You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
นายกฯ ปัด "ดีลปีศาจ" พาทักษิณกลับบ้าน "100% ไม่ใช่ความจริง"
หนึ่งในไฮไลท์ที่เกิดขึ้นในวันที่สองของการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี คือกรณี "ชายชั้น 14" โดยฝ่ายค้านกล่าวหา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นตัวการสำคัญในการสมคบ "พานักโทษแหกคุก" ทำให้บิดาไม่ต้องนอนคุกแม้แต่คืนเดียวหลังเดินทางกลับไทย ขณะที่นายกฯ ปฏิเสธไม่ใช่ความจริง 100%
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีต่อเนื่องเป็นวันที่สอง เริ่มต้นในเวลา 08.00 น. ของวันนี้ (25 มี.ค.) หลังประธานสั่งพักการประชุมไปเมื่อเวลา 02.33 น.
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ระบุว่า พยานหลักฐานสำคัญที่สามารถยืนยันได้ว่ากรณีชั้น 14 ลวงโลกอย่างไรคือ น.ส. แพทองธาร ซึ่งใกล้ชิดกับ "นายใหญ่" มากกว่าใครในห้องนี้ เดิมนายกฯ เป็น "ประจักษ์พยาน" แต่ต่อมาพัฒนาเป็น "ตัวการสำคัญ" ในการกระทำผิดกฎหมายบ้านเมือง
ในระหว่างการอภิปรายที่ใช้เวลาราว 100 นาที นายรังสิมันต์ไล่เรียงสิ่งที่เขาเรียกว่า "มหากาพย์แห่งการหลอกหลวง" ตั้งแต่เหตุการณ์ก่อนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บิดาของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เดินทางกลับประเทศไทยในเดือน ส.ค. 2566 ถึงภายหลังได้รับการพักโทษในเดือน ก.พ. 2567 เพื่อชี้ให้เห็น "การแหกคุกออกจากเรือนจำ-พกมือถือ-พักโทษโดยให้คะแนนอันเป็นเท็จ" สรุปใจความสำคัญได้ ดังนี้
ก่อนกลับไทย
20 ส.ค. 2566 หรือ 2 วันก่อนนายทักษิณเดินทางกลับไทย น.ส.แพทองธารกล่าวกับสื่อมวลชนว่า "คุณพ่อตรวจสุขภาพปีละ 2 ครั้ง" และ "สุขภาพแข็งแรงดี"
วันกลับไทย-เข้าเรือนจำ-ย้ายไปอยู่ชั้น 14
22 ส.ค. 2566 นายทักษิณเดินทางถึงสนามบินดอนเมือง ทุกคนดูแฮปปี้กับวันสุขสันต์ครอบครัวที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ไม่เห็นจะดูมีปัญหาสุขภาพตรงไหน
- 11.30 น. ราชทัณฑ์รับตัวนายทักษิณเข้าเรือนจำ ก่อนที่ครึ่ง ชม. ต่อมาจะแถลงผลการตรวจสุขภาพ พบว่า มีอาการป่วย 4 โรคร้ายแรง ได้แก่ หัวใจขาดเลือด ปอดผิดปกติ ความดันสูง กระดูกสันหลังเสื่อม
- 23.59 น. ราชทัณฑ์อ้างว่านายทักษิณมีอาการป่วยขั้นวิกฤต นางพยาบาลติดต่อขอคำปรึกษาจาก รพ.ราชทัณฑ์ ต้องส่งตัวไปยัง รพ.ตำรวจ เป็นการด่วน
23 ส.ค. 2566
- 00.03 น. นายทักษิณออกจากเรือนจำ
- 00.20 น. รพ.ตำรวจรับตัวนายทักษิณ ทั้งนี้จากการตรวจสอบของนายรังสิมันต์พบว่า เส้นทางจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ถึง รพ.ตำรวจ ใช้เวลาเดินทาง 17 นาที แสดงว่าแพทย์มีเวลาวินิจฉัยแค่ 4 นาที โดยนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ชี้แจงเจือสมไปว่ามีอาการป่วยรุนแรง
