ซูเปอร์ไต้ฝุ่นโนรูพัดถล่มฟิลิปปินส์ ตายแล้ว 5 ศพ จับตาพัดถล่มไทยต่อ

ที่มาของภาพ, Reuters
ทางการฟิลิปปินส์สั่งอพยพประชาชนหลายหมื่นคน และปิดสำนักงานของภาครัฐทั้งหมด เพื่อรับมือกับซูเปอร์ไต้ฝุ่นโนรูที่พัดถล่มหมู่เกาะทางตะวันออกของประเทศ ซึ่งล่าสุด พบผู้เสียชีวิตแล้ว 5 คน
ผู้เสียชีวิตทั้ง 5 คน เป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ถูกน้ำฉับพลันพัดเข้าใส่ ทำให้จมน้ำเสียชีวิตในพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงมะนิลา
ซูเปอร์ไต้ฝุ่นโนรู มีกำลังลมแรงถึง 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้พัดเข้าถล่มเกาะลูซอน ซึ่งเป็นเกาะหลักของฟิลิปปินส์ และมีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 50 ล้านคน จากประชากรทั้งประเทศกว่า 110 ล้านคน
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่นลูกนี้ทวีความรุนแรงอย่างยิ่งยวด ก่อนจะพัดถล่มเกาะลูซอน โดยอิทธิพลของพายุ ส่งผลให้เกิดดินถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน และแนวคลื่นขนาดใหญ่ หรือสตอร์มเซิร์จ
จนถึงตอนนี้ ประชาชนกว่า 74,000 คน ได้อพยพออกจากเส้นทางเคลื่อนตัวของพายุแล้ว ขณะที่ทางการประกาศเตือนภัย “น้ำท่วมรุนแรง” ในหลายพื้นที่ของกรุงมะนิลา โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติร้องขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำเตือนอพยพ เพื่อความปลอดภัย
กรมอุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์ได้ประกาศเตือนพายุระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดบนเกาะลูซอนแล้ว
ด้าน ริชาร์ด กอร์ดอน ประธานสภากาชาดประจำฟิลิปปินส์ บอกกับบีบีซีว่า ฝนที่ตกหนักทำให้เขื่อนและอ่างเก็บน้ำหลายแห่งเต็มแล้ว และเสี่ยงจะเอ่อล้น จนก่อให้เกิดน้ำท่วมได้
พายุมีกำลังรุนแรงขึ้น 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยสำนักข่าวเอเอฟพี รายงานอ้างอิงกรมอุตุนิยมวิทยาของฟิลิปปินส์ที่มองว่า การทวีกำลังของพายุเป็นสิ่งที่ “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”
อย่างไรก็ดี ตอนนี้ พายุได้อ่อนกำลังลงแล้ว และคาดว่าจะพัดออกจากฟิลิปปินส์ในช่วงเย็นวันนี้

ที่มาของภาพ, Reuters
ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก มีเกาะน้อยใหญ่มากกว่า 7,000 แห่ง แต่ละปี เผชิญกับพายุหลายลูก เฉลี่ยปีละราว 20 ลูกต่อปี
พายุลูกรุนแรงล่าสุด คือ ไต้ฝุ่นราอี ที่พัดถล่มเมื่อเดือน ธ.ค. ปี 2021 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 400 คน ท่ามกลางสภาพความเสียหายที่เรียกได้ว่าราบเป็นหน้ากลอง
และเมื่อปี 2013 ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพัดถล่ม และถือเป็นพายุเขตร้อนที่รุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 6,300 คน

ที่มาของภาพ, Reuters
จับตาพัดถล่มไทยต่อ
วันนี้ (26 ก.ย.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์พายุไต้ฝุ่นโนรู ณ กรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อติดตาม ประเมิน และรายงานสถานการณ์พายุร่วมกับศูนย์อุตุนิยมวิทยาภูมิภาค ทั้ง 5 ศูนย์
นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการฯ จะประชุมประสานงานกับสถานีอุตุนิยมวิทยาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ หรือบริเวณที่พายุจะเคลื่อนผ่าน เพื่อให้ประเมินสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ
ด้าน ดร.ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า ตอนนี้ พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 28 ก.ย. ก่อนจะอ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน แล้วเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงเช้าของวันที่ 29 ก.ย.
คาดว่าอิทธิพลของพายุ จะก่อให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ และตกหนักมากในบางพื้นที่ ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย
ไต้ฝุ่นโนรูถือเป็นพายุลูกแรกที่จะเข้ามาไทยในปีนี้ และคาดว่ายังเหลือพายุอีกหนึ่งลูกตามคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งขณะนี้ยังไม่ก่อตัว








