เปิดเอกสารฟ้องหย่าของกษัตริย์ซูลู กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่ออาณาจักรแห่งนี้อย่างไร

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, ฟารูค โชเธีย
- Role, บีบีซีนิวส์
ชีวิตรักของกษัตริย์แห่งซูลูในแอฟริกาใต้เป็นสิ่งผู้คนทั่วประเทศกำลังให้ความสนใจ และยังกลายเป็นความอื้อฉาวในประเด็นด้านอนุรักษนิยมทางสังคมของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงแหวกม่านประเพณีด้วยการฟ้องหย่าพระราชินี
การมีภรรยาหลายคนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมซูลู แต่กษัตริย์ มิซูซูลู กา ซเวลิทีนี ทรงเลือกวิถีทางที่ไม่ปกติด้วยการฟ้องศาลหย่ากับพระชายาพระองค์แรก หรือ พระราชินี นโตโกโซ กา มายิเซลา
"ทุกคนต่างรู้สึกประหลาดใจ ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเห็นกษัตริย์จะไปไกลถึงขั้นฟ้องหย่า" ศ.กูกู มาซิบูโก ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมแห่งมหาวิทยาลัยโจฮันเนสเบิร์กในแอฟริกาใต้ กล่าวกับบีบีซี
"ในวัฒนธรรมซูลู ไม่มีการหย่าร้าง คุณก็ไม่สมควรจะขับไล่ภรรยาของตัวเองด้วย" เธอกล่าว
กษัตริย์ซูลูทรงได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชสีห์ของชาติ" (lion of the nation) ทรงเป็นผู้พิทักษ์โบราณราชประเพณีซึ่งกำหนดให้การอภิเษกสมรส และการมีพระชายาหลายพระองค์เป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จของราชวงศ์
บทบาทของพระองค์ในแอฟริกาใต้อาจเป็นเพียงในแง่พิธีการเท่านั้น แต่พระองค์ยังทรงมีอิทธิพลอย่างมาก ด้วยงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลปีละหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ
กษัตริย์พระองค์นี้ ทรงเติบโตในราชอาณาจักรเอสวาตินีที่อยู่ใกล้เคียง ทรงได้รับการศึกษาที่สหรัฐฯ ก่อนเสด็จกลับมาครองราชบัลลังก์ในปี 2021 ซึ่งก็ดูเหมือนกำลังจะก่อให้เกิดข้อถกเถียงในชั้นศาล
พิธีสถาปนาขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์พระองค์ก็ถูกคัดค้านในศาล โดยพระอนุชาต่างพระมารดา ผู้ทีทรงมีความพยายามจะช่วงชิงบัลลังก์ไปจากพระองค์
การอภิเษกสมรสครั้งที่ 2 ของพระองค์ดูเหมือนจะสั่นคลอน ความพยายามในการมีพระชายาพระองค์ที่ 3 ก็ดูเหมือนจะหยุดชะงักลง และยังมีรายงานว่า พระองค์ทรงพยายามสานสัมพันธ์กับเจ้าหญิงอีกพระองค์ด้วย
ชีวิตส่วนพระองค์ของกษัตริย์ที่มีพระชนมายุ 50 พรรษาพระองค์นี้ เคยถูกพูดถึงอย่างเงียบ ๆ กระทั่งพระองค์ทรงยื่นเอกสารเพื่อขอหย่าในเดือน ธ.ค. 2024