นายรังสิมันต์ตั้งข้อสังเกตว่า การออกจากเรือนจำ ถ้าออกแบบผิดกฎหมายไม่ต่างอะไรจาก "นักโทษแหกคุก" และนอกจากนายใหญ่ถูกส่งตัวมา รพ.ตำรวจด้วยความเร็วสูงแล้ว ยังได้รับการรักษาในหอผู้ป่วยพิเศษระดับสูง (Premium ward) ที่ชั้น 14 แต่ต่อมา "เมื่อเทวดาไปพักอยู่ รพ.ตำรวจได้แก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนป้ายชื่อใหม่กลายเป็น หอผู้ป่วย เฉย ๆ"
ขออภัยโทษ-อาการป่วย
หลังจากนั้นนายทักษิณได้ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งระเบียบการขอพระราชทานอภัยโทษ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 259 กำหนดให้นักโทษและผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง (สมาชิกครอบครัว) ยื่นขอได้
29 ส.ค. 2566 หรือ 7 วันหลังจากนายทักษิณพักอยู่ที่ชั้น 14 น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์สื่อเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษว่า ให้เป็นดุลพินิจคุณพ่อเลย "คุณพ่อจะทำคนเดียว... อิ๊งก็ไม่ได้เห็นจดหมาย (อภัยโทษ) เลยค่ะ"
นายรังสิมันต์ตั้งคำถามว่า น.ส.แพทองธารซึ่งเป็น 1 ใน 10 รายชื่อที่บิดากำหนดให้เข้าเยี่ยมได้ ไม่เห็นสภาพของพ่อหรือว่าป่วยหนักขนาดไหน ทำไมจึงให้พ่อทำเรื่องขออภัยโทษเอง หรือถ้าจะบอกว่าพ่อไม่ได้ป่วยตลอดเวลา บางวันดี บางวันแย่ ก็พูดมาให้ชัด แต่ต้องขอเตือนว่าถ้าเป็นเช่นนั้น ก็แสดงว่าอาการอาจไม่วิกฤตมากพอที่จะอยู่ใน รพ.ตำรวจ เพราะถ้าอาการดีขึ้นก็ควรถูกส่งกลับ รพ.ราชทัณฑ์ ไม่ใช่ต้องอยู่ถาวร
เขายังอ้างถึงคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ตามที่ปรากฏในรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กรณีชั้น 14 โดยระบุว่า ตอนแรกพักชั้น 14 เพราะห้องอื่นไม่ว่าง แต่ก็อยู่ในห้องนั้นตลอด และมีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่า หากนายทักษิณป่วยในระดับวิกฤตตามที่ชี้แจงจริง ก็ควร "พักในห้องสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน แต่นายทักษิณกลับพักในห้องพิเศษซึ่งตามปกติมีไว้สำหรับผู้ป่วยที่พ้นจากภาวะวิกฤตแล้ว"
สส. พรรคประชาชนยังยกตัวอย่าง "นักโทษไม่มีเส้น" มาเปรียบเทียบกับ "นักโทษเส้นเคนเบิลสะพานแขวน" โดยนักโทษไม่มีเส้น ชื่อ อ.อ่าง ป่วยเป็นฝีในตับ เริ่มป่วย 1 ก.พ. 2566 ใช้เวลา 15 วันก่อนได้รับการส่งตัว รักษาอยู่ใน รพ.ราชวิถี 10 วัน ก่อนกลับเข้าเรือนจำเมื่อ 25 ก.ย. 2566 ขณะที่นักโทษมีเส้น ป่วยเป็นโรคไม่สดชื่น เริ่มป่วย 22 ส.ค. 2566 ใช้เวลา 4 นาทีในการวินิจฉัยส่งตัว รักษาอยู่ที่ รพ.ตำรวจ 180 วัน ก่อนได้พักโทษกลับบ้านวันที่ 10 ก.พ. 2567
