ข้อสันนิษฐานต่อแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุกราดยิงหาดบอนไดมีอะไรบ้าง

ที่มาของภาพ, Getty Images
เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นของออสเตรเลีย เกิดเหตุกราดยิงซึ่งพุ่งเป้าโจมตีไปที่ชุมชนชาวยิว ระหว่างงานเฉลิมฉลองเทศกาลฮานุกกะห์ (Hannukah) ที่บริเวณชายหาดบอนได ประเทศออสเตรเลีย
เหตุโจมตีครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 คน โดยหนึ่งในเหยื่อคือเด็กหญิงวัย 10 ขวบ
เจ้าหน้าที่ระบุตัวคนร้าย 2 คน ซึ่งมีสถานะเป็นพ่อลูกกัน มือปืนผู้ที่เป็นพ่อ วัย 50 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุหลังถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรม ขณะที่ผู้ก่อเหตุอีกรายซึ่งเป็นลูกชาย วัย 24 ปี ถูกตำรวจสกัดยิงอาการสาหัส
ล่าสุด เจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องเริ่มออกมาวิเคราะห์แรงจูงใจรวมไปถึงเบาะแสของผู้ก่อเหตุ ซึ่งบีบีซีไทยรวบรวมมาแล้วในรายงานชิ้นนี้
1. พบธงสัญลักษณ์ "รัฐอิสลาม"
มัล แลนยอน ผู้บัญชาการตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวในช่วงเช้าของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่นว่าพบธงสัญลักษณ์ของรัฐอิสลาม (Islamic State group) หรือไอเอส แบบ "ทำเอง" 2 ผืน พร้อมกับระเบิดแสวงเครื่องภายในยานพาหนะที่จอดอยู่ของคนร้าย
เขากล่าวต่อไปว่าตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนประเด็นแรงจูงใจอยู่
ทั้งนี้ พื้นที่บริเวณชายหาดบอนไดยังถูกปิดไว้ และมีแนวโน้มว่าจะเป็นเช่นนี้ไปจนถึงช่วยบ่ายของวันที่ 17 ธ.ค. นี้
2. การปลุกปั่นกระแสเกลียดชัง

ที่มาของภาพ, Getty Images
นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี แห่งออสเตรเลีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "การบิดเบือนหลักศาสนาอิสลามในแนวคิดสุดโต่ง" เป็น "ปัญหาอย่างแท้จริง" พร้อมระบุว่า ทั่วโลกตระหนักถึงประเด็นนี้ และไม่ได้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเฉพาะแค่ในออสเตรเลียเท่านั้น
กลุ่มรัฐอิสลาม (IS) ถูกขึ้นบัญชีเป็นองค์กรก่อการร้ายในออสเตรเลียตั้งแต่ปี 2014
เมื่อนักข่าวถามว่า รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรในการรับมือกับวาทกรรมหรือถ้อยคำที่ปลุกปั่นความเกลียดชัง นายกรัฐมนตรีอัลบาเนซีกล่าวว่า รัฐบาลของเขาเป็นรัฐบาลชุดแรกที่ผ่านกฎหมายห้ามการเผยแพร่ถ้อยคำลักษณะดังกล่าว
เขาระบุว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตอบสนองของรัฐบาลต่อปัญหาการต่อต้านชาวยิว (anti-semitism) ในออสเตรเลีย
3. การควบคุมปืนจะช่วยได้จริงหรือไม่
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีอัลบาเนซี ได้ออกมากล่าวว่า "ข้อความของผมถึงชาวออสเตรเลียเชื้อสายยิว คือ ชาติของเรายืนเคียงข้างคุณ เราโอบกอดคุณในช่วงเวลาที่เลวร้ายอย่างยิ่งนี้"
เขากล่าวต่อว่า "ด้วยลักษณะกฎหมายอาวุธปืนของเรา ทำให้กฎหมายเหล่านี้เข้มแข็งได้ก็ต่อเมื่อส่วนที่อ่อนแอที่สุดเข้มแข็ง" และย้ำว่าเขาพร้อมให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าเสริมความเข้มงวดของกฎหมายดังกล่าว
นายกรัฐมนตรีอัลบาเนซีเสนอว่า มาตรการที่กำลังพิจารณาจะรวมถึงการจำกัดจำนวนอาวุธปืน และจำกัดประเภทของอาวุธปืนที่อนุญาตให้ครอบครองได้ตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังจะพิจารณากำหนดให้ผู้ครอบครองอาวุธปืนต้องมีสัญชาติออสเตรเลียเป็นหนึ่งในเงื่อนไข รวมถึงเร่งรัดการจัดทำทะเบียนอาวุธปืนระดับชาติ
