เส้นทางคดี "นายกฯ 8 ปี" ก่อนศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ชะตา พล.อ. ประยุทธ์ 30 ก.ย.

นายกฯ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ประชาชนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลนำภาพของ พล.อ. ประยุทธ์ มาทำพิธีขับไล่เขาพ้นจากตำแหน่งเมื่อ 23 ส.ค. ก่อนครบรอบ 8 ปีการดำรงตำแหน่งนายกฯ

ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดี “นายกฯ 8 ปี” ในวันที่ 30 ก.ย. นี้ โดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยืนยันให้ความเคารพต่อผลการพิจารณาของศาลไม่ว่าคำวินิจฉัยจะเป็นเช่นใด

เช้าวันนี้ (14 ก.ย.) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน ได้ประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาคดีการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เอกสารข่าวของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง จึงกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟัง ในวันที่ 30 ก.ย. 2565 เวลา 15.00 น.

คดีนี้ ส.ส. ฝ่ายค้านได้ยื่นคำร้องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้วินิจฉัยว่าความว่าความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลง เนื่องจากดำรงตำแหน่งครบกำหนดเวลาตามมาตรา 170 วรรคสอง และมาตรา 158 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ 2560 โดยฝ่ายค้านเห็นว่า พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ครบ 8 ปีแล้ว นับจากได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกฯ ครั้งแรกเมื่อ 24 ส.ค. 2557

นอกจากนี้ ฝ่ายค้านยังขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งตามมาตรา 82 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ 2560 ให้ พล.อ. ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย

ต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องไว้พิจารณา และมีคำสั่งให้นายกฯ ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ 24 ส.ค. จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับทราบผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดนัดอ่านคำวินิจฉัยเรื่องการดำรงตำแหน่งนายกฯ ในวันที่ 30 ก.ย. โดยเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และยืนยันว่าจะให้ความเคารพต่อผลการพิจารณาของศาลไม่ว่าคำวินิจฉัยจะเป็นเช่นใด

พล.อ. ประยุทธ์ยังขอขอบคุณกำลังใจจากประชาชนทุกคนที่มอบให้ และขณะนี้ยังคงปฏิบัติหน้าที่ รมว.กลาโหม ในการสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่ และในสถานการณ์ปัจจุบันได้ให้กองทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงกลาโหมเร่งดูแลช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างทันท่วงที พร้อมฟื้นฟูเยียวยา

ก่อนหน้านี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้เตรียมแนวทางรองรับไว้ ถ้าศาลตัดสินว่ายังไม่ครบ 8 ปี วันรุ่งขึ้น พล.อ. ประยุทธ์ก็กลับมาทำงาน ถ้าศาลบอกว่านับตั้งแต่ปี 2557 พล.อ. ประยุทธ์ไม่ต้องกลับมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯ ก็รักษาการไป ไม่รู้กี่วัน ขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภาจะเรียกประชุมเพื่อเลือกนายกฯ และจนกว่านายกฯ และ ครม. ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ฯ ถึงจะพ้นไป การกระทำอะไรที่ผ่านมา จะไม่ถือว่าเป็นโมฆะ สมมติศาลตัดสินว่านับตั้งแต่ปี 2557 เมื่อ พล.อ. ประยุทธ์พ้นไปสามารถรักษาการเองได้ แต่ควรหรือไม่นั้นก็ไม่ควร

บีบีซีไทยสรุปไทม์ไลน์คดี “นายกฯ 8 ปี” จากจุดเริ่มต้นมาไว้ ณ ที่นี้

ไทม์ไลน์คดี “นายกฯ 8 ปี”

17 ส.ค. ส.ส. ฝ่ายค้าน 171 คน ยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปีของ พล.อ. ประยุทธ์

22 ส.ค. คำร้องของฝ่ายค้านส่งถึงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

24 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 9:0 รับคำร้องไว้วินิจฉัย และมีมติ 5:4 ให้ พล.อ. ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย

1 ก.ย. สื่อหลายสำนัก อาทิ มติชน ไทยโพสต์ เครือเนชั่น รายงานว่าฝ่ายกฎหมายของ พล.อ. ประยุทธ์ส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลแล้ว มีเนื้อหากว่า 30 หน้า

6 ก.ย. สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่เอกสารที่อ้างว่าเป็นความเห็นของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธาน กรธ. มีเนื้อหา 3 หน้า ใจความสำคัญคือให้นับวาระดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ. ประยุทธ์ ตั้งแต่ 6 เม.ย. 2560 ซึ่งเป็นวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560