"ต่อไปใครมีเส้นทำแบบนี้ได้หมด คุกมีไว้ขังคนจน นายกฯ ไม่รู้สึกเลยหรือว่ามีส่วนฆาตกรรมความยุติธรรม ทำให้ความยุติธรรมมีหลายมาตรฐาน ขึ้นกับเงิน อำนาจ พรรคพวก มีส่วนสร้างมลทินให้กับหลักยุติธรรม" และ "ถ้างาช้างไม่งอกออกจากปากสุนัขฉันใด นิติธรรมและความโปร่งใสก็ไม่สามารถเกิดได้โดย แพทองธาร ชินวัตร ฉันนั้น" นายรังสิมันต์กล่าว
เขายังย้อนเปิดคลิปให้สัมภาษณ์ของ น.ส.แพทองธาร ภายหลังเข้าเยี่ยมบิดาที่ รพ.ตำรวจ โดยบอกว่า พ่อเหมือนไม่สดชื่นเท่าเดิม "มีอาการเครียด อ่อนเพลีย" ก่อนชี้ว่า คำให้การของ น.ส.แพทองธาร สะท้อนให้เห็นร่องรอยการละเมิดกฎหมาย "ชั้น 14 คือการปกปิดครั้งใหญ่ ทำให้คน 1 คนไม่ติดคุกแม้แต่วันเดียว" พร้อมกล่าวหาว่านายกฯ เจตนาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และกรณีชั้น 14 "ไม่มีใครถูกลงโทษ มีแต่คนได้รับการตอบแทน" รมว.ยุติธรรม หนีบเก้าอี้ได้ต่อไป หรือนายแพทย์ใหญ่ที่ออกมายืนยันอาการป่วยได้เลื่อนตำแหน่งเป็น ผช.ผบ.ตร. ในยุครัฐบาล "เศรษฐา" และยังได้รับการตั้งเป็นกรรมการอิสระในบอร์ด IRPC มีรายได้นับล้านในแต่ละปี
20 ก.ย. 2566 ครบ 30 วันที่นายทักษิณอยู่ใน รพ.ตำรวจ ราชทัณฑ์ออกเอกสารข่าวว่า อดีตนายกฯ ผ่าตัดแล้ว อยู่ระหว่างพักรักษาตัว โดยไม่มีรายละเอียดว่าผ่าตัดอะไร หรือป่วยเป็นอะไร
23 ต.ค. 2566 ครบ 60 วันที่นายทักษิณอยู่ใน รพ.ตำรวจ ราชทัณฑ์ออกเอกสารข่าวว่า อดีตนายกฯ ถูกส่งตัวเข้าผ่าตัดห้องออร์โธปิดิกส์ ซึ่งนายรังสิมันต์เข้าใจว่าน่าจะหมายถึงโรคเอ็นเปื่อยยุ่ยที่นักการเมืองค่ายแดงชอบพูดถึง ซึ่งเป็นโรคแห่งความเสื่อมด้วยความชราภาพ ไม่ใช่โรคถึงตาย และเอ็นเปื่อยยุ่ยเป็นการผ่าตัดทางเลือก ไม่ต้องผ่าก็ได้ แต่กับโรคร้ายที่ราชทัณฑ์เคยให้ข้อมูลไว้ ไม่ว่าจะเป็น โรคปอดพิการ, หัวใจขาดเลือด, กระดูกสันหลังเคลื่อน กลับไม่บอกว่ารักษาอาการอย่างไร
11 ม.ค. 2567 ครบ 120 วันที่นายทักษิณอยู่ใน รพ.ตำรวจ ราชทัณฑ์ออกเอกสารข่าวระบุว่า แพทย์รายงานอาการเจ็บป่วยในหลายประการที่ต้องเฝ้าระวัง โดยแจ้งความเห็นว่าผู้ป่วยอยู่ระหว่างการรักษาของแพทย์เฉพาะทางและต้องดูแลอย่างใกล้ชิดถึงอาการป่วยเพื่อให้พ้นจากสภาวะอันตรายถึงแก่ชีวิต ทว่านายรังสิมันต์พบว่าช่วงเวลาไล่เลี่ยกันทั้งในเดือน พ.ย. 2566 และ ก.พ. 2567 น.ส.แพทองธารกลับไปเที่ยวต่างประเทศขณะที่พ่อป่วยเฉียดตาย "ไหนพ่อกำลังจะม่องเท่ง ช่วงนั้นพ่อของท่านป่วยพะงาบ ๆ อยู่โรงพยาบาลตำรวจไม่ใช่เหรอครับ ไม่คิดจะไปเยี่ยมพ่อเลยหรือ" ทำไมยังไปเล่นสกีที่ญี่ปุ่นสบายใจ