ศ.มาซิบูโก เปิดเผยว่า เคยมีบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นว่า กษัตริย์ซูลูในช่วงศตวรรษที่ 20 ทรงเคยหย่าร้างกับพระราชินีพระองค์หนึ่งเช่นกัน แต่เรื่องนี้ถูกเก็บให้เป็น "ความลับสูงสุดของราชวงศ์" เนื่องจากการหย่าร้างของสมาชิกราชวงศ์ไม่ใช่บรรทัดฐานที่ควรจะเป็น
"หากการอภิเษกสมรสไม่ประสบความสำเร็จ พระชายาจะยังคงประทับอยู่ในพระตำหนักของกษัตริย์ ในพื้นที่ที่ได้รับพระราชทานเป็นการส่วนพระองค์ แม้ว่าพระองค์ทรงไม่ได้มีความสัมพันธ์กับกษัตริย์แล้วก็ตาม แต่พระองค์ และพระโอรสหรือพระธิดาทรงจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี"

ที่มาของภาพ, KwaZulu-Natal government/Facebook
ช่วงเวลาก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นครองราชย์ ภายหลังการสิ้นพระชนม์อย่างกะทันหันของพระราชบิดาและพระราชมารดาเมื่อ 4 ปีก่อน เป็นช่วงเวลาที่ "เจ้าชายมิซูซูลู" ในขณะนั้น ทรงเสกสมรสกับ นโตโกโซ มายิเซลาแล้ว
ขณะนั้นทั้งสองพระองค์ทรงมีทายาทด้วยกันแล้วสองพระองค์ แต่จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมอีกคนคือ ศ.มูซา ซูลู จากมหาวิทยาลัยซูลูแลนด์ การตัดสินใจเสกสมรสดังกล่าวดูเหมือนจะเกิดขึ้นด้วยความรีบเร่ง
"ดูเหมือนกับว่า พระองค์ทรงรู้สึกว่าจะไม่สามารถขึ้นเป็นกษัตริย์ได้ หากไม่มีพระชายา" เขาบอกกับบีบีซี
พระราชินี กา มายิเซลา ทรงมาจาก "ครอบครัวสามัญชน" เช่นเดียวกับพระชายาของกษัตริย์ซูลูหลายพระองค์ โดยครอบครัวของพระองค์มาจากเมืองเหมืองแร่เล็ก ๆ ในจังหวัดควาซูลู-นาตาล
นักวิชาการรายนี้ระบุว่า ในระหว่างการแสดงคาบาเร่ต์ที่แสดงที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองชายฝั่ง เดอร์บัน พระองค์ทรงเป็นที่ต้องพระเนตรของเจ้าชายมิซูซูลู
สถานะของเธอชัดเจนมากขึ้นในพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์ซูลูเมื่อ ธ.ค. 2022 ที่ปรากฏว่า พระองค์ประทับเคียงข้างพระราชา
แต่สถานะของราชินี ณ ตอนนี้กำลังตกอยู่ในความเสี่ยง เมื่อในเอกสารที่ยื่นต่อศาล กษัตริย์ตรัสว่าทั้งสองพระองค์ทรงไม่ได้ใช้ชีวิตคู่ฉันท์สามีภรรยามาไม่ต่ำกว่า 1 ปีแล้ว และชีวิตคู่ของทั้ง 2 พระองค์ก็พังทลายอย่างไม่สามารถแก้ไขได้
ตามมาด้วยการที่สำนักพระราชวังได้เชิญเข้าร่วมพระราชพิธีอภิเษกสมรสของกษัตริย์กับว่าที่พระชายาพระองค์ใหม่ คือ นอมซาโม มเยนี ที่มีกำหนดจัดขึ้นในปลายเดือน ม.ค. โดยมีสินสอดฝ่ายเจ้าสาวที่เรียกว่า "ลาโบลา" เป็น วัว ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินอันล้ำค่าในวัฒนธรรมซูลู
พระราชินี กา มายิเซลา ทรงไม่นิ่งนอนใจต่อเรื่องนี้ โดยพระองค์ทรงดำเนินการฟ้องศาลเพื่อยุติพระราชพิธีอภิเษกสมรส ซึ่งส่งผลให้พระราชพิธีดังกล่าวถูกเลื่อนออกไป
