จาก ฌอน บูรณะหิรัญ สู่ Pigkaploy ทำไมภาพลักษณ์ทหารไทยถึงถูกคนไทยตั้งคำถาม

Pigkaploy

ที่มาของภาพ, BBC Thai

ชีวิตของทหารบริเวณชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย คือเรื่องราวที่ปรากฏในคลิปของยูทูปเบอร์สายท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง Pigkaploy หรือ พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร

คลิปดังกล่าวที่ถูกลบไปจากช่องแล้ว ได้ฉายภาพเล่าเรื่องถึงการเดินทาง 3 วัน 2 คืนเพื่อไปเกาะติดชีวิตของทหารไทยที่ฐานปฏิบัติการห้วยเป้า อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และฐานปฏิบัติการสุบรรณ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ โดยฐานปฏิบัติการทั้งสองแห่งตั้งอยู่ใกล้กับพรมแดนระหว่างไทยและเมียนมา

เกิดอะไรขึ้นกับคลิป “ทหารมีไว้ทำไม"

คลิปดังกล่าวเป็น 1 ใน 3 คลิปที่เจ้าของช่องเตรียมเผยแพร่ในซีรีส์เรื่องราวชีวิตของทหารชายแดน

“สิ่งที่ทุกคนจะได้เห็นในวิดีโอหลังจากนี้จะเป็นการถ่ายทอดตามมุมมอง ข้อสงสัย และคำถามที่เกิดขึ้นจริงจากเราเท่านั้น และได้รับการอนุมัติให้เผยแพร่จากกองทัพบกเรียบร้อย แต่ภาพบางเหตุการณ์ไม่สามารถเผยแพร่ได้ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ หวังว่าซีรีส์ทั้งสามตอนนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกคน ให้ได้เรียนรู้เรื่องราวทหารชายแดนไปพร้อม ๆ กัน” นี่คือข้อความที่ช่อง Pigkaploy ระบุว่าไว้ในช่วงต้นของคลิปที่ถูกลบไปแล้ว

คลิปดังกล่าวถูกนำเสนอด้วยภาพปกพร้อมคำว่า “ทหารมีไว้ทำไม” ซึ่งประโยคดังกล่าวเคยเป็นประเด็นข้อถกเถียงกันทางการเมือง ที่ตั้งคำถามถึงบทบาทของกองทัพ โดยเฉพาะบทบาทของนายทหารระดับสูง

เรื่องดราม่าเกิดขึ้นหลังจากที่คลิปถูกเผยแพร่ออกไป โดยมีเว็บไซต์ของรัฐบาลไทย รวมถึงบัญชีเฟซบุ๊กของหน่วยงานภายใต้กองทัพบก เช่น “เพจโฆษกกระทรวงกลาโหม” “กองทัพบก Royal Thai Army” และ “กองพลทหารปืนใหญ่” นำเนื้อหาจากคลิปวิดีโอดังกล่าวไปประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม

เว็บไซต์รัฐบาลไทย และเพจโฆษกกระทรวงกลาโหม คือหน่วยงานส่วนหนึ่งที่ประชาสัมพันธ์คลิปจากช่อง pikaploy

ที่มาของภาพ, เว็บไซต์รัฐบาลไทย / เพจโฆษกกระทรวงกลาโหม

คำบรรยายภาพ, เว็บไซต์รัฐบาลไทย และเพจเฟซบุ๊กโฆษกกระทรวงกลาโหม คือหน่วยงานส่วนหนึ่งที่นำเนื้อหาจากช่อง Pigkaploy ไปประชาสัมพันธ์ต่อ

คู่ขนานไปกับคอมเมนต์ในคลิปดังกล่าวบนช่องทางยูทิวบ์ ที่เกิดวิวาทะโต้เถียงระหว่างผู้คนในโลกออนไลน์ถึงวิวาทะ “ทหารมีไว้ทำไม” ขณะที่บางคนคอมเมนต์ขอบคุณเจ้าของช่องที่ช่วย “ปกป้องทหาร”

ในเวลาต่อมา ช่อง Pigkaploy ชี้แจงถึงประโยค “ทหารมีไว้ทำไม” ว่าเป็นความผิดพลาดของเธอเองที่ถ่ายทอดออกมาให้เกิดความเข้าใจไปในหลายรูปแบบ รวมถึงเรื่องราวทางการเมือง พร้อมกับยืนยันว่า การจัดทำคลิปวิดีโอดังกล่าว “ไม่มีการรับบรีฟจากกองทัพ มีเพียงได้รับการสนับสนุนในการถ่ายทำ” ในการเข้าไปภายในพื้นที่ชายแดน และเธอได้เปลี่ยนคำว่า “ทหารมีไว้ทำไม” เป็น “ตามติดชีวิตทหารชายแดน” เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดแล้ว

อย่างไรก็ดี คลิปดังกล่าวถูกลบออกไปจากช่อง Pigkaploy ในเวลาต่อมา

จากดราม่า ฌอน บูรณะหิรัญ สู่ Pigkaploy

ฌอน บูรณะหิรัญ

ที่มาของภาพ, BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ฌอน บูรณะหิรัญ อดีตนักพูดชื่อดังกับคลิป "ผมได้ปลูกต้นไม้กับท่านประวิตร"