12 ม.ค. 2567 หรือ 1 วันหลังกรมราชทัณฑ์ให้ข่าวว่าต้องรักษาตัว เพื่อให้พ้นสภาวะอันตรายถึงแก่ชีวิต ปรากฏว่านายทักษิณได้ฟ้องดำเนินคดีหมิ่นประมาทผู้ใช้งานทวิตเตอร์ (เอ็กซ์) จากการโพสต์ภาพหมิ่นประมาท โดยบันทึกการจับกุมผู้ต้องหาระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่นายทักษิณพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตร. ได้พบผู้เห็นผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์โพสต์ภาพนายทักษิณและหลายภาพ ซึ่งเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จต่อสาธารณะ ทำให้เสียหาย จึงน่าสงสัยว่า "พ่อนายกฯ ไถมือถือได้ยังไง ขณะอยู่ รพ.ตำรวจ ต้องถือว่าเป็นนักโทษที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเรือนจำ... คนเราป่วยหนักขนาดนี้ จะมีจิตเครียดแค้นพยาบาทหรือ แต่นี่แสดงว่าบิดาท่านมีสติ" ทั้งนี้การใช้อุปกรณ์สื่อสารมีความผิดตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ มาตรา 72
พักโทษ
18 ก.พ. 2567 ครบ 180 วันที่นายทักษิณอยู่ใน รพ.ตำรวจ ก็ได้รับการพักโทษตามระเบียบราชทัณฑ์ ซึ่งต้องผ่านแบบประเมินการช่วยเหลือตนเองในผู้สูงอายุ จึงจะได้รับการพักโทษตามเกณฑ์กรมราชทัณฑ์
อย่างไรก็ตามนายรังสิมันต์ได้ฉายภาพนายทักษิณในอิริยาบถต่าง ๆ อาทิ ภาพนั่งริมสระว่ายน้ำในบ้านจันทร์ส่องหล้า, ภาพคู่กับอดีตนายกฯ กัมพูชา, ภาพเดินทางไป จ.เชียงใหม่, และสุดท้ายคือภาพนายกฯ ถือเฝือกคอให้บิดาเมื่อ 14 มี.ค. 2567 จึงน่าสงสัยว่าอาการป่วยทำไมเลือนหายอย่างฉับไว และหลังออกจาก รพ.ตำรวจ ก็ไม่ปรากฏว่ามีการเข้ารับการรักษาตัวต่อ
สส. ฝ่ายค้านรายนี้กล่าวว่าว่า แม้บิดาของนายกฯ จะออกจาก รพ. แต่ไม่ได้ทำให้เรื่องนี้ยุติลง เพราะความผิดสำเร็จแล้ว ทั้งนี้การกระทำของนายกฯ และคณะ ไม่ต่างจากการ "พานักโทษแหกคุก" สมรู้ร่วมคิดของหน่วยงาน รพ.ตำรวจ และราชทัณฑ์ สิ่งที่นายกฯ ทำครบองค์ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 และมาตรา 210 ฐานอั้งยี่ ซ่องโจร ซึ่งบทบัญญัติกำหนดโทษจำคุก 10 ปี
นายรังสิมันต์กล่าวว่า กรณีชั้น 14 ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของนายกฯ ไม่ใช่เรื่องที่มาตำหนิเพราะบิดาชื่อนายทักษิณ ชินวัตร แต่มันคือความฉิบหายของนิติรัฐ ความพังทลายกฎหมายที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาของพวกเราทุกคน เพราะนี่คือการสูญสิ้นกติกาบ้านเมืองที่ใช้เส้นสาย ปกครองบ้านเมืองด้วยผลประโยชน์ เอาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนไปแลกกับผลประโยชน์ครอบครัว นี่คือความเลวร้ายอย่างที่สุดของการเมืองการปกครองที่นายกฯ แพทองธารก่อขึ้น