7 ก.ย. เลขาธิการการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแถลงปฏิเสธข่าวลือว่ามีการตัดสินคดีนี้แล้ว ยืนยันความเป็นอิสระของตุลาการทั้ง 9 คน พร้อมเปิดเผยว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญกังวลใจกรณี “เอกสารหลุด” จึงสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง

CG

7 ก.ย. สื่อกระแสหลัก/สื่อสังคมออนไลน์ เผยแพร่เอกสารที่อ้างว่าเป็นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของ พล.อ. ประยุทธ์ มีเนื้อหา 23 หน้า ใจความสำคัญคือการอ้างความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะพิเศษ ที่มีอดีต กรธ. 7 คนรวมอยู่ด้วย โดยชี้ว่าการกำหนดวาระ 8 ปี หมายถึงนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 เท่านั้น นอกจากนี้ยังแจกแจงด้วยว่าความเป็นนายกฯ ของ พล.อ. ประยุทธ์ “ขาดตอน” จากวันที่รัฐธรรมนูญ 2560 บังคับใช้เมื่อ 6 เม.ย. 2560 จึงไม่อาจนับรวมระยะเวลาการเป็นนายกฯ ครั้งแรก กับการเป็นนายกฯ หลังรัฐธรรมนูญบังคับใช้ได้ ซึ่งเขาเรียกช่วงเวลานั้นว่า “เป็นการดำรงตำแหน่งตามบทเฉพาะกาล”

7 ก.ย. ฝ่ายค้านยื่นหนังสือถึงประธานสภา ขอให้ส่งความเห็นและเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยคดี “นายกฯ 8 ปี” เพื่อโต้แย้งคำชี้แจงของนายมีชัย หลัง “เอกสารหลุด” อ้างว่าบันทึกการประชุม กรธ. ครั้งที่ 500 เมื่อ 7 ก.ย. 2561 เป็นการจดบันทึกไม่ครบถ้วน ไม่สามารถนำมาอ้างอิงได้ ทว่าในบันทึกการประชุม กรธ. ครั้งที่ 501 เมื่อ 11 ก.ย. 2561 กลับมีเนื้อหารับรองการประชุมของ กรธ. ครั้งที่ 500 ว่ามีความถูกต้องโดยไม่มีการแก้ไข ฝ่ายค้านจึงเห็นว่า “คำชี้แจงของนายมีชัยเข้าข่ายให้การเท็จต่อศาล”

8 ก.ย. ความเห็นและเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมของฝ่ายค้านส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญ

8 ก.ย. ประชุมศาลรัฐธรรมนูญนัดพิเศษ สั่งให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดส่งสำเนาบันทึกการประชุมและรายงานการประชุม กรธ. ครั้งที่ 501 วันที่ 11 ก.ย. 2561 ให้ศาลภายใน 13 ก.ย.

14 ก.ย. ประชุมศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดี “นายกฯ 8 ปี” ต่อ ก่อนกำหนดวันตัดสินคดีเป็น 30 ก.ย.

30 ก.ย. ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟัง เวลา 15.00 น.

เปิดขั้นตอนการเลือกนายกฯ คนใหม่

หากผลการตัดสินคดี “นายกฯ 8 ปี” ไม่ออกมาตามที่ พล.อ. ประยุทธ์ และมือกฎหมายของเขาปรารถนา โดยมีคำสั่งให้ พล.อ. ประยุทธ์ ต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 158 วรรคสี่

เขาจะยังมีสถานะรักษาการนายกรัฐมนตรี โดยที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะยังมีอำนาจเต็ม จนกว่าจะมี ครม. ชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ต่อ

เลือกนายกฯ

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ในการประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อ 5 มิ.ย. 2562 มีผู้ท้าชิงเก้าอี้นายกฯ มีอยู่ 2 คน โดยพรรคพลังประชารัฐ เสนอชื่อ พล.อ. ประยุทธ์ ท่ามกลางเสียงสนับสนุนจาก 19 พรรค ส่วนพรรคอนาคตใหม่เสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ด้วยแรงสนับสนุนจาก 7 พรรคการเมือง

