เกิดอะไรขึ้นกับกลุ่มรัฐอิสลามในปี 2023

Islamic State/Iraq/Syria: A masked Islamic State soldier poses holding the ISIL banner somewhere in the deserts of Iraq or Syria. ISIL publicity image, 2015. (Photo by: Pictures from History/Universal Images Group via Getty Images)

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, มินา อัล-ลามี
    • Role, บีบีซี มอนิเตอริง

บีบีซี มอนิเตอริง รวบรวมข้อมูลในรอบปี พบว่า กลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (The Islamic State group - IS) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยยึดครองดินแดนอันกว้างใหญ่จากทางตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรียข้ามไปยังตอนเหนือของอิรัก แสดงให้เห็นสัญญาณว่าการโจมตีลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2023

ความเคลื่อนไหวไอเอสลดลงเกินกว่าครึ่งหากเปรียบเทียบกับปีก่อน และบรรดาผู้นำก็ได้รับความเสียหายออย่างหนัก

เครือข่ายในอียิปต์เงียบงัน โดยเข้าร่วมกับสาขาในลิเบียและเยเมน ขณะที่เครือข่ายในอัฟกานิสถานออกมากล่าวอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีเล็ก ๆ

เช่นเดียวกับ ปฏิบัติการในแอฟริกาที่ไอเอสออกมากล่าวอ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีเพียงไม่กี่ครั้ง จะมีก็แต่สาขาที่ซาเฮลซึ่งแผ่ขยายอิทธิพลไปทางตะวันออกของมาลี อ้างว่ามีการโจมตีครั้งใหญ่ในไนเจอร์ และมุ่งเน้นกิจกรรมการโฆษณาชวนเชื่อ

ตัวเลขบอกอะไรเรา

ในปี 2023 ไอเอสอ้างว่าก่อเหตุโจมตีทั่วโลก 838 ครั้ง (ระหว่าง 1 ม.ค.-30 พ.ย. 2023 ไม่รวมเดือน ธ.ค.) หากเทียบกับ 1,811 ครั้งในช่วงเดียวกันของปี 2022 โดยถือเป็นจำนวนที่ลดลงถึง 53%

การวิเคราะห์และค้นพบตัวเลขการโจมตีอิงจากคำกล่าวอ้าง ข้อความ และโฆษณาชวนเชื่ออย่างเป็นทางการของไอเอสและบรรดาผู้สนับสนุน ตัวเลขดัวกล่าวอาจเกินจริงหรือถูกมองข้ามไปในบางโอกาส

เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับการโจมตีของไอเอส

ในช่วงที่แผ่อิทธิพลสูงสุด กลุ่มไอเอสยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของซีเรียและอิรัก ก่อนสูญเสียฐานที่มั่นไปถึง 95% ในปี 2017

ในปี 2019 กองกำลังผสมนำโดยสหรัฐฯ และกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ดเข้ายึดหมู่บ้านบากูซ (Baghuz) ฐานที่มั่นสุดท้ายของไอเอสในซีเรีย และตามมาด้วยความปราชัยหลายครั้งซึ่งนำไปสู่จุดเสื่อมถอยของไอเอส

นับตั้งแต่นั้น ไอเอสก็มุ่งความสนใจไปที่การสร้างเครือข่ายในแอฟริกา เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความพ่ายแพ้ในแถบตะวันออกกลาง

ไอเอสยังพยายามปฏิบัติการในอิรัก ซีเรีย และข้ามไปขยายเครือข่ายหลายสิบแห่งในเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง แต่กิจกรรมของกลุ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ในเดือน มี.ค. ไอเอสพยายามหาข้ออ้างเพื่ออธิบายการโจมตีที่น้อยลง โดยกล่าวว่าไม่ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการก่อเหตุทั้งหมด ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภีย

สาขาไอเอสในเมืองซีนายของอียิปต์อ้างว่าไม่มีการโจมตีในปีนี้เลย ขณะที่ปีก่อนก่อเหตุถึง 102 ครั้ง ซึ่งรวมถึงปฏิบัติการใกล้คลองสุเอซในช่วงปลายปี 2022 ด้วย โดยบอกเป็นนัยว่ากลุ่มไอเอสถูกโจมตีอย่างรุนแรงจากกองทัพอียิปต์

