สำรวจ 3 ตัวเก็งชิงประธานาธิบดีไต้หวัน กับสามจุดยืนเปลี่ยนทิศความสัมพันธ์กับจีน

ที่มาของภาพ, EPA
การเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน ในวันเสาร์ที่ 13 ม.ค. นี้ อาจเป็นตัวเปลี่ยนทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับจีนแผ่นดินใหญ่ เพราะตัวเก็ง ปธน. คนต่อไป ล้วนมีจุดยืนต่อจีนที่แตกต่างกันสิ้นเชิง
การเลือกตั้งปีนี้ จะเลือกประธานาธิบดีคนใหม่มาแทนที่นางไช่ อิง-เหวิน ที่ดำรงตำแหน่งมา 2 สมัย และยังเกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯ พุ่งสูง
นอกจากประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ถือเป็นการเดิมพันสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งจำเป็นจะต้องใช้ประเด็นอื่น ๆ เช่น ค่าแรงที่ตกต่ำ และราคาบ้านที่แพงขึ้น มาใช้พิจารณาตัดสินใจเช่นกัน
ในช่วงโค้งสุดท้ายของการรณรงค์หาเสียงในขณะนี้ มีแคนดิเดตคนสำคัญ 3 คน ที่ท้าชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีคนใหม่ ดังนี้
วิลเลียม ไล ชิง-เต๋อ: ตัวเก็งหลักจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า

ที่มาของภาพ, Getty Images
วิลเลียม ไล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีไต้หวัน มีอายุ 64 ปี พร้อมกับจุดยืนพิทักษ์สถานะปกครองตนเองของไต้หวัน ทำให้หนังสือพิมพ์ของรัฐบาลจีน โกลบอลไทมส์ ถึงกับเรียกร้องให้ดำเนินคดีเขา ภายใต้กฎหมายปราบปรามการแบ่งแยกดินแดน
ตลอดเวลาที่เขาทำงานกับไช่ อิงเหวิน ช่วงปี 2017-2019 ไล มองตัวเองเป็นผู้ผลักดันเอกราชไต้หวัน
บิดาของไล เสียชีวิตจากอุบัติเหตุตอนที่เขาอายุเพียง 2 ปี เขาต้องเห็นมารดาเลี้ยงลูก 6 คนเพียงลำพัง ไลจึงมีจริยธรรมการทำงานที่เข้มงวด
เขาจบการศึกษาสาขาทางการแพทย์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และเคยเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านไต ก่อนจะเข้าสู่อาชีพรับราชการในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 เริ่มจากเป็น สส. ผู้แทนเมืองไถหนาน ทางตอนใต้ ก่อนจะชนะเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีของเมืองในปี 2010 ต่อเนื่องถึงปี 2014 ด้วยคะแนนเสียงสูงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนถึง 74%
ไล หาเสียงมาตลอดว่า “ไต้หวันหวังจะเป็นเพื่อน” กับจีน เขาเคยให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์กว่า “ไต้หวันไม่ต้องการเป็นศัตรู เราเป็นเพื่อนกันได้ และเราอยากเห็นจีน... มีประชาธิปไตยและเสรีภาพเหมือนไต้หวัน” แน่นอนว่า คำพูดเช่นนี้ สร้างความไม่พอใจให้จีน และมองว่าเขาเป็น “ตัวปัญหา”
แต่ เชียว บี-คิม (Hsiao Bi-khim) ผู้สมัครชิงรองประธานาธิบดีของดีพีพี เป็นบุคคลที่สร้างความโกรธเคืองต่อจีนมากกว่า เธอเกิดในญี่ปุ่น และเติบโตในสหรัฐฯ ก่อนมาเป็นผู้แทนไต้หวันประจำสหรัฐฯ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา จึงถือเป็นสัญลักษณ์ถึงความเป็นพันธมิตรระหว่างไต้หวันและสหรัฐฯ มากที่สุด
จีนเรียก เชียว ว่าเป็น “คนหัวดื้อผู้แบ่งแยกดินแดนเพื่อเอกราชไต้หวัน” จีนคว่ำบาตร เชียว มาแล้ว 2 ครั้ง ไม่ให้เหยียบแผ่นดินจีนได้ รวมถึงห้ามนักลงทุนและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเธอ ให้ทำงานในจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย
ในฐานะผู้แทนไต้หวันประจำสหรัฐฯ ที่เป็นสตรีคนแรก เธอมองตนเองเป็น “นักรบแมว” เพื่อคานสไตล์ทางการทูตกับ “นักรบหมาป่า” ของจีน
“แมวน่ารักกว่าหมาป่าอยู่แล้ว แล้วในทางการทูต เราจะเน้นหามิตร” เธอให้สัมภาษณ์ เดอะ อิโคโนมิสต์ เมื่อเดือนก่อน
โหว โหย่วอี๋: ผู้เงียบขรึมจากพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT)