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เกิดข้อถกเถียงเรื่องยูทิวบ์เบอร์ไทยที่ทำเนื้อหาเกี่ยวกับกองทัพ พร้อมปรากฏการณ์ “ทัวร์ลง”

ย้อนกลับไปเมื่อเดือน มิ.ย. ปี 2563 ฌอน บูรณะหิรัญ นักพูดสร้างแรงบันดาลใจชื่อดัง เคยเผยแพร่คลิปบนเฟซบุ๊กชื่อว่า “ผมได้ปลูกต้นไม้กับท่านประวิตร” โดยมีเนื้อหาส่วนหนึ่งคือการที่เขาได้ร่วมปลูกต้นไม้ในกิจกรรมเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี

“เมื่อกี้ได้เจอท่านประวิตร มันไม่เหมือนที่เราเห็นในรูปภาพที่อยู่ในมีม ที่เขาหลับและภาพจะออกมาแบบดูร้ายหน่อย แต่พอได้เห็นตัวจริง เหมือนเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารัก ทำให้ผมนึกออกว่าสิ่งที่เราเห็นในสื่อ เขาก็มีเจตนาที่จะทำให้เราคิดอะไรบางอย่าง อย่าเพิ่งตัดสินใครจนกว่าเราได้เจอตัวเขาจริง ๆ ได้คุยกับเขาและสัมผัสกับเขา” คำกล่าวของฌอน ส่งผลให้เกิดข้อวิจารณ์มากมาย ยอดผู้ติดตามของเขาลดเป็นหลักแสนรายในชั่วข้ามคืน

คลิปดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และทำให้แฮชแท็ก #ฌอนบูรณะหิรัญ ขึ้นอันดับหนึ่งในทวิตเตอร์

ทำไมภาพลักษณ์ทหารไทยมักถูกตั้งคำถาม

เหตุการณ์นี้เป็นอีกหนึ่งครั้งที่เกิดปรากฏการณ์ “ทัวร์ลง” กับยูทิวบ์เบอร์ที่เผยแพร่เนื้อหาเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของทหารไทย

ดร.นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก บอกกับบีบีซีไทยว่า ปัญหาที่สำคัญคือ ภาพลักษณ์ของกองทัพไทยกำลังอยู่ในสถานะ “ติดลบ” จนทำให้ประชาชนจำนวนมากมักจะสงสัยอยู่เสมอว่า กิจกรรมใด ๆ ที่เหล่าคนดังหรืออินฟลูเอนเซอร์เข้าไปมีส่วนร่วมกับกองทัพนั้น เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ หรือเป็นกิจกรรมที่ถูกว่าจ้างกันแน่

ในมุมของ ดร.นันทนา มองว่า สถานะภาพลักษณ์ติดลบของกองทัพเกิดขึ้นจากปัจจัยสำคัญคือ การที่นายทหารระดับสูงเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองไทยผ่านการรัฐประหาร การใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ และการที่กองทัพมีจำนวนนายพลมากเกินไป

“พอเวลาที่มีกิจกรรม หรือเป็นเรื่องการสื่อสารที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของทหารเป็นบวก คนก็จะตั้งคำถามว่า มันเกิดขึ้นโดยเป็นธรรมชาติ หรือเป็นการจัดกระทำเพื่อให้เกิดภาพลักษณ์เชิงบวกขึ้นมา” นักวิชาการด้านสื่อสารการเมือง กล่าว

นอกจากนี้ ดร.นันทนา ยังชี้ว่า ภาพลักษณ์ของทหารสามารถมองได้เป็นสองส่วน คือภาพลักษณ์ของนายทหารระดับสูง และภาพลักษณ์ของนายทหารระดับปฏิบัติการ ซึ่งนักวิชาการผู้นี้เชื่อว่า ปัญหาที่กองทัพกำลังเผชิญ คือภาพลักษณ์เชิงลบที่เกิดจากนายทหารระดับสูง มากกว่านายทหารฝ่ายปฏิบัติการ หรือที่เรียกกว่าทหารชั้นผู้น้อย

“ที่มีปัญหาคือภาพลักษณ์ของนายทหารระดับสูงที่เข้ามาพัวพันทางการเมือง ตรงนี้มันจึงทำให้คนมีความรู้สึกว่า อะไรที่ถูกสื่อสารออกมาเป็นเชิงบวก คนก็จะตั้งคำถามขึ้นมาทันทีว่า นี่คือปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือที่เรียกว่าไอโอหรือไม่”

ดร.นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/ดร.นันทนา นันทวโรภาส

คำบรรยายภาพ, ดร.นันทนา นันทวโรภาส ประเมินภาพลักษณ์กองทัพไทยว่าอยู่ในภาวะติดลบ

คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก ยังระบุด้วยว่า วิธีการที่ดีที่สุดที่จะช่วยแก้ไขภาพลักษณ์ที่ติดลบของทหารไทยได้ ต้องเกิดขึ้นจากการกระทำและการลงมือทำจริง ๆ เพื่อพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกภายในกองทัพ ว่าปัญหาทั้งเรื่องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง การปรับขนาดของกองทัพ และนโยบายทุ่มงบเพื่อซื้ออาวุธโดยเกินจำเป็น กำลังจะถูกแก้ไขในเร็ววัน

