You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
สำรวจครอบครัวชาวกาซา ที่ต้องอยู่กัน 90 ชีวิตในบ้านหลังเดียว
อิบราฮิม อัลอักฮา และ ฮามิดา ภรรยา กำลังมีความสุขกับวันหยุดยาวในกาซา ตอนที่อิสราเอลเริ่มโจมตีทางอากาศใส่ฉนวนกาซา
สามีภรรยาที่มีสัญชาติไอร์แลนด์นี้ อยากให้ลูก ๆ ทั้ง 3 คนที่เกิดในกรุงดับลิน ได้รู้จักกับญาติ ๆ ที่เป็นชาวปาเลสไตน์ รวมถึงจะได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมด้วย
แต่แทนที่ทริปท่องเที่ยวของพวกเขาจะจบลงด้วยการรวมญาติแบบผ่อนคลาย พวกเขาต้องมารับมือกับการโจมตีด้วยจรวดและระเบิดแทน
"มันคือ... การระเบิด ระเบิด แล้วก็ระเบิดอย่างต่อเนื่อง บ้านทั้งหลังสั่นไปหมด" อิบราฮิมกล่าว
อิสราเอลเริ่มตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศใส่ฉนวนกาซา หลังการโจมตีโดยกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ต.ค. สังหารผู้คนไปอย่างน้อย 1,400 คนในอิสราเอล โดยจนถึงขณะนี้ ผู้คนกว่า 4,100 คนในกาซาเสียชีวิตไปแล้วเช่นกันจากการโต้กลับของอิสราเอล
หลังจากที่อิสราเอลประกาศให้ผู้คน 1.1 ล้านคนในกาซาตอนเหนืออพยพลงใต้ก่อนที่การบุกโจมตีภาคพื้นดินจะเริ่มต้น ครอบครัวของอิบราฮิมก็ได้เก็บสัมภาระในอพาร์ทเมนท์ในกาซา ซิตี และหนีออกมา พวกเขาไปพักอยู่ที่บ้านพ่อแม่ของอิบราฮิมในเมืองข่าน ยูนิส ที่อยู่ทางตอนใต้ของกาซา
เนื่องจากมีผู้คนจำนวนมากที่ต้องอพยพลงใต้ ครอบครัวของอิบราฮิมก็เจอญาติ ๆ และเพื่อน ๆ อีกจำนวนมากที่ไม่มีที่ไป และตอนนี้พวกเขากว่า 90 คนก็มาอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน อิบราฮิมบอกว่าครอบครัวเขาจะไม่ไล่ใครออกไป
การใช้ชีวิตของคน 90 คน ในบ้านที่มีเพียง 4 ห้องนอนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาขนเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นออกไปด้านนอกเพื่อให้มีที่นอนมากขึ้น พวกเขาต้องแบ่งกะเวลากันนอน โดยมี 2 คนที่ได้นอนบนฟูก อิบราฮิมที่เป็นวิศวกรได้ถอดบานหน้าต่างออก เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดจากเศษกระจกหากบ้านโดนโจมตีด้วยโดรน
เนื่องจากตอนนี้อาหาร น้ำ และไฟฟ้ายังถูกห้ามไม่ให้ส่งเข้ามาในกาซา ดังนั้นจึงยังไม่มีใครที่จะผ่อนคลายได้จริงๆ
"ตั้งแต่ตื่นจนถึงหลับ เราก็แค่พยายามที่จะมีชีวิตรอด" เขากล่าว
"พวกเราบางคนพยายามออกไปข้างนอกทุกวันเพื่อดูว่ามีอาหารกระป๋องแจกจ่ายหรือไม่" แม้ว่าพวกเขาจะสามารถอบขนมปังกันได้เองโดยใช้เตาอบที่อยู่ในชุมชน แต่ด้วยแป้งและน้ำที่ร่อยหรอลงทุกขณะ ก็ทำให้สามารถอบขนมปังกินได้ไม่เกินวันละมื้อเท่านั้น
สถานการณ์ยิ่งยากขึ้นไปอีกสำหรับเด็ก ๆ ทั้ง 30 คนที่อยู่ในบ้านหลังนี้ โดยมีถึง 10 คนที่อายุน้อยกว่า 5 ขวบ