ข้อโต้แย้งของราชินี คือ กษัตริย์ที่ราษฎรรับรู้ในนาม "อินกอนยามา" (Ingonyama) ซึ่งแปลว่า "ราชสีห์" อาจจะทรงกระทำการอันเป็นการเข้าข่ายความผิดฐาน "สมรสซ้อน" หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงการอภิเษกสมรสของทั้งสองพระองค์ จากเดิมที่เป็นการสมรสตามกฎหมาย ให้เป็นการสมรสตามธรรมเนียมประเพณีซูลูเสียก่อน
แต่ผู้พิพากษายกคำฟ้องคดีนี้ โดยระบุว่า พระราชินีมีทัศนคติที่ "เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา" เนื่องจากพระองค์ทรงได้ตกลงกับพระสวามีแล้วว่า ให้พระองค์สามารถมีพระชายาพระองค์อื่นได้
เขาตั้งข้อสังเกตว่า กษัตริย์ทรงเคยทำเช่นนั้นแล้ว ในการอภิเษกสมรสกับ โนซิซเว กา มูเลลา กรรมการผู้จัดการธนาคารเอสวาตินี เมื่อปี 2022

ที่มาของภาพ, Supplied
ศ.มาซิบูโก อธิบายเพิ่มเติมว่า การมีภรรยาหลายคนไม่ใช่วัฒนธรรมดั้งเดิมของซูลู และในความเป็นจริงแล้ว กษัตริย์ 2 พระองค์แรกของซูลูก็ทรงครองพระองค์เป็นโสด
แต่วัฒนธรรมนี้กลับได้รับการยอมรับโดยผู้สืบทอดราชวงศ์ อย่างเช่น กษัตริย์มิซูซูลู กษัตริย์พระองค์ที่ 9 ของซูลู และแนวความคิดนี้ก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมซูลู
"นี่คือวิธีการที่เราสร้างครอบครัว โดยเฉพาะพระราชวงศ์" ศ.มาซิบูโก ระบุ
พระราชินี กา มูเลลา มาจากครอบครัวที่มีอิทธิพลในเอสวาตินี และพระราชพิธีอภิเษกสมรสดังกล่าวดูเหมือนจะเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์ด้วยกัน
แม้ขณะนี้จะไม่ชัดเจนว่าทั้ง 2 พระองค์ยังทรงมีความสัมพันธ์กันอยู่หรือไม่ จากการที่พระราชินี กา มูเลลา ทรงไม่ปรากฏพระองค์ในงานประเพณีของซูลูมาพักหนึ่งแล้ว ท่ามกลางเสียงคาดเดาว่าพระราชพิธีอภิเษกสมรสของทั้ง 2 พระองค์อาจยังไม่สมบูรณ์
ปัญหาของการอภิเษกสมรสของกษัตริย์พระองค์ปัจจุบัน ดูเหมือนจะมีต้นตอมาจากการไม่ปฏิบัติตามธรรมเนียมราชประเพณีอย่างเหมาะสม
อย่างกรณีของพระชายาพระองค์แรก พระองค์ทรงเลือกที่จะอภิเษกสมรสด้วยวิธีการตามแบบยุคปัจจุบัน โดยไม่มีการอภิเษกสมรสตามราชประเพณีของซูลู
"เพื่อให้พระราชพิธีอภิเษกสมรสให้มีความสมบูรณ์ตามแบบราชประเพณีของซูลู จะต้องมีงานชุมนุมเฉลิมฉลองกันทางสังคม ด้วยการร้องรำทำเพลง" ศ.ซูลู ระบุ
"คุณ ในฐานะเจ้าสาว จะต้องเป็นผู้นำด้วยเพลงเดี่ยว และมีเพื่อนเจ้าสาวร่วมเต้นรำ และคุณจะต้องถือหอกนำไปมอบให้กษัตริย์ จากนั้นจะไม่มีทางหันหลังกลับแล้ว"

ที่มาของภาพ, Getty Images
นี่ทำให้พระราชานี กา มายิเซลา ทรงจะไม่ได้รับการปกป้องใด ๆ ตามธรรมเนียม แต่ทรงได้รับข้อเสนอเพียงค่าใช้จ่ายรายเดือน เดือนละ 1,100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 37,700 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 1 ปีเท่านั้น แม้ว่าพระองค์ทรงมีแนวโน้มที่จะเรียกร้องมากกว่านี้ ก่อนที่จะทรงกลับไปใช้ชีวิตในแบบสามัญชน ศ.ซูลู ระบุ
