'เลวร้ายยิ่งกว่าการเริ่มต้นจากศูนย์' การฟื้นฟูฉนวนกาซาขึ้นมาใหม่เป็นงานใหญ่แค่ไหน ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, พอล บราวน์
- Author, เคย์ลีน เดฟลิน
- Author, เออร์วาน ริวอลต์
- Author, บาร์บารา เมตซ์เลอร์
- Role, บีบีซี เวริฟาย (BBC Verify)
ในขณะที่ชาวกาซาหลายพันคนเดินทางกลับสู่ชุมชนของพวกเขาหลังการหยุดยิง หลายคนทราบแล้วว่าบ้านเรือนของพวกเขาอยู่ในสภาพกลายเป็นซากปรักหักพัง
การฟื้นฟูบ้านเรือน ธุรกิจ สถาบัน และบริการต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการกลับสู่ชีวิตปกติในกาซาขึ้นมาใหม่อีกครั้งนั้น เป็นภาพที่น่าหวาดหวั่นใจไม่ว่าจะมองด้วยทางใดก็ตาม ดังที่สหประชาติที่ประเมินว่าความเสียหายทั้งหมดมีมูลค่าถึง 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 2.2 ล้านล้านบาท)
ศ.แอนเดรียส ครีก ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในตะวันออกกลาง จากมหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน ในสหราชอาณาจักร ระบุว่า "มันแย่ยิ่งกว่าการเริ่มต้นจากศูนย์ คุณไม่ได้กำลังจะเริ่มต้นใหม่บนผืนทรายที่นี่ แต่คุณกำลังเริ่มต้นจากเศษซากปรักหักพัก"
ระดับความเสียหายจากการทำลายล้างบนฉนวนกาซา "ตอนนี้อยู่ที่ราว ๆ 84% ของพื้นที่ โดยในบางพื้นที่ของกาซา อย่างเช่น ในเมืองกาซา ซิตี มีบริเวณที่ถูกทำลายล้างไปถึง 92%" จาโค ซิลลิเยร์ส ผู้แทนพิเศษของปาเลสไตน์ในโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติเปิดเผย
ผลกระทบจากสงครามได้ทิ้งเศษซากปรักหักพังไว้จำนวนมหาศาล บีบีซี เวริฟาย (BBC Verify) ประเมินจากข้อมูลดาวเทียมล่าสุดพบว่า อาจมีเศษซากน้ำหนักมากกว่า 60 ล้านตันที่รอการจัดการในฉนวนกาซา ซึ่งกระบวนการฟื้นฟูใด ๆ หลังผ่านช่วงเวลาของความขัดแย้ง จะต้องเริ่มจากการจัดการเศษซากเหล่านี้ออกไปก่อน
การจัดการกับซากปรักหักพัง
เศษซากปรักหักพังหลายล้านตันที่กลาดเกลื่อนอยู่ในฉนวนกาซาไม่ได้มีเพียงแต่กองคอนกรีตและโลหะที่บิดเบี้ยวเท่านั้น แต่ยังประกอบไปด้วยชิ้นส่วนของมนุษย์และระเบิดที่ยังไม่ทำงาน
"ถ้ามองจากมุมของความปลอดภัยและมนุษยธรรมแล้ว สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือการทำให้สถานที่ที่เคยถูกทิ้งระเบิดมีความปลอดภัยก่อน" ฟิลิป บูเวรัต ผู้บริหารเจซีบี (JCB) บริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรก่อสร้างในสหราชอาณาจักร ระบุ
จากนั้นต้องมีกระบวนการคัดแยก และบดเศษซากต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งหลังจากแยกวัสดุที่เป็นพลาสติกและเหล็กออกไปแล้ว คอนกรีตที่หลงเหลืออยู่ก็สามารถนำไปบดและนำกลับมาใช้ใหม่ได้
วัสดุเหล่านี้จะถูกนำมาใช้เป็นรากฐานของการก่อสร้าง แต่การจะสร้างอาคารต่าง ๆ ก็ยังต้องอาศัยการนำเข้าวัสดุอีกจำนวนมาก
"มันจะไม่ได้มาจากการขนส่งผ่านรถบรรทุกข้ามชายแดนเข้ามา สิ่งแรกที่เราต้องทำก็คือการสร้างท่าเรือน้ำลึก เพื่อที่จะขนวัสดุผ่านตู้คอนเทนเนอร์หลายพันตู้เข้ามา" นายบูเวรัตระบุ