“การสื่อสารที่ดีที่สุดคือการกระทำ” นักวิชาการผู้นี้กล่าว “ภาพลักษณ์ที่เป็นบวก มันจะเกิดขึ้นได้จากการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง การออกมาแค่พูด หรือแค่ทําคลิป ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร”

อินฟลูเอนเซอร์-ยูทิวบ์เบอร์ มีส่วนช่วยพูดปัญหาได้

ดร.นันทนา กล่าวว่า บทบาทของอินฟลูเอนเซอร์ หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในยุคปัจจุบัน สามารถเลือกพูดทั้งด้านบวกและลบของประเด็นที่พวกเขาสนใจได้ โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน หรือองค์กรที่มีข้อพิพาททางการเมืองอย่างกองทัพ

“ถ้าทำด้านเดียว คนก็จะสงสัยอยู่แล้วว่าเป็นการรับบรีฟรึเปล่า เพราะเคยมีตัวอย่างกรณีคุณฌอนอยู่แล้ว ก็จะทำให้คนตั้งข้อสงสัยได้ บรรดายูทูวบ์เบอร์ต้องทำให้คนมีความเชื่อมั่น ทำทุกอย่างที่โปร่งใส ทำให้ครบทั้งด้านบวกและลบ ให้คนเชื่อในสิ่งที่เราทำ ว่าเป็นการนำเสนอคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่ไอโอ หรือโปรโมทหน่วยงาน เพราะสิ่งนี้จะเป็นผลในระยะยาวต่อภาพลักษณ์ของยูทิวบ์เบอร์ไปตลอด”

นอกจากนี้ ดร.นันทนา ยังมองว่า ความเป็นจริงคือทุกอย่างล้วนมีทั้งด้านดีและด้านลบ ดังนั้นอินฟลูเอนเซอร์ที่สามารถนำเสนอทั้งสองแง่มุมได้ครบถ้วน ก็จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของพวกเขาได้ในระยะยาว

“ทุกอย่างในโลกนี้มีสองด้านเสมอ การนำเสนอภารกิจเกี่ยวกับทหาร ต้องทำให้ครบวงจร ด้านบวกก็ต้องทำ ด้านลบคุณก็ต้องกล้าทำ เพื่อทำให้คนเชื่อว่าสิ่งที่คุณทำเป็นความบริสุทธิ์ใจ และทำตามหลักการทางวิชาชีพของคุณ” ดร.นันทนา กล่าว

ดร.นันทนา ชี้ภาพลักษณ์ที่ติดลบของกองทัพไทย สามารถถูกแก้ไขได้ผ่านการลงมือแก้ไขปัญหามากกว่าการสื่อสารเพื่อสร้างภาพลักษณ์

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, ดร.นันทนา ชี้ว่าภาพลักษณ์ที่ติดลบของกองทัพไทย สามารถถูกแก้ไขได้ผ่านการลงมือแก้ไขปัญหา มากกว่าการสื่อสารเพื่อสร้างภาพลักษณ์

นักวิชาการด้านสื่อสารการเมือง ระบุด้วยว่า ปัจจุบันนี้ประชาชนสามารถเข้าถึงสื่อได้ง่าย และเข้าถึงข้อมูลได้เยอะมากขึ้น รวมถึงสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงต่าง ๆ จากสิ่งที่พวกเขาได้เสพบนโลกออนไลน์

สุดท้ายแล้ว ดร.นันทนา มองว่า ความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ได้ทำให้ผู้คนไม่ได้หลงเชื่อในเนื้อหาต่าง ๆ ในทันทีที่เขาได้พบเห็น นี่จึงเป็นความท้าทายต่อทุกฝ่ายว่า การสื่อสารเพื่อสร้างภาพลักษณ์จะต้องไม่ทำในลักษณะที่ผิวเผินอีกต่อไป

โฆษกกลาโหมยืนยันคลิป “ทหารมีไว้ทำไม” ไม่ใช่โฆษณาชวนเชื่อ

ไทยพีบีเอสรายงานถึงคำชี้แจงจาก จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ฝ่ายการเมือง กรณีคลิปทหารมีไว้ทำไมของช่อง Pigkaploy ว่า การที่มีผู้ทำเนื้อหาในลักษณะถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของทหารเช่นนี้ ไม่ถือว่าเป็นลักษณะของการทำโฆษณาชวนเชื่อ

นายจิรายุ กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ผู้ที่ทำคลิปในลักษณะที่ต้องการมาเรียนรู้การดำรงชีพของทหารต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง เช่น การสื่อสารเรื่องราวของหน่วยซีลกองทัพเรือ รวมถึงเรื่องราวเกี่ยวกับอากาศยานของกองทัพอากาศ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