ส่วนกรณีของพระชายาพระองค์ที่ 2 นักวิชาการผู้นี้ระบุว่า มีการจ่ายสินสอด "ลาโบลา" ไปแล้วตั้งแต่ ม.ค. 2022 แต่คนวงในของราชวงศ์เปิดเผยว่า กษัตริย์ทรงรู้สึกว่า "ผู้ที่ไปจ่ายสินสอด ไม่ได้มีอำนาจในการดำเนินการ" นอกจากนี้ พระราชพิธีดังกล่าวยังไม่ได้รับการยอมรับในฐานะ พิธีการสาธารณะ
ส่วนชะตากรรมของว่าที่พระชายาพระองค์ที่ 3 หรือ นอมซาโม มเยนี ก็ยังไม่ชัดเจน หลังกษัตริย์ทรงไม่สามารถอภิเษกสมรสกับเธอได้ตามกำหนดในเดือน ม.ค. แม้ว่าศาลจะอนุญาตก็ตาม
ศ.ซูลู เปิดเผยว่า การ "เลื่อน" กำหนดการพระราชพิธีอภิเษกสมรส แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวัฒนธรรมซูลู
แม้ว่าราษฎรจะยังพบเห็น มเยนี ปรากฏกายเคียงอยู่กับกษัตริย์ ในขณะที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปร่วมรัฐพิธีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเธอถูกเรียกว่าเป็นพระราชินี ซึ่งสื่อว่าพิธีอภิเษกสมรสของทั้งสองพระองค์อาจเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อการหย่าร้างของกษัตริย์นั้นสมบูรณ์แล้ว
แต่เนื่องจากเธอเป็นเพียงสามัญชน เธอจึงไม่มีเครือข่ายอิทธิพลใด ๆ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมผู้ช่วยคนหนึ่งของกษัตริย์จึงยืนยันกับสื่อท้องถิ่นเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า "มีว่าที่พระราชินีพระองค์ใหม่" แล้ว คือ ซิห์เล มดลูลี ซึ่งมาจากราชวงศ์ของกลุ่มชาติพันธุ์เล็ก ๆ ในแอฟริกาใต้

ที่มาของภาพ, Supplied
ผู้ช่วยคนดังกล่าวยังเปิดเผยอีกว่า เธออาจได้รับฉายา "แม่แห่งชาติ" (mother of the nation) ซึ่งจะทำให้เธอมีสถานะที่สูงส่งกว่าราชินีทั้งหมด และที่สำคัญคือทายาทที่กำเนิดโดยเธอมีโอกาสสูงที่จะได้สืบทอดราชบัลลังก์
แต่ ศ.ซูลู ระบุว่า เขาจะไม่ประหลาดใจเลย หากการอภิเษกสมรสครั้งนี้จะล้มเหลว เพราะความสัมพันธ์ทั้งหมดที่ผ่านมาของกษัตริย์องค์ปัจจุบันดูเหมือนจะมีปัญหา
"ผมไม่แน่ใจว่าพระองค์ทรงมีความพร้อมสำหรับการเป็นกษัตริย์หรือเปล่า หรือมีที่ปรึกษาที่ดีไหม" นักวิชาการผู้นี้กล่าว
เขายังเปิดเผยว่า กษัตริย์พระองค์นี้ทรงมีพระราชจริยาวัตรที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ เท่าที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ เช่น การที่พระองค์ทรงไล่เจ้าหน้าที่อาวุโสหลายคนที่ถวายงานออกไป
ยิ่งไปกว่านั้น พระองค์ยังทรงแต่งตั้งตัวเองเป็นประธานคณะกรรมการของทรัสต์ที่ดินที่ให้ผลกำไรงาม โดยพระองค์ทรงเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์แต่เพียงผู้เดียว