การโจมตีโดยกลุ่มไอเอส-เค หรือที่เรีบกชื่อเรียกเต็มว่า กลุ่มรัฐอิสลามแห่งจังหวัดโคราซัน (Khorasan Province branch - ISKP) ในอัฟกานิสถานก็ลดลงเช่นกัน โดยไอเอสอ้างว่าก่อเหตุโจมตี 20 ครั้งในปี 2023 เทียบกับ 145 ครั้งในปีที่แล้วและ 293 ครั้งในปี 2021 ซึ่งเป็นปีที่กลุ่มตาลิบันหวนคืนสู่อำนาจ

ถึงแม้จำนวนการโจมตีจะลดลง แต่ก็ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ในเดือน ก.ค. ISKP อ้างว่ามีเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในการชุมนุมทางการเมืองของพรรคอิสลามิสต์ Jamiat Ulema-e-Islam-Fazl ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 60 ราย

ในอิรัก ไอเอสอ้างว่าอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุโจมตีทั้งหมด 141 ครั้งในปี 2023 ขณะที่ช่วงเดียวกันของปี 2022 ก่อเหตุ 401 ครั้ง หรือลดลง 65%

ส่วนที่ซีเรีย ไอเอสอ้างว่า มีการโจมตี 112 ครั้งในปีนี้ ลดลงจาก 292 ครั้งในปีที่แล้ว

ไอเอสกำลังเติบโตที่แอฟริกา

นับตั้งแต่เสียปราการด่านสุดท้ายที่บากูซในปี 2019 ไอเอสผันตัวไปโฆษณาชวนเชื่อ โดยมุ่งเน้น “การขยายตัว” และ “ชัยชนะ” ในซาฮารา แอฟริกา ซึ่งมีสาขาอยู่ 5 สาขา ได้แก่ สาขาแอฟริกาตะวันตก เน้นที่ไนจีเรีย หรือไอเอสวับ (ISWAP), สาขาแอฟริกากลาง เน้นที่คองโก ซึ่งบางครั้งก็รุกล้ำเข้าไปในยูกันดา, สาขาซาเฮล, สาขาโมซัมบิก และสาขาโซมาเลีย

สาขาที่มีการปฏิบัติการมากที่สุดคือ ISWAP ซึ่งส่วนใหญ่ก่อเหตุในในไนจีเรียทางตะวันออกเฉียงเหนือ และรอบ ๆ ทะเลสาบชาด แต่ในปี 2023 กิจกรรมของกลุ่มลดลงเช่นกัน ไอเอสอ้างว่าก่อเหตุโจมตี 470 ครั้งในปีนี้ ต่างจากปีก่อนที่ก่อเหตุ 565 ครั้ง

ส่วนสาขาแอฟริกากลางและสาขาโมซัมบิกอ้างว่ามีการโจมตีน้อยลง แม้ยังถือเป็นภัยคุกคามหลักก็ตาม ทั้ง 2 สาขายังคงอ้างสิทธิ์ในการโจมตีกองกำลังในท้องถิ่นและระดับภูมิภาค รวมถึงการโจมตีเป้าหมายอ่อนแอ เช่น ประชาชนที่เป็นชาวคริสเตียน

ปีนี้ สาขาแอฟริกากลางของไอเอสอ้างเหตุโจมตี 4 ครั้งในยูกันดา หนึ่งในนั้นทำให้นักท่องเที่ยว 2 ราย และไกด์ของพวกเขาเสียชีวิต แต่ไม่ได้อ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งทางตะวันตกของยูกันดาเมื่อเดือน ม.ย. ซึ่งถูกประณามอย่างกว้างขวาง

โดยภาพรวม การโจมตีที่ไอเอสอ้างสิทธิ์จากสาขาย่อยในแอฟริกาตอนใต้ทะเลทรายซาฮารารวมกันลดลงเหลือ 508 ครั้งในปีนี้ จากเคยมี 847 ครั้งในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การโจมตีนี้ยังถือเป็น 60% ของเหตุโจมตีทั้งโลกโดยกลุ่มไอเอส ซึ่งถือเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดสำหรับแอฟริกาจนถึงปัจจุบัน

