"มาตรวัดระยะทางภายในสมอง" ที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบล่าสุด สำคัญอย่างไร ?

The image shows a digital scan of a human brain - seen from above. You can make our the outlines and folks of the cortex.

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, วิคตอเรีย กิลล์
    • Role, ผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์ บีบีซีนิวส์

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบ "มาตรวัดระยะทาง (mileage clock)" ในสมองเป็นครั้งแรก จากการบันทึกคลื่นสมองของหนูทดลองขณะวิ่ง

ข้อค้นพบดังกล่าวมาจากทีมนักวิจัยปล่อยหนูทดลองให้วิ่งอย่างอิสระภายในสนามขนาดเล็กที่ออกแบบมาให้เหมาะกับขนาดตัวของหนู พร้อมกับบันทึกกิจกรรมของสมองในบริเวณที่เป็นที่ทราบก่อนหน้านี้ว่ามีบทบาทสำคัญต่อการนำทางและความทรงจำ

พวกเขาพบว่าเซลล์ในบริเวณนั้น "ยิงสัญญาณ" ตามรูปแบบที่ดูคล้ายกับมาตรวัดระยะทาง โดยจะส่งสัญญาณทุก ๆ กี่ก้าวที่สัตว์เดินทางไป

ต่อมาจึงมีการทดลองเพิ่มเติมกับอาสาสมัครมนุษย์ด้วยการเดินภายในสนามจำลองซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นตามสัดส่วนของมนุษย์ ผลพบว่าสมองของมนุษย์ก็มี "มาตรวัดระยะทาง“ แบบเดียวกันนี้เช่นกัน

งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสารเคอร์เรนท์ ไบโอโลยี (Current Biology) โดยเนื้อหาระบุว่าเป็นครั้งแรกที่แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่รู้จักกันในนาม "เซลล์กริด" (grid cells) ซึ่งมีการเต้นอย่างสม่ำเสมอและมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความสามารถในการประเมินระยะทางที่เราเดินทางมาได้อย่างแม่นยำ

อาการสมองล้า

An aerial view of a black and white rat inside a large box - or arena - which neuroscientists have designed and built in order to carry out their experiment. The rat looks small as it moves through the large box from one end to the other. The walls of the 'rat arena' are black and the floor is mottles black and beige.

ที่มาของภาพ, Stephen Duncan

คำบรรยายภาพ, นักวิทยาศาสตร์สร้างสนามทดลองขึ้นเพื่อฝึกและทดสอบความสามารถของหนูในการประเมินระยะทางที่พวกมันวิ่งไป

"ลองจินตนาการว่าคุณเดินจากห้องครัวไปยังห้องนั่งเล่น" ศาสตราจารย์เจมส์ เอนจ์ หัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์ส กล่าว "เซลล์เหล่านี้อยู่ในส่วนของสมองที่ทำหน้าจะสร้างแผนที่ภายใน ซึ่งทำให้เราสามารถวางตัวเองไว้ในสภาพแวดล้อมผ่านจินตนาการ"

งานวิจัยนี้ช่วยให้เข้าใจถึงกลไกการทำงานของแผนที่ภายในสมองได้ลึกซึ้งมากขึ้น รวมถึงทำให้เข้าใจได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อระบบนี้ผิดปกติ

หากสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป "มาตรวัดระยะทาง" จะถูกรบกวน ทำให้ทั้งหนูและมนุษย์เริ่มประเมินระยะทางผิดพลาด

ในชีวิตจริง สิ่งนี้เกิดขึ้นเมื่ออยู่ในความมืด หรือเมื่อหมอกลงขณะเดินป่า ซึ่งทำให้การประเมินระยะทางที่เดินไปกลายเป็นเรื่องยากขึ้น เพราะกลไกการนับระยะทางในสมองเริ่มทำงานไม่แม่นยำ

ในการทดลองเพื่อทดสอบสมมติฐานนี้ นักวิจัยได้ฝึกหนูให้วิ่งเป็นระยะทางที่กำหนดภายในสนามรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยให้รางวัลเป็นซีเรียลช็อกโกแลต เมื่อหนูวิ่งได้ในระยะทางที่ถูกต้องและสามารถกลับมายังจุดเริ่มต้นได้

เมื่อหนูวิ่งได้ระยะทางที่ถูกต้อง เซลล์สมองที่ทำหน้าที่นับระยะทางจะส่งสัญญาณอย่างสม่ำเสมอในทุก ๆ 30 เซนติเมตรที่หนูเคลื่อนที่โดยประมาณ