ที่มาของภาพ, reuters
สมัยเด็กนั้น โหว ช่วยธุรกิจทางบ้านด้วยการจับสุกร หรือช่วยขายเนื้อสัตว์ที่เขียงหมูในตลาด หลังจากเติบโตขึ้นมา จากเดิมที่เขาจับหมู เขาก็เปลี่ยนมาจับคนร้ายแทนในฐานะตำรวจ
เขาถือเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มือฉมัง จับกุมฆาตรกรรายสำคัญมาแล้วหลายคน และยังเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนหลักในคดีพยายามลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีเฉิน สุยเปี่ยน จนกระทั่งเขาไต่เต้าถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
โหว เข้าสู่การเมืองในปี 2010 และเป็นนายกเทศมนตรีนครนิวไทเป ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุด ต่อมาในปี 2018 เขาก็ชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลายดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีอีกสมัยในปี 2022
ปัจจุบัน โหว อายุ 66 ปี มีโปรไฟล์ที่ดีในฐานะตำรวจมือดี นายกเทศมนตรีผู้เป็นที่รัก และกลายเป็นความหวังของพรรคก๊กมินตั๋ง ที่จะทวงบัลลังก์ประธานาธิบดีกลับคืนมาจากพรรคดีดีพี ที่ชนะเลือกตั้ง 2 ครั้งติดต่อกัน
จุดยืนของโหว สวนทางกับไล ชิงเต๋อ เพราะเขาต่อต้านการเป็นเอกราชของไต้หวัน แต่พยายามเลี่ยงการพูดถึงจุดยืนด้านจีนตลอดช่วงหาเสียง ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะการเลี่ยงตอบคำถามถึงนโยบายจีนเดียว ในการประชุมของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเมื่อกลางปี 2023
เขาตอบเพียงว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างสองฟากช่องแคบไต้หวันนั้นชัดเจนแล้ว เราไม่ต้องการให้มันดูสับสน... ความสัมพันธ์นี้อยู่บนรากฐานรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐจีน”
คู่ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของเขา คือ จอว์ ชอว์-กง เป็นนักวิจารณ์การเมืองที่มีชื่อเสียง และเคยเป็นผู้นำพรรคฝ่ายขวาที่ชื่อ “พรรคใหม่” เขามีอายุ 73 ปี เป็นผู้สนับสนุนการรวมชาติไต้หวันกับจีน แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เขาระบุว่า นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะผลักดันหากชนะเลือกตั้ง
เคอ เหวินเจ๋อ: ม้ามืดจากพรรคประชาชนไต้หวัน (TPP)

ที่มาของภาพ, EPA
เขาเป็นอดีตแพทย์ที่ผันตัวเป็นนักการเมืองอีกคนหนึ่ง ด้วยภาพจำในการร้องเพลงแร็ปช่วงหาเสียงเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครไทเป และครั้งนี้ เคอ เหวินเจ๋อ วางตัวเป็น “ตัวเลือกที่ 3” อยู่ตรงกลางระหว่างผู้สมัครที่จะยั่วยุจีน กับผู้สมัครที่โอนเอียงไปทางจีน
เคอ เหวินเจ๋อ เป็นหัวหน้าพรรคประชาชนไต้หวัน หรือ ทีพีพี และถือว่าเป็นที่นิยมในหมู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่
จากแพทย์ศัลยแพทย์อุบัติเหตุ เขาสลัดเสื้อกาวน์ แล้วเข้าสู่การเมืองเมื่อ 10 ปีก่อน และมีชื่อเสียงจากการสนับสนุน “ขบวนการนักศึกษาทานตะวัน” เมื่อปี 2014 ซึ่งเป็นการประท้วงของกลุ่มนักศึกษาต่อต้านอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีนในไต้หวัน
ในปีเดียวกัน เขาก็ขึ้นเป็นนายกเทศมนตรีนครไทเป และแม้จะเป็นมือใหม่ทางการเมือง เขาก็ได้รับการยอมรับจากขบวนการนักศึกษา รวมถึงทางพรรคดีพีพีเองด้วย แต่แล้ว จุดยืนทางการเมืองเขาก็เปลี่ยนไปในช่วง 8 ปีที่เป็นพ่อเมืองไทเป ตอนนี้ เขาต้องการเชื่อมสัมพันธ์กับระหว่างนครไทเปกับจีนแผ่นดินใหญ่มากขึ้น โดยเฉพาะกับนครเซี่ยงไฮ้
เมื่อปี 2019 เขาก่อตั้งพรรคทีพีพี ในฐานะพรรคทางเลือก นอกเหนือจากดีพีพีและก๊กมินตั๋ง ที่ผูกขาดการเมืองไต้หวันมาตลอด แล้วในปี 2020 พรรคทีพีพีชนะ สส. 5 ที่นั่ง จากทั้งหมด 113 ที่นั่ง และถือเป็นพรรคการเมืองใหญ่สุดอันดับ 3 ของไต้หวัน
จุดยืนของ เคอ ค่อนข้างแข็งกร้าว เขากล่าวหาพรรคดีพีพีว่า เป็นอันตรายต่อไต้หวัน เพราะ “หนุนสงครามกับจีน” และมองพรรคก๊กมินตั๋งว่า “โอนเอียง” ไปทางจีนมากเกินไป
คู่ชิงรองประธานาธิบดีของ เคอ คือ ซินเธีย วู เป็น สส. และทายาทอาณาจักร ชินกงกรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของไต้หวัน ทำให้นักวิเคราะห์บางคนมองว่า เคอ เลือก วู เพราะอำนาจทางการเงินของเธอ
วู เกิดในสหรัฐฯ เริ่มอาชีพเป็นนักวิเคราะห์การลงทุนที่บริษัทในลอนดอน ก่อนย้ายกลับมาช่วยธุรกิจของครอบครัว ปัจจุบัน เธอมีอายุ 45 ปี และดำรงตำแหน่งซีอีโอของฝ่ายงานด้านการกุศลของบริษัท
ด้วยสถานะที่ร่ำรวย ทำให้ เคอ และวู ถูกมองว่าเป็นชนชั้นอีลีท ที่อาจเผชิญความท้าทายในการเรียกคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งชั้นรากหญ้า