กิจกรรมไอเอสขยายตัวที่ไหน

จากข้อมูลที่รวบรวมโดยบีบีซี มอนิเตอร์ริง สาขาของไอเอสในซาเฮลและฟิลิปปินส์ตื่นตัวมากขึ้นในปีนี้

มีรายงานว่า ไอเอสได้ขยายวงออกไปในภาคตะวันออกของมาลีใกล้ชายแดนไนเจอร์ตั้งแต่เดือน เม.ย. การเติบโตของกลุ่มนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมืองและความมั่นคงที่ส่งผลกระทบต่อประเทศซาเฮล ซึ่งกลุ่มหัวรุนแรงกระตือรือร้นที่จะแสวงหาประโยชน์

ระหว่างเดือน ก.ค.-ต.ค. ไอเอสเผยแพร่รายงานและภาพที่แสดง “การรณรงค์ทางทหาร” ที่กลุ่มไอเอสกล่าวหาว่าได้ดำเนินการตั้งแต่เดือน พ.ค. เพื่อ “ต่อสู้กับอาชญากรรม” และออกกฎหมายเพื่อ “ความยุติธรรม” โฆษณาชวนเชื่อของไอเอสดูเหมือนจะส่งเสริมกฎหมายชารีอะห์ในพื้นที่ชายแดนระหว่างมาลีและไนเจอร์ โดยรับบทหน่วยงานท้องถิ่นโดยพฤตินัย

Graphic showing IS-claimed attacks by region

ในประเทศไนเจอร์ หลังจากการรัฐประหารในเดือน ก.ค. ไอเอสอ้างว่ามีเหตุโจมตีอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อต้านกองทัพของประเทศตะวันตก มีรายงานว่าการโจมตีครั้งหนึ่งเมื่อต้นเดือน ต.ค. ทำให้ทหารเสียชีวิตไปราว 60 นาย ส่งผลให้รัฐบาลไนเจอร์ต้องประกาศไว้ทุกข์เป็นเวลา 3 วัน

ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา ไอเอสได้รับคำมั่นจากกลุ่มติดอาวุธในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าจะจงรักภักดีต่อไอเอสเช่นกัน เครือข่ายไอเอสในภูมิภาคนี้ส่วนใหญ่ปฏิบัติการบนเกาะต่าง ๆ ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ซึ่งชาวมุสลิมอาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่ในประเทศที่ผู้คนส่วนมากนับถือศาสนาคริสต์

ตั้งแต่เดือน ก.ค. สาขาของกลุ่มไอเอสอ้างว่า มีการโจมตี 20 ครั้งในปีนี้ เทียบกับ 7 ครั้งในปี 2022

ไอเอสยังอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีที่พิธีมิสซา ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์เมื่อ 3 ธ.ค. ซึ่งอยู่นอกช่วงเวลาที่บีบีซี มอนิเตอร์ริง เก็บรวบรวมข้อมูล

เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับบรรดาผู้นำไอเอส

กลุ่มไอเอสกำลังขวัญเสียจากการสูญเสียผู้นำระดับสูง

ในเวลา 1 ปี ไอเอสสูญเสียผู้นำไป 3 คน โดยทั้งหมดถูกสังหารในซีเรียระหว่างเดือน ก.พ. 2022-เม.ย. 2023

หลังจากการเสียชีวิตของ อาบู บาการ์ อัล-บักห์ดาดี ผู้นำสูงสุด จากการโจมตีของสหรัฐฯ เมื่อ 27 ต.ค. 2019 กลุ่มไอเอสก็ได้ผู้นำคนใหม่คือ อาบู อิบราฮิม อัล-ฮาชีมี อัล-กูราชี ซึ่งเสียชีวิตในปี 2022 และได้ อาบู อัล-ฮุสเซน อัล-กูราชี เป็นผู้นำคนใหม่