เขาบอกว่าเมื่อพื้นที่ถูกเคลียร์เรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงจะสามารถฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานต่าง ๆ เช่น น้ำ ระบบการระบายน้ำ หรือไฟฟ้า ให้กลับคืนมาได้"
น้ำและระบบระบายน้ำทิ้ง
น้ำสะอาดคือสิ่งสำคัญที่ชาวกาซาต้องการอย่างเร่งด่วน จากการประเมินของยูนิเซฟพบว่า จุดบริการน้ำและสุขาภิบาลมากกว่า 70% จากที่มีอยู่ทั้งหมด 600 แห่ง ถูกทำลายไปตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 2023
หลังจากการประกาศหยุดยิงที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุด มีทหารอิสราเอลหลายนายโพสต์ท่าหน้าโรงงานบำบัดน้ำเสียในเมืองกาซา ซิตี ที่ถูกจุดไฟเผา ความเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่นานก่อนที่กองทัพอิสราเอลจะถอนกำลังออกจากพื้นที่ใกล้กับโรงบำบัดน้ำแห่งนี้
การบำบัดน้ำเสียมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันการสะสมของสิ่งปฏิกูลและแพร่กระจายของเชื้อโรค แพทย์หลายรายระบุว่ามีอัตราการเกิดโรคท้องร่วงสูงในฉนวนกาซา ซึ่งเป็นโรคที่สามารถคร่าชีวิตเด็กได้ นอกจากนี้ในบางพื้นที่ยังมีความเสี่ยงต่ออหิวาตกโรคด้วย
จากภาพถ่ายดาวเทียม สามารถมองเห็นสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นกับหอบำบัดน้ำเสียของโรงบำบัดน้ำชีค เอจลีน (Sheikh Ejleen) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสีย

มีโรงงานบำบัดน้ำเสียอยู่ทั้งหมด 6 แห่งในฉนวนกาซา "ทุกโรงงานเสียหายหมด" มาเฮอร์ นัจจาร์ รองผู้อำนวยการการประปาเทศบาลชายฝั่ง (Coastal Municipalities Water Utility – CMWU) ซึ่งกำกับดูแลการซ่อมแซมโครงสร้างสาธารณูปโภคด้านน้ำของกาซา ระบุ
ตั้งแต่ช่วงที่สงครามเริ่มต้นขึ้น การซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ถูกขัดขวางไม่ให้สามารถทำได้ด้วยอันตรายจากการโจมตีทางอากาศและการยิงปืนใหญ่ของอิสราเอล รวมถึงจากการขาดแคลนทรัพยากร ซึ่งนัจจาร์เปิดเผยด้วยว่ามีโครงสร้างสาธารณูปโภคบางส่วนที่ถูกโจมตีซ้ำภายหลังจากที่ซ่อมแซมไปแล้ว
กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่าการดำเนินการต่าง ๆ "เป็นไปด้วยเหตุผลความจำเป็นทางการทหาร และสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ" ในขณะที่พวกเขาพยายามป้องกันไม่ให้ฮามาส "คุกคามพลเมืองของอิสราเอล"
นอกเหนือจากโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับการบำบัดน้ำเสียแล้ว กาซายังมีโรงผลิตน้ำแยกต่างหากที่ไว้ใช้สำหรับผลิตน้ำดื่มสะอาด ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างมากด้วยเช่นกัน
ภาพถ่ายดาวเทียมในเดือน เม.ย. 2024 แสดงให้เห็นโรงงานกลั่นน้ำทะเลที่ผลิตน้ำส่งไปยังตอนเหนือของกาซาและเมืองกาซา ซิตี ที่ยังไม่เกิดความเสียหายใด ๆ แต่ในช่วงต้นเดือน พ.ค. ของปีเดียวกัน กลับพบว่าโรงงานแห่งนี้ถูกทำลายไปแล้ว

"เรากำลังพูดถึงบ่อบาดาลที่เสียหาย โครงข่ายต่าง ๆ ที่เสียหาย อ่างเก็บน้ำ เส้นทางการส่งน้ำ มันยากที่จะบอกว่าเราต้องเริ่มต้นจากตรงไหน อย่างแรกเลยคือเราต้องมีทุนอย่างน้อย 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,629 ล้านบาท) ในการฟื้นคืนบริการประมาณ 20% ให้กับประชากร" นายนัจจาร์กล่าว
"ความเสียหายทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.2 หมื่นล้านบาท) บางทีอาจจะมากกว่านั้นด้วย"
บ้านเรือนประชาชน
ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นสภาพความเสียหายอย่างราบคาบในเขตชีคห์ รัดวาน (Sheikh Radwan) ชุมชนทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองกาซา ซิตี
ในเดือน ส.ค. ก่อนที่กองกำลังป้องกันอิสราเอลจะยึดครองเมืองนี้ ซึ่งพวกเขาเรียกมันว่า "ฐานที่มั่นสุดท้าย" ของกลุ่มฮามาส ถนนหลายสายยังไม่ได้รับความเสียหาย แต่ในสัปดาห์ที่แล้ว พื้นที่ใกล้เคียงในละแวกนั้นทั้งหมดถูกทำลายในขณะที่ทหารอิสราเอลเข้ามาตั้งฐาน
ตลอดช่วงสงคราม ศูนย์ดาวเทียม "ยูโนแซต (Unosat)" ของสหประชาชาติประเมินว่ามีบ้านเรือนและอะพาร์ตเมนต์ทั้งหมด 282,904 แห่งทั่วกาซา ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย
แต่ตัวเลขนี้ยังดูเหมือนว่าเป็นการประเมินที่ต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะยังไม่ได้นับรวมปฏิบัติการทางการทหารล่าสุดในเมืองกาซา ซิตี ที่สร้างความเสียหาย ดังเช่นในเขตชีคห์ รัดวาน
แผนภูมิด้านล่างแสดงให้เห็นอัตราความเสียหายของบ้านเรือนว่าเพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็วแค่ไหนในช่วงกลางปี 2024 ที่กองกำลังป้องกันอิสราเอลเปิดปฏิบัติการในเมืองราฟาห์ ทำให้พื้นที่ส่วนมากของเมืองกลายเป็นซากปรักหักพัง และกราฟที่พุ่งขึ้นสูงอีกครั้งก็มีแนวโน้มว่าเป็นผลมาจากการยึดครองเมืองกาซา ซิตี
เทศบาลเมืองกาซา ซิตี ที่บริหารโดยกลุ่มฮามาส ระบุว่า 90% ของถนนหนทางในเมืองได้รับความเสียหายเช่นกัน
เชลลี คัลเบิร์ตสัน นักวิจัยนโยบายอาวุโสจากแรนด์ คอร์ปอร์เรชัน (RAND Corporation) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลในกรุงวอชิงตัน ระบุว่าการสร้างบ้านเรือนในกาซาขึ้นมาใหม่นั้น "อาจเวลาหลายสิบปี"
"หลังจากอิสราเอลทิ้งระเบิดใส่กาซาในปี 2014 และ 2021 การก่อสร้างบ้านเรือนขึ้นมาใหม่ก็ทำได้อย่างช้า ๆ เพราะอิสราเอลไม่ยอมให้ขนวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างเข้ามาได้มากนักเนื่องจากมันสามารถถูกนำไปใช้งานได้สองทาง" เธอกล่าว
"หากคุณสร้างอาคารในแบบเดียวกับที่พวกเขาทำในปี 2014 และ 2021 มันจะใช้เวลา 80 ปี ถ้ามีแผนที่ดีมันอาจใช้เวลาน้อยกว่านั้น" เธอระบุ
"แผนการที่ดีก็คือการออกแบบค่ายที่สามารถปรับเป็นย่านชุมชนแห่งใหม่ได้ และช่วยให้ผู้คนย้ายกลับเข้าไปและสร้างบ้านที่เสียหายขึ้นมาได้ใหม่"
พลังงานไฟฟ้า
ระบบพลังงานของกาซาระส่ำระสายมาตั้งแต่ก่อนสงครามอยู่แล้ว เกิดไฟฟ้าดับขึ้นบ่อยครั้ง และชาวกาซาส่วนมากก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยไฟฟ้าที่มีจำกัดในแต่ละวัน
ในอดีต แหล่งของกระแสไฟฟ้าส่วนมากของกาซามาจากสายไฟที่เชื่อมต่อกับอิสราเอลและโรงไฟฟ้าในกาซาที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซล หลังจากนั้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก็มีพลังงานจากแผงโซลาร์เซลล์ตามดาดฟ้าอาคารและพื้นที่สาธารณะเพิ่มขึ้นมา
ตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค. 2023 ฉนวนกาซาประสบปัญหาไฟฟ้าดับเกือบทั่วทั้งพื้นที่ หลังอิสราเอลตัดกระแสไฟฟ้าที่มาจากภายนอก โดยสถานที่เดียวที่ได้รับการยกเว้นคือโรงกลั่นน้ำทะเลทางตอนใต้ของกาซา ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตน้ำดื่มสะอาด อิสราเอลกลับมาส่งกระแสไฟฟ้าให้กับโรงงานแห่งนี้อีกครั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2024 และจากนั้นก็ตัดไฟในวันที่ 9 มี.ค. 2025 ก่อนจะกลับมาส่งกระแสไฟฟ้าให้โรงงานแห่งนี้ใหม่อีกครั้ง
ส่วนโรงไฟฟ้าของกาซานั้นอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถดำเนินการต่อได้เนื่องจากขาดแคลนเชื้อเพลิง ขณะที่แหล่งพลังงานแสงอาทิตย์ต่าง ๆ ก็ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง
เมื่อโครงข่ายพลังงานไฟฟ้าจำนวนมากสูญเสียไป บริการที่จำเป็นต่าง ๆ ก็ต้องอาศัยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานดีเซลที่มีอยู่อย่างจำกัด และแผงโซลาร์เซลล์ที่ยังหลงเหลืออยู่

ที่มาของภาพ, Getty Images
จากการประเมินร่วมกันระหว่างธนาคารโลก สหภาพยุโรป และสหประชาชาติเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แหล่งผลิตและแจกจ่ายกระแสไฟฟ้ากว่า 80% หากไม่ถูกทำลายก็อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของสงคราม โดยมีการคาดการณ์มูลค่าความเสียหายมากกว่า 494 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.6 หมื่นล้านบาท)
องค์กรความร่วมมือด้านการจำหน่ายไฟฟ้ากาซา (Gaza Electricity Distribution Cooperation – Gedco) ซึ่งรับผิดชอบในการจ่ายกระแสไฟฟ้าทั่วทั้งฉนวนกาซา ระบุว่าอาคารและโครงสร้างต่าง ๆ ของหน่วยงานราว 70% ถูกทำลายไปนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2023
ช่วงปลายเดือนที่แล้ว บีบีซีได้ตรวจสอบวิดีโอที่ฉายภาพสำนักงานใหญ่ของหน่วยงานกำลังถูกโจมตี
หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว บริษัทขายไฟฟ้า Gedco ออกแถลงการณ์ว่าการโจมตีที่เกิดขึ้น "ส่งผลกระทบโดยตรงต่อศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ทั้งในด้านการบริหารจัดการและในทางเทคนิค"
การเกษตร
ภาพถ่ายดาวเทียมของพื้นที่จุดหนึ่งทางตะวันออกของเมืองจาบาเลียด้านล่างนี้ แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ 4 ตารางกิโลเมตรที่เคยมีพืชผล ซึ่งน่าจะเป็นต้นมะกอกและผลไม้ตระกูลส้ม ถูกทำลายล้างไปอย่างไรในช่วงสงคราม
เส้นทางที่ตัดผ่านพื้นที่ที่ถูกทำลาย คือถนนหรือเส้นทางที่กองกำลังป้องกันอิสราเอลทำเอาไว้ โดยอาจเพื่อใช้เข้าถึงพื้นที่ทางตอนเหนือของเมืองกาซา ซิตี ที่อยู่ใกล้เคียง

จากการวิเคราะห์โดย ศ.เหอ หยิน จากมหาวิทยาลัยแห่งเคนต์ สเตท คาดการณ์ว่าทั่วทั้งฉนวนกาซา มีพืชผลฤดูเดียว 82.4% และพืชไร่พืชสวนกว่า 97% ที่น่าจะได้รับความเสียหายในช่วงสงครามจนกระทั่งถึงวันที่ 10 ส.ค. ปีนี้
การลดลงของพื้นที่เกษตรกรรมประกอบกับการจำกัดความช่วยเหลือที่ยืดเยื้อ ทำให้เกิดความไม่มั่นคงทางอาหารอย่างรุนแรงตลอดช่วงของสงคราม นำมาซึ่งการประกาศภาวะอดอยากในเมืองกาซา ซิตี เมื่อเดือน ก.ย.
