหมายการทำแท้งที่เคร่งครัดที่มีเงื่อนไขว่าการทำแท้งจะได้รับอนุญาตเฉพาะกรณีที่ต้องรักษาชีวิตผู้ตั้งครรภ์ หรือกรณีที่ผู้หญิงถูกข่มขืน หรือเป็นหญิงที่ตั้งครรภ์จากการร่วมประเวณีระหว่างผู้ใกล้ชิดทางพันธุกรรมอย่างมาก
ในแอฟริกา ประเทศส่วนใหญ่มีกฎหมายจำกัดการทำแท้ง มีเพียงไม่กี่ประเทศที่ไม่มีกฎหมายจำกัดการทำแท้ง อย่างแอฟริกาใต้และโมซัมบิก ส่วนประเทศที่ห้ามการทำแท้งทุกกรณี ได้แก่ คองโก, เซเนกัล, เซียร์ราลีโอน, มอริเตเนีย, มาดากัสการ์ และอียิปต์
ส่วนในยุโรป ประเทศส่วนใหญ่อนุญาตให้ทำแท้งได้ ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ โดยนำผลกระทบต่อการมีบุตรของผู้ต้องครรภ์ รวมทั้งสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้ตั้งครรภ์ เข้ามาพิจารณาด้วย หรืออีกทางคือการยุติการตั้งครรภ์โดยการร้องขอออ ส่วนประเทศอื่น ๆ อย่างเช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อนุญาตให้สามารถทำแท้งได้หากเป็นการร้องขอจากผู้ตั้งครรภ์
ส่วนในสหรัฐฯ กฎหมายทำแท้งมีความซับซ้อนมากกว่าประเทศอื่น เพราะกฎหมายการทำแท้งแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ ซึ่งเป็นความเปลี่ยนแปลง หลังจากในปี 2022 ศาลสูงได้กลับคำพิพากษาที่เคยรับรองสิทธิการทำแท้งของหญิงตั้งครรภ์เอาไว้ได้จนถึงอายุครรภ์ 24 สัปดาห์
ยามิฟิพริสโตน คืออะไร มีประเทศไหนใช้ยาชนิดนี้บ้าง

ที่มาของภาพ, Getty Images
ยามิฟิพริสโตน เป็นตัวยาตัวแรกตำรับยาที่ใช้ในการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ ยามิฟิพริสโตนจะออกฤทธิ์โดยการยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์ ส่วนตัวยาตัวที่สอง คือ ยาไมโซโพรสตอล (misoprostol) ซึ่งใช้ในการขับตัวอ่อนในมดลูก ผลการศึกษาในสหรัฐฯ ชี้ว่า ระบบการใช้ยาสองชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการยุติการตั้งครรภ์ได้ถึง 95%
ยามิฟิพริสโตน ได้รับการอนุมัติให้ใช้เป็นครั้งแรกในฝรั่งเศสเมื่อปี 1988 ตามข้อมูลขององค์กรไม่แสวงหากำไรที่ชื่อว่า Gyunity ปัจจุบันมี 96 ประเทศที่อนุมัติให้มีการใช้ยาตัวนี้ ประเทศล่าสุดที่อนุญาตเมื่อปีที่แล้ว ได้แก่ อาร์เจนตินา เอกวาดอร์ ญี่ปุ่น และไนเจอร์

ที่มาของภาพ, Reuters
องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ขึ้นทะเบียนให้ยามิฟิพริสโตน (mifepristone) และยาไมโซโพรสตอล (misoprostol) เป็นตำรับยาเพื่อใช้ในการยุติการตั้งครรภ์เพื่อลดการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย พร้อมระบุว่า สามารถใช้นอกเหนือจากสถานพยาบาลทางการแพทย์ได้ หากผู้ที่ต้องการยุติตั้งครรภ์ได้รับข้อมูลการบ่งใช้ที่ถูกต้องและได้รับการดูแลทางสุขภาพเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น
ในสหรัฐฯ อนุญาตให้ใช้ยามิฟิพริสโตน ยุติตั้งครรภ์ สำหรับหญิงที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 10 สัปดาห์ แต่ในหลายประเทศมีการใช้ ยามิฟิพริสโตน สำหรับการทำแท้งด้วยยาได้ในช่วงการตั้งครรภ์ไตรมาสที่สอง (อายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์)
สำหรับประเทศไทย แนวทางเวชปฏิบัติของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ฉบับที่ออกมาเมื่อเดือน มิ.ย.2566 ได้ระบุถึงแนวปฏิบัติในการใช้ทำแท้งโดยใช้ยามิฟิพริสโตน และยาไมโซโพรสตอล ไว้เช่นกัน
ยามิฟิพริสโตน มีผลข้างเคียงอย่างไร และปลอดภัยหรือไม่