ขณะเดียวกัน ผู้นำชุมชนบางส่วนและอดีตนักการเมืองหลายคน รวมถึงจอห์น ฮาวเวิร์ด อดีตนายกรัฐมนตรีที่ได้ผลักดันการปฏิรูปกฎหมายปืนครั้งใหญ่หลังเหตุกราดยิงที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ออสเตรเลียเมื่อปี 1996 ระบุว่า การถกเถียงเรื่องการปฏิรูปกฎหมายปืนในเวลานี้ เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจจากมาตรการที่จำเป็นต้องดำเนินการอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามถึงประเด็นนี้ คริส มินส์ มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ ปฏิเสธข้อวิจารณ์ดังกล่าว โดยย้ำว่า ทั้งการควบคุมอาวุธปืนให้เข้มงวดขึ้น และนโยบายรับมือกับการต่อต้านชาวยิว เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องดำเนินควบคู่กันไป
"เราจำเป็นต้องทำทุกอย่างเหล่านี้ไปพร้อมกัน นี่คือความจริง เหตุอาชญากรรมครั้งนี้เลวร้ายอย่างยิ่ง และการดำเนินการเพียงด้านเดียวไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับขนาดของความท้าทายที่อยู่ตรงหน้าเรา" เขากล่าว
4. การเดินทางไปฟิลิปปินส์
ในการแถลงข่าวช่วงเช้า มัล แลนยอน ผู้บัญชาการตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ ยังเปิดเผยว่ามือปืนพ่อลูกได้เดินทางไปยังประเทศฟิลิปปินส์ในช่วงก่อนเกิดเหตุไม่นาน
"เหตุผลที่พวกเขาเดินทางไป วัตถุประสงค์ของการเดินทาง และสถานที่ที่พวกเขาไปในช่วงเวลานั้น ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนในขณะนี้" แลนยอนกล่าว
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว ABC News อ้างแหล่งข่าวด้านความมั่นคง ระบุว่า ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืน ซึ่งสื่อท้องถิ่นระบุชื่อว่า ซาจิด และ นาวีด อักราม ได้เดินทางไปยังประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อเข้ารับ "การฝึกในลักษณะทางทหาร" ในช่วงหนึ่งเดือนก่อนเหตุยิงที่ชายหาดบอนได
ต่อมา สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองฟิลิปปินส์เปิดเผยกับบีบีซีว่า ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุยิงที่ชายหาดบอนไดทั้งสองราย เดินทางเข้าฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 1 พ.ย. และเดินทางออกจากที่นั่นเมื่อวันที่ 28 พ.ย. ที่ผ่านมา
ดานา ซานโดวาล โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระบุว่า ซาจิด อักราม อายุ 50 ปี เดินทางโดยใช้หนังสือเดินทางอินเดีย ขณะที่ลูกชายของเขา นาวีด อักราม อายุ 24 ปี ใช้หนังสือเดินทางออสเตรเลีย
ซานโดวาลกล่าวว่า ทั้งสองได้แจ้งว่าเมืองเมืองดาเวา ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ เป็นจุดหมายปลายทางสุดท้ายระหว่างพำนักในฟิลิปปินส์ และเที่ยวบินขากลับสู่ออสเตรเลียมีปลายทางที่นครซิดนีย์
ดาเวาเป็นเมืองขนาดใหญ่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะมินดาเนา ซึ่งเป็นเกาะหลักทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ เป็นที่ทราบกันดีว่า มีกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ยากจนทางตอนกลางและตะวันตกเฉียงใต้ของมินดาเนา
ขณะเดียวกัน กองทัพฟิลิปปินส์ระบุว่า ยังไม่สามารถยืนยันรายงานก่อนหน้านี้ได้ในทันที ที่ระบุว่าผู้ต้องสงสัยทั้งสองได้รับ "การฝึกในลักษณะทางทหาร" ระหว่างที่พำนักอยู่ในประเทศ