"พวกเขาถามหาอาหารและน้ำตลอดเวลา และพวกเราก็พยายามจะหามันมาให้ได้มากที่สุด... แต่มันก็ยากมาก ๆ"
"สำหรับผู้ใหญ่และคนแก่ เรายังพอทนได้ เราปล่อยให้ตัวเองหิวได้ แต่เมื่อเด็ก ๆ ถามหาอาหาร เราก็ปฏิเสธพวกเขาไม่ได้"
อิบราฮิมกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของคนในกลุ่ม ซึ่งมีทั้งคนท้อง และชายชราที่เป็นเบาหวานซึ่งยากำลังจะหมดในไม่ช้า ถ้ามีใครซักคนในบ้านป่วยหนัก ทั้งกลุ่มก็คงไม่สามารถพาเขาหรือเธอไปโรงพยาบาลได้
"ลูกชายฉันเป็นกังวลอย่างมาก"
ลูก ๆ ของอิบราฮิมเองก็ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมาก โอมาร์และไอลีนที่อายุเพียง 3 ขวบและ 4 ขวบ กลัวมากตอนที่ได้ยินเสียงการโจมตีทางอากาศหรือเสียงระเบิด และอิบราฮิมกับภรรยาก็ต้องพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของทั้งคู่ด้วยการเล่นเกม
ส่วนตอนกลางคืน ความวุ่นวายรอบ ๆ บ้านก็ขัดจังหวะการนอนของพวกเขา และบางครั้งเด็ก ๆ ก็ตื่นขึ้นมาและกรีดร้อง ซามีที่อายุ 8 ขวบกลัวว่าโดรนจะมาโจมตี
"เขาเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น... เขาได้ยินและรู้สึกถึงความสับสนที่เรากำลังประสบและเขาก็กังวลอย่างมาก"
ในขณะที่สถานการณ์ในกาซาแย่ลง อิบราฮิมและครอบครัวก็พยายามที่จะหาทางกลับไปยังกรุงดับลิน และได้ติดต่อกับกระทรวงการต่างประเทศของไอร์แลนด์เกี่ยวกับการอพยพกลับประเทศแล้ว เมื่อวันเสาร์ก่อน พวกเขาเสี่ยงเดินทางจากเมืองข่าน ยูนิส ไปยังด่านข้ามแดนราฟาห์ที่ชายแดนอียิปต์ มีคนหลายพันรวมตัวกันอยู่ที่นั่นและพยายามจะออกจากกาซา
แต่เมื่อพวกเขาเดินทางไปถึงชายแดน อิบราฮิมก็ได้รับข้อความจากสถานเอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ประจำกรุงเทลอาวีฟว่า ให้พวกเขาหันหลังกลับเพราะด่านราฟาห์จะไม่เปิดให้ข้ามแดนออกไป ในตอนนี้เขากังวลว่าจะมีน้ำมันเหลือไม่พอที่จะเดินทางไปที่ชายแดนอีกรอบถ้าหากแผนอพยพอันใหม่ประกาศออกมา และต่อให้เขามีน้ำมันพอ การสื่อสารกับสถานทูตก็อาจถูกตัดขาดได้หากเครือข่ายโทรศัพท์ล่ม
"ผมเริ่มที่จะหมดหวังแลัว" เขากล่าว
ไมเคิล มาร์ติน รองนายกรัฐมนตรีของไอร์แลนด์ บอกว่ารัฐบาลไอร์แลนด์กำลังทำเต็มที่เพื่อช่วยเหลือพลเมืองไอร์แลนด์ในกาซา แต่ในระหว่างนี้ ครอบครัวของอิบราฮิมก็คงได้แต่รอ
หลังเกิดเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลอัลอาห์ลีในกาซา ซิตี เมื่อวันอังคาร ซึ่งสังหารผู้คนไปหลายร้อยคน อิบราฮิมบอกว่าไม่มีใครในบ้านที่แออัดหลังนี้ของเขาหลับได้เต็มตา
"พวกเรากลัวอย่างสุดชีวิต... มันไม่มีเส้นแบ่งเลย... ทุกคน ทุกที่ สามารถกลายเป็นเป้าการโจมตีได้หมด"
"สิ่งต่าง ๆ กำลังแย่ลงทุกวัน"