"ยิ่งรูปแบบการส่งสัญญาณของเซลล์เหล่านี้สม่ำเสมอมากเท่าไร หนูก็ยิ่งประเมินระยะทางที่ต้องวิ่งเพื่อให้ได้รางวัลได้แม่นยำมากขึ้น" ศาสตราจารย์เอนจ์ อธิบาย

ในการทดลองนี้ นักวิจัยยังสามารถบันทึกการทำงานของ "มาตรวัดระยะทาง" ในสมองของหนูได้อย่างชัดเจน

ที่สำคัญ เมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์เปลี่ยนรูปร่างของสนามทดลอง รูปแบบการส่งสัญญาณที่เคยสม่ำเสมอกลับกลายเป็นไม่แน่นอน ส่วนพวกหนูทดลองก็เริ่มประเมินระยะทางผิดพลาด ไม่สามารถวิ่งกลับไปยังจุดเริ่มต้น เพื่อรับรางวัลได้อย่างถูกต้อง

"มันน่าทึ่งมาก" ศาสตราจารย์เอนจ์ กล่าว "พวกมันดูเหมือนจะประเมินระยะทางต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างต่อเนื่อง ความไม่สม่ำเสมอของสัญญาณในสมอง ส่งผลบางอย่างทำให้พวกมันหยุดเร็วเกินไป"

นักวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบสิ่งนี้กับสถานการณ์ที่จุดสังเกตทางสายตาหายไปในหมอก

"แน่นอนว่าการนำทางในหมอกเป็นเรื่องยากอยู่แล้ว แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่ตระหนักก็คือ มันยังส่งผลต่อความสามารถในการประเมินระยะทางของเราด้วย"

สำหรับการทดลองในมนุษย์นั้น นักวิจัยได้ขยายขนาดสนามทดลองให้ใหญ่ขึ้น โดยสร้างสนามขนาด 12 x 6 เมตรภายในอาคารสหภาพนักศึกษาของมหาวิทยาลัย และให้อาสาสมัครทำภารกิจเดียวกับหนูทดลองโดยเดินเป็นระยะทางที่กำหนด แล้วกลับไปยังจุดเริ่มต้น

อาสาสมัครสามารถประเมินระยะทางได้อย่างแม่นยำเมื่ออยู่ในสนามรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่สมมาตรเช่นเดียวกับหนูทดลอง แต่เมื่อทีมนักวิจัยปรับเปลี่ยนผนังของสนามให้มีรูปร่างแตกต่างออกไป ผู้เข้าร่วมการทดลองก็เริ่มทำผิดพลาด

ศาสตราจารย์เอนจ์อธิบายว่า "ทั้งหนูและมนุษย์สามารถเรียนรู้ภารกิจการประเมินระยะทางได้ดีมาก แต่เมื่อเราปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในลักษณะที่เราทราบว่าไปรบกวนสัญญาณในสมองของหนู เราก็จะเห็นรูปแบบพฤติกรรมเดียวกันในมนุษย์อย่างชัดเจน"

The image is a close-up of two laboratory rats - with black faces and white bodies. They are curled up together in a basket.

ที่มาของภาพ, Silvia Ventura

คำบรรยายภาพ, เนื่องจากรูปแบบพฤติกรรมที่พบในหนูทดลองและมนุษย์มีความคล้ายคลึงกัน นักวิทยาศาสตร์จึงมั่นใจว่า สมองของเรามีมาตรวัดระยะทางภายในแบบเดียวกัน

นอกจากงานวิจัยนี้จะเผยให้เห็นหลักการพื้นฐานเกี่ยวกับการนำทางของสมองแล้ว นักวิทยาศาสตร์ยังระบุว่า ผลการศึกษานี้อาจช่วยในการวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์ได้ด้วย

"เซลล์สมองเฉพาะกลุ่มที่เรากำลังบันทึกข้อมูลอยู่นี้ อยู่ในบริเวณแรก ๆ ของสมองที่ได้รับผลกระทบจากโรคอัลไซเมอร์" ศาสตราจารย์เอนจ์ อธิบาย

"ปัจจุบันมีการพัฒนาเกม [สำหรับใช้ในการวินิจฉัย] ที่สามารถเล่นผ่านโทรศัพท์มือถือได้ เราสนใจจะพัฒนาเครื่องมือในลักษณะเดียวกัน แต่เน้นไปที่การประเมินระยะทางโดยเฉพาะ" เขากล่าว

The image shows two people holding hands. Only their hands are visible in the image. One hand is that of an elderly person, possibly a patient, who appears to be being helped by a carer who is holding their hand.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการค้นพบนี้อาจมีประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์ในระยะเริ่มต้น