รมว.ดิจิทัลญี่ปุ่นประกาศสงครามกับ “ฟลอปปีดิสก์” และเทคโนโลยีล้าสมัย

แผ่นฟลอปปีดิสก์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แผ่นฟลอปปีดิสก์ ได้รับการพัฒนาขึ้น้ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1960 แต่ก็เสื่อมความนิยมลงในอีก 3 ทศวรรษต่อมา

นายทาโร โคโนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลของญี่ปุ่น “ประกาศสงคราม” กับแผ่นฟลอปปีดิสก์ และเทคโนโลยีล้าสมัยอื่น ๆ ที่ยังคงใช้ในหน่วยงานราชการของประเทศ 

นายโคโนะ กล่าวว่า ปัจจุบันมีระเบียบการของรัฐบาลราว 1,900 รายการที่กำหนดให้ธุรกิจต่าง ๆ ต้องใช้อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลรุ่นเก่าเหล่านี้ ซึ่งรวมถึง แผ่นซีดี และมินิดิสก์ ในการเก็บข้อมูล หรือใช้ในการยื่นเอกสารต่อหน่วยงานรัฐ 

เขาชี้ว่า จะมีการปรับปรุงกฎระเบียบเหล่านี้เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการทางออนไลน์ได้ 

แม้ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในฐานะผู้พัฒนานวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงพบเห็นการยึดถือและใช้เทคโนโลยีรุ่นเก่ากันอย่างแพร่หลายตามองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน 

แผ่นฟลอปปีดิสก์ได้รับการพัฒนาขึ้นในช่วงปลายทศวรรษที่ 1960 แต่ก็เสื่อมความนิยมลงในอีก 3 ทศวรรษต่อมา เนื่องจากมีการคิดค้นและผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า 

ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการจัดเก็บข้อมูลขนาด 32 กิกะไบต์ ซึ่งปัจจุบันสามารถเก็บได้ในเมมโมรีสติ๊กแท่งเดียว คุณจะต้องใช้แผ่นฟลอปปีดิสก์แบบธรรมดาในการจัดเก็บถึง 20,000 แผ่น 

อย่างไรก็ตาม ฟลอปปีดิสก์ยังคงมีอิทธิพลให้เราได้เห็นมาจนถึงปัจจุบัน นั่นคือการใช้รูปแผ่นฟลอปปีดิสก์มาเป็นสัญลักษณ์ปุ่มคำสั่งบันทึกเอกสาร (Save) ในโปรแกรมต่าง ๆ

A member of staff shows Macintosh SE FDHD

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ฟลอปปีดิสก์เสื่อมความนิยมเพราะมีการประดิษฐ์อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพมากกว่า

เล็งยกเลิกใช้เครื่องแฟกซ์

ในระหว่างการแถลงข่าวเมื่อ 30 ส.ค.นายโคโนะ วิจารณ์ว่า ญี่ปุ่นยังคงยึดติดกับเทคโนโลยีที่ล้าหลัง “ผมต้องการยกเลิกเครื่องแฟกซ์ และยังมีแผนที่จะทำเช่นนั้น”

เมื่อพูดถึงอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบเก่าที่หน่วยงานรัฐยังคงใช้อยู่ เขาก็ตั้งคำถามว่า “คุณจะไปหาซื้อแผ่นฟลอปปีดิสก์ได้ที่ไหนทุกวันนี้” 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ญี่ปุ่นตกเป็นข่าวจากการยึดติดอยู่กับเทคโนโลยีรุ่นเก่า หลายคนอธิบายปรากฏการณ์นี้ว่า เป็นเพราะคนบางส่วน โดยเฉพาะคนรุ่นเก่าไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งวัฒนธรรมตามหน่วยงานรัฐที่ยังยึดถือแนวคิดเชิงอนุรักษนิยม 

เมื่อปี 2018 รัฐมนตรีด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ของญี่ปุ่นสร้างความตกตะลึงด้วยการยอมรับว่าเขาไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์ โดยระบุว่าเขามอบหน้าที่ด้านไอทีให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำ 

ในปี 2019 บริษัทผู้ให้บริการวิทยุติดตามตัว หรือ เพจเจอร์ (pager) รายสุดท้ายของญี่ปุ่นเพิ่งจะปิดตัวลง โดยผู้ใช้บริการคนสุดท้ายบอกว่านี่เป็นวิธีการสื่อสารที่แม่ของเขาชอบใช้ 

ขณะที่ในสหรัฐฯ มีการเปิดเผยว่า ยังคงมีการใช้แผ่นฟลอปปีดิสก์จัดการงานในกองกำลังด้านอาวุธนิวเคลียร์ช่วงทศวรรษที่ 2010 แต่มีรายงานว่ามีการยกเลิกวิธีนี้ไปในช่วงปลายทศวรรษเดียวกัน