ทรัสต์ดังกล่าวถูกก่อตั้งท่ามกลางข้อถกเถียง เมื่อไม่นานก่อนที่แอฟริกาใต้จะกลายเป็นประชาธิปไตยในปี 1994 ซึ่งควบคุมที่ดินราว 2.8 ล้านเฮกตาร์ (ประมาณ 17.5 ล้านไร่) ในเมืองควาซูลู-นาตาล
กษัตริย์มิซูซูลู ยังทรงระงับสมาชิกภาพทุกคนในบอร์ดกรรมการเป็นการชั่วคราว และทรงสั่งยุติสมาชิกภาพของกรรมการหนึ่งคน โดยทรงกล่าวหาว่า พวกเขาไม่ให้ความร่วมมือ
การดำเนินการเช่นนี้ของพระองค์ขัดต่อคำแนะนำของรัฐบาล ที่ชี้ว่าในฐานะองค์ประธาน พระองค์ทรงจะต้องรายงานต่อสภาถึงการดำเนินการของกองทรัสต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดกับสถานะของพระองค์ในฐานะกษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญ
ข้อโต้แย้งดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้รัฐบาลต้องปวดหัวกับปัญหาการเมือง เมื่อพยายามเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรงกับกษัตริย์

ที่มาของภาพ, AFP
ศ.ซูลู ระบุว่า เขาจะไม่ประหลาดใจ ถ้าถึงจุดหนึงแล้วคู่แข่งที่ทรงพลังภายในราชวงศ์ของพระองค์ จะเปิดเดิมพันครั้งใหม่เพื่อโค้นล้มพระองค์จากอำนาจ ด้วยการขอให้ศาลตัดสินว่าพระองค์ทรงไม่ "คู่ควรและเหมาะสม" ที่จะดำรงตำแหน่ง กษัตริย์
พระอนุชาต่างพระมารดาของกษัตริย์พระองค์นี้ คือ เจ้าชายซิมากาเด ซูลู ซึ่งเป็นพระโอรสพระองค์โตของกษัตริย์พระองค์ก่อน ทรงมีความมุ่งหมายที่จะขึ้นครองบัลลังก์มานานแล้ว แต่ผู้สนับสนุนของพระองค์ถูกพันธมิตรของเจ้าชายมิซูซูลูเอาชนะในการอภิปรายว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์
ประธานาธิบดี รามาโฟซา การรับรองเจ้าชายมิซูซูลูเป็นกษัตริย์ซูลูพระองค์ใหม่หลังจากนั้น ซึ่งปูทางให้เขาได้รับเงินทุนจากรัฐบาล
แต่ผู้สนับสนุนของเจ้าชายซิมากาเด ยังไม่ยอมแพ้ พวกเขาไปที่ศาลสูงสุดเพื่อประกาศว่าพิธีราชาภิเษกของพระองค์ "ผิดกฎหมาย" และชนะ
ศาลตัดสินว่าประธานาธิบดีรามาโฟซา ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งทำให้เขาต้องสั่งสอบสวนการคัดค้านการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์มิซูซูลู
สถานะเดิมของกษัตริย์ยังคงอยู่ ในระหว่างรอผลการอุทธรณ์
แต่เรื่องอื้อฉาวต่าง ๆ มีโอกาสทำให้สถานะของกษัตริย์อ่อนแอลง หากต้องต่อสู้เพื่อชิงบัลลังก์อีกครั้ง
แม้ว่า ศ.มาซิบูโก จะระบุว่า การต่อสู้เพื่อชิงบัลลังก์ซูลูที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันอย่างดุเดือดมาตลอด เว้นแต่ทุกวันนี้มันเกิดขึ้นในศาลแทนที่จะเป็นสนามรบนองเลือด
"พระองค์ไม่ใช่กษัตริย์องค์แรกที่ต้องผ่านอะไรมากมาย" เธอกล่าว "ฉันหวังว่าพระองค์จะรอดชีวิต และแก้ปัญหาทุกอย่างได้"










