You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
พบกับคุณยายชาวอิสราเอลผู้ใช้ "ชาและคุกกี้" ยับยั้งกลุ่มฮามาสไม่ให้สังหารยกครัว
“หนึ่งในผู้ก่อการร้ายพูดกับฉันว่า ‘ยายทำให้ผมคิดถึงแม่ของผม’” เรเชล เอดริ เล่าถึงบทสนทนากับนักรบกลุ่มฮามาส เมื่อวันที่ 7 ต.ค.
“ฉันบอกเขาว่า ‘ฉันเหมือนแม่เธอนั่นแหละ ฉันจะช่วยเธอ ฉันจะดูแลเธอ เธอต้องการอะไรล่ะ’”
สิ่งที่นักรบกลุ่มฮามาสเหล่านั้นขอเธอ คือชาและบิสกิต
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น คุณยายวัยเกษียณ อายุ 65 ปี จึงนำคุกกี้แบบโมร็อกโกพร้อมชา ไปเสิร์ฟให้กองกำลังฮามาส 5 คน ที่บุกเข้าไปในบ้านของเธอ ในเมืองโอฟาคิม ใกล้กับฉนวนกาซา
เธอบอกกับสื่ออิสราเอลว่า ได้ชวนกลุ่มฮามาสเหล่านั้นพูดคุย เพื่อซื้อเวลา จนเธอและสามีได้รับการช่วยเหลือในที่สุด นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าความใส่ใจและการพูดคุย ทำให้สถานการณ์พลิกจากร้ายเป็นดีได้
เมื่อวันที่ 7 ต.ค. นักรบกลุ่มฮามาสได้บุกเข้ามาในเมือง และสังหารประชาชนในชุมชนหลายสิบคน ก่อนจะบุกเข้าไปในบ้านของคุณยายเอดริ แล้วจับเธอและสามีเป็นตัวประกัน
แต่ด้วยไหวพริบและจิตใจที่ชอบให้บริการของคุณยาย ทำให้เธอและสามีรอดชีวิตมาได้ ตอนนี้เอดริได้รับการยกย่องในอินเทอร์เน็ตให้เป็นวีรสตรี และทำให้เธอได้มีโอกาสพบกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ระหว่างการเดินทางเยือนอิสราเอล เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (18 ต.ค.)
เสียงเพลงอารบิกและฮีบรู
ในการให้สัมภาษณ์กับรายการโทรทัศน์ คุณยายเอดริเล่าถึงเหตุการณ์ที่มีกลุ่มฮามาส 5 คนอยู่ในห้องนั่งเล่นของเธอ
“ตอนนั้น บ่ายสี่โมงเย็นแล้ว ฉันพูดกับตัวเองว่า ‘โอ้ พวกเขาต้องทานข้าวกลางวันนะ ฉันกลัว เพราะคนที่กำลังหิวมักจะควบคุมตัวเองไม่ได้’” เธอกล่าว
“หลังพวกเขาดื่มชาและทานคุกกี้ นักรบฮามาสก็ดูสงบลง”
แต่สิ่งที่ เอดริ เสิร์ฟให้กับกลุ่มฮามาสที่ใช้ปืนจ่อเธอและสามีนาน 20 ชั่วโมง ไม่ใช่แค่ชาและคุกกี้เท่านั้น
เธอยังร้องเพลงภาษาอารบิกให้เหล่านักรบฟังด้วย ส่วนกลุ่มฮามาสก็ร้องเพลงภาษาฮีบรูให้เธอฟัง
“ฉันเริ่มบทสนทนา ช่วงหนึ่งฉันถึงกับลืมไปเลยว่า พวกเขาเป็นผู้ก่อการร้าย” เอดริ บอกกับเว็บไซต์ข่าวอิสราเอล Ynet
ภารกิจช่วยเหลือ
ในระหว่างที่คุณยายเอดริชวนกลุ่มฮามาสจิบชาและพูดคุย ตำรวจอิสราเอลก็อยู่นอกบ้านของเธอ เตรียมเข้าช่วยเหลือ
สถานการณ์ผ่านไป 17 ชั่วโมง ตำรวจบุกเข้าไปในบ้านและยิงกลุ่มติดอาวุธฮามาสทั้ง 5 คนเสียชีวิต
ลูกชายของเอดริ เป็นตำรวจในท้องที่ ได้ช่วยสนับสนุนภารกิจช่วยตัวประกัน ด้วยการวาดแผนผังบ้านให้กับชุดปฏิบัติการ ทำให้สามารถลอบเข้าไปสังหารกลุ่มฮามาสได้
ตอนนี้ บ้านของเอดริเสียหายอย่างหนัก ทางการจึงให้คุณยายเอดริและสามีไปพักที่โรงแรมในพื้นที่ทางตอนกลางของอิสราเอล
เรื่องราวการใช้ ชา-คุกกี้-เสียงเพลง เพื่อชะลอกลุ่มฮามาส กลายเป็นไวรัลไม่เพียงแต่ในอิสราเอล แต่ยังเป็นไวรัลไปทั่วโลก จนเมื่อประธานาธิบดีไบเดนได้พบกับเหล่าผู้รอดชีวิตจากการโจมตีของฮามาส ระหว่างการเยือนอิสราเอล คุณยายเอดริก็เป็นหนึ่งในคนที่ผู้นำสหรัฐฯ ได้พบด้วย
เอดริ ยิ้มกว้างและกอดประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่วนเขาก็ขอบคุณเธอที่ “ปกป้องประเทศ” ด้วยชา คุกกี้ และบทสนทนาอย่างใจเย็น