"เมื่อสังคมกล่าวหาบิดาของท่านหนักขึ้น ท่านกลับปล่อยให้บิดาแอบอ้างพระมหากรุณาธิคุณเป็นเกราะกำบัง เพื่อให้ลอยตัวอยู่เหนือการตรวจสอบ ท่านและครอบครัวไม่ได้จงรักภักดีต่อสถาบันฯ อย่างที่อ้าง ท่านรู้ดีว่าการอ้างแบบนี้จะทำให้พระมหากษัตริย์เดือดร้อน การโหนสถาบันฯ ของท่าน เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง เพื่อให้การตรวจสอบเรื่องในวันนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นโดยง่าย ผมขอย้ำกับท่านนายกฯ ว่าสาเหตุที่บิดาของท่านไม่ต้องติดคุกแม้แต่วันเดียว ไม่ใช่เพราะพระเมตตา แต่เป็นเพราะการกระทำที่ผิดกฎหมายที่ท่านและสมัครพรรคพวกลูกสมุนทำ 'ดีลแลกประเทศ' จนสร้างความย่อยยับให้กับหลักนิติรัฐและกระบวนการยุติธรรม" สส. รังสิมันต์กล่าวหานายกฯ
ในระหว่างการอภิปรายของนายรังสิมันต์ มี สส. เพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงเป็นระยะ และประธานที่ประชุมก็กล่าวเตือนว่าอย่าเอ่ยถึงสถาบันฯ โดยไม่จำเป็น
ทวี ป้อง แพทองธาร ไม่เกี่ยวปมชั้น 14
ต่อมา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ได้ลุกขึ้นชี้แจงแทน โดยเริ่มต้นจากการวิจารณ์ผู้อภิปรายกลับว่า "ตัดตอน จินตนาการ ใช้วาทกรรม" ก่อนยืนยันว่า กรณีนายทักษิณไม่เกี่ยวกับ น.ส.แพทองธาร เพราะนายทักษิณได้รับพระราชทานอภัยโทษเมื่อ 31 ส.ค. 2566 ตอนนั้น น.ส.แพทองธารยังไม่ได้เป็นนายกฯ เลย มาเป็นนายกฯ เมื่อ 11 ก.ย. 2567
รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ในทางกฎหมายราชทัณฑ์ สถานพยาบาลถือเป็นสถานที่คุมขัง "ท่าน (นายรังสิมันต์) ไม่สะใจใช่ไหม ท่านต้องการให้ท่าน (นายทักษิณ) ทุกข์ทรมานหรือไง เมื่อท่านเจ็บป่วยก็ไปอยู่ รพ. เราถือว่าสถานพยาบาลเป็นที่ควบคุม ซึ่งเป็นสิทธิของ รพ. จะจัดได้...ท่านบอกไม่มีสักวันเดียวที่ท่านทักษิณติดคุก ท่านต้องการวาทกรรมเพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิดใช่ไหม"
นอกจากนี้เขายังแจกแจงประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
หนึ่ง การที่นายทักษิณอยู่ รพ.ตำรวจ ตลอด เป็นการช่วยเหลือหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี ยกรัฐธรรมนูญ 2560 หมวดหน้าที่แห่งรัฐ มาตรา 55 ที่ระบุว่า ประชาชนเจ็บป่วยต้องได้รับการรักษาพยาบาล ซึ่งนายทักษิณเป็นประชาชน ก็ต้องได้รับการรักษาพยาบาล แต่นายทักษิณยังถูกควบคุมอยู่ ไปไหนไม่ได้
สอง รมว.ยุติธรรม จะเอาตัวกลับมาเรือนจำได้หรือไม่ เขาบอกว่า โดยกฎหมาย รัฐมนตรีไม่มีอำนาจเลย ต้องเป็นความเห็นของแพทย์ และพออยู่ครบ 120 วัน ต้องมีเรื่องรายงานมายังรัฐมนตรี อธิบดีกรมราชทัณฑ์ก็เป็นมืออาชีพ ไม่รู้จักนายทักษิณเลย อธิบดีทำรทำหนังสือสอบถาม รพ.ตำรวจหลายครั้ง โดยแพทย์ที่ รพ.ตำรวจ เห็นว่าให้นายทักษิณพักรักษาตัวที่ รพ. ต่อ