ผู้นำเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกัน คำว่า “อัล-กูราชี” บ่งบอกถึงความเชื่อมโยงกับชนเผ่า Quraish ของศาสดามูฮัมหมัดในเมืองเมกกะ

บักห์ดาดี ประกาศก่อตั้ง "รัฐอิสลาม" ที่เมืองโมซูล ของอิรัก เมื่อปี 2014

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, บักห์ดาดี ประกาศก่อตั้ง "รัฐอิสลาม" ที่เมืองโมซูล ของอิรัก เมื่อปี 2014

นับตั้งแต่กลุ่มที่ประกาศตัวเองเป็น “คอลีฟะห์” ในเดือน มิ.ย. 2014 ไอเอสยังคงเรียกผู้นำของพวกเขาว่า “คอลีฟะห์” โดยกลุ่มแรกคือ อัล-บักห์ดาดี

ในเดือน ส.ค. 2014 กลุ่มไอเอสเปิดตัวผู้นำคนใหม่คือ อาบู ฮาฟส์ อัล-ฮาชิมิ อัล-กูราชี แต่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักเขาเลย และเขายังไม่ได้ส่งสารถึงผู้นำ

นอกจากนี้ ไอเอสยังสูญเสียผู้บัญชาการชั้นนำบางส่วน โดยเฉพาะในซีเรียและอิรัก ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในการโจมตีของกลุ่มพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ

เมื่อเดือน ส.ค. กองทัพโมซัมบิกกล่าวว่าได้สังหารหัวหน้ากลุ่มไอเอสในเขตนี้ แต่กลุ่มนี้ไม่ค่อยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการสังหารดังกล่าว ยกเว้นในกรณีของ “คอลีฟะห์” และโฆษกของกลุ่มไอเอส

สงครามในฉนวนกาซาส่งผลกระทบอย่างไร

ปฏิบัติการทางทหารต่อไอเอส และการแข่งขันของคู่แข่งในบางประเทศซึ่งรวมถึง โซมาเลีย, ซาเฮล, ชาด, ซีเรีย เชื่อว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีส่วนทำให้กิจกรรมของกลุ่มไอเอสลดลง

ผู้นำสูญเสีย และการไม่เปิดเผยตัวตนของผู้นำในปัจจุบัน ถือเป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน

แต่ยังมีการโจมตีของไอเอสหลายร้อยครั้ง โดยเฉพาะในแอฟริกา และกลุ่มไอเอสยังคงปฏิบัติการอยู่ในหลายประเทศโดยใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทางการเมือง ความมั่นคง และความเปราะบางของชุมชน

สงครามในฉนวนกาซาได้นำไปสู่ “โอกาส” สำหรับไอเอสและกลุ่มหัวรุนแรงอื่น ๆ ที่แสวงหาความขัดแย้งเพื่อแปรเป็นความโกรธแค้นต่อศัตรูของพวกเขา

มีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตเกือบ 20,000 ราย และอีก 52,000 รายได้รับบาดเจ็บในฉนวนกาซานับตั้งแต่กลุ่มนักรบฮามาสบุกจู่โจมตีอิสราเอลโดยไม่คาดคิดเมื่อ 7 ต.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,200 ราย และถูกลักพาตัวไป 240 ราย

ขณะที่กลุ่มอัลกออิดะห์เรียกร้องให้ชาวมุสลิมร่วมต่อสู้เคียงข้างกับนักรับติดอาวุธปาเลสไตน์ ส่วนการตอบสนองของไอเอส หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ของกลุ่มอัล-นาบา ไม่ได้ยกย่องกลุ่มชาวปาเลสไตน์ และไม่ได้เรียกร้องให้ชาวมุสลิมสนับสนุนกลุ่มฮามาสแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ อัลกออิดะห์เคยกล่าวหากลุ่มฮามาสว่าปราบปรามเป็นสาวกในฉนวนกาซา ในทางกลับกัน ไอเอสมุ่งความสนใจไปที่การยุยงให้เกิดการโจมตีแก้แค้นทั่วโลก รวมถึงต่อต้านรัฐบาลอาหรับที่ถูกกล่าวหาว่า "ปกป้อง" อิสราเอล