จากนั้นต้องเข้าสู่กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามบทเฉพาะกาล มาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดให้ ส.ว. ร่วมกับ ส.ส. ให้ความเห็นชอบแต่งตั้งนายกฯ ในช่วง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญ 2560 โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • การเลือกนายกฯ ให้เลือกจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตอนเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 ซึ่งขณะนี้เหลือบุคคลที่ยังมีคุณสมบัติครบถ้วน และยังไม่แจ้งความประสงค์ขอถอนตัว ประกอบด้วย นายชัยเกษม นิติสิริ จากบัญชีพรรคเพื่อไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากบัญชีพรรคภูมิใจไทย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากบัญชีพรรคประชาธิปัตย์
  • มีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือ 48 คน จาก ส.ส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 478 คน
  • การลงคะแนนเลือกนายกฯ ต้องกระทำโดยเปิดเผย ลงมติด้วยการขานชื่อ และต้องได้รับเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือ 364 คน จากสมาชิกรัฐสภาที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 727 คน (ส.ส. 478 คน และ ส.ว. 249 คน)
  • หากไม่สามารถเลือกนายกฯ ในบัญชีของพรรคการเมืองได้ ให้สมาชิกทั้งสองสภารวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ หรือ 364 คน เข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา ขอให้มีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเลือกนายกฯ ในบัญชีได้ โดยต้องใช้มติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือ 484 คน
  • จากนั้นเข้าสู่กระบวนการเลือกนายกฯ คนใหม่ โดยจะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีพรรคการเมือง หรือนอกบัญชีพรรคการเมืองก็ได้

เปิดคำร้องฝ่ายค้าน หลังสื่อรายงานคำวินิจฉัยส่อ “ไปไม่สุด”

ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญกำหนดวันชี้ชะตา พล.อ. ประยุทธ์ 30 ก.ย. นี้ เริ่มมีข้อวิเคราะห์เกิดขึ้นทางหน้าสื่อต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือคำวินิจฉัยของศาลที่จะออกมาอาจ “ไปไม่สุด” โดยไม่ระบุชัดเจนว่าการนับวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ. ประยุทธ์เริ่มนับตั้งแต่เมื่อใด

สื่อมวลชนอย่างน้อย 2 สำนักคือ กรุงเทพธุรกิจ และรายการ “เจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์” ช่อง MCOT 30 รายงานข่าวเกี่ยวกับข้อวิเคราะห์นี้เมื่อ 15 ก.ย. โดยให้เหตุผลว่า ฝ่ายค้านที่ถามเพียงว่าการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ. ประยุทธ์ ถือว่าครบวาระ 8 ปี เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2565 หรือไม่ จึงมีความเป็นไปได้ว่าศาลจะวินิจฉัยประเด็นเดียว

“ฝ่ายค้านในฐานะผู้ร้อง ไม่ได้ถามว่าจะนับตั้งแต่เมื่อไหร่ ซึ่งศาลจะวินิจฉัยเกินคำร้องไม่ได้ แต่ในคำวินิจฉัยส่วนตน จะสามารถอธิบายเหตุผลได้ว่านับจากเมื่อไร” กรุงเทพธุรกิจรายงานโดยอ้างแหล่งข่าว

ฝ่ายค้าน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภา นำทีมยื่นเรื่องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความการดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปี ที่รัฐสภา 17 ส.ค.

บีบีซีไทยตรวจสอบคำร้องของฝ่ายค้านจำนวน 15 หน้า ที่ยื่นผ่านประธานสภาเมื่อ 17 ส.ค. ได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยและมีคำสั่ง 2 ข้อ

1. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ตามมาตรา 7 (9) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่าความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเนื่องจากดำรงตำแหน่งครบกำหนดเวลา ตามมาตรา 170 วรรคสอง และมาตรา 158 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ 2560

2. เนื่องจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งสูงสุดของฝ่ายบริหาร มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน หากให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปทั้งที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมายย่อมส่งผลกระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของบรรดาคำสั่งและข้อสั่งการต่าง ๆ ที่สั่งการในนามของนายกรัฐมนตรี รวมถึงความชอบด้วยกฎหมายของการก่อนิติสัมพันธ์ต่างๆ ในนามของรัฐบาล และการลงนามในพันธกรณีระหว่างประเทศที่อาจจะมีขึ้น ดังนั้น จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งตามมาตรา 82 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ 2560 ให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

คำร้องของฝ่ายค้านได้อ้างข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วง 8 ปีที่ผ่านมารวม 6 ประเด็น และตีความไว้เองในบทสรุปท้ายคำร้องว่า พล.อ. ประยุทธ์ เริ่มต้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 2557 ติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบันรวมกันแล้วเกิน 8 ปี นับแต่วันที่ 25 ส.ค. 2565 โดยไม่ได้ขอให้ศาลวินิจฉัยเรื่องการเริ่มต้นนับวาระดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ. ประยุทธ์แต่อย่างใด