ที่มาของภาพ, Getty Images
อาการตะคริวปวดเกร็งและเลือดไหลจากช่องคลอด หลังจากใช้ยามิฟิพริสโตน มักจะเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าการยุติตั้งครรภ์ได้ผล (แม้จะไม่การันตีเสมอไป) ส่วนอาการข้างเคียงที่เกิดปกติจากการใช้ยายุติตั้งครรภ์ ได้แก่ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย เป็นไข้ ตัวร้อน อาเจียน ปวดหัว ท้องเสีย และวิงเวียน
ตามบัญชียาจำเป็นที่ขึ้นทะเบียนขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า การใช้ยามิฟิพริสโตน และยาไมโซโพรสตอล มีความปลอดภัยสำหรับการยุติตั้งครรภ์ รวมทั้งการใช้ยาทั้งสองชนิดร่วมกันด้วย โดยในสหรัฐฯ มีงานศึกษาที่ระบุว่า การใช้ยาสองชนิดร่วมกัน ทำให้การติดตามผลทางการแพทย์หลังใช้ยาน้อยลงกว่า 1%

ที่มาของภาพ, Getty Images
นักเคลื่อนไหวต่อต้านการทำแท้งจำนวนมากขึ้นชี้ว่า ยาทำแท้งซึ่งพวกเขาเรียกว่า "การทำแท้งด้วยสารเคมี" มีความเสี่ยงและไม่ได้ผล อย่างไรคำกล่าวอ้างนี้ ไม่ได้รับการรับรองจากองค์กรทางการแพทย์ระดับชั้นนำ อย่างองค์การอนามัยโลก และสมาคมแพทย์ศาสตร์อเมริกัน
จากข้อมูลขององค์การอาหารและยาสหรัฐฯ อัตราการเสียชีวิตจากการใช้ยามิฟิพริสโตนอยู่ที่ 5 ราย ต่อผู้ใช้ยา 1 ล้านราย เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ยาเพนนิซิลินแล้ว วารสารการแพทย์ของสมาคมแพทย์ศาสตร์อเมริกัน พบว่ามีผู้เสียชีวิต 20 ราย ต่อผู้ใช้ยาเพนนิซิลินจำนวน 1 ล้านราย โดยเป็นการเสียชีวิตจากการแพ้ยาจากการจ่ายยาปฏิชีวนะทั่ว ๆ ไป
กฎหมายทำแท้งในไทยเป็นอย่างไร
สำหรับกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิการทำแท้งในประเทศไทยปัจจุบัน ที่แก้ไขเมื่อต้นปี 2564 ระบุให้หญิงที่มีอายุครรภ์ไม่เกินกว่า 12 สัปดาห์ ยุติการตั้งครรภ์ได้ โดยไม่เป็นความผิดทางอาญา หลังจากมีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 305
นอกจากนี้ หญิงที่มีอายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้เช่นกัน แต่ต้องตรวจและรับคำปรึกษาจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพอื่น ได้แก่ ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา หรือนักวิชาการสาธารณสุขทั้งในสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน ผู้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการปรึกษาทางเลือก ทั้งในสถานพยาบาลของรัฐ เอกชน หรือองค์กรภาคประชาสังคมที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขรับรอง
อย่างไรก็ตาม กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุในเวลานั้นว่า ในส่วนของแพทย์ ไม่ได้มีการบังคับว่าจะต้องทำการยุติการตั้งครรภ์ให้ตามที่ผู้ขอรับบริการร้องขอ โดยแพทย์สามารถปฏิเสธที่จะไม่ทำได้ แต่ต้องดำเนินการส่งต่อ