ศูนย์ดาวเทียมยูโนแซต ระบุว่าการลดลงของภาคเกษตรกรรมเหล่านี้ เป็น "ผลมาจากปฏิบัติการต่าง ๆ เช่น การทำลายพื้นที่ การเข้ามาของยานพาหนะที่มีน้ำหนักมาก การทิ้งระเบิด การยิงถล่ม และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง"
นายบูเวรัตระบุว่า เพื่อที่จะฟื้นคืนภาคเกษตรกรรม พื้นที่ดังกล่าวจะต้องผ่านการกำจัดระเบิด หัวกระสุน และทุ่นระเบิดที่ยังไม่ทำงานออกไปก่อน "อย่างค่อนข้างเร่งด่วน"
"หากพวกเขาสามารถปลูกพืชผลของตัวเองได้ พวกเขาก็สามารถเลี้ยงปากท้องของตัวเองได้ และยิ่งเราทำแบบนั้นได้เร็วเท่าไรก็ยิ่งดี" เขาระบุ
การศึกษา
ก่อนสงครามจะเริ่มขึ้น ประชากรราวครึ่งหนึ่งของกาซามีอายุต่ำกว่า 18 ปี ดังนั้นการสร้างโรงเรียนต่าง ๆ ขึ้นมาใหม่จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการกลับไปใช้ชีวิตตามปกติของพวกเขา
อาคารเรียนต่าง ๆ ถูกใช้เป็นที่พักพิงของชาวปาเลสไตน์พลัดถิ่นในช่วงเวลาของความขัดแย้ง และมักจะถูกกองกำลังป้องกันอิสราเอลมุ่งเป้าโจมตีโดยอ้างเหตุผลว่าเป็นที่ตั้งของศูนย์ "สั่งการและควบคุม" ของกลุ่มฮามาสและเครือข่าย
องค์กรบรรเทาทุกข์สำหรับชาวปาเลสไตน์ของสหประชาชาติ (Unrwa) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเข้ามาเปิดโรงเรียน 288 แห่งในกาซา ระบุว่าอาคารเรียนของพวกเขา 91.8% จากทั้งหมด ต้อง "สร้างใหม่อย่างเต็มรูปแบบหรือบูรณะฟื้นฟูครั้งใหญ่เพื่อที่จะสามารถกลับมาเปิดได้อีกครั้ง"

สถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งก็ไม่รอดเช่นกัน
ยกตัวอย่างเช่น ในเดือน ต.ค. 2023 มหาวิทยาลัยอัล-อัซฮาร์ (al-Azhar University) ทางตอนใต้ของกาซา ซิตี ถูกทิ้งระเบิดโดยกองทัพอิสราเอล พื้นที่นี้ปัจจุบันกลายเป็นส่วนหนึ่งของ "ระเบียงเน็ตซาริม" (Netzarim Corridor) หนึ่งในพื้นที่ทางการทหารที่กองกำลังป้องกันอิสราเอลตั้งขึ้นในช่วงสงคราม
ชะตากรรมนี้ตกกับมหาวิทยาลัยอิสรา (Israa University) ที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึง 2 กิโลเมตร ซึ่งถูกทำลายโดยกองกำลังป้องกันอิสราเอล หลังจากที่พวกเขาใช้มันเป็นฐานที่มั่นชั่วคราวอยู่หลายสัปดาห์