"การที่ท่านทักษิณอยู่ที่ รพ.ตำรวจ เพราะกฎหมายบอกว่าเป็นเรือนจำและถูกควบคุม ท่านบอกไม่ถูกควบคุม ท่านทำตัวใหญ่กว่ากฎหมายใช่หรือไม่ ขณะที่กรณีเจ็บป่วยหรือเรื่องของแพทย์ ท่านกับผมไม่มีใครรู้ดี และเป็นเรื่องของจรรยาบรรณแพทย์ ซึ่งเป็นเรื่องของแพทยสภาที่ต้องใช้เวลาในการสอบสวน แต่ท่านใช้เวลาไม่นาน แต่วินิจฉัยได้หมดเลยว่า 'ดีลปีศาจ' ท่านมีอะไรในใจหรือไม่" พ.ต.อ.ทวี โยนคำถามกลับไปยัง สส. พรรคประชาชน
เขายืนยันว่า กรณีนายทักษิณและบุคคลอื่น ๆ ปฏิบัติเหมือนกัน ยังไม่มีผู้ต้องราชทัณฑ์คนใดที่โรงพยาบาลไม่ส่งคืน แล้วเราเอากลับมา
สาม การพักโทษ พ.ต.อ.ทวีชี้แจงว่า มีคณะกรรมการพิจารณา 10 กว่าคนพิจารณา ซึ่งเห็นว่านายทักษิณสมควรได้รับการพักโทษ
รมว.ยุติธรรม บอกด้วยว่า พร้อมให้องค์กรอิสระตรวจสอบการทำหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ซึ่งกรณีอดีตนายกฯ ทักษิณ มีหลายองค์กรเข้ามาตรวจสอบแล้ว
ต่อมานายรังสิมันต์ลุกขึ้นใช้สิทธิพาดพิงเพื่อชี้แจงว่า "ดีลปีศาจ" ที่พูดหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรัฐประหารปี 2557
แพทองธาร ยันพ่อตัดสินใจกลับเอง
จากนั้นเวลา 15.40 น. น.ส.แพทองธารชี้แจง โดยพูดสื่อผู้อภิปรายว่า มีความคิดเห็นที่ต่างกัน "เพราะท่านเคยมีความเคลื่อนไหวกับกลุ่มพันธมิตรฯ ภูเก็ต แต่เชื่อมั่นว่าท่านไม่ได้ใช้ความรู้สึกตอนนั้นมาอภิปรายในวันนี้" รายละเอียด รมว.ยุติธรรม พูดรายละเอียดไปหมดแล้ว ดิฉันขอชี้แจงในฐานะลูกสาวคนหนึ่ง ตั้งแต่คุณพ่อกลับไทยจนถึงวันที่ออกจากชั้น 14 ดิฉันยังไม่ได้เป็นนายกฯ แต่นายรังสิมันต์ กลับอภิปรายเชื่อมโยง จงใจอภิปรายเหมือนกับว่าในขณะนั้นดิฉันเป็นนายกฯ ไปแล้ว
นายกฯ ผู้เป็นบุตรสาวคนสุดท้องของนายทักษิณกล่าวต่อไปว่า ไม่ว่าลูกคนไหนที่เห็นความไม่ยุติธรรมที่เกิดกับคุณพ่อ ที่ผ่านมาเกือบ 20 ปี ไม่มีใครอยากให้เกิด สถานการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมา ทุกคนต้องทราบดีถึงความยากลำบากที่เราผ่านมา "ถ้าจะหาใครสักคนเผชิญเรื่องความไม่ยุติธรรม มั่นใจว่า ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นหนึ่งในท็อป ๆ ที่ได้รับความมอยุติธรรม"
จากนั้นเธอได้ยกสารพัดเหตุการณ์ ตั้งแต่ถูกยึดอำนาจทางการเมือง อายัดทรัพย์สิน ลอบสังหารหลายรอบ ซึ่ง "เป็นความรู้สึกเจ็บปวดของครอบครัว" นอกจากนี้ต้องถูกพลัดพรากไปไกลกันคนละประเทศ จึงพยายามเดินทางไปหาคุณพ่อบ่อย ๆ จะได้ไม่คิดถึงกันมากเกินไป
ส่วนกรณีที่สมาชิกกล่าวหาว่าบิดาของเธอได้กลับมาเพราะ "ดีลปีศาจ" ผ่านการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ น.ส.แพทองธารบอกว่า "100% ไม่ใช่ความจริงเลย เพราะนี่คือการตัดสินใจของท่านอย่างเต็มรูปแบบที่จะกลับมา" ดิฉันไม่อยากให้กลับมา ต้องติดคุก หรือจำกัดที่ทางอะไรก็ตาม และบอกว่าไม่เป็นไรอยู่เมืองนอกก็ได้ เราก็เจอกันได้ นายทักษิณบอกว่าอยากใช้เวลาที่เหลือกับครอบครัวที่เมืองไทย อยากอยู่ในเมืองไทย เพราะชีวิตเติบโตที่ไทยตลอด นายทักษิณรักและห่วงประชาชนอย่างมาก คิดอะไร ก็คิดถึงเศรษฐกิจ คิดให้ประชาชนรวย ฟังแล้วก็มีแพชชัน มีแรงบันดานใจในการทำงาน คนเราเจอเรื่องขนาดนี้ แต่ก็คิดดีได้ อันนี้ก็ต้องใช้พลังบวกเยอะ ๆ
นายกฯ คนที่ 31 กล่าวต่อไปว่า วันนั้นถ้าพรรค พท. และพรรคก้าวไกล (ก.ก.) จับมือกันสำเร็จตั้งรัฐบาลได้ พรรค ก.ก. เป็นผู้นำรัฐบาล พรรค พท. เป็นพรรคร่วมฯ อย่างไรนายทักษิณก็กลับมาอยู่ดี ไม่ว่ารัฐบาลนั้นจะจัดตั้งโดยใคร อันนี้คือเรื่องจริงที่นายทักษิณตั้งใจที่จะกลับมาให้ได้
ส่วนการขอพระราชทานอภัยโทษ น.ส.แพทองธารบอกว่า อันนี้เป็นสิทธิของผู้ต้องคดี ซึ่งมีขั้นตอนต่าง ๆ ไม่ขอก้าวล่วง
เช่นเดียวกับที่มีการพูดกันว่า "ป่วยจริงหรือ" น.ส.แพทองธารระบุว่า เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าป่วย ต้องรักษาษาตัวที่ รพ.ตำรวจ อันนั้นเป็นสิ่งที่ชัดเจน คุณพ่ออายุ 70 ปีแล้ว ตอนโควิดก็ป่วยหนักมากจนน้ำหนักลด 10 ก.ก. ทำให้ผมร่วง จะเชื่อไหม ก็ไม่เชื่อ ก็ไม่ทราบว่าต้องอธิบายแบบไหน แต่ขณะนี้มีการยื่นเรื่องตรวจสอบโดยแพทยสภาแล้ว หวังว่าผลสรุปออกมา จะยอมรับกัน
ส่วนที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ลาออกจากความเป็นนายกฯ น.ส.แพทองธารบอกว่า ถือเป็นสิทธิที่ สส. สามารถทำได้ แต่ก็ไม่มีใครที่จะสามารถมาบอกให้ดิฉันลาออกจากความเป็นลูก หรือเป็นแม่ และย้ำว่า ในฐานะนายกฯ ไม่เคยใช้อำนาจไปแทรกแซงในหน่วยงานไหน ๆ เลย อย่าดูถูกข้าราชการไทย อย่าดูถูกระบบราชการไทย และ พร้อมทำงานให้คนทุกกลุ่มทุกจังหวัดอย่างสุดความสามารถ และขอให้พิสูจน์ที่ความสามารถและตั้งใจทำงานเต็มที
ภายหลังเสร็จสิ้นการชี้แจงของนายกฯ นายรังสิมันต์ลุกขึ้นใช้สิทธิพาดพิง โดยยืนยันว่า 1. ไม่เคยเข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ว่าที่ กทม. หรือภูเก็ต โดยเขามีอายุ 14 ปีตอนพ่อนายกฯ ถูกรัฐประหารปี 2549 และเมื่อมีรัฐประหารอานายกฯ ในปี 2557 เขาก็คือคนแรกที่ออกมาต่อต้านต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย 2. ถ้าพรรค ก.ก. เป็นรัฐบาล อดีตนายกฯ จะไม่มีทางได้สิทธิพิเศษใด ๆ
นั่นทำให้ น.ส.แพทองธารพูดตอบว่า ขอบคุณในการชี้แจง พร้อมรับข้อมลใหม่ ๆ เสมอ "ไม่เป็นไรค่ะ ท่านจะได้เข้าใจว่าการถูกเข้าใจผิดเป็นอย่างไร"